
ฤดูนี้ก็เป็นช่วงเวลาของรายการคลาสสิคหรือรายการแข่งวันเดียว ซึ่งถ้าจะให้พูดกันถึงรายการแบบนี้ ก็คงไม่พูดถึงรายการหลักทั้ง 5 หรือเรียกว่า The Monuments คงไม่ได้ เพราะถ้าไม่นับรายการแกรนด์ทัวร์ นักปั่นจักรยานอาชีพก็ใฝ่ใันว่าต้องเอาชนะรายการเหล่านี้ให้ได้เป็นเป้าหมายของชีวิต และสำหรับนักแข่งที่ไม่ใช่พวกนักแข่งแกรนด์ทัวร์ หรือนักแข่งทัวร์ที่มีการตัดสินกันที่ภูเขาเป็นสำคัญ รายการคลาสสิคแบบนี้วัดกันด้วยกึ๋นและความแข็งแกร่งเป็นหลัก เหมาะกับนักแข่งอีกหลายต่อหลายคนได้คว้าชัยได้
มาลองดูกันนะครับว่า The Monuments หมายถึงรายการแข่งอะไรบ้าง
Milan-San Remo
เสร็ขสิ้นไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
แข่ง่ครั้งแรกเมื่อปี 1907 ระยะทาง 296 กม. ถ้าใครนึกไม่ออกลองคิดดูว่าท่านปั่นระยะเกือบๆ 300 กม. ที่ผ่านทั้งทางหนาว ผ่านไปบนถนนอิฐขระขระ ตลอดทางมีคนยิงกระชากหนี ต้องไล่จับ ต้องคอยคุมระยะห่าง ทุกจุดสำคัญมีเกมส์ต้องเล่นกันไปตลอดทางไม่ใช่ทนขี่ 300 กม. แล้วจบกันเท่านั้น แค่คิดก็ไส้แตกกันแล้ว รายการนี้เหมาะกับนักแข่งประเภทสปรินท์เตอร์ที่ทรงพลัง แต่สปรินท์เตอร์ระเบิดอย่าง Mark Cavendish ก็เคยเอาชนะรายการนี้เหนือคู่แข่งไปเพียง 2 ซม. มาแล้ว ผู้ชนะรายการนี้มากที่สุดได้แก่ตำนาน Eddy Merckx และผู้ชนะคนล่าสุดปี 2015 ได้แก่ John Degenkolb สังกัดทีม Giant-Alpecin

Ronde van Vlaanderen
3 เมษายน
หรือเรียกกันติดปากว่า Tour of Flanders เริ่มแข่งครั้งแรกเมื่อปี 1913 เป็นรายการหลักรายการที่ 2 ของกลุ่มรายการ The Monuments ที่จะจัด 1 สัปดาห์ก่อนรายการใหญ่อีกรายการในสัปดาห์ต่อไป จุดเด่นของการแข่งคือเส้นทางเขาชันๆระยะสั้นๆ ซึ่งมีพื้นผิวเป็นถนนอิฐ Sean Kelly ผู้บรรยายการแข่งขันอดีตนักแข่งอาชีพกล่าวว่ารายการนี้ป็นรายการที่หฤโหดที่สุดในการแข่งแต่ก็เป็นสุดยอดเกียรติยศการแข่งหากเอาชนะรายการนี้ได้

Paris-Roubaix
10 เมษายน
รายการคลาสสิคที่โด่งดังที่สุด โดดเด่นที่สุดด้วยเส้นทางถนนอิฐโรมันแบบโบราณที่แบ่งเป็นช่วงๆคอยเขย่าจิตใจของนักแข่งอยู๋ทุกปี หากอากาศแห้งก็จะเป็นฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่การแข่งรายการนี้เกือบทุกครั้งจะเปี้ยกชุ่มชื้น สถาพเส้นทางเป็นโคลนจากฝุ่นและฝน ทั้งลื่นและกระแทกกระเทือน Chris Horner บรรยายถึงการแข่งรายการนี้ว่า เหมือนขี่ไปบนเส้นทางฝุ่นผงคลุ้งไปด้วยควันจากใบพัดคอปเตอร์จากนั้นถล่มลงมาด้วยหิน อิฐ ดินทราย ตามด้วยคอปเตอร์หล่นมากระหน่ำใส่นักแข่งซ้ำสอง สมกับฉายา The Hell of The North หรือ"นรกแห่งภาคเหนือ" รายการนี้เป็นรายการจักรยานที่เก่าแก่สุดรายการหนึ่งที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การแข่งเอาไว้ได้ชัดเจน เริ่มครั้งแรกเมื่อปี 1896 เพื่อเฉลิมฉลองเปิดเวโลโดรมที่เมืองรูเบซ์
รายการนี้ถูกขนานนามว่าเป็น Queen of The Classics

Liège-Bastogne-Liège
16 เมษายน
รายการคลาสสิคที่เก่าแก่ที่สุด หนึ่งในสามรายการแห่ง Ardennes (Amstel Gold และ La Flèche ) จัดคั้งแรกเมื่อปี 1892 จัดที่เมือง Ardennes เมืองในเบลเยียมที่พูดภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก รายการนี้ระยะทางอาจไม่ได้ยาวไกลมาแต่เด่นด้วยเส้นทางภูเขามากมาย มีความสูงชันและโหดด้วยลักษณะอากาศหนาวเย็นยะเยือก รายการนี้เป็นรายการคลาสสิคที่นักแข่งถอนตัวไม่จบรายการแข่งมากที่สุด หลังจากที่แต่ละทีมร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้กับเกมส์กีฬาจักรยานจนหมดหน้าที่ นักแข่งจำนวนมากไม่สามารถเอาตัวเองไปถึงเส้นชัยได้ในกรอบเวลาที่กำหนดและถอนตัวไประหว่างเส้นทาง

Giro di Lombardia
2 ตุลาคม
เป็นรายการคลาสสิคที่หลงไปจัดเอาช่วงเดือนตุลาคมหลังรายการแกรนด์ทัวร์ และเนื่องจากรายการนี้จัดในฤดูใบไม้ร่วงก่อนจะเข้าหน้าหนาวในประเทศอิตาลี จึงได้ฉายาว่า "รายการแข่งใบไม้ร่วง" หรือ "Race of the Falling Leaves" เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 1905 ภายใต้ชื่อแบบเรียบๆว่า Milan-Milan ก่อนจะเปลี่ยนชื่มาเป็น Giro di Lombardia เส้นทางมีจุดสนใจที่ต้องผ่านเป็ประเพณีได้แก่ทะเลสาบ Gomo , ทางขึ้นเขา Passo dell Ghisallo และโบสถ์นักบุญ Madonna del Ghisallo ซึ่งถือว่าเป็นนักบุญแห่งจักรยาน
ปี 2016 เป็นอีกปีที่น่าจับตามองการแข่งแบบวันเดียว โดยเฉพาะรายการใหญ่ๆเหล่านี้ เพราะมีนักแข่งมากมายจริงๆที่เฉือนกันได้สนุกมากทั้งจากฤดูกาล 2015 และช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านๆมา เรียกว่าแต่ละรายการแทบจะหาทางเดาคนชนะลำบากกันจริงๆ ถ้าเมืองไทยเปิดบ่อนแทงจักรยานเสรี เชื่อว่าเจ้ามือน่าจะรับเละจากการแทงผลการแข่งในรายการเหล่านี้เป็นแน่
ปีนี้แฟนๆรุ่นเก่าต่างส่งใจเชียร์ ฟาเบียน คันเซลาร่า(เทร็คฯ) ที่น่าจะทิ้งทวนปีสุดท้ายด้วยฟอร์มที่เรียกว่าสดเกินคาดจริงๆ ส่วนแฟนรุ่นใหม่แน่นอนครับว่าต้องลุ้นปีเตอร์ ซากาน(ธิงกอฟ) แชมป์โลกคนล่าสุดร็อคสตาร์แห่งยุคที่ถืออันดับที่สองตลอดกาลเอาไว้มานานจนคนดูเริ่มเบื่อ (ทีมจ้างก็เริ่มเบื่อเพราะค่าตัวแก 4 ล้านยูโรต่อปีแต่ไม่ชนะอะไรซักที) ร่วมกับเหล่านักแข่งจอมพลังอีกหลายคน เอล็กซานเดอร์ คริสตอฟ(คาทูช่า), เกร็ก แวน อาเวอเม็ท(บีเอ็มซี), แกเร็นท์ โธมัส(ทีมสกาย), นิคกี้ เทิร์ปสตาร์(อีติกซ์ฯ), เซ็ดเดอเน็ค สตีบาร์(อีติกซ์), ลารส์ บูม(อัสทาน่า)
ลองจับตามองว่าทีมไจแอ็นท์-อัลเปซีน จะทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อต้นปีที่มีรถมาชนกลุ่มนักแข่งในแคมป์เก็บตัว และอย่าลืมมอกนักแข่งดราราดังที่อาจไม่ใช่สายคลาสสิควันเดียวแต่ทำผลงานได้โดดเด่นอย่าง อเลฮานโดร วาลเวอร์เด้ ที่ยังเก๋าอันดับดีมาตลอดหลายๆปีที่ผ่านมา[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 694863.jpg[/homeimg]