สำหรับนักปั่นจักรยานที่มีความจริงจังและมุ่งหวังที่จะพัฒนาระดับความแข็งแกร่งไปอย่างถูกวิธีแล้ว Power meter ก็น่าจะถูกจัดไว้ใน Project ถัดไปอย่างไม่ต้องคาดเดากันให้วุ่นวายเลย แต่เพราะราคาค่าตัวของมันในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ล้วนแต่ทำให้หลายคนต้องกลับไปคิดใหม่ ก็อย่างที่รู้ๆกันดีอะนะ คงไม่ต้องสาธยาย
ใครจะไปคิดนะว่า เทคโนโลยี่ในการพัฒนาและผลิตpower meter มันจะก้าวหน้าไปเร็วมากขนาดนี้ มีการแตกยอดความคิดออกไปได้หลายแนวทาง ซึ่งจากเดิมจะเป็นการวัดกำลังที่ออกมาจากบริเวณcrankโดยตรง ( ผลรวมจากการออกแรงกระทำของขาทั้งสองข้าง ) หรือวัดจากดุมล้อหลัง ซึ่งเป็นผลผลิตสุดท้ายก่อนส่งออกไปยังล้อและยาง ก็มีการพัฒนารูปแบบในการวัดจากแกนบันไดทั้ง 2 ข้าง และบางรายก็วัดจากขาจานทั้ง 2 ข้าง
ทำไปทำมา ธุรกิจ power meter ก็เริ่มจะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น มีสินค้ารุ่นใหม่ๆที่ถูกพัฒนาและผลิตออกสู่ตลาดไม่หยุดหย่อน ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า จะทำอย่างไรให้ราคาย่อมเยาลงมาจนสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ที่ถือสัดส่วนในตลาดไว้ได้
การพัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถวัดแรงบิดตัวของขาจาน แล้วนำขาจานโลหะยี่ห้อที่ติดตลาดอยู่แล้วเช่น Shimano มาทำการดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวลงไป แถมยังติดตั้งลงบนขาจานด้านซ้ายเพียงด้านเดียว ( ง่ายต่อการดัดแปลง ไม่ต้องห่วงเรื่องใบจาน โซ่ ที่จะพบเวลาที่ทำกับขาจานด้านขวา ) ทำให้สามารถตั้งราคาขายแข่งกับคู่แข่งรายเก่าได้อย่างสบายๆ เพราะไม่ต้องลงทุนพัฒนาผลิตขาจานของตัวเองขึ้นมา ค่าที่วัดได้ก็คูณด้วย 2 ซึ่งก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถเทียบเคียงใช้ประกอบการฝึกได้ดีเช่นกัน
วิธีการคิดแบบนี้ ดูเหมือนว่า Stages power จะเป็นผู้ผลิตขึ้นมาเป็นรายแรกๆ ดูแล้วก็น่าจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจต่อผู้ผลิตรายเดิม เช่น Rotor power ที่เดิมผลิต power meter ที่วัดจากขาจาน 2 ข้าง ก็มาผลิต Rotor Power LT และ Rotor InPower แม้แต่ Garmin ที่เคยผลิต Garmin Vector ที่วัดจากแกนบันได 2 ข้าง ก็มาผลิต Garmin Vector S ที่วัดจากแกนบันไดเพียงข้างเดียว
แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถตอบโจทย์เรื่องราคาให้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้ อีกทั้งการวัดจากขาเพียงข้างเดียวแล้วเอามาคูณ 2 นั้น ก็ยังมีสิ่งที่ยังถกเถียงกันอยู่พอสมควร
**************************************************************************************************

4iiii innovations inc. เป็นผู้ผลิตอีกรายหนึ่ง ที่ได้กระโดดเข้ามาร่วมวังวนแห่งทะเลสีเลือดอันนี้ ด้วยการพัฒนาPower meter ในชื่อว่า PRECISION Power meter ภายใต้เงื่อนไขในเรื่องของราคาที่น่าสนใจเอามากๆ และยังพัฒนาsoftware และ firmware เพื่อแก้ในเรื่องที่ถกเถียงกันเกี่ยวกับการวัดpowerจากขาจานเพียงข้างเดียว
ดูภายนอกแล้ว 4iiii Precision มีความละม้ายคล้ายคลึงกับ Stages power อยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่เป็นแบบที่เข้าใจ เพราะตัวpower meter จริงๆนั้น ก็คือ ก้อนดำๆขนาด 8mm x 38mm x 29mm กับน้ำหนักตัว 9 gm เท่านั้น เท่านั้นจริงๆ (รวม Battery CR-2032 ที่หนักเพียง 3gm ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ) โดยเจ้าก้อนดำๆนี้ ถูกวางแปะและยึดอยู่บนขาจานด้านซ้ายด้วยกาวอีปอกซี่เรซิน ซึ่งในช่วงพัฒนาแรกๆนั้น ผู้ผลิตยังแนะนำวิธีการและอุปกรณ์ในการติดตั้งให้ผู้ใช้สามารถซื้อไปติดตั้งได้เอง ซึ่ง DC rainmaker เจ้าสำนักทดสอบอุปกรณ์ชื่อดังก็เคยเอามาเผยแพร่มาแล้ว

ภาพจาก http://media.dcrainmaker.com/images/201 ... G_6798.jpg
ในระยะหลัง ผู้ผลิตคงจะมองเห็นว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องง่ายนักสำหรับจะให้ผู้ใช้งานทำการติดตั้งเอง เพราะสิ่งที่กังวลก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความแม่นยำ หรือ Accuracy ที่หลายๆคนห่วงกันนั่นเอง
ทาง 4iiii จึงตอบโจทย์ผู้ซื้อด้วยการเสนอ Option ให้ 2 ทาง โดยในระยะแรก ผู้ซื้อจะต้องส่งขาจานด้านซ้ายไปให้ทาง 4iiii ทำการติดตั้งตัว PRECISION และทำการ Calibrate ก่อนจะส่งกลับมายังผู้ซื้อ ซึ่งถ้าจากบ้านเรา ไป-กลับก็คงจะประมาณ 1 เดือน ส่วนอีกแนวทางหนึ่งซึ่งก็คงจะเริ่มในระยะเวลาข้างหน้า ก็คือ ขายขาจานพร้อมใช้ที่ติดตั้ง PRECISION มาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในระยะแรกจะมีเฉพาะ Shimano 105 , Ultegra , Dura Ace ความยาว 165 ,170 ,172.5 และ 175mm
แล้วถ้าหากว่ามีตัวแทนนำเข้าในบ้านเรา ที่จำหน่ายขาที่พร้อมใช้ได้เลย หรือ รับเป็นธุระจัดส่งขาไปให้ทาง 4iiii ติดตั้งให้หละ ชีวิตน่าจะง่ายกว่านี้นะ
สัปดาห์ก่อน คุณgiro ได้ชักชวนให้ผมไปพบกับผู้นำเข้า PRECISION power meter คุยกันไปคุยกันมา อ้าวมันมาอยู่ในมือผมแล้ว บอกก่อนว่า ถ้าผมเขียนreview อะไรสักอย่าง ผมไม่เขียนเฉพาะเรื่องดีๆเพียงอย่างเดียวนะ อะไรไม่ดีก็ต้องเขียนออกไปด้วย ซึ่งก็คงเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
PRECISION ตัวนี้ถูกติดตั้งอยู่บนขาจาน Dura Ace FC-9000 ขาซ้ายเพียงขาเดียว ( ทราบมาว่า แบบ 2 ขา ที่วัดขาขวารวมกับขาซ้าย พร้อมfunctionอะไรอีกมากมาย เช่น balance ฯลฯ กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา และคงอีกไม่นาน ) น้ำหนักเบาหวิวสมกับเป็นขา Dura Ace ก็อย่างที่บอกไงครับ มันงอกมาอีกแค่ 9 gm เท่านั้น การติดตั้งก็แสนจะง่ายดาย ใส่แบตเตอรี่ลงไปให้เรียบร้อย รื้อขาจานเดิมออกมาจากเฟรม แล้วใส่ขาจาน Dura Ace ทั้งชุดเข้าไปแทน ( ขาซ้ายเดิมเก็บใส่กล่องเอาไว้แล้วกัน ในอนาคตอาจจะมีการรับเทรดขาจานซ้ายแลกกับขาจานที่ติดตั้งPRECISIONมาแล้วก็เป็นไปได้นะครับ )

มองจากด้านบนก็เห็นเพียงแค่นี้เอง ผู้ผลิตแนะนำว่า เฟรมที่ลงตัวกับ PRECISION จะต้องมีระยะฟรีระหว่างขาจานด้านซ้ายกับตะเกียบโซ่ด้านซ้ายอย่างน้อย 10mm ซึ่งสำหรับเฟรมส่วนใหญ่แล้ว ระยะเพียงเท่านี้ไม่น่าจะมีปัญหาเลย
PRECISION สามารถสื่อสารกับ Head Unit อย่าง Garmin ผ่านทางระบบ ANT+ และยังสามารถสื่อสารกับ SmartPhone ผ่านทาง Bluetooth smart ได้อีกด้วย
ส่วนการเชื่อมต่อผ่านทาง ANT+ นั้น ผมใช้ Garmin EDGE 810 US versionเป็นตัวเชื่อมต่อ
PRECISION ก็เหมือนกับ power meter ทั่วไปที่จะต้องมีตัววัดรอบเพื่อมาเป็นตัวตั้งสำหรับคูณกับค่าtorqueที่วัดได้ เพือให้แสดงผลออกมาเป็นค่า วัตต์ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งเซนเซอร์วัดรอบขาเพิ่มขึ้นมาให้วุ่นวาย
PRECISION ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับไหลง่ายๆด้วยการหมุนบันไดปั่นล้อสัก 3-4 รอบ แล้วสั่งให้ Garminทำการค้นหา เราสามารถทำการ Calibration ( ซึ่งจริงๆต้องเรียกว่า Zero ) ผ่านทางGarmin ได้ง่ายๆด้วยวิธีที่ทำกับpower meter ทั่วไป แต่ค่าที่แสดงออกมาจะเป็นตัวเลข 2 ชุด สลับกันไปมา ( ชุดแรก จะมีค่า 4000 - 15000 , ชุดที่สอง จะมีค่า 15000 -25000 ซึ่งถ้ามีค่าอยู่ในช่วงที่แจ้งไว้ ก็แปลว่า สุขภาพของมันยังปกติดี )

ขั้นตอนในการCalibrateที่สำคัญก็คือ ก่อนจะcalibration ควรจะขี่หรือปั่นจักรยานไปก่อนสัก 1-4นาที ระวังอุณหภูมิที่แกว่งในขณะทำcalibration และจะต้องจัดตำแหน่งของขาจานด้านซ้ายทำมุม 6 นาฬิกา
ครับแน่นอนนะครับ ก่อนใช้ทุกครั้งก็จะต้องทำการZero เสมอ จึงจะแสดงผลที่ถูกต้องและแม่นยำ
สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจ้า PRECISION ก็คือ มันสามารถเชื่อมต่อกับ smart phone ด้วยระบบ BlueTooth smart ผ่าน application ที่ทำมาโดยเฉพาะ ทั้ง iOS และ Android
สำหรับค่าย iOS นั้น ให้เข้าไปที่ App store ( สำหรับ iPad ให้เลือกไปที่ for iPhone Only ) แล้ว search : 4iiii innovations inc. แล้วเลือก 4iiii ซึ่ง App ตัวนี้เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงค่า workout ซึ่งจะแสดงค่าวัตต์ รอบขา ความเร็ว(จากGPSของsmartphone) ฯลฯ การupdateต่างๆ รวมไปถึงการcalibration และset up บางอย่างที่คุณคิดไม่ถึงอีกด้วย
( ขออภัยสำหรับชาว Android นะครับ ผมเป็นติ่ง Apple )
หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็เปิด 4iiii แล้วเลือกไปที่ menu

เลือกที่ PRECISION Configuration

ปลุกเจ้า PRECISION ให้ตื่นด้วยการปั่นขาจาน หรือ จะปั่นจักรยานเล่นสักพักหนึ่งก็ดีนะครับ แล้วสั่งให้search


เจอซะที ( บอกตรงๆว่า ผมไม่ค่อยถูกชะตากับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth กับ smartphone ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ iPad เลย บทมันจะเรื่องมาก มันก็เรื่องมากจริงๆ ) เอานิ้วจิ้มเข้าไปเลย


สิ่งที่ผมชอบมากก็คือ มันจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะต้องรู้ และบ่อยครั้งที่Garminเองไม่บอกรายละเอียดอะไรให้เรารู้มากมายเลย อย่างน้อยมันก็บอกระดับเปอร์เซนต์ของแบตเตอรี่ให้เราอย่างละเอียด , อายุแบตเตอรี่ ใช้งานได้ประมาณ 100 ชม. สิ่งที่ผู้ผลิตแนะนำคือ ให้เปลี่ยนชื่อ Device name จาก Precision เป็นอะไรก็ได้ที่ชอบ เขาบอกว่ามันจะช่วยให้ครั้งหน้าสามารถเชื่อมต่อได้เร็วขึ้น ( ก่อนเปลี่ยนชื่อนี่ fail to connect อยู่หลายครั้งทีเดียว ถึงกับต้อง forget device แล้วหาและเชื่อมต่อใหม่ )
แน่นอนครับ มันสามารถสั่ง upgrade Software ( ก็ Firmware นั่นแหละ ) ผ่านทางช่องทางนี้ได้เลยครับ ( ตัวนี้ล่าสุดแล้ว ) และเมื่อเราคลิกเข้าไปที่ Advanced config กัน

เราจะเจอสิ่งที่จะทำให้เราเลิกถกเถียงกันว่า วัดขาซ้ายขาเดียวแล้วคูณ2 มันจะแม่นได้อย่างไร ในเมื่อขาซ้าย : ขาขวานั้น ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะสามารถทำ balance ได้ 50% : 50% กันหรอกนะ
เจ้า App ตัวนี้ก็เลยมีคำสั่ง Scale factor ซึ่งเป็นตัวเซทค่าวัตต์ที่อ่านออกมาให้เป็นค่าที่ใกล้เคียงความถูกต้องที่สุด
แต่ท่านจะต้องทราบก่อนว่า กำลังของขาซ้าย : ขาขวานั้น แท้จริงแล้วเป็นเท่าไหร่ ซึ่งอันที่จริงอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่หลายคนจะทราบได้ ผมเองนั้นมีกำลังขาซ้าย : ขาขวา ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 50% : 50% หรือ 49% : 51% อยู่บ่อยๆ ( วัดจาก Power2Max type S ) ผมจึงไม่จำเป็นต้องไปตั้งค่า Scale factor ใหม่ คงค่าไว้ที่ 1.000 ตามเดิม
แต่สำหรับคนที่เคยไปทำ fitting มา ร้านfittingที่ได้มาตรฐาน จะใช้โปรแกรม SpinScan ทำการวัดpattern ของการปั่น รวมไปถึง balance ของขา 2 ข้าง สำหรับคนที่ปั่นยังไงๆก็ไม่ได้ 50% : 50% ซะที เผลอเมื่อไหร่ หรือ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ คือ ปั่นโดยไม่มองจอคอมพ์ ไม่ฝืน ค่าก็ได้ก็จะเป็นตามธรรมชาติ เช่น อ่านได้ 45% : 55%
แบบนี้ก็แปลว่า ขาซ้ายอ่อนแอกว่าขาขวา ถ้าหากไม่สามารถแก้ค่าได้ แน่นอนครับ Powerที่ได้จากการคูณ 2 ก็จะมีค่าเพียง 90%ของค่าที่ถูกต้อง แต่สำหรับ 4iiii เราสามารถสร้างคาบแก้ได้ โดย ใช้ 50 หารด้วย 45 ( มันคือการ แปลงค่าที่ได้จากด้านซ้าย ให้กลายเป็น50% ) ซึ่งจะมีค่าเท่ากับ 1.111 เราก็กรอกตัวเลข 1.111 เข้าไปแทนที่ 1.000 แล้วสั่ง Save ซะ คำสั่งนี้จะไป set up เจ้า PRECISION เสียใหม่ โดยจะสั่งใหัมันทำการคูณค่าวัตต์ที่วัดออกมาด้วย 1.111 เสียก่อน แล้วส่งค่าที่คูณไปแล้วนี้ออกไปให้ HeadUnit แสดงผล
ดังนั้น ค่าที่แสดงผลจริงๆ จึงมีความถูกต้องยิ่งขึ้น
ส่วนการ Zero นั้น ก็มีค่าเท่ากับการสั่ง Calibrate จาก Garmin เช่นกัน วิธีการก็เหมือนๆกัน ปั่นมันแล้วก็เอาขาจานด้านซ้ายทำมุม 6นาฬิกา แล้วกด Zero เมื่อสำเร็จมันก็จะมีข้อความแจ้งให้ทราบ
สิ่งที่น่าประทับใจก็คือ คำสั่ง Compare Factory Calibration ซึ่งจะแสดงผลตามข้างล่าง

สิ่งที่ผมชอบมากคือ มันจะบอกเลยว่า ค่าที่ทำ zero มามันเริ่มจะเพี้ยนแล้วหรือยัง ถ้ามันไม่ตรงกัน ก็ให้กด Restore ค่าจากโรงงานใส่เข้าไปซะ
*****************************************************************************************
สำหรับตัวเป็นๆของเจ้า PRECISION สามารถพบได้ในงาน International Bangkok Bike 2016 ในระหว่างวันที่ 28 เมย. - 1 พค. 2559 ที่อิมแพค เมืองทองธานี
สำหรับผลการใช้งานจริงๆของเจ้า PRECISION ผมจะเขียนถัดลงไปในความเห็นแรกนะให้รออ่านในสัปดาห์หน้านะครับ วันอาทิตย์นี้ผมจะเอาไปทดสอบการใช้งานนอกสถานที่ หลังจากที่ได้ลองใช้งานในสถานที่เทียบกับ CompuTrainer Lab version ไปเรียบร้อยแล้ว แล้วจะมาเขียนให้อ่านกันนะครับ
ปล.
โปรดอย่าถามว่า ใครนำเข้า ไปรู้กันในงานก็แล้วกัน
ราคาชุดที่เป็นขาจาน 105 ซึ่งถือว่าประหยัดที่สุดนั้น มันทำให้คุณอยากจะจ่ายเงินในทันที ( ถ้าคุณมีเงินอยู่ ) เพราะมันจะเป็น Power Meter ที่วัดจากขาซ้ายเพียงข้างเดียวที่ราคาประหยัดมากๆ อาจจะถึงกับเรียกว่า”ที่สุด”ในขณะนี้ก็เป็นได้
พบตัวจริงและราคาในงานแสดงนะครับ[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 753658.jpg[/homeimg]