
Review fuji touring
ก่อนที่จะอ่านข้อความต่อไป ต้องขอบอกก่อนนะครับ ว่าการ review นี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมที่เขียนขึ้นมาเท่านั้น อย่าได้ใช้เป็นบรรทัดฐานใดๆ เพียงแต่อ่านเพื่อประกอบในการตัดสินใจเท่านั้น
แนวคิดและมาตรฐานในการ review นั้น ผมยึดหลักอยู่ 4 อย่าง ซึ่งในความเห็นของผมถือว่าเป็นจุดสำคัญของรถทัวร์ริ่ง นั่นคือ
1)ความคงทนต่องานหนัก และ ความไว้วางใจได้ (Reliable and roboust)
2)ความมีประสิทธิภาพ (Efficient)
3)ความยืดหยุ่น (Flexible)
4)ราคาที่จำหน่าย(Price)
มาดูความคิดเห็นของผมกันเลยครับ
1)ความคงทนต่องานหนัก และ ความไว้วางใจได้ (Reliable and reboust) สำหรับข้อนี้ผมให้ 9 คะแนน
หลังจากที่ได้รับรถ Fuji มา ก็ทำการปั่นตั้งแต่ถนนระดับดีมาก จนถึง ระดับ แย่มาก สำหรับถนนปรกติแล้ว จักรยานคันนี้ถือว่าทำงานได้อย่างดีมาก เป็นรถที่ไม่ได้ให้ความเร็วมากมายนัก แต่ สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือ การเคลื่อนตัวที่ไปได้เรื่อยๆ เหมือนกับลูกหาบที่แบกสัมภาระ เดินได้ไม่เร็ว แต่ก็ไปได้เรื่อยๆ เดินได้ทั้งวัน ไม่มีหมดแรง หากคุณบรรทุกสัมภาระตามที่คู่มือของจักรยานบอก (ข้างหลังไม่เกิน 25 กิโลฯ และ ข้างหน้าไม่เกิน 10 กิโลฯ) การปั่นเจ้าตัวนี้จะสนุกสนานมาก โดยเฉพาะการขึ้นภูเขาชัน จะค่อยๆ ไต่ไปเรื่อยๆ อย่างไม่น่าจะเชื่อว่าคุณจะสามารถไต่ผ่านไปได้ แต่เจ้ารถตัวนี้มันจะกระดุกกระดิกไปได้เรื่อย
อุปกรณ์ที่ใช้กับรถรุ่นนี้เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้เน้นด้านการแข่งขัน แต่ เน้นที่ความคงทน คุ้มค่าและง่ายต่อการดูแล โดยเฉพาะระบบเบรคปีกผีเสื้อ ที่ถือว่าเหมาะสมกับจักรยานทัวร์ริ่งมากที่สุด
จุดที่ผมเท คะแนนให้รถคันนึ้ถึง 9 คะแนนคือ ทริปที่ปั่นไปขุนแม่ยะ ซึ่งรถคันนี้สามารถลุยได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทางที่เต็มไปด้วยก้อนหิน ขนาดรถ mtb ยังไม่กล้าจะผ่าน แต่เจ้า fuji คันนี้ยังสามารถผ่านไปได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก (คนขับต้องไม่ประมาทด้วย)
2)ความมีประสิทธิภาพ (Ffficient) ผมให้เต็ม 10 เลยครับ
เหตุผมคือระบบเบรคที่ยอดเยี่ยม รวมไปถึงการใช้วัสดุที่ทำเฟรมได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถซึมซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ทางที่ผมปั่นขุนแม่ยะ ตลอดระยะ 16 กิโลเมตร ทั้งไปและกลับ ที่ต้องพบแน่นอนคือ การแทกจากพื้นถนน เพราะทางเป็นดินและมีแต่หินทั้งนั้น แต่ปรากฎว่าแรงกระแทกเหล่านั้นกลับถูกซึมซับจากบริเวณตัวเฟรมซะเกือบ 90% ทั้งๆ ที่ผมตอนปั่นไม่ได้ใส่ถุงมือสำหรับใส่ปั่นจักรยานซะด้วยซ้ำ แต่อาการล้าจากการกระแทกไม่มีเลย
ล้อจักรยานกับยาง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความทึ่งให้กับผม ด้วยยางขนาด 700c x 32 ใครเห็นก็ไม่เชื่อครับว่าจะมาได้ ขนาด reno เพื่อนรวมทางของผม ยังถามเลยว่า คุณปั่นมาจริงๆหรือ ไม่ได้เอาขี้นรถมาเลยหรือ
หากต้องเปลี่ยนยางเมื่อตัวนี้หมดอายุ ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าจะหายางที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผมได้เท่ากับเจ้าตัวนี้หรือไม่
3)ความยืดหยุ่น (Flexible) ผมให้ 7.5 ครับ
เนื่องจากว่า Fuji Touring ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างหนักหน่วง (ตามข้อหนึ่ง) ดังนั้น อะไรที่ไม่จำเป็นจะไม่ออกแบบเผื่อเอาไว้ ดังนั้นใครที่ชอบเบรคแบบดิสเบรคและอุปกรณ์แบบทันสมัยแพงๆ คงจะไม่ชอบเจ้าตัวนี้แน่ๆ แต่ถ้าใครชอบความเรียบง่าย ก็คงจะไม่ผิดหวังกับการออกแบบของจักรยานตัวนี้แน่ๆ
4)ราคาที่จำหน่าย (Price) ผมให้เต็ม 10 เหมือนกัน
สำหรับราคาที่จำหน่ายในช่วงนี้ (ประมาณสามหมื่นต้นๆ) ถือว่าถูกมากสำหรับรถจักรยานทัวร์ริ่งที่มาจากประเทศญี่ปุ่น (ุถึงแม้ว่าจะผลิตในจีนก็ตาม) ที่พวกเราไม่ค่อยคุ้นเคยกับจักรยานญี่ปุ่นนั้น ก็เพราะเรื่องราคานี่ละครับ เพราะแพงเหลือใจเหลือเกิน หากจะให้เห็นภาพ เจ้า Fuji ตัวนี้ก็เหมือนกับรถยนต์ Lexus นั่นละครับ แต่คนทั่วไปจะรุ้จัก Benz และ BMW มากกว่า
ราคาจำหน่ายในเมืองไทยถูกว่าที่อมริกาซะอีก ราคาที่ขายในอเมริกาไม่รวมค่าส่งและ vat (นั่นหมายความว่าคุณต้องไปซื้อในอเมริกานะครับ หากให้ส่งมาเมืองไทย คุณจะต้องเสียค่าส่งระหว่างประเทศ และ ภาษีนำเข้าอีก 30% ของราคาทั้งหมด) อยู่ที่ประมาณ USD 1,200
จากข้อมูลเหล่านี้ขอย้ำนะครับว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองที่ได้ใช้ ขอให้ใช้เพียงประกอบการตัดสินใจเท่านั้น
รีวิวโดย : Jackal2008
วันที่ : 11 มค. 2553
ระยะทางในการขับรถทดสอบ : 750 กิโลเมตร