โป่งแยง กับ การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ
โพสต์: 16 ม.ค. 2010, 13:27
การเดินทางสู่โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ผมได้มีโอกาสเดินทางไปโป่งแยงครั้งแรกก็ช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา โดยเป็นการปั่นจากทาง ม้งลอร์ด อ้อมมาลงทางโป่งแยง จากนั้นก็ยังไม่ได้มีโอกาสที่จะได้ไปอีกเลย
วันนี้ก็เลยวางแผนว่าจะปั่นคนเดียวขึ้นไปโป่งแยง โดยจะขึ้นทาง บริษัทน้ำดื่มออร่า ซึ่งเลื่องชื่อว่าเป็นทางที่ชันนักหนา ซึ่งก็นับว่าไม่ผิดหวังกับการเดินทางครับ เพราะพอปั่นจากเชียงใหม่ออกมาเรื่อยๆ จนมาถึงน้ำตกแม่สา ก็เป็นการปั่นขึ้นเขาระดับชันๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะตั้งแต่เลี้ยวซ้ายเพื่อขึ้นมาโป่งแยง ชันดิกๆๆๆๆ จนล้อหน้าลอยไปก็หลายครั้ง แต่ก็กระดุ๊บกระดิ๊บจนสำเร็จจนได้ ผมดูไมล์ที่จับเวลาแล้ว ตอนขาไปจากเชียงใหม่ โดยนับจากประตูท่าแพ มาถึง บนยอดของโป่งแยง ใช้เวลาไป 3.20 ชม. แต่ตอนขากลับ ใช้เวลาอย่างรวดเร็วคือ 1.20 ชม. ระยะทางรวมทั้งหมดไปกลับ 78 km
ทริปนี้เป็นทริปยืดเส้นยืดสายครับ ไม่มีอะไรยากมากนัก เหมาะสำหรับคนที่อยากจะฝึกทดสอบการปั่นขึ้นภูเขาสูงๆ
แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ผมตั้งใจว่าอาทิตย์หน้าจะปั่นมากางเต็นท์นอนอีกครั้ง เพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ยามเย็น เนื่องจากมีหลายจุดที่ไม่สามารถถ่ายได้เนื่องจากทิศทางของแสงไม่อำนวย แต่ คงจะต้องพับไว้ก่อนละครับ เพราะผมทราบราคากางเต็นท์ของที่นี่แล้ว จัดในระดับ สยองขวัญ เลย ราคาสำหรับเต็นท์สองคนนอน 800 บาท ต่อวัน ราคาเต็นท์ขนาด 4 คนนอน 1,200 บาท ต่อวัน และ ถ้าเต็นท์ใหญ่กว่านั้น 1,600 บาทต่อวัน (ราคานี้ไม่รวมค่าอาหารนะครับ) ตอนได้ยินนี่ตกใจเลย คิดว่านี่มันแพงพอๆ กับโรงแรมระดับ 4 ดาวเลยนะน้านนะ แต่ผมคนนึง คงจะไม่นอนอ่ะครับ เพราะมานอนเชียงใหม่ น่าจะดีกว่าและถูกกว่าเยอะ
มาเส้นนี้มีสวนกล้วยไม้เยอะเลยครับ กำลังออกดอกกันอย่างสวยงาม มีอยู่ที่หนึ่งเขาจัดแสดงกล้วยไม้ประเภท ช้าง เอาไว้ ผมเลยถือโอกาสแวะเข้าไปชมและถ่ายภาพสวยๆ มาเผื่อ เพราะปีหนึ่งจะมีโอกาสได้เห็นดอกกล้วยไม้จากประเภท ช้าง ก็ช่วงนี้ละครับ พอหมดเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะโรยแล้ว ตอนนี้หากใครมีโอกาสมาก็น่าจะแวะมาชมดอกจริงๆ นะครับ ค่าเข้าชมก็เพียง 30 บาทเท่านั้น
มาดูรูปที่ผมถ่ายจากการเดินทางคราวนี้กันครับ
ผมได้มีโอกาสเดินทางไปโป่งแยงครั้งแรกก็ช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา โดยเป็นการปั่นจากทาง ม้งลอร์ด อ้อมมาลงทางโป่งแยง จากนั้นก็ยังไม่ได้มีโอกาสที่จะได้ไปอีกเลย
วันนี้ก็เลยวางแผนว่าจะปั่นคนเดียวขึ้นไปโป่งแยง โดยจะขึ้นทาง บริษัทน้ำดื่มออร่า ซึ่งเลื่องชื่อว่าเป็นทางที่ชันนักหนา ซึ่งก็นับว่าไม่ผิดหวังกับการเดินทางครับ เพราะพอปั่นจากเชียงใหม่ออกมาเรื่อยๆ จนมาถึงน้ำตกแม่สา ก็เป็นการปั่นขึ้นเขาระดับชันๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะตั้งแต่เลี้ยวซ้ายเพื่อขึ้นมาโป่งแยง ชันดิกๆๆๆๆ จนล้อหน้าลอยไปก็หลายครั้ง แต่ก็กระดุ๊บกระดิ๊บจนสำเร็จจนได้ ผมดูไมล์ที่จับเวลาแล้ว ตอนขาไปจากเชียงใหม่ โดยนับจากประตูท่าแพ มาถึง บนยอดของโป่งแยง ใช้เวลาไป 3.20 ชม. แต่ตอนขากลับ ใช้เวลาอย่างรวดเร็วคือ 1.20 ชม. ระยะทางรวมทั้งหมดไปกลับ 78 km
ทริปนี้เป็นทริปยืดเส้นยืดสายครับ ไม่มีอะไรยากมากนัก เหมาะสำหรับคนที่อยากจะฝึกทดสอบการปั่นขึ้นภูเขาสูงๆ
แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ผมตั้งใจว่าอาทิตย์หน้าจะปั่นมากางเต็นท์นอนอีกครั้ง เพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ยามเย็น เนื่องจากมีหลายจุดที่ไม่สามารถถ่ายได้เนื่องจากทิศทางของแสงไม่อำนวย แต่ คงจะต้องพับไว้ก่อนละครับ เพราะผมทราบราคากางเต็นท์ของที่นี่แล้ว จัดในระดับ สยองขวัญ เลย ราคาสำหรับเต็นท์สองคนนอน 800 บาท ต่อวัน ราคาเต็นท์ขนาด 4 คนนอน 1,200 บาท ต่อวัน และ ถ้าเต็นท์ใหญ่กว่านั้น 1,600 บาทต่อวัน (ราคานี้ไม่รวมค่าอาหารนะครับ) ตอนได้ยินนี่ตกใจเลย คิดว่านี่มันแพงพอๆ กับโรงแรมระดับ 4 ดาวเลยนะน้านนะ แต่ผมคนนึง คงจะไม่นอนอ่ะครับ เพราะมานอนเชียงใหม่ น่าจะดีกว่าและถูกกว่าเยอะ
มาเส้นนี้มีสวนกล้วยไม้เยอะเลยครับ กำลังออกดอกกันอย่างสวยงาม มีอยู่ที่หนึ่งเขาจัดแสดงกล้วยไม้ประเภท ช้าง เอาไว้ ผมเลยถือโอกาสแวะเข้าไปชมและถ่ายภาพสวยๆ มาเผื่อ เพราะปีหนึ่งจะมีโอกาสได้เห็นดอกกล้วยไม้จากประเภท ช้าง ก็ช่วงนี้ละครับ พอหมดเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะโรยแล้ว ตอนนี้หากใครมีโอกาสมาก็น่าจะแวะมาชมดอกจริงๆ นะครับ ค่าเข้าชมก็เพียง 30 บาทเท่านั้น
มาดูรูปที่ผมถ่ายจากการเดินทางคราวนี้กันครับ























































