หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 22:16
โดย khunhan
ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ตั้งใจจะปั่นไปเยี่ยมทหารช่องพระพะลัยชายแดน ไทย-กัมพูชา เผอิญจากการประสานงานกับทหารในเบื้องต้น ทราบว่า ชายแดนขุนหาญช่วงนี้ไม่ค่อยปลอดภัยนัก ด้วยว่ามีมอดไม้อาศัยสถานการณ์เข้ามาตัดไม้บ้านเราอยู่ เกรงจะไม่ปลอดภัย ขึ้นไปเยี่ยมได้เพียง กม.16 หากเข้าไปลึกกว่านั้น ก็สามารถทำได้ หากแต่ต้องมีกำลังทหารเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัย เมื่อทราบดังนั้น จึงต้องเก็บความตั้งใจไว้ก่อน
ท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา Momy boy ได้รับการชักชวนจากหัวหน้าตั้ง หัวหน้าทีมเสือสำราญ วารินทร์ชำราบ อุบลฯ ว่าจะปั่นไปเยี่ยมทหารที่ช่องโอบก สามเหลี่ยมมรกต ชายแดนสามประเทศ ไทย-ลาว-กัมพูชา ในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2553
นับว่าทีมงานเสือขุนหาญ ได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากพี่ ๆ ทีมงาน เสือสำราญ เสือซิง ๆ และเสือเมืองอุบลฯ ทุกท่าน ที่เมื่อมีทริปดี ๆ ก็เชิญชวนไปร่วมด้วยทุกครั้ง ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
มิตรภาพชาวเสือล้นเหลือจริง ๆ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 หากรวมกับทริปไปกินปลาที่เดชอุดมคราวนั้น
ต่อมาก็เป็นทริป ปั่นไปดูตะวันก่อนใคร ที่ผาชะนะได
http://www.ubonmtb.com/viewtopic.php?f=47&t=622
และครั้งนี้ ปั่นไปเยี่ยมทหารที่ช่องโอบก สามเหลี่ยมมรกตค่ะ ภาพสวย ๆ และคำบรรยายหลัก ๆ น่าจะยกให้ทีมงาน อุบลฯ ตามลิงค์นี้
http://www.ubonmtb.com/viewtopic.php?f= ... ee272388cc
http://www.ubonmtb.com/viewtopic.php?f= ... ee272388cc
และนี่ค่ะ
http://www.ubonmtb.com/viewtopic.php?f= ... ee272388cc
ส่วนที่นำมาให้ทุกท่านได้ชม คงเป็นบางส่วนเท่านั้น เพราะหลายช่วง ที่ไม่สามารถเก็บภาพได้
เช้าตรู่วันที่ 16 มค.2553 เรากับ Mommy boy ออกจากขุนหาญตั้งแต่ ตีห้ากว่า ไปรอทีมงานเสือสำราญและทีมอุบลฯ ที่ ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติ ภูจองนา-ยอย

Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 22:37
โดย khunhan
เกือบ 9 โมง ทีมเสืออุบลฯ ก็มากับขบวนใหญ่ เห็นแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้ มากันเยอะจริง ๆ
1669 สสจ.อุบล.ก็มา
มาถึงแล้ว บ้างก็ปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วมื้อเช้าก่อน
นี่ทีมงานเสือสำราญ
นี่ทีมงานเสือน้ำยืน
รีบเตรียมความพร้อมพาหนะคู่ใจ
พร้อมแล่วคับ
ทีมงาน สสจ. อุบลฯ กำลังบอกตากล้อง ถ่ายรูปผมเยอะ ๆ นะพี่
ทีมงานสร้างภาพ เพียบ
เสือขุนหาญ กับทีมเสือสำราญ พร้อม
ทุกคนพร้อม

Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 22:42
โดย khunhan
9 โมงกว่า รถพร้อม คน พร้อม ทุกคนก็เริ่มสตาร์ท ออกจากฐาน ชายชาญ มุ่งหน้าสู่ช่องโอบก
เห็นหลังไว ๆ หนะ เจ้า Moomy boy
ออกจากฐานชายชาญ เราเริ่มด้วยทางลาดยางขึ้นเนิบ ๆ
อากาศวันนี้ ออกหนาว ๆ นิด ๆกำลังดี
ทุกคนสดชื่น แจ่มใส คึกคักกันจัง
เรามัวแต่ถ่ายรูป ทีมงานไปกันลิบ ๆ โน่นแล้ว

Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 23:14
โดย khunhan
เพิ่งเริ่มต้น ยังสบาย ๆ กันอยู่
ทางเรียบสวย เนินกำลังงามน่าเล่น
ขึ้นนิด ๆ ลงหน่อย ๆ เข้าโค้งกำลังดี
มีรถพยาบาล 1669 ตามดูแลอยู่ไม่ห่าง
มีเนินยาว ๆ ให้เล่นพอได้เหงื่อซึม ๆ
ประมาณ 20 นาที ผ่านไป ไหงเป็นอย่างนี้ ? (โปรดสังเกตมุมล่างซ้าย)
ขณะที่หลาย ๆ ท่านเริ่มคึกคัก (โปรดรอดูตอนจบ)
แล้วเราก็เข้าถึง เขต สามเหลี่ยม มรกต

Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 23:25
โดย khunhan
14 กม. โดยประมาณ เราก็ปั่นถึง ฐาน อนุพงศ์ โดยมีพี่น้องเราหลายท่านมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว
ป้ายสมรภูมช่องโอบก
ฐานอนุพงศ์
พักเหนื่อย เติมพลังกันหน่อย
ทหารพราน ที่ยังเฝ้าแผ่นดิน ที่นี่
บรรยากาศดีเหลือเกิน ข้างหลังเป็นอ่างเก็บน้ำ
ไปถึงที่ไหน ถ้าไม่ถ่ายภาพกับป้าย ไม่นาน ก็อาจนึกไม่ออกแล้ว ที่นี่ สมรภูมิช่องโอบก

Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 23:40
โดย khunhan
Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 23:52
โดย khunhan
หายลับเข้าป่าไปแล้ว
ป่ายามนี้ สองข้างทางดูแห้งแล้งจริง ๆ
และแล้ว ความสนุก เริ่มขึ้น
พอสิ้นสุดทางลาดยาง ถนน ก็เป็นอย่างที่เห็น
เสือ เจอทราย ก็ต้องลงไปคลุกเล่นกันหน่อย
เพื่อความปลอดภัย ขอจูงไว้ก่อน
แรงหมด ก็ต้องจูงเหมือนกัน
ถนนไม่ปั่น ของปั่นข้างทางดีกว่า
ใคร ใคร่ปั่น ก็ปั่น ใคร ใคร่จูง ก็จูง
แล้วก็ปั่นต่อไป
ข้างหน้า จะเป็นยังไง ไม่มีใครรู้
รู้แต่ ว่าเราต้อง ไป
แล้วเราก็ไปถึง ศาลาตรีมุข
สามเหลี่ยมมรกต

Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 19 ม.ค. 2010, 23:55
โดย khunhan
ดูเวลาตอนนี้ เที่ยงคืนพอดี ซิลเดอเรลลา ต้องรีบกลับบ้านแล้วละ
พรุ่งนี้ ว่างแล้วจะมาเล่าต่อ ดูภาพจาก Ubonmtb ไปพลาง ๆ ก่อนนะคะ
เสือขุนหาญ
Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 20 ม.ค. 2010, 10:14
โดย nakzooh
เห็นเส้นทางแล้ว น่าสนุกครับ ..แวะมาทชมครับผม

ล่าสุดเพิ่งปั่นไปเชียงราย บ้านครูจูหลิง แวะเข้าไปชมรูปได้ครับ
Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 21 ม.ค. 2010, 16:09
โดย khunhan
nakzooh เขียน:เห็นเส้นทางแล้ว น่าสนุกครับ ..แวะมาทชมครับผม

ล่าสุดเพิ่งปั่นไปเชียงราย บ้านครูจูหลิง แวะเข้าไปชมรูปได้ครับ
สวัสดีค่ะ nakzooh
สมชื่อจริง ๆ ขอบคุณที่มาทักทาย ขอให้ประสบความสำเร็จกับการปั่นกลับบ้านนะคะ
Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 21 ม.ค. 2010, 16:32
โดย khunhan
ชมภาพกันต่อค่ะ
จากฐานอนุพงศ์มาถึงสามเหลี่ยมรกต ประมาณ 5 กม.
ทหารพรานไทย สีหน้าสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส ยินดีที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมถึงที่นี่ นั่งใกล้ ๆ กับทหารกัมพูชา
ที่เห็นหนะ ทหารกัมปูเจีย
พูดกันคนละภาษา ได้แต่มองหน้ากัน
ทหารชี้ให้ดูเขต 3 ประเทศ
ขณะที่ภายประเทศกำลังทะเลาะกัน ชายแดนก็มีเค้าเหล่านี้ คอยเฝ้าแผ่นดิน
ศาลาตรีมุข ที่มี 3 มุข แต่ละมุขมีสัญลักษณ์บ่งบอกประเทศ
มุขนี้ หันออกไปด้านกัมพูชา
มุขนี้ หันไปทาง สปป.ลาว
และนี่ มุขด้านประเทศไทย
ชื่อก็บอก ศาลารวมใจ
ถ่ายภาพรวมใจกันหน่อย
ฮั่นแน่ะ Mommy boy กับหนุ่มน้อยหน้าตา น้องเล้ง เสือน้ำยืน
ส่วนหนึ่งของทหารที่ยืนอยู่ตรงนี้ เคยร่วมรบเพื่อรักษาแผ่นดินในสมรภูมิครั้งนั้น ณ วันนี้ เค้าก็ยังทำหน้าที่เฝ้าแผ่นที่ที่ยืนอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ
Mommy boy กับ เสือฟูลอ๊อฟชั่น 1669 สสจ. อุบลฯ และทีมงานเสือน้ำยืน

Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 21 ม.ค. 2010, 16:43
โดย khunhan
Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 21 ม.ค. 2010, 16:50
โดย khunhan
Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 21 ม.ค. 2010, 17:20
โดย ทิวากร
ต่อป้า ต่อ เกียรติภูมิความกล้าหาญต้องขยาย
Re: ปั่นไปเยี่ยมทหารชายแดนช่องบกสามเหลี่ยมมรกตกับเสืออุบลฯ
โพสต์: 21 ม.ค. 2010, 20:14
โดย khunhan
ทิวากร เขียน:
ต่อป้า ต่อ เกียรติภูมิความกล้าหาญต้องขยาย
งั้นรึ? ก๊อต ได้ ๆ ๆ
งั้นขอขยายแผ่นจารึกอนุสรณ์เกียรติภูมิ พ.ต. อนุพงศ์ บุญญะประทีปให้ชัด ๆ เพื่อให้ทุกท่านได้อ่าน
อนุสรณ์เกียรติภูมิ
พ.ต. อนุพงศ์ บุญญะประทีป
พ.ต. อนุพงศ์ บุญญะประทีป เกิดเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๐๕ บ้านเลขที่ ๑๗/๓ ถนนพระปิยะ ตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นบุตน พ.อ. ลำเนา นางเอื้อจิตต์ บุญญะประทีป ศึกษาโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น ๒๑ (รร.จปร. รุ่น ๓๒)
พ.ต. อนุพงศ์ บุญญะประทีป (ยศขณะนั้น ร.ท.) ได้ปฏิบัติการตามแผนยุทธการ ดี ๙ ของกองกำลังสุรนารี เมื่อ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ หมวดปืนเล็กที่ ๑ กองร้อยทหารราบที่ ๑๖๓๑ ภายใต้การนำของ
พ.ต. อนุพงศ์ ฯ ได้ปะทะกับกองกำลังเวียตนาม บริเวณห้วยพลาญเสือ (ปัจจุบันคือห้วยพลาญเสือตอนบน)
ในระหว่างการปะทะ ได้มีผู้ใต้บังคับบัญชาเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ด้วยจิตสำนึกแห่งการเป็นผู้นำ
พ.ต. อนุพงศ์ ฯ จึงได้ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือโดยมิชักช้าอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว เป็นผลให้ พ.ต. อนุพงศ์ ถูกฝ่ายข้าศึกระดมยิงด้วยอาวุธนานาชนิด และเสียชีวิตทันทีในที่ปะทะ วีรกรรมของ พ.ต. อนุพงศ์ ฯ ในครั้งนั้น นับได้ว่าเป็นการกระทำที่สมเกียรติ สมศักดิ์ศรีของชายชาติทหาร สมควรได้รับการสดุดีไว้ ณ ที่นี้
ตายในสนามรบเป็นเกียรติของทหาร
สมรภูมิรบและวีรกรรมครั้งนั้น จำได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้อยู่เบื้องหลังอย่างเรามากมายทีเดียว เพราะเค้ารบกันอยู่ที่อุบลฯ โดยที่เราได้แต่ส่งกำลังใจไปให้
ผิดกับสมรภูมิช่องพระพลัยขุนหาญยามแล้ง ปี 2527-2528 ที่เราได้มีโอกาสช่วยเหลือบรรดาทหารหาญ ทั้งที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ และความเจ็บป่วยจากไข้ป่ามาลาเรีย
ยังจำได้ ถึงเสียงปืน ค. ลูกแรกที่หล่นมาในเขต อ. ขุนหาญ ดังสนั่นหวั่นไหว ในเช้าตรู่วันนั้น คนไข้ที่กำลังใส่น้ำเกลือ ดึงน้ำเกลือออก ขอกลับบ้าน บอกว่า "เสียงมันดังแถวบ้านผม"
ป.ใหญ่ ขณะนั้น นำรถปิ๊คอัพอำเภอ วิ่งเข้ามาขอกำลังหน่วยพยาบาลพร้อมทั้งแจ้งข่าว "ลงบ้านหนองผือ"
แทนที่จะกลัว เรา พยาบาล รพ.ขุนหาญ กรูกันขึ้นรถ ขอไปดูแลสถานที่เกิดเหตุ จนผู้อำนวยการโรงพยาบาล (ปัจจุบันคือ อาจารย์หมอประวิ อ่ำพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ) ต้องมาจัดอัตรากำลัง(ที่มีอยู่ไม่กี่คน) ให้บางส่วนไปกับท่านปลัด บางส่วน ต้องเตรียมวัสดุอุปกรณเพื่อรับผู้บาดเจ็บเมื่อมาถึงโรงพยาบาล
แน่ละ เรา รึจะยอมอยู ณ ที่ตั้ง !!
ภาพชาวบ้าน อพยพเคลื่อนย้ายครอบครัว สัตว์เลี้ยง สวนทางกับเส้นทางที่เรากำลังเข้าไป สร้างความตระหนก แต่ไม่ได้ทำให้เราเปลี่ยนความตั้งใจแต่อย่างใด
ที่บ้านหนองผือ ท่านปลัด ให้เราตั้งหน่วยรออยู่กลางชุมชน กระทั่งได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้านว่า มีเพียงหลุมระเบิดอยู่กลางทุ่งนา ไม่มีผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด
เรากลับมารอ ณ ที่ตั้ง โรงพยาบาล 10 เตียง เล็ก ๆ หากแต่พร้อมแล้ว กับภาระกิจอันยิ่งใหญ่
อีกไม่ถึง 2 ชั่วโมง เราเห็นรถทหารเปิดไฟโร่ วิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล ด้วยความดีใจสุดขีด เราวิ่งออกไปหน้าโรงพยาบาล โบกไม้โบกมือให้กับพวกเค้า "มีคนมาช่วยเราแล้ว" และทุก ๆ คนในโรงพยาบาล ทั้งคนหมอ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล คนไข้และญาติ ต่างก็โบกไม้โบกมือ บ้างก็ปรบดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อบอกให้เค้ารู้ว่า พวกเราดีใจแค่ไหน....
...เรื่องราวเหล่านี้ ผ่านไป 20 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังประทับอยู่ในความรู้สึกของเรา เสมอ
ขอถือโอกาสนี้ คารวะดวงวิญญานทหารหาญทุกท่าน ที่พลีชีพเพื่อชาติและแผ่นดินเกิด ไม่ว่าจะในสมรภูมิรบใด ๆ ก็ตาม ทุกท่านล้วนสร้างคุณแก่แผ่นดินแล้ว เกียรติภูมิของทุก ๆ ท่านย่อมได้รับการกล่าวขานถึงมิเสื่อมคลายตราบนานเท่านาน
ข้อความนี้ เห็นทีไร ก็ต้องเตือนใจตัวเองทุกครั้ง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ไม่มีใครรู้ เรารู้ ไม่มีใครเห็น เรานี่แหละเห็น ไม่มีใครชม ก็จงชมตัวเองเถิด