ย้อนอดีตกับ ฟิล ไวท์ กำเนิดเซอร์เวโล Director 's Cut

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

ย้อนอดีตกับ ฟิล ไวท์ กำเนิดเซอร์เวโล Director 's Cut

โพสต์ โดย giro »

ย้อนอดีตกับ ฟิล ไวท์ กำเนิดเซอร์เวโล
Thaimtb ฉบับ Director 's Cut
ตีพิมพ์ในนิตยสาร Cycling Plus Thailand ฉบับประจำเดือนมกราคม
โดย อภิคุปต์ ประสพทรัพย์


รูปภาพ

เซอร์เวโล (Cervelo)
จักรยานที่เป็นที่ยอมรับกันในหมู๋นักปั่นในด้านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสมรรถนะที่โดดเด่นในทุกๆรุ่น แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในจักรยานในฝันของใครหลายๆคน แต่จุดกำเนิดของจักรยานที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการพัฒนาการออกแบบจักรยานนี้ มาจากความฝันของชายหนุ่ม 2 คน ที่เริ่มต้นสร้างจักรยานขึ้นมาเพื่อให้เป็นจักรยานที่ดีที่สุดในโลกเมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว และวันนี้นิตยสารไซคลิ่งพลัสได้มีโอกาสพบกับ มร.ฟิล ไวท์ หนึ่งใน 2 ผู้ร่วมก่อตั้งจักรยานเซอร์เวโลแบบส่วนตัว เพื่อพานักอ่านทุกท่าน ย้อนเวลากลับไปสู่ก้าวแรกของการถือกำเนิด และเป็นพื้นฐานสำคัญของก้าวกระโดดอย่างมั่นคงสู่อนาคตอันรวดเร็วของจักรยานแบรนด์นี้นั่นเอง



รูปภาพ
Q ขอเริ่มคำถามแรกนะครับ ก่อนอื่นขอทราบพื้นเพของคุณฟิล ไวท์ ก่อนจะเริ่มสร้างเซอร์เวโลขึ้นมา
A ผมและเพื่อนในขณะนั้นเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทในด้านของวัสดุศาสตร์ เนื้อหาเกี่ยวกับวัสดุคอมโพสิตพวกคาร์บอนไฟเบอร์ และเป็นผู้จัดการโครงการเกี่ยวกับการออกแบบอากาศยานในอุตสาหกรรมอากาศยาน เน้นเนื้อหาไปทางด้านวิศวกรรมการออกแบบในเชิงของวัสดุ ผมและเพื่อนทำงานในห้องแล็บเกี่ยวกับคาร์บอนไฟเบอร์กัน



รูปภาพ
Q คุณเป็นนักจักรยานด้วยหรือเปล่าครับ
A คนส่วนใหญ่มักถามผมว่าเป็นนักจักรยานอาชีพหรือไม่ แต่อันที่จริงผมเป็นวิศวกรที่ขี่จักรยาน พวกเราขี่จักรยานเป็นงานอดิเรก ชอบการแข่งขันจักรยาน มีกลุ่มที่ขี่อย่างจริงจังด้วยกัน แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าสู่จักรยานอาชีพในแอนาดา (คุณฟิล ไวท์ เป็นชาวแคนาดา) และในทวีปอเมริกาเหนือในยุคนั้นก็ยังเข้าถึงกีฬาจักรยานได้ไม่ง่ายนัก การถ่ายทอดการแข่งต่างๆจากยุโรปยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน ผมใช้วิธีซื้อนิตยสารอ่านเอาจากยุโรป แต่เป็นเล่มเก่าอายุสามเดือนที่ลดราคา มันค่อนข้างยากที่จะไล่ตามข่าวสารและโลกของจักรยานจากยุโรปในสมัยนั้น กีฬายอดนิยมของอเมริกาเหนือก็มีแค่ฟุตบอล(อเมริกันฟุตบอล), เบสบอล และฮ็อคกี้ จักรยานไม่ใช่กีฬาหลักของกระแสที่จะหาชมได้ง่ายในแถวๆนั้น



Q ยุคนั้นยังไม่ใช่ยุคทองของจักรยานอเมริกาใช่มั้ยครับ
A ไม่เลย ยุคนั้นยังเป็นยุคของยุโรปเป็นหลัก เป็นยุคของมิเกล อินดูแรน และบียาร์น รีส ซึ่งประสบความสำเร็จสูงในช่วงนั้น เป็นช่วงที่น่าสนใจ และสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือเราเริ่มและได้รับความสนใจอย่างดีเยี่ยมจากตลาดไตรกีฬา ซึ่งเป็นตลาดที่เล็กและเฉพาะเจาะจงยิ่งกว่าจักรยาน ในปี ค.ศ.1997 ที่จักรยานของเราเริ่มเข้าสู่การแข่งโคน่า เป็นปีเดียวกับที่มีร้านจักรยานที่เน้นตลาดไตรกีฬาเปิดเป็นร้านแรกในซานดิอาโก้ด้วย เราเลือกตอบรับความต้องการของตลาดไตรกีฬาก็เพราะตลาดไตรกีฬาให้การต้อนรับแบรนด์ของเราดีเยี่ยม

ธรรมชาติของตลาดไตรกีฬาทุกคนต้องการความได้เปรียบในทุกอย่าง ดังนั้นทุกคนเปิดกว้างพร้อมที่จะลองสิ่งใหม่ๆ จักรยานแบบใหม่ๆ หมวกแบบใหม่ๆ ที่สามารถสร้างความได้เปรียบได้ ทำให้เราเป็นที่จับจามองในตลาดไตรกีฬาก่อนจะเริ่มเป็นที่สนใจในตลาดการแข่งขันจักรยาน


รูปภาพ

Q คนส่วนใหญ่มักจะพูดกันว่าเซอร์เวโลถึงจะไม่ได้เน้นทำจักรยานไตรกีฬาแต่ก็มุ่งตอบสนองนักไตรกีฬามากกว่า เป็นเช่นนั้นหรือเปล่าครับ

A เราไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นแบรนด์ของนักไตรฯ เราต้องการสร้างจัรกยานที่ทำให้ขี่ได้เร็วขึ้น ไปสอดคล้องกับสิ่งที่นักไตรกีฬาต้องการ เราได้รับความร่วมมือจากนักจักรยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการปั่นแบบไทม์ไทรอัลด้วยแต่นักจักรยานอาชีพส่วนมากมีสัญญากับแบรนด์จักรยานอยู่แล้ว เราเริ่มต้นการทำสัญญากับนักกีฬาด้วยนักไตรกีฬาก่อน แต่เราก็ไม่เคยมีแนวคิดว่าจะมุ่งการออกแบบจักรยานเพื่อไตรกีฬา เรายังอยู่กับแนวคิดการสร้างจักรยานที่เร็วกว่าที่เคยเป็นเท่านั้น ต่อมาเราจึงเซ็นต์สัญญาร่วมกับทีมของบิยาร์น รีส เพราะเราต่างต้องการพัฒนาจักรยานเพื่อทำให้นักจักรยานขี่ได้เร็วขึ้นตรงกัน ด้วยเน้นที่การออกแบบและวิศวกรรม เมื่อพิจารณาถึงการออกแบบให้รองรับ จะเห็นว่าเราไม่ได้เน้นจักรยานเพื่อนักไตรกีฬาเลย แต่เราทำจักรยานที่ทำให้ทุกคนขี่ได้เร็วขึ้น ไม่ได้เน้นไปที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง



รูปภาพ
Q ปีแรกๆของการก่อตั้ง มันต้องเป็นปีที่ยากลำบากแน่นอน คุณช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมครับว่ามันยากขนาดไหนที่จะเริ่มก่อตั้งบริษัทจักรยานขึ้นมา และมีเป้าหมายการขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกมาตั้งแต่ก่อตั้งเลยหรือเปล่าครับ?
A เราไม่ได้อยากเป็นบริษัทจักรยานระดับโลก แต่เราอยากทำจักรยานที่เร็วและดีที่สุดในโลก เราเชื่อว่าถ้าเราทำจักรยานที่ดีมากๆได้ ผู้คนจะเข้ามาหาเราเอง มันเป็นความฝันมากกว่า ฝันว่าเราจะสร้างจักรยานที่เร็วได้จริงๆ และฝันว่าคนจะให้การยอมรับมัน เข้ามาหาและซื้อมันไปขี่ เราไม่รู้ปัจจัยแวดล้อมของตลาดจักรยานในตอนนั้นเลย เราไม่รู้เรื่องกลไกการขายของอุตสาหกรรมจักรยานในเวลานั้น เราไม่ใช่นักแข่งอาชีพ เราไม่ใช่นักออกแบบจักรยานชื่อดังแบบศิลปินนักออกแบบชาวยุโรป เราไม่มีคอนเน็กชั่นในอุตสาหกรรมนี้เลย ในเวลานั้นเราเป็นเพียงคนหนุ่มที่มีความฝัน และมั่นใจว่าเราสามารถสร้างจักรยานที่ดีกว่าที่มีอยู่ได้ (หัวเราะ) เรามีเพื่อนและครอบครัวที่เชื่อและสนับสนุนเรา มีเพื่อนนักจักรยานท้องถิ่นที่พร้อมจะสนับสนุน เราร็จักกับนักแข่งอาชีพที่มาช่วยให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่

แม้แต่ครอบครัวที่สนับสนุนเรา ยังเคยบอกว่าพวกเราบ้าบิ่นมากที่มาทำแบบนี้ เค้าคงคิดว่าเราไม่ค่อยฉลาดนัก (หัวเราะ) พวกเค้าไม่ได้พูดออกมาหรอกนะ เค้ายังคงสนับสนุนเราดีมาก แต่คงกลังวลว่าเราจะไปได้รอดหรือไม่กับการก่อตั้งบริษัทจักรยานขึ้นมาในแคนาดาในเวลานั้น (หัวเราะ)

ในช่วง 3 ปีแรก (1995-1997) เราเป็นบริษัทที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัวมาก เรามีความเป็นบริษัทในเชิงแนวทางเท่านั้นแต่เราทำงานกันด้วยความฝันและความเชื่อมั่น เรามั่นใจใน 2 อย่างที่เรามีดี อันดับแรกคือวิศวกรรมของเรา และการตลาดที่เรามองเห็นจากการต้อนรับจักรยานของเรา การสื่อสารทางการตลาดของเราเรียบง่ายมากเราไม่ได้สร้างภาพการตลาดอะไรมากไกว่าบอกผู้คนว่าเรากำลังทำอะไร จักรยานของเรามาอย่างไร และเพราะอะไรมันถึงเป็นจักรยานที่ดีที่สุด เรามีระบบการทดสอบที่มากพอที่จะพิสูจน์ให้คนเห็นว่ามันดีจริง เราไม่ได้สร้างตัวเลขขึ้นมา เราไม่มีความลับของการวิจัยต่างๆในตอนนั้น เราเปิดเผยผลที่ได้ทั้งหมดให้คนได้เห็น และนั่นคือการทำให้คนเชื่อมั่นว่ามันเป็นจักรยานที่ดีจริงๆ เราไม่ต้องกังวลกับตลาดขนาดใหญ่มาก เมื่อเราทำมันได้ดี คนก็จะเข้ามาหาเราเอง

เราไม่ใช่บริษัทใหญ่โตอะไรเลย เราเป็นแค่คนสองคน ทำงานอยู่ชั้นใต้ดินของอพาร์ทเม็นท์ที่เราเช่าอยู่ด้วยกัน (หัวเราะ) เราทำงานในช่วงกลางวันที่เพื่อนๆเราออกไปแล้ว ทำงานกันในห้องใต้ดินและใช้เตาอบในห้องครัวนั่นแหละเป็นเครื่องมือในการอบวัสดุขึ้นรูปของเรา เราต้องทำงานให้เสร็จเร็วและทำความสะอาดให้หมดก่อนที่เพื่อนๆจะกลับมาและใช้ครัวโดยที่ไม่มีกลิ่นสารเคมีหลงเหลืออยู่ในนั้น (หัวเราะ)



รูปภาพ
Q แสดงว่าพวกคุณสร้างรถต้นแบบคันแรกด้วยมือของคุณเองเลยหรือครับ?
A ใช้แล้ว เราทำทุกๆขั้นตอนด้วยมือของเรา ในใต้ถุนตึกของเรา มันง่ายและสะดวกกว่าที่คิด เราทำไปอย่างช้าๆ ทุกอย่างทำด้วยมือทั้งหมด ขั้นตอนการผลิตด้วยวัสดุอุตสาหกรรมแต่ใช้งานฝีมือของเรา เช่นเดียวกับเวลาที่เราต้องทำแบบจำลองเพื่อเข้าสู่อุโมงค์ลม เราก็ทำต้นแบบมาด้วยมือของเราเอง ด้วยไม้อัด กาว และอุปกรณ์ง่ายๆ ก็สามารถสร้างแบบจำลองเพื่อกการพัฒนาได้แล้ว เพราะเรารู้ว่าเราไม่ได้มีทุนมากนัก ดังนั้นเราต้องทบทวนต้นทุนทุกอย่าง และรู้ว่าจ่ายลงไปเพื่อทำอะไร และเราภาคภูมิใจทุกครั้งที่ผลการทดสอบพิสูจน์ว่าทุกอย่างที่เราทำ ส่งผลให้ได้จักรยานที่ดีขึ้นเรื่อยๆอย่างที่ต้องการ

ในช่วง 5-6 ปีแรกของการก่อตั้ง (1995-2000) เราทำทุกอย่างแบบเรียบง่าย เงินเดือนแรกที่เราได้รับจากการทำเซอร์เวโลเริ่มต้นจ่ายหลังจากที่เริ่มลงมือทำไปแล้ว 4 ปี (หัวเราะ) เราใช้เวลา 4 ปีในการสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจของเรา ตลอดระยะเวลานั้นเรารู้ตัวตลอดว่าเรายังไม่แข็งแรงพอ เหมือนเราเป็นหนูตัวเล็กๆตัวหนึ่ง วิ่งงอยู๋ข้างๆช้างตัวใหญ่ที่หลับอยู่ ถ้าช้างรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเราก็จะลำบากอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงทุ่มเทกับช่วงเวลา 4 ปีแรกของเรามาก แม้กระทั่งผ่านไป 5-6 ปีเราก็ยังร็สึกหลอนตัวเองเสมอว่าเราพร้อมที่จะโดนคู่แข่งที่ใหญ่กว่าเข้ามาจัดการได้ทุกเมื่อ แต่การหลอนและหวาดระแวงนั่นเองที่ทำให้เรามีแรงผลักดันในการสร้างและพัฒนาต่อไปอย่างมั่นคงที่สุดในแนวทางของการสร้างนวัตกรรม มากกว่าการเชื่อในสิ่งที่มีและทำซ้ำๆให้ได้ผลสำเร็จเช่นเดิม แนวทางของบริษัทเราจึงเน้นที่การเป็นแบรนด์ที่ล้ำหน้าทางด้านการออกแบบอยู๋เสมอไม่ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่จักรยานของเราต้องดีกว่าที่มีอยู่ เมื่อเราสร้างจักรยานคันหนึ่งได้สำเร็จ ทันทีนั้นเราก็จะเริ่มทำการวิจัยพัฒนาคันใหม่ให้ดีกว่าเดิมให้ได้

เราเริ่มต้นการทำงานในมุมถนนเล็กๆของเมืองมอนทรีอัล ใกล้ๆกับร้านเบเกอรี่เล็กๆราคาย่อมเยา เราเป็นลูกค้าประจำขนมปังร้านนั้นในราคาแค่ 50 เซ็นต์ เรามีเนยถ่วและแยมกินเป็นอาหารหลักยามเช้า และมีอาหารค่ำที่หลากหลายด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต่างๆในแต่ละวัน ห้องที่เราเช่าอยู่กับเพื่อนก็ราคาไม่แพง เรามีมุมสำนักงานเล็กๆที่เอาไว้แลกเปลี่ยนกัน ทุกคืนเรานอนด้วยถุงนอนบนพื้น เช้าขึ้นมาก็ม้วนเก็บและจัดโต๊ะทำงานให้กลายเป็นโต๊ะประชุมสำหรับการออกแบบจักรยานของเรา ในเมื่อเรายังมีขนาดเล็กมาก เราต้องทำทุกอย่างให้น้อยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงจากรายจ่ายที่เกิดขึ้น เพราะเรายังไม่มีอนาคตที่มั่นคง



รูปภาพ
Q ในขณะนั้นคุณต้องออกจากงานประจำท่ทำมาเพื่อทำจักรยานนี้เป็นงานหลักเลยหรือเปล่าครับ?
A ในขณะนั้นเรายังเป็นนักศึกษาปริญญาโท เรามีงานพิเศษที่ทำอยู่และตัดสินใจเลิกทำงานพิเศษเพื่อทุ่มเวลาหลังเลิกเรียนมาทำจักรยานที่เราต้องการให้สำเร็จ ปีต่อมาผมต้องตัดสินใจเลือกทางเดือนเพียงอย่างเดียวว่าจะเรียนต่อให้สำเร็จ หรือจะทำบริษัทจักรยานอย่างจริงจังยิ่งกว่าเดิม ผมมีเงินเก็บไม่มากนัก ไม่มากพอที่จะทำทั้งสองอย่างได้ และผมตัดสินใจเลือกสร้างบริษัทจักรยานที่ผมฝันเอาไว้เพียงอย่างเดียว มันเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงมาก ผมเองก็ร็ดี



Q พูดง่ายๆในตอนนั้นพวกคุณเป็นคนไล่ล่าความฝันในสิ่งที่ทำอยู่ใช่มั้ยครับ?
A ใช่เลย ตอนนั้นมันเป็นแค่ฝันที่เราต้องการทำให้สำเร็จ ไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมนี้ ไม่คิดว่าจะสามารถแข่งขันขึ้นมากับคู่แข่งยักษ์ใหญ่จากยุโรปได้ เราก็แค่คิดว่าตอนนี้เราพร้อมและมีโอกาสที่จะทำจัรกยานที่ดีที่สุดให้คนขี่ได้แล้ว ก็ลงมือทำ เป็นวิถีทางตรงๆแบบไสตล์วิศวกรสองคนที่เชื่อในการออกแบบ วิทยาศาสตร์มันอยู่ทุกที่รอบๆตัวเรา เราแค่หยิบมาใช้ออกแบบจักรยานของเรา เราไม่ได้สร้างวิทยาศาสตร์ใหม่ขึ้นมา แค่รู้จักการดัดแปลงให้เหมาะสมกับจักรยานและกลายเป็นจุดเด่นเฉพาะทางของเรา
“เราจะสร้างเฉพาะจักรยานที่ทำให้ขี่ได้เร็วขึ้น” กลายเป็นแนวทางหลักของบริษัทเรา

และเมื่อเรามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนมากๆเราก็เดินไปได้ตรงทาง มันช่วยให้การตัดสินใจต่างๆในการพัฒนาทำได้ง่ายขึ้น ไม่เคยเกิดคำถามเลยว่าทำไมถึงทำแบบนั้นลงไป เรารู้ว่าเราทำทุกอย่างเพื่ออะไร และเมื่อเราทำได้ เราก็ต้องทำให้มันเข้าถึงได้ง่ายด้วย จักรยานที่ดีที่สุดต้องมีราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อมาได้ มีความคุ้มค่าสำหรับผู้บริโภค



รูปภาพ
Q มันคงใช้เวลานานกว่าที่จะประสบความสำเร็จ นานแค่ไหนครับกว่าที่จักรยานคันแรกจะผลิตออกขายได้จริงๆหลังจากที่ทำต้นแบบขึ้นมา?
A นี่เป็นคำถามที่คนมักจะถามผม เราเคยทดลองแนวคิดการออกแบบต่างๆมาเป็นระยะเวลานานทีละอย่างผ่านการทดสอบและทดลองต้นแบบมาจนแน่ใจในแนวทางการออกแบบอย่างชัดเจน ดังนั้นจากเวลาที่เสียไปในการออกแบบและพัฒนา เราใช้เวลาในการผลิตมันออกมาสู่ตลาดเร็วกว่าที่คนจะคาดคิด เมื่อไอเดียการออกแบบทั้งหมดมันค่อยๆตกผลึกผ่านการทดลองในส่วนต่างๆ วันหนึ่งทุกอย่างก็มารวมกันและกลายเป็นการออกแบบอย่างสมบูรณ์ในคันแรก มันอาจจะมาเองอย่างกะทันหันแต่เราร็ว่ามันผ่านกระบวนการวิเคราะห์มาอย่างละเอียดแล้วก่อนหน้านั้น มาร์ค แอนเดอร์สัน (ผู้คิดค้นวางรากฐานระบบ www ) ใช้เวลา 6 ปีกว่าที่จะได้ระบบเวลด์ไวด์เว็บขึ้นมา แต่หลังจากนั้นอินเทอร์เน็ทและระบบเว็บต่างๆใช้เวลาก้าวกระโดดพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผมและเพื่อนเราต่างมีข้อถกเถียงกันในแนวทางการออกแบบเพื่อให้ได้จักรยานที่ดี และลงตัวออกมาเป็นการแก้ปัญหาด้วยวิศวกรรม จากนั้นทุกอย่างก็ไปต่อตามกระบวนการเอง เราทั้งคู่ต่างชอบเรื่องของการออกแบบ เราชอบแนวทางมินิมอลลิสท์(Minimalist การออกแบบที่เรียบง่าย) เราชอบสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย เราชอบผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา รวมถึงศิลปะด้วย และเมื่อรวมเข้ากับพื้นฐานทางวิศวกรรม เรื่องของวัสดุศาสตร์ มันก็กลายเป็นหม้อตุ๋นใบใหญ่ที่เคี่ยวจนไอเดียเหล่านั้นผสมกันออกมาเป็นการออกแบบของเรา เรื่องที่ตลกในกระบวนการออกแบบก็คือบางครั้งเราถกเถียงกันอยู๋นาน แต่จริงๆสิ่งที่เราเถียงกันมันคือเรื่องเดียวกัน เรามีไอเดียเดียวกันแต่เรามาเถียงกันว่าจะออกแบบอย่างไร หลังจากนั้นทุกครั้งที่เรามีปัญหาในการออกแบบ มันมักจะจบได้เร็วเพราะเราคิดคล้ายๆกันและทำงานไปในทางเดียวกัน แต่บางครั้งเราก็หาข้อลงตัวในไอเดียที่ต่างกันไม่ได้นานเป็นสัปดาห์ แต่เราเคารพในความคิดของกันและกันและเชื่อว่าต่างต้องการให้จักรยานออกมาดีที่สุด ทำให้เมื่อเถียงกันไปนานๆกลายเป็นว่าเรากำลังปกป้องไอเดียของอีกคนอยู๋ว่ามันดีกว่าในที่สุด (หัวเราะ) เราโต้เถียงกันเยอะจนต้องทำความเข้าใจในไอเดียของอีกคน สุดท้ายกลายเป็นต้องบอกว่า “นั่นมันไอเดียของเรานะ ที่นายกำลังพูดอยู่นั่นน่ะ” (หัวเราะอีกรอบ) และสุดท้ายเราต่างก็จะสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการออกแบบได้ มันเป็นความลงตัวของการเป็นคู่หูที่ดี เมื่อคุณมีคู๋หูที่ดีมันได้ผลมากกว่าแค่หนึ่งบวกหนึ่งได้สอง



รูปภาพ
Q ชื่อแบรนด์”เซอร์เวโล” เกิดจากการเล่นคำภาษาอิตาเลี่ยนที่พ้องเสียงกันแปลว่า”สมอง” เข้ากับภาษาฝรั่งเศสคำว่า “เวโล่” ที่แปลว่าจักรยานใช่มั้ยครับ? ชื่อนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเริ่มทำจักรยานหรือเกิดเมื่อจักรยานของคุณพร้อมที่จะลงตลาดแล้วครับ?
A ตอนที่เราเริ่มทำต้นแบบ เราก็เริ่มมองความเป็นไปได้ของการตลาด และเริ่มคิดชื่อกันในระหว่างนั้นเลย เราเริ่มคิดถึงโลโก้ของยี่ห้อเรา เราเริ่มมองหาชื่อที่เหมาะสมกับจักรยานของเรา เราทำงานร่วมกันในทุกขั้นตอน แต่ไม่ใช่ว่าเราทำทั้งคู่ในทุกๆอย่าง ผมเป็นคนทำโลโก้ของเซอร์เวโล ในขณะที่เพื่อนผมเป็นคนคิดค้นชื่อขึ้นมาได้ เราใช้เวลาทำงานร่วมกันและแบ่งงานกันทำวันละ 16-18 ชั่วโมงที่อยู่ด้วยกัน



รูปภาพ
Q ในแง่ของจำนวนการผลิต ครั้งแรกที่เซอร์เวโลออกขายในตลาดผลิตออกมาจำนวนเท่าไหร่ครับ?
A เราชอบในไอเดียที่ทำทุกอย่างในขนาดเล็กของเรา ทันทีที่เราลงตัวกับต้นแบบต่างๆแล้ว เราขายรถต้นแบบเหล่านั้นของเราออกไปด้วย เพื่อเป็นการทดสอบการออกแบบ และมั่นใจในความแข็งแรง และประสิทธิภาพของมัน จากนั้นเมื่อเรามั่นใจในสมรรถนะของมัน ก็ทดลองออกแบบองศาต่างๆเพื่อให้เหมาะสมกับคนขี่ให้ดีที่สุด เราจึงออกจักรยานล็อตแรกมาในจำนวน 3-4 คันในมิติต่างๆ จนแน่ใจว่านี่คือแนวทางที่แก้ปัญหาการฟิตติ้งของผู้ขี่ได้ดีที่สุดจากนั้นเราผลิตแบบเดียวกันมา 3 คันเพื่อวางขาย ซึ่ง 3 คันนี้ก็แตกต่างจากตัวต้นแบบชุดแรก และพัฒนาต่อมาในล็อตที่สองในจำนวน 5 เฟรมที่พัฒนาแตกต่างไปจาก 3 คันก่อนหน้านั้น เรามองหาทางพัฒนาตลอดในทุกๆครั้งที่เราออกแบบและผลิตจักรยานเพื่อให้ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อมองย้อนไปในช่วง 5 ปีแรกของเซอร์เวโล ถ้าคนถามผมว่ามิติของรถรุ่น P2 ในไซส์ 52 คือแบบไหนผมก็ไม่สามารถตอบได้เพราะมันแตกต่างกันไปในแต่ละครั้งที่เราทำออกมาขาย เพื่อให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ เหมาะและเข้ากับด้กับนักจักรยานมากขึ้นเรื่อยๆ



รูปภาพ
Q แปลว่าในยุคแรกๆของเซอร์เวโล เป็นการทำเฟรมจักรยานเฉพาะสำหรับผุ้ขี่หรือเปล่าครับ?
A ไม่ใช่เลย เราไม่คิดจะเป็นบริษัทที่สั่งทำเฟรมจัรกยานเฉพาะคน เราต้องการขายจักรยานออกไปให้คนได้ขี่มากๆ เราเริ่มต้นเน้นไปที่จักรยานไทม์ไทรอัลและไตรกีฬา และผลิตออกมาให้มีระบบขนาดและมิติที่ตอบสนองความต้องการของคนขี่ได้จริงๆหลากหลาย เรามองภาพกว้างกว่านั้น แคนาดายังคงเล็กเกินไปสำหรับตลาดเฉพาะแบบเรา จำนวนกลุ่มเป้าหมายไม่มากพอจะทำขายได้ อเมริกาเหนือก็ยังเล็กเกินไป เมื่อเราอยู๋ในตลาดที่เฉพาะทางมากๆเราต้องมองตลาดที่กว้าง ยิ่งทำให้เราต้องวางระบบไซส์ของจักรยานให้ลงตัวที่สุด จึงใช้เวลาในการพัฒนานานมากในเรื่องนี้



รูปภาพ
Q มาคุยในแง่มุมของการแข่งขันกีฬากันบ้างนะครับ เนื่องจากคุณก็ไม่ได้เป็นนักแข่งจักรยานอาชีพ แต่ในระยะแรกๆของการพัฒนาก็ได้มีการทดสอบจักรยานในสนามแข่งด้วยใช่มั้ยครับ?
A ใช่ครับ เราเป็นนักออกแบบ แต่เราได้นักจักรยานมาช่อวยกันทดสอบและให้แนวทางในการพัฒนาต้นแบบต่างๆมาตลอด เราต้องการนักกีฬาอาชีพมาบอกว่าสิ่งที่เราทำดีเป็นที่พอใจแล้วหรือยัง เราอาจจะร็เรื่องของแอโร่ไดนามิคส์ เรื่องของวัสดุและความสติฟดี แต่เราบอกไม่ได้ว่าดีพอสำหรับนักกีฬาอาชีพหรือไม่ เราร็ว่าจะทำอย่างไรให้พวกเค้าพอใจในจักรยาน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญ การได้นักกีฬาอาชีพมาร่วมพัฒนาเป็นสิ่งที่ช่วยเราได้มาก นักกีฬาในระดับท็อปเหล่านั้น ร็สึกสิ่งต่างๆแตกต่างไปจากนักจักรยานทั่วๆไป พวกเค้าใช้เสวลาขี่จักรยานเยอะกว่าคนทั่วไปมาก และสามารถสัมผัสสิ่งต่างๆได้ละเอียดกว่า



รูปภาพ
Q ชัยชนะที่น่าจดจำแรกที่มาจากเซอร์เวโลคือการชนะรายการไหนครับ
A ชัยชนะแรกเราได้มาจาก อีริค โวฮ์ลเบิร์ก (Eric Wohlberg) ในการได้แชมป์ไทม์ไทรอัลแคนาดา ที่ได้มาจาก 1 ใน 3เฟรมแรกที่เราผลิตขายนั่นเอง เราผลิตออกมาแล้วมอบให้กับเค้าซึ่งในขณะนั้นเป็นนักจักรยานอาชีพให้กับทีมในสหรัฐอเมริกา และได้เหรียญมาจากโอลิมปิคที่แอตแลนต้าด้วยเซอร์เวโลของเราด้วย อีกคันหนึ่งเราส่งไปให้กับนักปั่นอาชีพที่ยุโรปใช้เอาชนะเป็นแชมป์ไทม์ไทรอัลเยอรมันและแชมป์ไทม์ไทรอัลยุโรปในปีเดียวกัน และคันที่สามเป็นจักรยานทดสอบที่เอาไว้ให้คนทดสอบขี่ได้หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ดังนั้นชัยชนะที่น่าจดจำคือชัยชนะที่ได้มาจากเฟรมชุดแรกที่เราผลิตออกมาเลยนั่นเอง จริงๆเราได้รับการทดสอบและคำแนะนำจากนักปั่นอาชีพที่อิตาลีด้วยแต่ติดปัญหาเรื่องสัญญากับสปอนเซอร์ของเค้า จึงไม่สามารถใช้จักรยานของเราลองแข่งได้ ความรู้สึกเหมือนเราได้ส่งลูกไปเข้าโรงเรียนวันแรกแล้วเค้าได้รับผลการทดสอบอย่างยิ่งใหญ่ ระดับแชมป์แห่งชาติและรางวัลจากโอลิมปิค ทั้งหมดนั้นได้มาในปี 1996 หลังจากที่เราเริ่มมาเพียง 1 ปี และในปี 1997 เราก็ได้ชัยชนะแรกจากการแข่งไตรกีฬามา เป็นสิ่งที่ทำให้นักกีฬาอาชีพเริ่มสนใจมองเซอร์เวโลว่ามันต้องมีสิ่งที่น่าสนใจในการออกแบบและประสิทธิภาพที่ช่วยให้พวกเขาขี่ได้เร็วข้น
*Eric Wohlberg อดีตแชมป์ไทม์ไทรอัลแคนาดาหลายสมัย เจ้าของเหรียญจากรายการคอมมอนเวลธ์เกมส์(กีฬาเครือจักรภาพ) ปัจจุบันเป็นผู้ควบคุมทีมอาชีพ Optum Pro Cycling ของสหรัฐอเมริกา



รูปภาพ
Q ก้าวต่อจากนั้นเมื่อเซอร์เวโลเข้าสู่วงการจจักรยานอาชีพอย่างเต็มตัวร่วมกับทีม CSC ในขณะที่บริษัทถือว่ามีอายุน้อยที่สุดที่ก้าวสู่การร่วมสนับสนุนทีมจักรยานอาชีพในระดับสูงสุดเช่นนั้นเทียบกับค่ายจักรยานอื่นๆที่มีอายุยาวนานมาก่อน มันยากแค่ไหนที่จะก้าวสู่ระดับนั้นได้ครับ?
A ใช่แล้วครับ ในเวลานั้นเมื่อเราเข้าไปสนับสนุนทีม เราเป็นบริษัทที่เล็กที่สุดและใหม่ที่สุดที่เข้าไปร่วมสนับสนุนทีมเข้าแข่งตูร์เดอฟร็องซ์ (หัวเราะ) เราไม่ร็ด้วยซ้ำว่ามันใหญ่ขนาดไหนที่เข้าไปมีส่วนร่วมในระดับนั้นได้ สิ่งที่ตลกคือจุดเริ่มของความร่วมมือบิยาร์น รีส เป็นคนที่เริ่มต้นตั้งทีมของเค้าขึ้นมาและเป็นคนควบคุมการเลือกทุกอย่างด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่านักจักรยานทุกคนในทีมได้ใช้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดจริงๆ เขาเลือกเบาะ เลือกบันได เลือกชุดขับเคลื่อนและเฟรมจักรยานเองทั้งหมด เขาเลือกเฟรมของเราเพราะในระยะนั้นเรามีนักจักรยานอาชีพที่ใช้เฟรมของเราและประสบความสำเร็จในการแข่งจักรยานแล้วโดยเฉพาะด้านแอโร่ไดนามิคส์และไทม์ไทรอัล แต่บิยาร์น รีส ต้องการให้เราสร้างจักรยานที่ขี่ได้ดีในทุกที่ ไต่เขาได้เร็ว น้ำหนักเบามีความสติฟและขี่สบายพอที่จะแข่งกัน 6-8 ชั่วโมงได้ และเป็นผู้ควบคุมทีมคนแรกที่ต้องการจักรยานเฉพาะทางแยกจากกันทั้งจักรยานแอโร่ไดนามิคส์สำหรับทางราบและจักรยานน้ำหนักเบาสำหรับขึ้นเขา ซึ่งสอดคล้องกับเรามาก เมื่อครั้งแรกที่เราเริ่มสนับสนุนทีม เราได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างแย่จากนักจักรยานในทีมเกี่ยวกับหน้าตาของจักรยานที่แปลกประหลาด พวกเค้าคุ้นเคยกับเฟรมจักรยานที่เป็นท่อกลมๆมาตลอด แต่เซอร์เวโลเป็นจักรยานที่ท่อแบนๆรูปทรงแปลกๆเพื่อความได้เปรียบทางแอโร่ไดนามิคส์ ในรุ่น Soloist ถือเป็นความท้าทายก้าวสำคัญที่ต้องเอาชนะความคิดเก่าๆให้ได้ และได้รับการสนับสนุนที่ดีขาก บิยาร์น รีส ในด้านนี้



รูปภาพ
Q นั่นคือคำถามสำคัญของผมในวันนี้ เมื่อเซอร์เวโลเริ่มต้นทำจักรยานจากไทม์ไทรอัลมาก่อนและใช้ความได้เปรียบนี้มาเป็นจักรยานเสือหมอบแบบแอโร่ไดนามิคส์ สิบปีก่อนที่กระแสความสำคัญด้านนี้จะกลายเป็นแนวทางการออกแบบหลัก ถือเป็นผู้บุกเบิก ไอเดียนี้มันมาได้อย่างไร?
A ใช่แล้วครับ เราเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการออกแบบนี้อย่างจริงจัง สู่ตลาด เราคิดว่าทำไมเราไม่เอาความได้เปรียบนี้ที่ได้จากไตรกีฬาและไทม์ไทรอัลมาใช้ในจักรยานเสือหมอบ? ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ทำเพราะมันทำให้ผู้ขี่ไปได้เร็วขึ้น อย่างที่คุณพูดนั้นถูกเลย เมื่อ 15 ปีที่แล้วมันถือเป็นจักรยานที่มีหน้าตาประหลาดมาก ไม่ใช่นักจักรยานทุกคนจะชอบมัน ถ้านักจักรยานที่ชอบเฟรมอิตาเลี่ยนท่อเชื่อมและลายสีพ่นมือจะไม่ชอบก็ไม่ใช่เป้าหมายของเรา นักจักรยานที่ชอบการพัฒนา ความล้ำสมัยคือกลุ่มเป้าหมายของเรา ถ้านักปั่นต้องการความได้เปรียบและเห็นประสิทธิภาพ การที่รูปร่างหน้าตามันออกมาแบบนั้นเพราะมันมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์



รูปภาพ
Q แล้วคุณรู้สึกอย่างไรเมื่อกระแสแอโร่ฯกลายเป็นเทร็นด์ของการออกแบบจักรยานในช่วง 3-4 ปีหลังมานี้
A ผมรู้สึกดีกับมันนะ (หัวเราะ) หลายๆคนมองว่าคู่แข่งจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งและตลาดไปจากเรา ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น นิตยสารหลายๆฉบับบอกว่าจักรยานของเราจะกลายเป็นเกณฑ์การออกแบบและฐานของการพัฒนาให้กับแบรนด์คู่แข่งต่างๆในอุตสาหกรรมนี้ แสดงว่าอุตสาหกรรมจักรยานเชื่อว่าแนวทางการออกแบบนี้มันมีประโยชน์และเป็นไปได้ ผู้บริโภคตอบรับมันเป็นอย่างดี พิสูจน์ว่าจักรยานที่หน้าตาประหลดที่ทำมา 15 ปีมีสิ่งที่น่าสนใจ และมันเป็นการย้ำว่าสิ่งที่พวกเราบกมาตลอด 15 ปีมันเป็นความจริง มันคือวธีการสร้างให้จักรยานไปได้เร็วขึ้น ไม่ได้แปลว่าคู่แข่งจะเข้ามาสู่ตลาดที่เราสร้างเอาไว้และแย่งส่วนแบ่งไป ถ้าดูสถติการขายของเราจะเห็นว่ายอดขายของเราไม่ได้ถูกกระทบเลย และมีการพัฒนาเติบโตขึ้นด้วยซ้ำ หลังจากที่บริษัททั้งหลายเข้ามาเล่นตลาดนี้และสร้างจักรยานแอโร่ฯออกมา เป็นการบอกกับผู้บริโภคว่านี่คือสิ่งที่สำคัญ



รูปภาพ
Q ในสายตาของผู้บุกเบิกการออกแบบนี้อย่างเซอร์เวโล คุณคิดว่าอะไรคือสาเหตคุหลักที่ทำให้กระแสจักรยานแอโร่ฯเป็นที่นิยมในขณะนี้
A เพราะทุกแบรนด์เห็นว่ามันทำให้เร็วขึ้นจริงๆ ต้องดูว่าอะไรคือเป้าหมายของการแข่งขันกันล่ะ? การไปได้เร็วที่สุดคือเป้าหมายขอองนักแข่ง เป้าหมายของสปอนเซอร์ต่างๆมีหลายอย่างแต่เป้าหมายของนักแข่งมีอยู๋อย่างเดียวคือต้องการไปให้ได้เร็วขึ้นเพื่อชนะการแข่งขัน แล้วทำไมถึงจะไม่เลือกอุปกรณ์ที่ดีที่สุดที่ทำให้สามารถชนะได้ แล้วถ้าไม่อยากไปได้เร็วขึ้น ทำไมเราต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ทำไมเราต้องหาอุปกรณ์ต่างๆมาช่วย อีกอย่างก็เพราะปัจจุบันนี้ทุกๆแบรนด์สามารถทจักรยานให้เบาไปกว่าที่กติกากำหนดได้แล้ว และต้องเพิ่มน้ำหนักถ่วงให้รถมีน้ำหนักตามที่กำหนด แล้วทำไมเราไม่เพิ่มน้ำหนักที่มาจากการออกแบบและทำให้ตัวจักรยานมีความได้เปรียบมากขึ้น การทำจักรยานให้เบามากๆแล้วต้องไปเพิ่มน้ำหนักถ่วงไม่ได้ช่วยอะไรกับนักแข่งเลย เราก็สามารถทำเฟรมที่เบาที่สุดในโลกได้ด้วย RCA ซึงเริ่มต้นออกมาตั้งแต่ปี 2010 จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเฟรมจักรยานที่เบามากๆอันดับต้นๆของโลก ถ้าจะถามมันว่ามันเป็นจักรยานที่ดีที่สุดหรือไม่ ก็ต้องเข้าใจว่าแม้ว่าคุณจะขึ้นเขา ก็ต้องลงเขาอยู่ดี ดังนั้นจักรยานที่เหมาะสำหรับการใช้งานครอบคลุมจริงๆก็คือการเพิ่มความได้เปรียบด้านแอโร่ไดนามิคส์เข้าไป ซึ่งมันท้าทายการออกแบบ สำหรับวิศวกรอย่างพวกผมผมชอบการท้าทายเพื่อให้เกิดการออกแบบที่ดีกว่าเดิม นักออกแบบทุกคนก็เช่นกัน



รูปภาพ
Q สำหรับกระแสในอนาคต บางบริษัทแยกการพัฒนาเฟรมออกจากกันอย่างชัดเจนระหว่างเฟรมทางราบและไต่เขา หรือเฟรมเพื่อความสบายอย่างเฟรมแบบเอนดูแรนซ์ แต่สำหรับเซอร์เวโล มีเพียงซีรีส์ R สำหรับเฟรมาน้ำหนักเบา และ S สำหรับเฟรมแอโร่ไดนามิคส์ เพราะอะไรถึงไม่เน้นพัฒนาเฟรมที่ขี่ได้สบายออกมาด้วยล่ะครับ?
A การออกแบบให้ขี่ได้สบายถือเป็นเป้าหมายของเฟรมจักรยานทุกแบบอยู่แล้ว โดยเฉพาะในการออกแบบของเราที่เป็นเอกลักษณ์ที่หางหลังเล็กมากๆช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้ดีมากใน R3 ของเรา และน่าขันที่เมื่อนำเฟรมของแบรนด์คู่แข่งอื่นๆมาทดสอบความสามารถในการลดแรงสะเทือนพบว่า R3 ของเราทำได้ดียิ่งกว่าเฟรมในกลุ่มเอนดูแรนซ์เจาะจงของบางบริษัทเสียด้วยซ้ำ (หัวเราะ) สำหรับผมเฟรมในกลุ่มเอนดูแรนซ์ไม่ได้มีจุดสำคัญเฉพาะด้านความสบายในการขี่ แต่พวกเค้าต้องการสร้างเฟรมจักรยานที่รองรับกับขนาดของยางหน้ากว้างขึ้นได้ในการเลือกใช้ลงแข่งรายการคลาสสิคอย่างปารีส-รูเบซ์ มากกว่า แต่จักรยานแข่งขันโดยทั่วไปจะไม่ได้รองรับยางขนาดนั้น และตอนนี้ก็มีกลุ่มเสือหมอบที่ออกแบบมาเน้นให้รองรับยางที่กว้างขึ้นสำหรับถนนกรวด หรือถนนขรุขระได้ เซอร์เวโลเราเองก็ได้รับคำถามมามากว่าเมื่อไหร่ที่เราจะออกจักรยานลักษณะนี้ออกมา



รูปภาพ
Q บางบริษัทได้พัฒนาเสือหมอบที่รวมเอาความได้เปรียบทุกๆด้านมารวมกันเอาไว้ อาจมีน้ำหนักเบา มีความแอโร่ฯบ้างนิดหน่อย ขี่ได้สบายและตอบสนองได้ดี สำหรับเซอร์เวโลคุณยังแยกการออกแบบออกจากกันอย่างชัดเจน จะมีโอกาสไหมครับที่ในอนาคตการออกแบบจะรวมข้อดีเข้าด้วยกัน?
A การหาความสมดุลคือหัวใจหลักของการออกแบบจักรยานอยู๋แล้ว ถ้าคุณดูในอดีตมีจักรยานที่พยายามออกแบบให้แอโร่ฯมากๆ มากเสียจนเสียอะไรบางอย่างไป มีน้ำหนักมาก และไม่สติฟ และมันไม่ใช่จักรยานที่ดี นั่นคือสิ่งที่เราต้องเอาชนะในการออกแบบของเราในช่วงแรก เมื่อเราต้องทำจักรยานแอโร่ฯออกมาและใช้อลูมินั่มเป็นวัสดุ คนส่วนมากนึกถึงท่ออลูมินั่มโคลัมบัส แต่เราบอกว่าไม่ เราต้องการท่อที่มีรูปทรงเฉพาะเพราะให้ได้เปรียบด้านแอโร่ฯ เราจึงเน้นไปที่การออกแบบท่อที่ได้ทรงที่ดีที่สุด มีน้ำหนักเบาที่สุดและสติฟที่สุดก่อน ปีที่แล้สมีนิตยสารทำการทดสอบจักรยานทุกๆชนิดที่มีในเส้นทางที่ต่างกัน ในกลุ่มที่ทดสอบรถไทม์ไทรอัลบนทางราบ P5 ของเราทำเวลาได้ดีที่สุด ต่อมากลุ่มจัรกยานขึ้นเขาที่เน้นน้ำหนักเบาและการส่งกำลังที่ดี R5 ของเราก็ชนะอีก และสุดท้ายเส้นทางทั่วไปไม่ขึ้นเขาแต่มีเนินต่างๆ ไม่ใช่ทางราบ S5 ก็ทำเวลาได้ดีที่สุดเช่นกัน จักรยานของเราแต่ละรุ่นไม่สามารถทำได้ดีที่สุดในแต่ละเส้นทางได้แต่มีจุดเด่นที่ต่างกัน แต่ความแอโร่ฯอยู๋ในทุกที่ที่มีอากาศ ไม่ว่าจะขึ้นเขาหรือลงเขา ความแอโร่ฯส่งผลได้เสมอ ดังนั้นจักรยานที่เหมาะกับเส้นทางทั่วไปมากกว่าจึงเป็นจักรยานที่มีความแอโร่ไดนามิคส์ที่ดี มันคือเรื่องของความสมดุล คุณไม่สามารถออกแบบจักรยานที่สมดุลและดีที่สุดในทุกๆรูปแบบได้ ต้องมีหนึ่งด้านที่เป็นจุดเด่นของมัน แต่ความแอโร่ฯเป็นสิ่งที่ทุกๆบริษัทเห็นความสำคัญ ด้วยหตุนี้ทุกคนจึงออกแบบทุกส่วนประกอบให้มีความแอโร่ มันเป็นความท้าทายของการออกแบบ



รูปภาพ
Q คำถามสุดท้ายของวันนี้นะครับ ถ้าคุณมีโอกาสที่จะบอกกับแฟนๆเซอร์เวโลเกี่ยวกับอนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้า จักรยานเซอร์เวโลจะเป็นอย่างไร?
A (หัวเราะ) ผมคงไม่สามารถบอกได้เพราะนั่นเป็นความลับของบริษัท ผมบอกได้แต่ว่าจะมีหลายๆอย่างที่พัฒนาต่อไปจากเดิมและดียิ่งกว่าเดิม แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นกระแสหลักตอนนี้คือดิสค์เบรกในจักรยานเสือหมอบ ที่จะเปลี่ยนการออกแบบจักรยานและล้อไปตลอดกาล เราต้องมาทำความเข้าใจหน้าที่ของเบรกกันก่อนว่ามีหน้าที่อย่างไร อันดับแรกคือทำให้จัรกยานช้าลง อันดับที่สองคือหยุดรถ ซึ่งล้อคาร์บอนที่แอโร่ฯมีหน้าที่ทำให้รถเร็วขึ้นกว่าเดิม เฟรมแอโร่ฯก็ทำให้รถไปได้เร็วกว่าเดิม แต่เมื่อนำมาผสมกัน ระบบเบรกแบบเก่าไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีบนขอบล้อคาร์บอนอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหรือเปียกน้ำ แล้วเราต้องแก้ปัญหาให้ได้ ดิสค์เบรกจึงเข้ามามีความสำคัญ เรายังต้องเก็บวัสดุคาร์บอนเอาไว้ เพื่อให้เรามีล้อที่มีรูปทรงแอโร่ฯได้แบบนี้ โดยที่มีน้ำหนักและความแข็งแรงเพียงพอ

เมื่อคิดถึงดิสค์เบรก หลายคนจะมองว่ามันหนักขึ้นนะ แต่ลองคิดดีๆว่าหนักขึ้นนิดหน่อย แต่เบรกได้ดีขึ้น ไปได้เร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น มันคุ้มค่ากว่ามากและสมเหตุสมผลกว่า ดังนั้นเราจึงทำการพัฒนา R3 ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เป็นแนวทางการออกแบบเสือหมอบดิสค์เบรคในอนาคต เราเลือกสเริมแรงในจุดสำคัญจุดใหม่ที่ต้องรับแรงเบรก และปรับการเลือกใช้วัสดุในจุดที่ไม่จำเป็นต้องรับแรงเบรกเดิมให้เฟรมมีคุณสมับติสมบูรณ์ขึ้น ไม่ใช่เพียงเอาดิสค์เบรกมาใส่ มันคือวิศวกรรมใหม่ทั้งหมด และจะเป็นยุคใหม่ของจักรยานต่อไป และได้ผลรวมของจักรยานที่ดีขึ้นกว่าเดิมทุกอย่าง[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 707977.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
DXBicycle
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1063
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มิ.ย. 2014, 18:39
Tel: 0814240464
team: สุทธิสารฟิชชิ่ง
Bike: Specialized

Re: ย้อนอดีตกับ ฟิล ไวท์ กำเนิดเซอร์เวโล Director 's Cut

โพสต์ โดย DXBicycle »

ขอบคุณครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
วันนี้คุณขี่จักรยานแล้วหรือยัง
รูปประจำตัวสมาชิก
PORNPOJ2520
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มิ.ย. 2015, 11:45
Tel: 0813680688
team: PITHAN BICYCLE
Bike: Spanova vintage

Re: ย้อนอดีตกับ ฟิล ไวท์ กำเนิดเซอร์เวโล Director 's Cut

โพสต์ โดย PORNPOJ2520 »

:o
NonnyEOS
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 128
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ม.ค. 2012, 10:55
Tel: N/A
team: Entaneer Cycling Club
Bike: Cannondale Rush, Brompton S6L, Giant TCR Advanced
ตำแหน่ง: จอมพล จตุจักร-ลำลูกกาคลอง 5

Re: ย้อนอดีตกับ ฟิล ไวท์ กำเนิดเซอร์เวโล Director 's Cut

โพสต์ โดย NonnyEOS »

#teamcervelo
โปรดให้ทางจักรยาน

Training Technique http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=115384
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”