แปลจากบทความต้นฉบับของไซคลิ่งวีคลีย์
เรียบเรียงและใส่สีสันโดย thaimtb

ออกตัวก่อนนะครับว่า เนื้อหาโดยรวมเป็นบทความแปลมาจากสื่อต่างประเทศ ดังนั้นไม่มีกำแพงและอคติใดๆกับสินค้าที่กล่าวถึงในเนื้อหานี้ แต่เป็นข้อมูลที่น่าสังเกตุและช่วยในการค้นหาสำหรับผู้ที่สนใจ อย่างไรก็ดี จะมีส่วนของความเห็นผู้เขียนแทรกอยู่บ้าง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพตลาดประเทศไทย ซึ่งแน่นอนว่าสื่อต่างประเทศเองก็คงไม่รูลึกเข้ามาถึงภายในราชอาณาจักรของเราได้
เข้าเรื่องกันก่อนเลยเมื่อในที่สุดค่ายผู้ผลิตชุดขับเคลื่อนจักรยานค่ายใหญ่ทั้ง 3 ได้พัฒนาชุดเกียร์ไฟฟ้าเข้ามาสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เริ่มด้วยแดนอาทิตย์อุทัยชิมาโน่ส่งเอา "ดีไอทู" มาบุกตลาดก่อนและสั่นสะท้านวงการเป็นเจ้าแรก ตามมาด้วยตำนานอย่างคัมปันโยโล่ที่ส่งเอา "อีพีเอส" ตามมาไม่นาน และล่าสุดค่ายเกียร์จักรยานที่เติบโตพรวดพราดในช่วงทศวรรษหลังสุดอย่างแชรมก็ได้งัดเอา "อีแท็ป" ชุดเกียร์ไร้สาย มาร่วมเล่นศึกนี้ด้วย แบบมาทีหลังต้องงัดเอาความไร้สายเข้ามาสู้ แต่ในคราวนี้เราจะมาจับเอา "ดีไอทู" ชนับ "อีแท็ป" กัน เนื่องจากต้องยอมรับว่า "อีพีเอส" เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างเฉพาะและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของตลาดส่วนใหญ่ไม่มาก

ความสะดวกในการประกอบ
ทั้งอีแท็ปและดีไอทู ต่างก็นับว่าติดตั้งได้ง่ายดายกว่าเกียร์สายปกติมาก จุดสำคัญคือเมื่อติดตั้งแล้วการปรับเกียร์ให้สมบูรณ์ทำได้สะดวกด้วยการกดปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่มที่ตัวชุดเปลี่ยนเกียร์(สับจาน/ตีนผี)และชิฟท์เตอร์ ถึงจะยังต้องใช้น็อตปรับขอบเขตุของชุดปรับเกียร์อยู่แต่ก็ถือว่าง่ายกว่าเดิมมากแล้ว ในสองระบบนี้ อีแท็ป ดูจะกินขาดไปหนึ่งกระบวนท่า เนื่องจากไร้สายที่ต้องมานั่งร้อยและเชื่อมต่อ เพียงเครื่องมือหกเหลี่ยมพื้นฐาน กับคู่มือการปรับก็สามารถสำเร็จลุล่วงงานได้แล้ว ในขณะที่ดีไอทูยังต้องมีการร้อยสายไฟตำแหน่งต่างๆๆ กะสายไฟให้เหมาะสม และเชื่อมต่อกับชุดจุดเชื่อมต่อ

การติดตั้งอีแท็ปสามารถหาดูได้ง่ายๆบนยูทูป ซึ่งแสดงขั้นตอนการติดตั้งทีละขั้นซึ่งสามารถทำตามไปได้ง่ายๆ ด้วยการติดตั้งบนจักรยาน และกดปุ่มฟังก์ชั่น จากนั้นปรับระยะตัวปรับเกียร์และขันน็อตลิมิทของสับจานและตีนผีก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้ว

อายุการใช้งานแบทเตอรี่
ถ้าจะมีสักสนามรบที่ดีไอทูจะเอาชนะได้แบบบดขยี้ง่ายๆก็คงเป็นเรื่องของอายุการใช้งานแบทเตอรี่นี่แหละ ด้วยแบทเตอรี่ของดูราเอซ ดีไอทู ที่ชาร์จไฟเต็มแล้วสามารถใช้งานได้นานถึง 2,000 กิโลเมตร ซึ่งมีอายุสั้นไม่พอเพียงกับการขี่เส้นทางรอบฝรั่งเศสระหว่างการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ของโปรนักปั่นจักรยาน แต่สำหรับเราๆท่านๆ อาจหมายถึงใช้งานได้ 2 เดือน สบายหายห่วง

แบทเตอรี่ของดีไอทูเป็นแบบก้อนเดียวจ่ายไฟให้ทั้งสับจานและตีนผีผ่านสายไฟเชื่อมต่อ และจ่ายไฟให้สม่ำเสมอในการใช้งานทั้งการแสจนด์บายและการใช้พลังงานเปลี่ยนเกียร์ การชาร์จไฟใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงผ่านจุดชาร์จไฟที่จังก์ชั่นบ็อกซ์ (จุดเชื่อมต่อ) รวมถึงมีไฟสัญญาณแสดงสถานะของแบทเตอรี่คงเหลือแสดงให้ดูได้จากการกดปุ่มค้างเอาไว้ 2-3 วินาที เพื่อตรวจสอบว่ามีแบทเตอรี่เหลือมากน้อยเพียงใด

ส่วนอีแท็ป ใช้แบทเตอรี่เฉพาะสำหรับตีนผีและสับจานคนละก้อน(สลับกันได้) และใช้ถ่านกระดุม CR2032 ในมือชิฟท์เตอร์ สำหรับชิฟท์เตอร์ถ่านกระดุมมีอายุการใช้งานก้อนละ 2 ปี ส่วนแบทเตอรี่ที่สับจานและตีนผีมีอายุการใช้งานประมาณ 60 ชั่วโมงหรือราว 1,000 กิโลเมตร หรือประมาณครึ่งหนึ่งของดีไอทูนั่นเอง
การชาร์จอีแท็ปทำได้ง่ายๆด้วยชุดชาร์จไฟที่มากับชุดเกียร์ ด้วยการถอดแบทเตอรี่มาใส่ที่ชาร์จไฟและสามารถอัดประจุเต็มได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถสลับแบทเตอรี่ใช้งานกันได้ระหว่างสับจานและตีนผี ในกรณีที่ก้อนใดก้อนหนึ่งหมดไปก่อน และที่สำคัญ ชุดชาร์จไฟก็เล็กพอที่จะพกติดตัวไปที่ไหนก็ได้ การจอดแวะพักและเสียบชาร์จไฟเพียง 15-20 นาที ก็มากเกินพอที่จะพาให้คุณปั่นจักรยานต่อไปได้อีก ครึ่งวัน
*จุดสำคัญสำหรับอีแท็ปคือ อีแท็ปเป็นระบบที่มีการแสตนด์บายเฉพาะเวลารถเกิดการขยับ สับจานและตีนผีก็จะตื่นขึ้นและพร้อมจะทำงานได้ทันที ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ตรวจจับด้วยเซ็นเซอร์ที่ไวต่อการเคลื่อนไหว ดังนั้นในการขนย้ายจักรยานทุกครั้ง แชรมจึงแนะนำให้ถอดแบทเตอรี่เก็บเสียก่อน มิเช่นนั้นแบทเตอรี่ก็จะถูกใช้งานในโหมดแสตนด์บายตลอดเวลาที่ท่านมีการเคลื่อนที่ และส่งผลให้เหลือแบทเตอรี่ใช้งานจริงไม่ถึงระยะเวลาที่กล่าวเอาไว้ ปัญหานี้เป็นเช่นเดียวกันกับอุปกรณ์อื่นๆที่"ตื่น" เมื่อขยับเช่นพาวเวอร์มิเตอร์ เพียงแต่อุปกรณ์เหล่านั้นมีอายุการใช้งานพลังงานที่ยาวนานกว่ามากจนไม่ได้ส่งผลสำคัญ

การเปลี่ยนเกียร์
ด้วยอายุแก่กว่ากันถึง 4 ปีของชิมาโน่ กับคู่แข่งจากอเมริกาอย่างแชรม ชิมาโน่ดีไอทูก็ยังคงเป็นผู้นำหัวแถวในหมวดว่าด้วยการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของชิมาโน่ที่ไม่มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องวิ่งไล่ไปในทิศทางการออกชุดเกียร์ไร้สายมาในเวลาอันใกล้นี้ ผลตอบรับจากนักปั่นอาชีพให้ความเห็นว่า ชิมาโน่ ดูราเอซ ดีไอทู จัดเป็นเกียร์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนเกียร์ได้ยอดเยี่ยมมาก จนชิมาโน่ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวรบกวนระบบดังกล่าว เรา (ไซคลิ่งวีคลีย์) ไม่แน่ใจในตรรกะการมองด้านเกียร์ไร้สายแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันเกี่ยวกับสมรรถนะการเปลี่ยนเกียร์ที่ยอดเยี่ยมของชิมาโน่ดีไอทู

ด้วยสับจานของระบบเกียร์ไฟฟ้า (ทั้งดีไอทูและอีแท็ป) มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พลังในการเปลี่ยนเกียร์ที่มากกว่าระบบเกียร์สาย ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วและง่ายดายกว่าระบบเกียร์สาย โดยเฉพาะในนักปั่นที่มีมือเล็กและเอื้อมไปออกแรงดันก้านชิฟท์เตอร์เปลี่ยนสับจานได้ยากกว่า (*ผมสังเกตุดูนักปั่นหลายๆคน ที่มาปั่นรถของผม ซึ่งตั้งให้สับจานหน้าค่อนข้างแข็ง เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนที่คมกว่า บางท่านจะไม่สามารถเปลี่ยนจากจานเล็กไปจานใหญ่ได้ เพราะกดชิฟท์เตอร์ซ้ายแรงไม่พอที่จะดึงสายเกียร์ให้เข้าล็อคพอดี ตอนแรกผมก็เข้าใจว่าสายคงเสื่อม แต่พอไปลองขี่ดูอีกที ก็พบว่าเป็นปกติชินมือตนเอง ในขณะที่รถทดสอบที่มาหลายๆคันตั้งมาแบบนุ่มมือสายไม่ตึงมาก ถึงจะดันเบาๆ แต่ก็ตอบสนองช้ากว่าที่ใจต้องการ)

สำหรับทั้งดีไอทู และอีแท็ป สามารถเปลี่ยนเกียร์ที่สับจานหน้าได้รวดเร็วพอๆกัน (*ผมว่าอีแท็ปเร็วกว่า) และใช้แรงน้อยกว่าเกียร์สายมาก ในเกียร์สายเราต้องดันชิฟท์เตอร์ซ้ายให้สุดเข้าล็อคพอดี แต่สำหรับเกียร์ไฟฟ้า เราออกแรงกดปุ่มเพื่อเปลี่ยนสับจานหน้าด้วยแรงที่เท่ากับกดปุ่มเปลี่ยนจากเฟือง 11 ไป 12 ที่เฟืองหลัง (*ซึ่งเบามือมากๆหากใครสังเกตุความต่างนี้เวลาเปลี่ยนเกียร์)
ในขณะที่ทั้งสองรบรั้งกันเอาชนะไม่ได้อยู๋ในหมวดของสับจานหน้า ก็คงต้องมาวัดกันที่ตีนผี ซึ่งดีไอทูดูเหมือนจะเป็นต่ออยู่ให้เห็นได้

ไม่เพียงแค่เปลี่ยนได้แม่นยำและเงียบกริบ แต่ยังคงเปลี่ยนได้เร็วมาก คุณสามารถเลือกใช้เฟืองที่แม่นยำเหมาะสมกับการทำความเร็วกระชากแบบไม่คาดฝันได้ทันที ด้วยความได้เปรียบของการปรับตั้งความเร็วและเลือกใช้งานฟังก์ชั่นการเปลี่ยนเฟืองทีละหลายๆเฟือง (มัลติชิฟท์) ของดีไอทู เมื่อเชื่อมต่อดีไอทูเข้ากับคอมพิวเตอร์และใช้ซอฟท์แวร์ปรับตั้ง
สำหรับแชรม อีแท็ป ตีนผีต้องยอมรับว่าเปลี่ยนเกียร์เป็นรองอยู๋ แน่นอนว่าสามารถเปลี่ยนได้คมกริบและแม่นยำไม่ต่างกัน แต่ด้านความเร็วต้องบอกว่าทำได้ไม่ถึงใจเท่ากับดีไอทู ถ้าจะบอกว่าช้าก็คงจะเกินไปหน่อยสำหรับความเร็วที่แตกต่างกันอยู่ไม่ถึงค่อนวินาทีของอีแท็ป แต่ในการแข่งขันกัน(ทั้งของชุดเกียร์และของนักปั่น) เราก็ย่อมเห็นว่าเสี้ยววินาทีนี้มีค่าและอยากให้มันทำได้เร็วกว่านี้สักนิด
แชรมไม่ได้ทำตีนผีที่ช้ากว่าออกมาด้วยความผิดพลาดนะครับ แชรมให้เหตุผลว่าตีนผีของอีแท็ปเปลี่ยนเกียร์ด้วยความเร็วนี้เพื่อประหยัดพลังงานที่ต้องใช้ และช่วยให้อายุของแบทเตอรี่ใช้ได้นานขึ้นต่อการชาร์จไฟเต็ม เราก็คาดหวังว่าในอนาคตจะมีฟังก์ชั่นการปรับตั้งค่าต่างๆรวมถึงความเร็วในการเปลี่ยนเฟืองที่ตีนผีได้เองสำหรับนักแข่งที่พร้อมจะพลีพลังงานในแบทเตอรี่ที่ชาร์จมาเต็มที่เพื่อการแข่งขัน แลกกับการเปลี่ยนเกียร์ที่ว่องไวทันใจ (*ซึ่งก็ไม่น่ายากนะครับ เพราะแชรมสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆไร้สายได้ด้วย เพียงแค่ออฟเฟิร์มแวร์ใหม่และซอฟท์แวร์หรือแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อกันได้สำหรับปรับตั้งหรือติดตั้งฟังก์ชั่นใหม่ๆ)
แต่แชรมเองก็สร้างความน่าตื่นเต้นด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ไอปย่างสิ้นเชิง เมื่อดีไอทู ยังคงใช้การเปลี่ยนเกียร์แบบเดิม(แบบเกียร์สาย)ในระบบไฟฟ้าของตน คือชิฟท์เตอร์แต่ละข้างมีปุ่มสองปุ่มควบคุมขึ้นและลงแยกจากกัน ในขณะที่แชรมใช้ก้านชิฟท์เตอร์ซ้ายคุมให้เปลี่ยนเฟืองไปทางซ้าย(เฟืองใหญ่/น้ำหนักเบาลง) ในขณะที่ก้านชิฟท์เตอร์ขวากดแล้วเฟืองจะเปลี่ยนไปทางขวา(หนักขึ้น) จากนั้นควบคุมสับจานด้วยการกดสองปุ่มพร้อมกัน เพราะแชรมมองว่าสับจานก็มีแค่ 2 ตำแหน่งเท่านั้น
(*ตามหลักการออกแบบสื่อสารการใช้งาน ต้องบอกว่าแชรมทำได้ดีกว่ามาก เราคงไม่รู็สึกกัน แต่สำหรับมือใหม่มาหัดจับมือตบครนั้งแรก คุณๆเคยรู้ไหมว่ามันยุ่งยากมากครับ..อะไรนะ มือซ้ายคุมจานหน้า จานหน้าคืออะไร อันไหนหนัก อันไหนเบา ส่วนมือขวาคุมเฟืองตั้ง 11 เฟือง แล้วถ้าขึ้นเนินกดไม่ไหวต้องกดปุ่มไหน ... มันเป็นระบบที่ต้องการการเรียนรู้เป็นอย่างมาก เทียบได้กับบการขับเครื่องบินที่ต้องมาหัดใช้จนคล่องเสียก่อน ในขณะที่ตรรกะของแชรมนั้นเรียบง่ายมากๆ เพียงทำความเข้าใจว่าปุ่มซ้ายกดแล้วเบาลง ปุ่มขวากดแล้วหนักขึ้น กดสองปุ่มจะสลับเกียร์หน้า เพียงเท่านี้ มือใหม่หรือคนที่เพิ่งเริ่มก็จะใช้งานได้ง่ายขึ้น นั่นแสดงว่า ระบบการเปลี่ยนเกียร์นี้สอดคล้องกับธรรมชาติของการเรียนรู้ของมนุษย์มากกว่า และช่วยให้ตอบสนองได้เร็วกว่าโดยไม่ต้องมีการฝึกฝนนั่นเอง)

ความง่ายนี้เป็นปัญหาสำหรับนักปั่นที่ไม่คุ้นชิน(ชินกับระบบเก่า) แต่มันก็ไม่ยากที่จะคุ้นเคย และเรียนรู้ได้เร็ว เมื่อปรับตัวได้ก็สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น (*อย่างที่ผมบอกว่ามันเป็นการสื่อสารตามธรรมชาติมากๆ) นอกจากนี้ยังใช้งานได้ง่ายแม้ว่าจะใส่ถุงมือหนาๆในช่วงหน้าหนาว ที่ยากจะบอกจากปลายนิ้วสัมผัสว่าปุ่มของดีไอทูปุ่มไหนกันแน่สำหรับกดแล้วเปลี่ยนเกียร์ที่ต้องการ (*ปีนี้เมืองไทยเราหนาว ได้มีโอกาสใส่ถุงมือหน้าหนาวปั่นจักรยานอยู่บ้าง และย้ำเตือนความยากในการเปลี่ยนเกียร์ด้วยถุงมือหนาเต็มนิ้ว เพราะมือที่ใส่ถุงมือหนานุ่มอยู่จะสัมผัสแล้วหาก้านเล็กไม่เจอง่ายๆเหมือนเดิม)

น้ำหนัก
ด้วยชิ้นส่วนของชุดขับเคลื่อนแชรม เร้ด ที่ไม่ใช่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นชุดขับเคลื่อนที่เบาที่สุดในตลาดหลัก ก็ไม่น่าแปลกใจที่ชุดขับเคลื่อน แชรม เร้ด อีแท็ป จะมีน้ำหนักเบากว่าดูราเอซ ดีไอทู มากกว่า 150 กรัม และเป็นชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าชุดแรกที่ทำน้ำหนักลงไปต่ำกว่า 2 กิโลกรัมได้สำเร็จ

แต่ถ้านับเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างเดียว แชรม อีแท็ป มีน้ำหนักชิ้นส่วนไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 658 กรัม และดูราเอซ ดีไอทู รวมชิ้นส่วนไฟฟ้าได้น้ำหนักราว 653 กรัม (เบากว่ากัน 5 กรัม) ทว่าเมื่อรวมกับชุดสายไฟ และเฮาส์ซิ่งของสาย ก็ทำให้ชุดไฟฟ้าดีไอทู มีน้ำหนักแซงหน้าอีแท็ป(แซงไปหนักกว่า) เห็นระยะห่างเป็นประเด็น (*ซึ่งเมื่อรวมกับอุปกรณ์อื่นๆจึงหนักกว่าอยู่ขีดกว่าๆนั่นเอง)

ราคา
ถ้าจะเป็นสนามรบที่แชรมสามารถตีค่ายของชิมาโน่แตกได้้ง่ายๆก็คือด้านราคานี่แหละ เพราะไม่ว่าจะเป็นระคาของชุดขับเคลื่อนเต็มชุด หรือราคาของชุดอัพเกรด แชรมมีราคาที่ต่ำกว่าอย่างน่าพึงพอใจ
*สำหรับตลาดในประเทศไทยก็ถือว่าสอดคล้องไปในทางเดียวกัน เนื่องจากปัจจัยด้านค่าเงินเยนของญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงไปในปีนี้ ทำให้ชุดขับเคลื่อนของชิมาโน่ทั้งหมดปรับราคาสูงขึ้นจนต้องปาดเหงื่อ และกลไกราคานี้เองทำให้ราคาของชุดขับเคลื่อนและชุดอัพเกรดดีไอทู ปรับราคาขึ้นไป ห่างจากแชรม อีแท็ป ออกไปอีก ส่งผลให้แชรมอีแท็ป โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดชุดอัพเกรด ได้รับการตอบรับดีมากในบ้านเรา สนนราคาชุดอัพเกรดราวๆล้อคาร์บอนงามๆสักชุด ย่อมไม่ใช่ราคาที่เป็นภาระหนักสำหรับสาวกเสือหมอบที่อยากให้กำไรกับชีวิตด้วยเกียร์ไร้สายอยู่แล้ว

ความเห็นจากผุ้เขียน
ปัญหาหลักๆที่พบของทั้งดีไอทู และอีแท็ป นอกเหนือจากด้านฟังก์ชั่นและราคาที่กล่าวมา ในปัจจัยของบ้านเรายังมีให้พิจารณาสืบเนื่องอีกนิดหน่อย ลองแยกดูทีละตัวนะครับ

ดีไอทู
เป็นที่รู้กันดีว่าชิมาโน่กำลังจะออกดีไอทูตัวหใม่ในปีข้างหน้า ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร นั่นก็แปลว่าชีวิตของผลิตภัณฑ์ดีไอทูในปัจจุบันรหัส 9070 ก็จะมีอายุเหลืออยู่ไม่มากจนกว่าวันที่ดูราเอซ ดีไอทูใหม่จะออกมา คำถามที่น่าหาคำตอบก็คือ ดีไอทูปัจจุบันจะใช้งานสอดคล้องกับตัวใหม่ได้มากน้อยเพียงใด หรือว่าต้องทำใจเหมือนกับดีไอทูเวอร์ชั่นแรก ที่เมื่อเวอร์ชั่นสองออกมา(11 สปีด) ก็พลันกลายเป็นไดโนเสาร์ไฟฟ้าไปทันที ปัจจัยนี้ผนวกกับราคาใหม่ ทำให้คนที่กำลังมองดีไอทู ต้องเกาคางคิดกันยาวๆเลยว่าอนาคตจะสดใสเพียงใด ถ้าโชคดี ก็จะพอมีหนทางออกให้เดินต่อไปได้ เช่นเปลี่ยนตีนผีใหม่ได้ โดยระบบเก่าอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่แล้วไปกพันได้เลย แต่ถ้าโชคร้าย 9070 ก็เตรียมตัวกลายเป็นฟอสซิล ไปอีกตัว

อีแท็ป
ทางด้านอีแท็ปเองก็ไม่ใช่ว่าใหม่กว่า ถูกกว่า แล้วจะสวยหรูไปเสียหมดเสมอไป ตอนนี้มีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะครอบครองอีแท็ปได้นะครับ เนื่องจากสินค้าผลิตออกมาไม่มาก ทางแชรมเองไม่ต้องการให้อีแท็ปกลายเป็นของโหลล้นตลาด รวมกับความไม่มั่นใจในการยอมรับของตลาดโลก ทำให้ในปีแรกผลิตมาในจำนวนหนึ่ง ซึ่งลำพังผลิตส่งให้ทีมโปรใช้ ผลิตส่งให้ตลาด oem นำไปประกอบรถสำเร็จขายก็กินสัดส่วนไปมากโขแล้ว เหลือมาเป็นตลาดขายย่อยหรือ After Market จำนวนไม่มาก และอย่าแปลกใจที่ประเทศไทย ดินแดนขวานทองแห่งสุพรรณภูมิจะมีโควต้าได้มาจำนวนไม่เยอะนัก ที่สำคัญ การที่เป็นแบทเตอรี่เบาพิเศษ ความจุพิเศษ ชาร์จไฟเร็ว ทำให้แบทเตอรี่มีความพิเศษ จำเป็นต้องมีการสำแดงผ่านระบบศุลกากรเข้าสู๋ราชอาณาจักรเป็นที่ยุ่งยากใจสำหรับผุ้นำเข้า แถมพ่วงด้วยระบบไร้สายเองก็ต้องมีการสำแดงข้อมูลของคลื่นและระบบสัญญาณต่างๆก็เป็นอีกปัญหาที่ทางแชรมต้องรับไปเป็นธุระจัดการ ถ้ามองในอนาคตต่อนเื่อง อีแท็ปเองยังคง"กั๊ก" ฟังก์ชั่นสวยๆบางอย่างเอาไว้เช่น มือเกียร์ไม่สามารถปรับระยะเอื้อมของก้านเบรคได้ แถมตีนผีมาแบบมาตรฐานไม่มีแบบระบบขายาว(ขากลาง) หรือที่แชรมเรียกว่า "ไว-ฟลาย wi-fly) ซึ่งแชรมเองก็เคยออกมาบอกว่าในอนาคตจะออกลูกเล่นเหล่านี้ออกมาแน่นอน แถมแผนออก "แชรมฟอร์ซ อีแท็ป" ก็ยังคงต่อแถวอยู่ด้วย แล้วแบบนี้ ตลาดจะตอบรับกันแบบไหนดีล่ะครับ?
สำหรับศึกใหญ่ของสมรภูมิไฟฟ้านี้ ก็คงหาข้อยุติไม่ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน ทั้งสองต่างมีความเด่นและจุดด้อยด้วยกันทั้งคู่ เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างอยู่ที่แต่ละท่านจะเลือกใช้ที่ชอบ ไปที่ใช่มากกว่า ที่สำคัญ ความสุขในการจับจ่ายเงินทองที่หามาได้ด้วยสัมมาอาชีพก็เป็นสุขหนึ่งของปุถุชนธรรมดาที่พึงทำได้ในสถานะอันควรอยู่แล้ว ใครใคร่ไปไหน พร้อมอย่างไร เลือกตามที่คิดว่ามันตอบความเป็น "ตัวเอง" ดีที่สุดย่อมมีความสุขมากกว่า เทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง เราไม่มีทางรอคอยเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบได้ แต่เราสามารถเลือกจับเทคโนโลยีที่"เหมาะสม" กับเราที่สุด และเป็นสุขกับการใช้มัให้เต็มที่ก็พอแล้วครับ[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 776559.jpg[/homeimg]