หน้า 1 จากทั้งหมด 1

......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 22 พ.ค. 2016, 23:48
โดย zefer111
ในช่วงหลายเดือนมานี้(ตั่งแต่กุมภาพันธ์)มีอาการปั่นไม่ออกครับ ทั้งเวลาแข่ง ปั่นซ้อม ถนนจริง / เทรนเนอร์ การทำเซ็ตคอร์ดต่างๆ (ส่วนมากซ้อมคนเดียว..รถเสือภูเขา) รู้สึกว่าตัวเองขาดความกระปรี้กระเปร่า ความคึก ทั้งๆที่มีความตั้งและมุ่งมัน
เวลาซ้อมส่วนมากจะไปตันๆตื้อๆที่ HR Zone2-2.5 ทั้งๆที่แต่ก่อนไล่ได้ทุก Zone แบบสั่งได้
เวลาแข่งก็ไปตันๆตื้อๆแถวๆ HR Zone3 -3.5 ทั้งๆที่เคยแช่HR Zone 4-4.5 ได้1.5-2 ชม.ในระหว่างแข่ง ...พอหลังแข่งแรงก็เหลือ ระเบิดไม่หมด เหมือนมันไม่สุด

ก่อนซ้อมหรือก่อนแข่งผมพึ่งคาเฟอีนจากกาแฟ เกือบทุกครั้ง..
หรือว่ามันมาถึงจุดที่ซ้อมด้วย HR ไม่ได้ค่อยได้ผล ต้องอาศัยควบคุม Wattในการซ้อมแทน ???

รบกวนท่านผู้รู้โปรดชี้แนะด้วยครับว่ามีแนวทางแก้ไขอย่างไร สำหรับการซ้อมคนเดียว

ขอบคุณล่วงหน้าครับ :) :)

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 23 พ.ค. 2016, 10:36
โดย irat
ผมก็เป็นนะครับ ตอนพ้นจากช่วง Peak มาอยู่ช่วงต่ำสุด

ผมหยุดปั่นไปซักอาทิตย์นึง พอครบอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นปั่นเที่ยวทั้งอาทิตย์ แล้วก็ค่อยๆ build ใหม่

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 23 พ.ค. 2016, 10:52
โดย zefer111
irat เขียน:ผมก็เป็นนะครับ ตอนพ้นจากช่วง Peak มาอยู่ช่วงต่ำสุด

ผมหยุดปั่นไปซักอาทิตย์นึง พอครบอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นปั่นเที่ยวทั้งอาทิตย์ แล้วก็ค่อยๆ build ใหม่

ตอนนี้ผมก็เริ่มปั่นเที่ยวแล้วครับสปีด 30-35 HR Zone 1-2 ไปเรื่อยๆ ชมธรรมชาติสองข้างทาง เพลินไปอีกแบบ... แต่จะไปแข่งก็คงสู้เค้าไม่ได้ :lol: :lol: :lol: :lol:

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 31 พ.ค. 2016, 15:23
โดย T39
เป็นเหมือนกันเลยครับ...กรณีปั่นคนเดียว
เข้ากลุ่มดีขึ้นหน่อย แต่ก็รู้สึกได้ว่าไม่เหมือนเดิม
น่าจะอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา (รอผู้รู้มาช่วยที)

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 31 พ.ค. 2016, 16:42
โดย zatanblue
คิดว่า ปั่นเยอะไปหนอ่ย ร่างกายเกิดอาการล้าครับ
ลองหยุดพัก หาทำอย่างอื่นเบาๆ ให้ร่างฟื้นตัวครับ

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 31 พ.ค. 2016, 20:26
โดย zefer111
T39 เขียน:เป็นเหมือนกันเลยครับ...กรณีปั่นคนเดียว
เข้ากลุ่มดีขึ้นหน่อย แต่ก็รู้สึกได้ว่าไม่เหมือนเดิม
น่าจะอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา (รอผู้รู้มาช่วยที)
ใช่ครับ เข้ากลุ่มก็ดีมาหน่อย แต่ก็เกรงใจเสือหมอบ เห็นแหยงๆเสือภูเขาทุกที :lol: :lol:
... ใจจริงอยากได้นักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาวิเคราะห์ให้จังเลย มีที่ไหนรับจ้างบ้างน้อ :D :D

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 31 พ.ค. 2016, 20:31
โดย zefer111
zatanblue เขียน:คิดว่า ปั่นเยอะไปหนอ่ย ร่างกายเกิดอาการล้าครับ
ลองหยุดพัก หาทำอย่างอื่นเบาๆ ให้ร่างฟื้นตัวครับ
ช่วงนี้ปั่นก็เหมือนพักแล้วครับ เบาๆเรื่อยๆชมนกชมไม้ หิวก็จอดกิน เมื่อยก็พัก :)
....เคยหยุดปั่นสามสี่วัน กลับมาปั่นอีกทีเหนื่อยมากครับ :D :D

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 18 ต.ค. 2016, 20:30
โดย sure
ขาแรง เลยละครับ ปี่น 30-35 อยู่ไม่เกิน โซน2

ฮาร์เรท ผิดปกติป่าวครับ

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 18 ต.ค. 2016, 21:33
โดย zefer111
sure เขียน:ขาแรง เลยละครับ ปี่น 30-35 อยู่ไม่เกิน โซน2

ฮาร์เรท ผิดปกติป่าวครับ
ประมาณช่วงนี้ครับ แกว่งๆไม่เกิน Zone 2.5 ปั่นเรื่อยๆคนเดียวเสือภูเขาครับ แต่ก็แล้วแต่วันครับ

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 29 ต.ค. 2016, 12:59
โดย Schet Punthipayanon
เวลาปั่นจักรยานง่ายคือ แรงจากกล้ามเนื้อไปกระทำต่อจักรยานครับ ดังนั้น ระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ Cardio Respiratory นั้นเป็นระบบที่สนับสนุนการทำงานของระบบกระดูกกับกล้ามเนื้อครับ

จากข้อมูลคิดว่าสาเหตุมาจาก ระบบกล้ามเนื้อครับ ว่าด้วยเรื่องของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strenght) และ ระบบบประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อครับ (Power) นักจักรยานส่วนใหญมักจะเทรนแต่ระบบหัวใจครับ แต่ไม่ได้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อครับ การสร้างแรงของกล้ามเนื้อ นั้นมีสองปัจจัยหลักใหญ่ๆก็คือ โครงสร้างของกล้ามเนื้อ ขนาดเส้นใย ชนิดของเส้นใยกล้ามเนื้อ รวมไปถึงมุมและจุดเกาะของกล้ามเนื้อครับ อีกปัจจัยหนึ่งคือ กระแสประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อครับ

การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการฝึกด้วยน้ำหนัก หรือแรงต้าน บางคนก็เรียกว่าเวทเทรนนิ่ง นั่นเองครับ เป็นการฝึกเพื่อพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อครับ เมื่อกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงแล้วก็สามารถผลิตแรงได้เพิ่มขึ้นครับแรงนี้ก็จะถ่ายทอดต่อไปยังรถนั่นเอง ดังนั้นถ้าเซตรถได้ดี การได้เปรียบเชิงกลก็จะมากครับ

อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ กระแสประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเนื้อครับ ยิ่งกระแสประสาทส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากเท่าไร ก็จะมีการหดตัวคลายตัวของกล้ามเนื้อได้ดีครับ แต่ถ้าหากเราฝึกความแข็งแรง และขนาดของกล้ามเนื้อแล้ว ไม่ได้ฝึกระบบประสาทเลย ก็เหมือนกับหมู่บ้านที่มีบ้านมาก แต่สายไฟฟ้ามีขนาดเท่าเดิม ทำให้ไฟไปเลี้ยงไม่เพียงพอนั่นเองครับ วิธีการฝึกระบบประสาท อาทิเช่น การฝึกแบบ พลัยโอเมตริก การฝึกแบบ Circuit Training หรือแม้กระทั่งการฝึกกับเทรนเนอร์ก็สามารถออกแบบเพื่อพัฒนาระบบประสาทได้เช่นกันนะครับ

ลองกลับไปฝึกความแข็งแรง และระบบประสาทของกล้ามเนื้อดูนะครับ แล้วท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้น อาจจะมีการ Cross Training บ้างเพื่อให้กล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ได้พัฒนาไม่ใช่แค่การฝึกบนหลังจักรยานหรือเทรนเนอร์อย่างเดียวนะครับผม

Re: ......ปั่นไม่ออก ??

โพสต์: 29 ต.ค. 2016, 13:32
โดย zefer111
Schet Punthipayanon เขียน:เวลาปั่นจักรยานง่ายคือ แรงจากกล้ามเนื้อไปกระทำต่อจักรยานครับ ดังนั้น ระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ Cardio Respiratory นั้นเป็นระบบที่สนับสนุนการทำงานของระบบกระดูกกับกล้ามเนื้อครับ

จากข้อมูลคิดว่าสาเหตุมาจาก ระบบกล้ามเนื้อครับ ว่าด้วยเรื่องของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strenght) และ ระบบบประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อครับ (Power) นักจักรยานส่วนใหญมักจะเทรนแต่ระบบหัวใจครับ แต่ไม่ได้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อครับ การสร้างแรงของกล้ามเนื้อ นั้นมีสองปัจจัยหลักใหญ่ๆก็คือ โครงสร้างของกล้ามเนื้อ ขนาดเส้นใย ชนิดของเส้นใยกล้ามเนื้อ รวมไปถึงมุมและจุดเกาะของกล้ามเนื้อครับ อีกปัจจัยหนึ่งคือ กระแสประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อครับ

การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการฝึกด้วยน้ำหนัก หรือแรงต้าน บางคนก็เรียกว่าเวทเทรนนิ่ง นั่นเองครับ เป็นการฝึกเพื่อพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อครับ เมื่อกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงแล้วก็สามารถผลิตแรงได้เพิ่มขึ้นครับแรงนี้ก็จะถ่ายทอดต่อไปยังรถนั่นเอง ดังนั้นถ้าเซตรถได้ดี การได้เปรียบเชิงกลก็จะมากครับ

อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ กระแสประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเนื้อครับ ยิ่งกระแสประสาทส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากเท่าไร ก็จะมีการหดตัวคลายตัวของกล้ามเนื้อได้ดีครับ แต่ถ้าหากเราฝึกความแข็งแรง และขนาดของกล้ามเนื้อแล้ว ไม่ได้ฝึกระบบประสาทเลย ก็เหมือนกับหมู่บ้านที่มีบ้านมาก แต่สายไฟฟ้ามีขนาดเท่าเดิม ทำให้ไฟไปเลี้ยงไม่เพียงพอนั่นเองครับ วิธีการฝึกระบบประสาท อาทิเช่น การฝึกแบบ พลัยโอเมตริก การฝึกแบบ Circuit Training หรือแม้กระทั่งการฝึกกับเทรนเนอร์ก็สามารถออกแบบเพื่อพัฒนาระบบประสาทได้เช่นกันนะครับ

ลองกลับไปฝึกความแข็งแรง และระบบประสาทของกล้ามเนื้อดูนะครับ แล้วท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้น อาจจะมีการ Cross Training บ้างเพื่อให้กล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ได้พัฒนาไม่ใช่แค่การฝึกบนหลังจักรยานหรือเทรนเนอร์อย่างเดียวนะครับผม
ขอบคุณมากครับ