ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนทึ่ 1) "ปฐมนิเทศน์"
มีคำถามจากทัวร์ริ่งน้องใหม่หลายท่าน
เข้ามายังคณะผู้จัดกิจกรรม Touring School 001 ตอน
"ทัวร์ริ่งน้องใหม่ร้อยโล โอ้โห! เราทำได้"
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1435766
ว่ามีเทคนิคอย่างไรในการปั่นจักรยานพร้อมแบกสัมภาระไปด้วย
ให้ได้ระยะทางไกลขนาดนั้น
พี่ซาเล้งสีแดง พี่ชายสุดที่รักคนหนึ่งของผมและน้องๆ
ผู้เคยปั่นทัวร์ริ่งระดับ 120-220 กม.ต่อวัน เป็นเรื่องขนมๆ
ในช่วงแรกที่พี่ซาเริ่มปั่นจักรยานท่องเที่ยวเมื่อ หกเจ็ดปีก่อน
ก่อนที่จะกลายมาปั่นแค่ 0-40 กม. ต่อวัน
เป็นเรื่องเบียร์ๆ รอยยิ้มและมิตรภาพในทุกวันนี้
พี่ซาฯ เคยกล่าวกับน้องๆ ไว้ว่า
การปั่นจักรยานวันละร้อยโล
เป็นเรื่องจิ๊บๆ ของคนที่มีสุขภาพแข็งแรงปรกติ
แม้จะไม่เคยปั่นจักรยานมาก่อนหรือไม่ก็ตาม
พี่ซาฯ ยกตัวอย่างให้พวกเราฟังแบบง่ายๆ ว่า
*ถ้าเราปั่นจักรยานที่ความเร็ว 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ซึ่งเท่า Max Speed ของลุงอุ้ย
จะปั่นร้อยโลได้ภายใน 10 ชั่วโมง
ตามการหารเลขสามหลักด้วยเลขสองหลัก
*ถ้าปั่นที่ 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ปั่นแค่ 6 ชั่วโมง 40 นาทีก็ถึงหละ
*ยิ่งถ้าปั่นให้ได้ 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง
5 ชั่วโมงก็ถึงที่หมายแบบหารลงตัว ไม่มีทศนิยมด้วย
ในเงื่อนไขแรกที่ความเร็ว 10 กิโล ต่อ ชั่วโมงนั้น
พี่ซาฯ เชื่อว่า เป็นความเร็วที่คนเริ่มปั่นน่าจะพอปั่นได้
ดังนั้นแล้วถ้าเราเริ่มปั่นออกจากบ้าน 6 โมงเช้า
การปั่นให้ได้ระยะทาง ร้อยโล
เป็นสิ่งที่น่าจะทำได้ ในเวลา 6 โมงเย็น
เผื่อให้พักสองชั่วโมงด้วยเอ้า
แต่ช้าก่อน พี่เสืออุ้ย ปั่นเซ เจ้าของตำนาน Max Speed 10 กม/ชม
ขอแย้ง เพราะว่าชีวิตจริงไม่ได้อิงนิยาย
นี่คือการคิดตามทฤษฎีหารเลขสามหลักกับเลขสองหลัก
บนถนนจริงๆ นั้น มีปัจจัย ตัวแปรมากมายเป็นตัวฉุดรั้ง
ทั้งแดด ลม อุณหภูมิ ความชื้น ความชัน สภาพการจราจร
วิวสวยๆ และแม่ค้าข้างทาง
ดังนั้นแล้วจะ ""ปั่นทัวร์ริ่งในชีวิตจริงอย่างไรให้ได้ ร้อยโล"
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 2)
"ปั่นร้อยโลนั้นโก้จริงๆ (หรือ)"
ผมเริ่มปั่นจักรยานท่องเที่ยวกับภรรยา (คุณเมย์) เมื่อราวแปดปีก่อน
ตอนนั้นเราซื้อจักรยานและไปปั่นเที่ยวกันใหม่ๆ
ทริปแรกแค่ปั่นตัวเปล่าจากเมืองแพร่ไปกลับพระธาตุช่อแฮ
แค่ราวสิบกว่ากิโลก็เหนื่อยแฮกแล้ว
แต่เราก็ปั่นเที่ยวกันมาเรื่อยๆ ตามประสาคู่รักวัยรุ่นหวานแหวว
ปั่นทริปละยี่สิบโลบ้าง สามสิบโลบ้าง สี่สิบโลบ้างต่อวัน อยู่แค่นั้นอยู่หลายปี
หลังจากที่เริ่มปีกกล้าขาแข็งพอมีประสบการณ์พอประมาน
ทั้งการปั่น การหาอยู่หากิน
การเดินทางขึ้นรถทัวร์ ลงรถไฟ
การดูแลซ่อมแซมจักรยาน
เราสองคนเริ่มฝันถึงการเดินทาง
ไปสู่ดินแดนที่ไกลออกไป
ฝันถึงการเดินทางที่ต่อเนื่องหลายๆ วัน
เพื่อเรียนรู้โลกกว้างอย่างที่เราชอบ
การปั่นจักรยานท่องเที่ยว
หรือที่เราเรียกติดปากว่า "ทัวร์ริ่ง" นั้น
อันที่จริงแล้วก็ไม่มีข้อกำหนดแต่อย่างใด
ว่าตัองปั่นเท่านี้กิโล ปั่นเท่านั้นก็โล ต่อวัน จึงจะเรียกว่าทัวร์ริ่ง
สำหรับตัวผมเองนั้น"ทัวร์ริ่ง" หรือไม่
วัดกันที่วัตถุประสงค์ในหัวใจเรา
"ทัวร์ริ่ง" เราไม่ได้ออกไปปั่นเพื่อแข่งขัน
"ทัวร์ริ่ง" เราไม่ได้วัดกันที่ระยะทางต่อวัน
"ทัวร์ริ่ง" เราไม่ได้ตัดสินกันที่จำนวนกระเป๋าหรือน้ำหนักบรรทุก
"ทัวร์ริ่ง" ในที่นี้ ไม่ใช่ประเภทจักรยาน
"ทัวร์ริ่ง" คือ การออกไปปั่นจักรยานเพื่อความเบิกบานสำราญใจ
"ทัวร์ริ่ง" คือ การออกไปปั่นจักรยานเพื่อการเรียนรู้โลกกว้าง
"ทัวร์ริ่ง" คือ การเดินทางทั้งร่างกายและจิตใจ
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว
เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมพวกเราถึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา
ทำไมทัวร์ริ่งน้องใหม่ตัองมาปั่นผ่านระยะทางร้อยโล
ไม่มีใครสงสัยกันเลยเหยอ ช่วยสงสัยกันหน่อยน่า นะนะนะ
ถามตัวเองจิ๊ "นั่นจิ ทำไมต้องปั่นให้ได้ร้อยโล?"
หรือว่าปั่นผ่านได้แล้วดูโก้ มีดูมีโทรฟี่ดี อิอิอิ
ได้เป็น "นักปั่นทัวร์ริ่งทางไกลของแท้" เข้าสมาคมกะเค้าได้
ส่วนคำตอบส่วนตัวของผมในฐานะนักปั่นทัวร์ริ่งทางกวนนั้น
โปรดติดตาม "ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 3)" — ที่ คุระบุรี พังงา
โปรดติดตาม โพสต์ซีรีส์ชุดนี้ ตอนต่อๆ ไป วันพรุ่งนี้นะจ๊ะแควนๆ
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 3) "ร้อยโลกันไปทำไมครับพี่ครับ"
ก่อนจะอธิบายที่มาที่ไปว่าทำไมพวกเราถึงจัดกิจกรรม
"ทัวร์ริ่งน้องใหม่ร้อยโล โอ้โห! เราทำได้"
โดยกำหนดให้ปั่นทัวร์ริ่งระยะทางตั้ง 100 กม.
แล้วยังมีหน้ามาเขียนในตอนที่สองว่า
ทัวร์ริ่งไม่เกี่ยวกับระยะทาง เอ๊ะ! มันยังไงกันนี่
ข้อโม้เรื่องที่ไม่เกี่ยวกันก่อนนิดๆ ตามสไตล์
มีเพื่อนนักปั่นชาวต่างประเทศหลายท่านที่ผมโอกาสได้พบและพูดคุย
เวลาที่เพื่อนๆ เหล่านี้เอาจักรยานทัวร์ริ่งคันเก่ง
ที่ผ่านสมรภูมิการเดินทางมานับหมื่นนับพันกิโล
มาให้เราดูแลซ่อมบำรุงที่ร้าน
(ผมใช้คำว่า"ชาวต่างประเทศ"แทนคำว่าฝรั่ง เอเชีย หรือ ไทย
เพราะว่ามีหลากหลายเชื้อชาติมากจริงๆ)
นักเดินทางเหล่านี้บางคนรอนแรมจากบ้านมานานหลายเดือน
บางท่านก็หลายหลายปี
นานที่สุดที่ผมเคยเจอคือ Katya กับ Mirko ชาว Slovenia
ซึ่งปั่นมา 13-14 ปีแล้ว
จากการพูดคุยสนทนาในวงเบียร์หน้าร้าน
ผมพบว่าหลายๆ ท่านไม่รู้เรื่องการซ่อมจักรยานเลย
หลายๆ คนไม่ได้เป็นนักปั่นมาก่อน
เพียงแต่ใช้จักรยานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
บางคนตัดสินใจเมื่อวานก่อน
ซื้อรถจักรยานซื้ออุปกรณ์เมื่อวาน แล้วออกเดินทางวันนี้
บางคนเดินทางด้วยการแบกเป้ ขึ้นรถ ลงเรือ นั่งเครื่องบิน
หรือเดินมาพักใหญ่ เพิ่งจะรู้สึกว่าอยากปั่นจักรยานเที่ยว
ก็มาหาจักรยานที่ Bok Bok Bike
แล้วก็ออกเดินทางต่อด้วยจักรยานเลย
นี่เป็นเทคนิคหนึ่งในการออกเดินทางสู่โลกกว้างครับ
"Learning by doing" คือ ลงมือทำเลย แล้วค่อยๆ เรียนรู้เอา
วันแรกอาจจะปั่นได้ 15-20 กม./วัน เพราะไม่เคยปั่นมาก่อน เจ็บตูด
วันที่สามป่วยเพราะสู้แดดลมไม่ไหว
สัปดาห์ต่อมาปั่นได้ 40-50 กม./วัน กล้ามเนื้อร่างกายเริ่มอยู่ตัว
เดือนต่อมาปั่นได้วันละ 80 กม. แบบสิวๆ
เดือนที่สามเส้นทางเริ่มเป็นภูเขา ขึ้นไม่ไหว ก็เข็นๆๆ
ฯลฯ
สุดท้ายเมื่อใช้ชีวิตอยู่กับจักรยาน น้ำหนัก สัมภาระ
แดด ลม ฝน อุณหภูมิ ฯลฯ ไปเรื่อยๆ
กล้ามเนื้อก็จะก่อเกิดทุกแห่งหน
รวมทั้งความแกร่งของจิตใจด้วย
เล่าให้ฟังเป็นแนวคิดนะครับ เพราะว่า
"มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับ(ปรุง)ตัวได้
แต่นักปั่นอีกหลายท่านที่เคยพูดคุย
ก็มีการซ้อม ปรับร่างกายมาก่อนเดินทาง
มีการเตรียมตัวก่อนเป็นอย่างดี
และผมก็เชื่อว่า มี "ชาวต่างประเทศ" อีกหลายๆ ท่าน
ที่ก็นั่งฝัน นอนฝันอยู่กับบ้าน
ว่าอยากออกไปท่องโลกกว้างแบบนี้ แต่ไม่กล้าทำ
กลับมาที่คำถาม "ทำไมน้องใหม่ต้องมาปั่นให้ผ่าน 100 กม.?"
ขออธิบายอย่างนี้ครับ
ถ้ามีเรามีกรอบเวลาอันไม่จำกัด
เช่นจะออกๆปั่นเที่ยวไปเรื่อยๆ หกเดือน หนึ่งปี สองปี
"Learning by doing" นี่ใช้ได้แน่ครับ
ใครมีเวลาแบบนี้ว่ากันตามสบาย
ค่อยๆ ปรับตัวไป
แต่พวกเราเหล่าน้องใหม่อยากจะออกปั่นท่องเที่ยว
เอาแค่ทั่วไทยก็พอ
มีวันหยุดวันลาจำกัดบ้างไม่จำกัดบ้าง
ส่วนใหญ่ก็มีภาะระหน้าที่ต้องทำมาหาอยู่หากินกันตามสมควร
การจะออกไปท่องเที่ยวด้วยจักรยาน
ควรต้องเรียนรู้ มีการวางแผน การจัดการที่ดี
จะได้ไปได้กลับได้ตรงเวลา
ปั่นเที่ยวให้สนุกและปลอดภัย
กลับบ้านด้วยความสดชื่นสดใส
ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ไข้ ไม่ล้าร่างกาย
ระยะทาง 100 กม. จาก อ.บ้านบึงไปน้ำตกเขาชะเมา
ที่พวกเราวางไว้นี้ โดยส่วนตัวที่ผมเคยปั่นมา
เปรียบระดับความเหนื่อยได้สูสีกับเส้นทางปั่นดังต่อไปนี้ คือ
*ดอนเมือง-ลำลูกกา-ด่านเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรี 140 กม.
*อ.ละงู-ควนกาหลง-หาดใหญ่ 120 กม.
*ระยอง-แกลง-จันทบุรี 100 กม.
*สังคม-เชียงคาน 100 กม.
*Seremban City - Malaca/Malaysia 90 กม.
*ปากช่อง-วังกะทะ-วังน้ำเขียว 80 กม.
*ตะกั่วป่า-กะปง-พังงา 60 กม.
*บ้านประมงปากนาย-นาหมื่น-นาน้อย 50 กม.
*ปางช้างแม่วิน-บ้านห้วยตอง (ขุนวาง) 33 กม.
*แจ้ซ้อน-กิ่วฝิ่น 17 กม.
*บ้านอาเกอะ - กิ่วสะไต (เชียงราย) 10 กม.
เราจะมาเรียนรู้กันครับ
ว่าควรจะเตรียมตัวและจัดการชีวิตในวันปั่นอย่างไร
ให้ปั่นเที่ยวได้สนุก
แถมกลับมา ได้ควมรู้เอาไปประยุกต์ใช้
ในการจัดการการเดินทางครั้งต่อๆไป ด้วย
แอบดูรายชื่อคนมาร่วมทริปแล้ว
ทัวร์ริ่งน้องใหม่จะได้เจอพี่เลี้ยงระดับ อาจารย์ (เยี๊ยว) เพียบเบย
คิคิคิคิ
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนทึ่ 1) "ปฐมนิเทศน์ทัวร์ริ่งน้องใหม่"
https://www.facebook.com/BokBokBike.Tha ... =3&theater
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 2) "ปั่นร้อยโลนั้นโก้จริงๆ (หรือ)"
https://www.facebook.com/BokBokBike.Tha ... =3&theater
Cr. บทความ คุณหมา Bok Bok Bike
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 4)
"ควรเอาจักรยานไรไปทริปทัวร์ริ่งน้องใหม่ร้อยโล"
หลังจากที่โพสต์ตอนที่ 5 ไปเมื่อวาน
มีแฟนๆ ทักท้วงถามกันมาว่า ตอนที่สี่หาย
เล่นเอาผมต๊กกะใจ แทบแย่
อ้อ! เพิ่งมานึกได้ว่าพิมพ์ข้ามตอนไปหนึ่งตอน
ขอย้อนกลับมานิดหนึ่งนะฮะ
คำถามที่ว่าจักรยานแบบไหน
สามารถนำไปร่วมทริปมือใหม่ร้อยโลได้
แหมตอบยากจัง ขอตอบแบบนี้ได้ไหมครับ
จะมาร่วมกิจกรรมกับพวกเรานั้น
"จักรยานทัวร์ริ่งใจกว้าง" แทบทุกประเภทสามารถเข้าร่วมได้ครับ
เพียงขอให้ดูแลแบกสัมภาระส่วนตัวที่ต้องใช้ไปด้วยได้
ซึ่งมากน้อยตามความจำเป็นของแต่ละคน
และมีการดูแลตรวจสภาพให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
ทั้งยาง เบรค ชุดขับเคลื่อน ตะแกรง ฯลฯ
เด่วตอนต่อๆ ไปจะมาแนะนำในรายละเอียดอีกทีนะครับ
ส่วนจักรยานที่เราขออนุญาตไม่แนะนำให้นำมาร่วมกิจกรรม
มีแบบเดียวคือ "จักรยานทัวร์ริ่งใจแคบ"
"จักรยานทัวร์ริ่งใจแคบ" นี่ดูไม่ยากครับ มักมีลักษณะดังนี้ คือ
*จักรยานของชั้น ท่อเป็นวัสดุสูงส่งกว่าของเธอจ้า แม่สี่หนึ่งสามศูนย์......
*อะไหล่ชุดขับเคลื่อนของชั้น รุ่นสูงส่งกว่าของเธอจ้า.....
*ทัวร์ริ่งของชั้นมากดาวอังคารจ้า พวกทัวร์ริ่งมนุษย์โลก.....
*ตะแกรงกระเป๋าทัวร์ริ่งของฉัน แพงกว่าของเธอจ้า....
*เต้นท์ชั้นไปกางเบสต์แค้มป์มาแล้วจ้า ของเธอเคยกางบ้างยัง.....
*ชั้นปั่นทัวร์ริ่งได้ AV 40 กม/ชม. กวดหมอบได้จ้า เธอทำได้ป่าว....
*ชั้นทัวร์ริ่งอินเตอร์กว่าเธอจ้า ไปมาแล้วหลายประเทศ....
*ชั้นปั่นมาแล้วสิบหมื่นโลจ้า เธอปั่นมากี่ร้อยเมตรแล้วจ๊ะ....
*ชั้นเกียร์กะโหลกกะลาจ้า อี๋! พวกเกียร์ดุม...
ฯลฯ
ถ้าอยากมาปั่นร่วมกันวาง"ความคับแคบ" เหล่านี้ไว้ที่บ้านนะครับ
แล้วมาเรียนรู้โลกกว้างแบบเบิร์ดๆ
แบบพี่ๆ แบบน้องๆ แบบเพื่อน
ช่วยดูแลกันและกัน และมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันตามสมควร
เพราะว่าฟ้ากว้างครับ เปิดใจให้กว้าง
รูปจักรยานทัวร์ริ่ง และจักรยานอีกหลายประเภทที่ลงให้ดูนี้ ไปได้ครับ
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 5) "เตรียมอะไรไปร้อยโล"
ตอนที่ 5 มาสั้นๆ แต่ได้ใจความครับ
*เตรียมรถ
*เตรียมสัมภาระ
*เตรียมตัว+เตรียมใจ
*เตรียมข้อมูล
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 6)
"ตรวจสภาพจักรยานเพื่อเดินทางไกล ไปทริปน้องใหม่ร้อยโล"
อีกไม่มีวันจะถึงวันจัดกิจกรรมกันแล้วนะครับ
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้มีโอกาสตรวจสุขภาพจักรยานคันเก่งกันหรือยังครับ
ว่าพร้อมแค่ไหนสำหรับเดินทางไกล
วันนี้ลุงอุ้ยปั่นเซ นักปั่นทัวร์ริ่งสายเข็น บ่ายก็เข็น ค่ำๆ ก็ยังเข็น
ผู้มากไปด้วยประสบการณ์ในการเตรียมจักรยานเพื่อการเดินทางไกล (แต่ไม่ได้ไป)
ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรแนะนำการตรวจสภาพจักรยาน
ว่าควรตรวจสอบไรบ้าง
ลุงอุ้ยขอแนะนำหลานๆ ดังนี้นะครับ
ยาง :
- ตรวจการสึกของยางนอก รอยบาด รอยขาด เสี้ยน หนาม
เศษแก้วที่อาจฝังอยู่กับเนื้อยาง หากตรวจพบให้เอาออกให้หมด
- ตรวจสอบแรงดันลมยางให้เหมาะสมตามรุ่นของยาง
เบรค :
- ตรวจสอบการทำงานของเบรกว่าทำงานปรกติหรือไม่
- ตรวจสอบสภาพผ้าเบรค
ชุดขับเคลื่อน
- ทดลองเปลี่ยนเกียร์เพื่อตรวจสอบการทำงานของเกียร์
- วัดความยืดโซ่ การสึกของเฟือง
- หยอดน้ำมันหล่อลื่นโซ๋
- ตรวจสภาพสายเคเบิ้ลและปลอกสาย ไม่มีรอยแตก หัก งอ
น็อต
- ตรวจสอบการขันแน่นของ น็อตยึดอุปกรณ์ทุกจุด รวมถึงแกนปลด
ไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัย
- ตรวจการทำงานของไฟส่องสว่างทั้งหน้าและหลัง
กระเป๋าใส่สัมภาระ
- ตรวจการยึดกระเป๋ากับตะแกรงและส่วนประกอบจักรยาน
ให้อยู่ในสภาพที่แน่นหนาไม่หลุดง่าย
ขายึดกระติกน้ำ
- ขากระติกยึดแน่นและบรรทุกน้ำได้เพียงพอตลอดการเดินทาง
สุดท้ายลุงอุ้ยฝากว่า
หากไม่แน่ใจหรือไม่มีประสบการณ์
แนะนำให้นำจักรยานคันเก่งไปเข้ารับการตรวจสภาพ
จากร้านจักรยานที่ไว้ใจนะครับ
ปั่นทัวร์ริ่งอย่างไรให้ได้ ร้อยโล (ตอนที่ 7) "ร้อยโลครั้งแรกของน้องหมา"
22 พ.ค.2553 เป็นครั้งแรกที่ผมปั่นจักรยานเกิน 100 กม. ภายในหนึ่งวัน
ก่อนหน้านั้นไกลที่สุดที่ผมเคยปั่นคือ 80 กม.
โดยปั่นรถเปล่าจากปากช่อง ไป Village farm วังน้ำเขียว
จำได้แม่นเลยครับว่าทริปนั้น คือ ทริปรวมพลคนทัวร์ริ่งประจำปี 2553
ซึ่งจัดโดย พี่ธานินทร์ 520 หรือ Tanin RIT เจ้าของ RIT Bicycle
จักรยานทัวร์ริ่งแบนรนด์ไทยชื่อดังอีกแบรนด์ในปัจจุบัน
(ก่อนหน้าจะเป็น RIT นั้นพี่ธานินทร์ 520 กลายเป็น SOMA Tanin อยู่พักหนึ่ง)
กิจกรรมรวมพลคนทัวริ่งปีนั้น เริ่มปั่นจากหน้าสนามกีฬาธูปเตมีย์ ลำลูกกา
ไปอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี แล้วตัดทุ่งนา
ไปกางเต้นท์นอนที่อ่างเก็บน้ำวังบอน ตีนเขาใหญ่ฝั่งนครนายก
ก่อนที่วันถัดมาจะปั่นจากอ่างวังบอน ขึ้นเขาใหญ่
ขึ้นไปนอนบนลานกางเต้นท์ลำตะคองในคืนที่สอง
ตอนนั้นผมเพิ่งลาออกจากงานวิศวกรโรงเหล็กที่ระยองมาหมาดๆ
ยังไม่ได้เปิดร้านจักรยาน มีอาชีพรับส่งภรรยา
จึงว่างและได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมกับพี่ๆ ชาวทัวร์ริ่งเป็นครั้งแรก
นับเป็นความประทับใจแรกต่อวงการทัวร์ริ่ง
เพราะถึงแม้ผมจะเป็นน้องใหม่
แต่พี่ๆ ชาวทัวร์ริ่งก็ให้การต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดี
อย่างที่บอก ทริปครั้งนั้นวันแรกเริ่มที่ธูปเตมีย์ ไปวังบอน ระยะทางราว 120 กม.
แต่ผมปั่นจากบ้านที่ท่าพระออกมาเลย
เลยแอดวานซ์ไปก่อนเพื่อนเลย 40 กม.
อีกอย่างพอมาถึงธูปเตมีย์
คณะรวมพลคนทัวร์ริ่งเค้าออกตัวกันไปนานแล้ว
งานนั้นผมเลยต้องใส่เกียร์หมา
ปั่นไล่กวดตามพี่ๆ จากธูปเตมีย์
ไปทันกลุ่มที่ อ.บ้านสร้าง ตอนบ่ายโมง
ได้ระยะทางทะลุเซ็นจูรี่เบรคหมดแรงข้างต้มพอดี๊พอดี
หลังจากนั้นก็ปั่นลุ่มๆ ดอนๆ เกาะพี่เค้าไปเรื่อยๆ
จนไปถึงอ่างเก็บน้ำวังบอนเป็นกลุ่มสุดท้ายท้ายสุด
ผมจำแม่นเลยว่าช่วงท้ายผมปั่นช้ามาก เพราะหมดสภาพ
ทางก็คดเคี้ยวผ่านหมู่บ้าน ทุ่งนาหลายแห่ง
มีพี่กิติ กลุ่มอยุธยา กับพี่โทนี่ เจ้าของร้าน Cycling Addict
ปั่น Trek 520 รอผมแทบทุกแยกเบย
นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากนักปั่นทัวร์ริ่งรุ่นพี่ๆ ว่า
"จะไม่มีใครทิ้งใคร"
ซึ่งผมยังจำ ยึดถือ และปฏิบัติ มาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้
ถ้าเป็นทริปที่ผมและเพื่อนๆ จัด
เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
มีแต่ทิ้งไว้ข้างหน้า คือ เค้าปั่นไปถึงที่พักก่อน
แต่พวกผมปั่นไม่ถึง ต้องนอนกลางป่า 55555
สรุปแล้ววันนั้นทั้งวัน ณ ทริปรวพลคนทัวร์ริ่งปี 2553 ผมปั่นไปราว 160 กม.
เป็นการปั่นจักรยานพร้อมสัมภาระต่อวันที่ไกลที่สุดในชีวิตจนถึงบัดนี้
ที่เขียนทั้งหมดวันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวล้วนๆ
แต่อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เตรียมการบันทึกไว้นะครับ
ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย เขียนบันทึก อัดวีดีโอ
บันทึกไว้ในหัวใจหรือจะด้วยสื่ออะไรก็ตาม
ที่จะบรรจุความทรงจำดีๆ ที่มีร่วมกัน ของพวกเราไว้
ในวันเสาร์หน้าที่จะถึงนี้
นับถอยหลังอีกเจ็ดวัน ตื่นเต้นจุงเบย
