ประสบการณ์เกือบ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 23:10
ทันใดนั้นนรกนรกแตกครับพี่น้อง
ไม่ชนแฮะ...ไม่แม้แต่รอยถาก ล้อหน้าห่างจากประตูคนขับไมถึงครึ่งไม้บรรทัด... คนขับเปิดประตูออกมาว่าแล้วต้องเป็นผู้หญิง อย่างนี้ต้องต่อว่ากันหน่อยถึงเป็นผู้หญิงก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและผลการกระทำของตน ผมใช้เสียงแข็งแบบว่าเหมือนดุเด็กประถมซ่าว่า “คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง” เท่านั้นละครับเธองัดไม้ตายเล่มเกวียนที่ 108 ชิงโวยด่าเสียงดังลันให้คนหันมามอง หาว่าเค้าเปิดไฟกระพริบแล้วผมเป็นผ่ายผิดเพราะผมไม่ให้ทางจะให้ขอโทษ แล้วยังตามด้วยข้อกล่าวหาว่าขับจี้ เสียงดังมักมักเธอคนนี้
ผมว่าจะโทรแต่คงใช้เวลานานเลยมองดูก่อนว่ามีตำรวจแถวนี้บ้างเป่า...มีครับมีกำลังเดินมาคนนึง (มีตำรวจโบกรถประจำเป็นระยะๆในชอยลาดพล้าว 101 ช่วงเวลาเร่งด่วน) ผมถามว่าพี่ตำรวจว่าเห็นไหม้ เคาก็บอกว่าเห็นแล้ว อย่างนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมากปล่อยให้พี่เค้าคุยเดียวแม่คุณคงจะถึงบางออ้เอง
อิกแล้วครับท่าน ไม่ยอมรับฟัง-ไม่ยอมรับผิดแถมเถียงเปลี่ยนเรื่องว่าเค้าเป็นคนมีสัมมาคาราวะ (ไม่รู้สะกดถูกหรือเปลาขออภัยตกภาษาไทย อิอิ...
เธอเถียงคำไม่ตกฟากได้ซักพักพี่ตำรวจชักเซงเหมือนกันละทีนี้ ไม่เอาแล้วไอ้การอธิบายแบบออมๆให้เธอรู้ตัวว่าผิดแล้วรีบชิ่งซะเปิดช่องให้แล้วกระผมไม่อยากออกใบสั่งรถมันติด
พี่แกเลยหันไปบอกเธอว่า “ตามรูปการแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด รถใหญ่ต้องให้ทางและระมัดระวังรถเล็กเสมอ ถ้าตกลงกันไม่ได้จะให้ไปพบร้อยเวน” โอ....เสียงพี่เค้าเหมือนมีพลังทำให้เธอเสียงอ่อยลงได้ จากนั้นเธอฉากขึ้นรถแบบพลิ้วสุดยอดหาที่เปรียบมิได้พร้อมตบท้ายว่าผมเป็นคนผิดเค้าแค่ต้องการคำขอโทษจากผม...และแล้วเธอก็จากไปเร็วเหมือนสายลม
จริงๆแล้วผมแค่อยากจะบอกน้องผู้หญิงคนนั้นว่าถ้าวันนี้ไม่ใช่จักรยานแต่เป็นรถบรรทุกสิบล้อผลที่ออกมาคงต่างกันมากโขอยู่ แล้วถ้าผมชนยังไงซะผมก็ต้องล้มปลิวข้ามฝากระโปรงและถ้าโชคไม่เข้าข้างผมคงโดนรถชนซ้ำอีก
ผมเข้าใจนะครับว่าถ้ากำลังจะตีวงรถแบบนั้นแล้ว ทั้งกระจกข้างและกระจกมองหลังจะมีจุดบอด (Blind Spot) ที่จะมองไม่เห็นและมันจะมากขึ้นตามวงเลี้ยว ผมคงจะโชคร้ายเองนะที่อยู่ตรงนั้นแต่ยังไงก็น่าจะหันมามองอีกรอบเอาชัวร์นะรถตามมาข้างหลังอีกตั้งเพียบ