แม่เหียะ สะเมิง แม่ริม ปั่นไต่เขา ท่ามกลางสายหมอก
โพสต์: 17 ม.ค. 2010, 19:07
แม่เหียะ สะเมิง แม่ริม ปั่นไต่เขา ท่ามกลางสายหมอก
ทริปนี้ เป็นทริปที่ได้รับคำชวนจากน้องหมินไปปั่นเส้นทางนี้กัน ซึ่งเส้นทางสายนี้ หากเป็นนักปั่นในเชียงใหม่ที่ชอบทำการปั่นไต่เขาแล้ว คงจะรู้ดีว่าสนุกสนานเพียงไหน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่เริ่มต้นจากแม่เหียะ หรือ เส้นทางที่เริ่มต้นจากแม่ริมก็ตาม
แล้วสองเส้นทางนี้ต่างกันไหม แน่นอนครับ ย่อมแตกต่างกันแน่นอน หากปั่นจากทางแม่เหียะ รูปแบบการปั่นจะเป็นการปั่นแบบขึ้นดอยยาวๆๆๆๆๆๆ ไต่ขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดชมวิวที่เป็นเก๋งหลังคาสีแดงนั่นละครับ ถึงจะได้ลงเขา แต่หากปั่นจากแม่ริม ก็จะเป็นการปั่นขึ้นเขาแบบชันดิก แต่ไม่ยาวเท่าเส้นแรก โดยเฉพาะโค้งที่เรียกว่าเจ็ดพับที่เลื่องชื่อในความชันของการปั่นไต่เขา
พวกเรานัดรวมพลกัน 6.00 น. หน้าตลาดแม่เหียะ กว่าจะรวบรวมคนครบก็ประมาณ 6.30 น. ถึงจะได้ออกปั่น วันนี้มีพี่สง่า พาลูกสาว กับ ลูกชาย มาร่วมปั่นด้วย (ซึ่งทำให้ผมนึกในใจว่า งานนี้ตรูได้ปิดท้ายขบวนอย่างแน่นอน เพราะแต่ละคนปั่นดีกว่าผมทั้งนั้น)
วันนี้อากาศดีสำหรับการปั่นจักรยาน แต่ย่ำแย่เอามากๆ สำหรับการจะถ่ายรูป เพราะมีแต่หมอกครับ แสงแดดไม่มีเอาเลย เลยทำให้ภาพจากการเดินทางคราวนี้ของผมค่อนข้างน้อยมาก สาเหตุแรกก็เป็นจากที่บอกมาข้างต้น ส่วนอันที่สองคือ หากมัวแต่ถ่ายรูป ก็จะทำให้กลุ่มที่นำหน้าต้องรอนาน ซึ่งคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักที่จะต้องให้คนอื่นมารอเราเพราะอารมณ์ศิลปินของตัวผม
ช่วงแรกของการปั่นจากตลาดแม่เหียะ ผ่าน พืชสวนโลก จนออกมาถึงทางแยกเลี้ยวขวา เพื่อจะไปสะเมิง ทางสบายๆ ครับ ต่อจากนั้นประมาณสัก 5 กิโลฯ ก็เรียบๆ แต่หลังจากนั้นครับ ระยะทางเกือบ 30 กิโล เป็นการปั่นไต่เขาอย่างเดียว ค่อยๆ ปั่น ค่อยๆ ไต่
การกลับมาปั่นครั้งนี้ของผม ค่อนข้างจะปั่นได้ดีกว่าเดิมมาก เรื่องเข็นรถไม่ใช่ประเด็นที่ผมคิดว่าจะปั่นดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่ผมเห็นว่าผมน่าจะปั่นได้ดีกว่าแต่ก่อนคือ ผมสามารถจัดการกับระบบการหายใจได้ดีกว่าคราวที่แล้ว (คราวที่แล้วต้องมานอนแผ่สองสลึงที่ “ศาลาสายลมจอย” กับลุงหนั่น ซะตั้งนาน)
ส่วนคนอื่นๆ นั้น คงไม่ต้องห่วงครับ เพราะแต่ละคนนั้น เป๊กๆ ทั้งน้าน ปั่นลิ่วๆ ไปรอผมข้างหน้าตลอด เดี๋ยวคงต้องรอท่านอื่นมาเขียนบ้างว่าเป็นอย่างไร
แต่ทริปนี้ ที่ผมต้องขอปรบมือให้ดังๆ คือ พี่นง ซึ่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพิ่งไปร่วงที่บ้านแม่กำปอง จนต้องเย็บแผลถึง 6 เข็ม แถมแว่นตาก็มาพังอีก ยังมาลุยในทริปนี้ครับ พี่เขาบอกว่า แค่นี้เล็กน้อย สบายมาก (โห พี่ เป็นผมนี่ขอพักซักสองอาทิตย์แล้ว)
เอาละครับ มาดูรูปจากกล้องผมกันครับ ว่าใครเป็นใครกันบ้าง
ทริปนี้ เป็นทริปที่ได้รับคำชวนจากน้องหมินไปปั่นเส้นทางนี้กัน ซึ่งเส้นทางสายนี้ หากเป็นนักปั่นในเชียงใหม่ที่ชอบทำการปั่นไต่เขาแล้ว คงจะรู้ดีว่าสนุกสนานเพียงไหน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่เริ่มต้นจากแม่เหียะ หรือ เส้นทางที่เริ่มต้นจากแม่ริมก็ตาม
แล้วสองเส้นทางนี้ต่างกันไหม แน่นอนครับ ย่อมแตกต่างกันแน่นอน หากปั่นจากทางแม่เหียะ รูปแบบการปั่นจะเป็นการปั่นแบบขึ้นดอยยาวๆๆๆๆๆๆ ไต่ขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดชมวิวที่เป็นเก๋งหลังคาสีแดงนั่นละครับ ถึงจะได้ลงเขา แต่หากปั่นจากแม่ริม ก็จะเป็นการปั่นขึ้นเขาแบบชันดิก แต่ไม่ยาวเท่าเส้นแรก โดยเฉพาะโค้งที่เรียกว่าเจ็ดพับที่เลื่องชื่อในความชันของการปั่นไต่เขา
พวกเรานัดรวมพลกัน 6.00 น. หน้าตลาดแม่เหียะ กว่าจะรวบรวมคนครบก็ประมาณ 6.30 น. ถึงจะได้ออกปั่น วันนี้มีพี่สง่า พาลูกสาว กับ ลูกชาย มาร่วมปั่นด้วย (ซึ่งทำให้ผมนึกในใจว่า งานนี้ตรูได้ปิดท้ายขบวนอย่างแน่นอน เพราะแต่ละคนปั่นดีกว่าผมทั้งนั้น)
วันนี้อากาศดีสำหรับการปั่นจักรยาน แต่ย่ำแย่เอามากๆ สำหรับการจะถ่ายรูป เพราะมีแต่หมอกครับ แสงแดดไม่มีเอาเลย เลยทำให้ภาพจากการเดินทางคราวนี้ของผมค่อนข้างน้อยมาก สาเหตุแรกก็เป็นจากที่บอกมาข้างต้น ส่วนอันที่สองคือ หากมัวแต่ถ่ายรูป ก็จะทำให้กลุ่มที่นำหน้าต้องรอนาน ซึ่งคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักที่จะต้องให้คนอื่นมารอเราเพราะอารมณ์ศิลปินของตัวผม
ช่วงแรกของการปั่นจากตลาดแม่เหียะ ผ่าน พืชสวนโลก จนออกมาถึงทางแยกเลี้ยวขวา เพื่อจะไปสะเมิง ทางสบายๆ ครับ ต่อจากนั้นประมาณสัก 5 กิโลฯ ก็เรียบๆ แต่หลังจากนั้นครับ ระยะทางเกือบ 30 กิโล เป็นการปั่นไต่เขาอย่างเดียว ค่อยๆ ปั่น ค่อยๆ ไต่
การกลับมาปั่นครั้งนี้ของผม ค่อนข้างจะปั่นได้ดีกว่าเดิมมาก เรื่องเข็นรถไม่ใช่ประเด็นที่ผมคิดว่าจะปั่นดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่ผมเห็นว่าผมน่าจะปั่นได้ดีกว่าแต่ก่อนคือ ผมสามารถจัดการกับระบบการหายใจได้ดีกว่าคราวที่แล้ว (คราวที่แล้วต้องมานอนแผ่สองสลึงที่ “ศาลาสายลมจอย” กับลุงหนั่น ซะตั้งนาน)
ส่วนคนอื่นๆ นั้น คงไม่ต้องห่วงครับ เพราะแต่ละคนนั้น เป๊กๆ ทั้งน้าน ปั่นลิ่วๆ ไปรอผมข้างหน้าตลอด เดี๋ยวคงต้องรอท่านอื่นมาเขียนบ้างว่าเป็นอย่างไร
แต่ทริปนี้ ที่ผมต้องขอปรบมือให้ดังๆ คือ พี่นง ซึ่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพิ่งไปร่วงที่บ้านแม่กำปอง จนต้องเย็บแผลถึง 6 เข็ม แถมแว่นตาก็มาพังอีก ยังมาลุยในทริปนี้ครับ พี่เขาบอกว่า แค่นี้เล็กน้อย สบายมาก (โห พี่ เป็นผมนี่ขอพักซักสองอาทิตย์แล้ว)
เอาละครับ มาดูรูปจากกล้องผมกันครับ ว่าใครเป็นใครกันบ้าง






















