หน้า 1 จากทั้งหมด 2

คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 09 ม.ค. 2010, 21:55
โดย Mushashi
โดย Dave Moultan

I

have been a cyclist since my early teens; most regular readers of this blog are also cyclists.

ผมเป็นชาวเสือตั้งแต่สมัยแรกรุ่น และคนอ่าน blog ผมส่วนใหญ่ก็เป็นชาวเสือ

I don’t know about you, but I get tired of my reputation being tarnished by another group who should not even be categorized as cyclists.

ผมไม่รู้เกี่ยวกับคุณ แต่ผมเหนื่อยหน่ายกับการที่ชื่อเสียงต้องมัวหมอง
โดยอีกกลุ่มที่ไม่สมควรจัดว่าเป็นชาวเสือ

Owning a set of golf clubs does not qualify someone to call themselves a golfer. A person might own a musical instrument, but they are not a musician unless they can play it. Yet anyone who throws their leg over a bicycle is immediately labeled a cyclist.

แค่มีถุงไม้กอล์ฟก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นนักกอล์ฟได้
อาจจะัเป็นเจ้าของเครื่องดนตรี แต่ก็ไม่ทำให้คนหนึ่งเป็นนักดนตรีหากเล่นไม่เป็น
แต่ทำไมทุกคนทุกพาดขาขึ้นบนอานได้จึงกลายเป็นชาวเสือได้ทันที

“As easy as riding a bike, anyone can do it,” is a common expression. Riding a bike in today’s heavy traffic is anything but easy; it requires considerable skill and a lot of moxie.

คำกล่าวที่ว่า ง่ายยังกับขี่จักรยาน ทุกคนก็ทำได้่ นั้น
ขี่จักรยานในจราจรคับคั่งคือทุกสิ่งนอกจากความง่าย
นั่นต้องใช้ทักษะและความกล้าพอควร

As a cyclists I am always lumped together with what I call POBs; (People on Bikes.) there is a big difference. I read in the paper of a “cyclist” killed in a traffic accident; I am left to wonder, is this really a cyclist or a POB? (Person on a Bike.)

สำหรับผมซึ่งเป็นคนขี่จักรยาน ผมมักถูกรวมไปกับพวกที่ผมเรียกว่า พีโอบี หรือ
คนบนจักรยาน มันต่างกันมาก
เมื่อผมอ่านข่าว คนขี่จักรยานเสียชีวิตในอุบัติทางท้องถนน ผมมักสงสัยว่า
นั่นเป็นชาวเสือหรือคนบนจักรยาน

They could be called "Pedestrians on a Bike," which is a contradiction in terms, but POBs behave like pedestrians. Most pedestrians don't follow too many rules; they wander around willy-nilly all over the place.

หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า คนเดินเท้าบนจักรยาน ซึ่งคำนี้ดูมันขัดกันในตัวเอง
แต่ คนบนจักรยาน มัก ทำตัวเหมือน คนเดินเท้า
คนเดินเ้ท้าส่วนใหญ่ไม่สนกฎจราจรนัก เขาชอนไชไปทุกหนแห่ง

Some places have jaywalking laws, but apart from that, there are not too many rules enforced on a pedestrian. They will be on the sidewalk on one side of the road, when suddenly they will see a gap in traffic and without warning or signal will dart across the road to the opposite sidewalk.

บางแห่งมีกฎห้ามซีซั้วข้ามถนน แต่ก็ไม่มีกฎมากมายนักสำหรับคนเดินเท้า
เมื่อพวกเขาอยู่บนฟุตบาทของฝั่งหนึ่ง แต่เห็นรถว่างหน่อย ก็พุ่งข้ามไปอีกฝั่ง
โดยไม่ให้สัญญาณอะไรเลย

As for traffic lights, most pedestrians don't even look to see if they are red or green, but rather look to see if there are any cars coming, and will cross with complete indifference to the color of the light. Sometimes they will not even look, because cars tend to give way to a pedestrian.

เมื่อจราจรเบาบางลง คนเดินเท้าไม่สนไฟเขียวไฟแดง เพียงดูว่ามีรถไหม
ข้ามถนนโดยไม่สนสัญญาณไฟใดๆ บางทียังไม่มองถนนด้วยซ้ำ โดยคิดว่า
ยังไงรถก็ต้องยอมหยุดให้

The result is, when a person gets on a bike they behave like a pedestrian; they ride on the sidewalk, they ride on the wrong side of the road against the flow traffic, and they ignore traffic signs and signals. At night they don't use lights, because after all, most pedestrians don't carry flash lights after dark.

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คนเหล่านี้เวลาขึ้นนั่งบนอานจักรยานก็ยังทำตัวเสมือนหนึ่ง
คนเดินเท้า พวกเขาขี่บนฟุตบาท ขี่ย้อนศร ไม่สนสัญญาณไฟ
กลางคืนก็ไม่ติดไฟไว้ เพราะว่าคนเดินเท้าไม่ถือไฟฉายเดินเช่นกัน


Cyclists see themselves as a vehicle on the road, whereas, POBs see themselves as a person just trying to get from point A to point B and it’s too far to walk. They are often focused only on their destination, oblivious to everything else around them.

ชาวเสือมองตนเองเป็นพาหนะบนถนน ส่วนคนบนจักรยานมองตนเองเป็นแค่
คนที่จะัเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดแต่มันไกลเกินกว่าจะเดิน
พวกเขามุ่งแต่จุดหมาย หากแต่ละเลยทุกสิ่งรอบข้าง

Sadly, statistics show that when a bicycle rider is killed on the road, it is often the victim’s fault. Running red lights, riding against traffic, or suddenly entering a road without warning in front of an oncoming car. This gives a false impression that cycling is dangerous. It is POBs that are getting killed, not cyclists.

น่าเศร้าที่สถิติมันแสดงให้เห็นว่า เป็นคนที่ขี่จักรยานเสียชีวิตบนท้ิองถนน
ส่วนใหญ่ผู้เคราะห์ร้ายผิด
ทั้งฝ่าไฟแดง ขี่ย้อน หรือตัดเข้าถนนโดยไม่ให้สัญญาณ
นี่เลยให้ความรู้สึกกับหลายคนว่า ขี่จักรยานเป็นกิจกรรมที่อันตราย
คนที่เสียชีวิตแบบแหกกฎนั้นคือ คนบนจักรยาน ไม่ใช่ ชาวเสือ

A cyclist and a POB may look the same; what they wear or the type of bike they ride does not necessarily distinguish the difference. Some POBs even think they are cyclists.

ทั้งสองมองเผินๆ เหมือนกัน การแต่งกายหรือจักรยานที่ขี่ก็อาจมองไม่ออก
คนบนจักรยานบางคนยังนึกว่าตัวเองเป็น ชาวเสือด้วยซ้ำไป

These are a splinter group known as APOBs. The “A” is for Anarchist, Arrogant, or Asshole, pick any one. They grew up as POBs, later bought expensive bikes and started hanging out and riding with cyclists. However, they never became true cyclists because they disregard the laws of the road, at all times.

มันมีพวก APOB หรือเกรียนบนจักรยาน พวกเขาเป็น คนบนจักรยาน ก่อน
แต่ตอนหลังซื้อจักรายแพงๆและสุงสิงอยู่กับชาวเสือ แต่พวกเขาไม่เคยเป็น
ชาวเสือที่แท้จริง เพราะพวกเขาไม่เคารพกฎจราจรตลอดเวลา

Worse, they somehow see themselves as above the law; they give all cyclists a bad reputation. Being ignorant of the law is one thing, but knowing better and still disregarding the rules and laws of our society is anarchy plain and simple.

ยิ่งกว่านั้นคือพวกเขาเห็นว่าตนเองเหนือกฎหมาย พวกนี้ทำให้เสื่อมเสียแก่ชาวเสือ
ไม่รู้กฎคืออย่างหนึ่ง แต่รู้แล้วฝืนกฎ สังคมก็เละ

If you know someone who is an APOB; then maybe you need to get together with a few other cyclists and hold an intervention. Tell them they can’t be a cyclist part of the time, and POB the rest; they have to pick a side.

ถ้าคุณรู้จัก เกรียนบนจักรยาน สักคน บางทีคุณกับเพื่อนเสือน่าจะแทรกฉวง
โดบยบอกเขาว่า คุณไม่สามารถที่จะเป็น เสือได้ในบางเวลา และ ที่เหลือก็เป็น
แค่คนบนจักรยาน คุณต้องเลือกสักอย่าง

The strange thing is many POBs drive cars, and when they do for the most part they follow the rules of the road. This furthers my belief that POBs see themselves as pedestrians on wheels, and think the rules on the road don’t apply. As “Motorists,” they suffer the same fate as cyclists; lumped together with PICs. (People in Cars.)

ที่น่าแปลกคือ พวกนี้หลายคนขับรภ และเวลานั้นกลับเคารพกฎจราจร
นี่ยิ่งทำให้่ผมเชื่อว่า พวกคนบนจักรยานคิดว่าตัวเองเป็นคนเดินเท้าติดล้อ
และกฎของถนนไม่จำเป็นสำหรับเขา

สำหรับคนขับรถ ก็ถูกไปรวมกับพวกที่เป็นแค่ พีไอซี หรือคนที่อยู่บนรถเหมือนกัน

Motorists get in their cars and do nothing else but drive. Their full attention is on the road; they are the good and careful drivers. I see motorists as being the same as cyclists; they are just using a different form of transport.

เมื่อคนขับรถเข้าไปในรถแล้วไม่ทำอย่างอื่นนอกจากขับ
สมาธิทั้งหมดอยู่ที่ถนน พวกเขาเป็นคนขับที่ดีและระมัดระัวัง
ผมเห็นว่าคนขับรถเหมือนกับชาวเสือ เพียงแต่พาหนะต่างกันเืท่านั้น

PICs, on the other hand, drive as if they are still at home or at work. They talk on the phone, eat, drink, shave, and put on makeup. Another way to describe it; POBs ride their bike as if they are walking, and PICs drive their car as if they are sleepwalking.
แต่คนบนรถซิ ทำตัวเหมือนอยู่ในบ้านหรือในที่ทำงาน
ทั้งโทร ทั้งกิน ทั้งดื่ม โกนหนวด แต่งหน้า
ขณะที่พวกคนบนจักรยานทำตัวเหมือนเดินอยู่
คนบนรถทำตัวเหมือนเดินละเมออยู่


Organizations who put out accident statistics should adopt the term POBs and PICs, in addition to the terms cyclist and motorist. We would then see that cyclists and motorists sharing the road is not the problem. It’s those SOBs the POBs and PICs.

หน่วยงานสถิติควรใช้ สองคำนี้ พีโอบี และ พีไอซี มาเสริม คนขี่จักรยานหรือคนขับรถ
แล้วเราจะเห็นว่าการร่วมใช้ถนนของคนขับรถและคนขี่จักรยาน ไม่ใช่ปัญหา
ปัญหาคือ พวกที่แค่อยู่บนอานจักรยาน หรือ พวกที่แค่อยู่หลังพวงมาลัย

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 09 ม.ค. 2010, 22:04
โดย Mushashi
ผมมักเห็น คนบนจักรยาน ขี่รถจักรยานแม่บ้าน
ย้่อนศรบนแฮนด์มีถุงจ่ายกับข้าวแขวนเต็มไปหมด
หรือ รปภ.บางคน กลับบ้านตอนค่ำชุดก็ดำ ไฟก็ไม่มี คิดจะกลับรถจักรยานหรือ
เปลี่ยนเลนก็ไม่ต้่องมองหลังเลย--ไม่มีกระจกด้วย

บางคนก็แต่งชุดสักสวย มีหมวกจักรยาน
เฮ้ยเราจอดรอสัญญาณไฟอยู่ มันมาจากไหนก็ไม่รู้ฝ่าไฟแดงออกไปกลางถนนแล้ว
เพียงเพราะเห็นว่าไม่มีรถมา มันจะเร็วอีกสักเท่าไรกัน แล้วถ้ารถเห็นสัญญาณไฟจะเปลี่ยน
เร่งเครื่องมา ผลจะเป็นอย่างไร
ไม่นานมานี้ เห็น3คันแซงมา พวกเราติดอยู่หลังรถเมล์ที่ป้าย
พวกนั้น3คันแซงรถเมล์ไป พอรถเมล์หักออก คันที่3เกือบไม่พ้น
มันคุ้มไหมเนี่ย พวกแค่อยู่บนจักรยาน

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 09 ม.ค. 2010, 22:06
โดย Mushashi
เขามีบทความเกี่ยวกับ critical mass ป่วนเมืองด้วย

วันหลังค่อยแปลนะ :D

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 03:02
โดย myjj
ขอบคุณครับ.....กับเรื่องราวดีดีที่มีมาให้กันได้อ่านครับ
ดึกดึกแบบนี้....แก้ง่วงได้ดีเหมือนกันครับ

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 13:11
โดย BANGKOK1
:o [size=เห็นด้วยกับบทความนี่มากค่ะ :roll: 200][/size]

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 13:49
โดย syncmaster
ต่างคนต่างความคิดครับ
- - - - -
หลายคนถือตัวเองเป็นใหญ่ ตัวเรา-ของเรา
- - - - -
อัตตา - จิตที่กำลังกลัดกลุ้มอยู่ด้วยความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวจัด
กำลังดิ้นรนทุกอย่างเพื่อจะทำตามใจตน โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม
หรือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 14:27
โดย kwan it
ยังงัยก็อยากให้พวกเราเคารพกฎจราจรด้วน ไม่ใช่แค่เคารพนะครับ

ควรปฎิบัติด้วย เพื่อความปลอดภัย ของตัวท่านเองครับ

รีบแค่ไหน ช้าแค่ไหน สุดท้ายถึงเหมือนกันครับ

แต่ถ้ารีบ อาจถึงโรงพยาบาลก่อนถึงจุดหมายนะครับ



:D :D :D

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 15:37
โดย เสือ Spectrum
ขอบคุณสำหรับบทความที่มีสาระและคำแปลที่ชัดเจนครับ

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 17:12
โดย veenono
พวกเราชาวเสือทั้งหลายก็ถือว่าเป็นชาวจักรยานแถวหน้า

ที่จะคอยแนะนำชี้แนะต่อคนบนจักรยานครับ ซึ่งก็เป็นเรื่อง

ธรรมดาที่ต้องค่อยๆแนะนำกันไปเพียงแต่อย่าทำผิดเป็นตัวอย่าง

เสียเองก็พอแล้วครับ เมื่อเราไม่ปฏิบัติสิ่งดีดีไม่นานก็จะมีกฎหมาย

ออกมาควบคุมเองซึ่งนั่นก็หมายถึงความอึดอัดที่พวกเราสร้างขึ้นเอง

ไม่ยกเว้น "ชาวเสือหรือคนบนจักรยาน"

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 18:38
โดย veenono
ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย เคยเขียนบทความ "คนรักกับคนใช้จักรยาน" ลงหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2549 ดังนี้
ธงชัย พรรณสวัสดิ์ เขียน: คนรักกับคนใช้จักรยาน
ตั้งใจตั้งชื่อเรื่องให้ฟังดูโรแมนติคแบบหวาดเสียวไปยังงั้นเอง แต่จริงๆ แล้วเพียงแต่ต้องการเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ประเภทหรือกลุ่มของคนที่รักจักรยานกับคนที่ใช้จักรยาน ซึ่งถ้าวิเคราะห์ให้ดีๆ แล้วจะเห็นว่าแม้จะขี่จักรยานเหมือนกัน แต่คนต่างกลุ่มพวกนี้มีพฤติกรรมและวิธีคิดไม่เหมือนกัน ผมขอแยกคนที่ใช้จักรยานออกเป็น 3+1 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มคนใช้จักรยานในชีวิตจริง
2. กลุ่มนักจักรยาน และ
3. กลุ่มนักแข่ง

รวมทั้งแถมด้วยกลุ่มพิเศษอีก 1 กลุ่ม คือ กลุ่มคนรักจักรยาน ที่อาจแทรกตัวอยู่ในทั้ง 3 กลุ่มแรก คือ อาจเป็นคนธรรมดาเดินดิน หรือเป็นนักจักรยาน หรือเป็นนักแข่งก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือเป็นคนที่รักและชอบจักรยานเป็นพิเศษ หรือเป็นชีวิตจิตใจทีเดียว ซึ่งคนกลุ่มหลังนี่ในปัจจุบันก็มีอยู่ไม่น้อยในประเทศไทยของเรา
แล้วคน 3 กลุ่มแรกมันแตกต่างกันอย่างไรล่ะ ก็เห็นขี่จักรยานเหมือนๆ กัน
แตกต่างสิครับ แตกต่างกันมากด้วย

กลุ่มแรก เป็นประชาชนคนเดินดินกินข้าวแกงธรรมดาๆ มักเป็นผู้ที่มีฐานะและสถานะทางสังคมไม่เด่นนัก แต่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เช่น คนงาน ชาวนาชาวไร่ เด็กนักเรียน ครูประชาบาล คนรับใช้ตามบ้านคนที่พอมีอันจะกินไปจนถึงเศรษฐีในเมือง รวมไปถึงสาวยาคูลท์ด้วย เป็นต้น คนกลุ่มนี้ใช้จักรยานราคาถูกๆ แต่ใช้อย่างจริงจังด้วยความจำเป็นในวิถีชีวิต จะใช้ทุกวันหรือแทบทุกวันเพราะมันเป็นวิถีชีวิตดังที่ว่าไว้

พวกนี้ไม่ใช้เสือหมอบ ไม่ใช้เสือภูเขา ไม่ใช้โช้ค (อุปกรณ์กันกระแทกแบบที่รถยนต์มีไว้ให้นั่งรถแล้วไม่สะเทือน ปกติจะใส่ไว้ที่ล้อหน้าเท่านั้น อุปกรณ์แบบนี้ไม่มีในรถจักรยานที่ขายกันตามท้องตลาดปกติทั่วไป เพราะมีราคาแพง) ไม่ใช้ฟุลซัส ซึ่งเป็นคำย่อของฟุลซัสเพนชั่น หรือ full suspension (มีโช้คทั้งสองล้อ) จึงไม่เด่น ไม่ดัง และก็ไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียงในสังคมไทย แต่จริงๆ แล้วพวกนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดของคนที่ใช้จักรยาน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นเหมือนกันหมดทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่บนทวีปใดก็ตาม

ผมเรียกคนกลุ่มนี้ว่า "คนใช้จักรยาน" ในเมืองไทยประมาณได้ว่ามีไม่น้อยกว่า 20-30 ล้านคน

กลุ่มที่สอง เป็น "นักจักรยาน" พวกนี้อาจขี่จักรยานไปซื้อปาท่องโก๋ปากซอยบ้างเป็นบางวัน แต่ไม่ได้ทำทุกวัน และไม่ได้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน แต่ชอบใช้จักรยานในการท่องเที่ยวไกลๆ เป็นหลัก รวมทั้งอาจใช้แข่งแบบมือสมัครเล่นบ้างเป็นบางครั้ง วิธีคิดและพฤติกรรมรวมทั้งการแต่งกายและการใส่หมวกกันน็อคของคนกลุ่มนี้จึงแตกต่างไปจากกลุ่ม "ผู้ใช้จักรยาน" อย่างมาก กลุ่มนี้ถึงจะมีหรือไม่มีทางจักรยานก็ไม่เดือดร้อน เพราะไม่ต้องพึ่งทางจักรยานอยู่แล้ว เพราะความคล่องในการใช้จักรยานบนถนนของพวกเขามีสูงกว่าคนทั่วไป และมักมีรถยนต์ส่วนตัวหรือเดินทางโดยแท็กซี่หรือบีทีเอสหรือรถไฟใต้ดินฯลฯ
กลุ่มนี้แม้จะไม่ต้องพึ่งพาทางจักรยานเท่ากับพวกแรก แต่กลับเป็นพวกที่ออกมารณรงค์เพื่อทางจักรยานมากกว่ากลุ่มแรก สาเหตุคือ เป็นกลุ่มคนที่พอจะมีสถานะและฐานะทางสังคมค่อนข้างเด่นชัด เวลาพูดอะไรออกไปคนอื่นๆ ก็มักจะฟังมากกว่าไปฟังคนกลุ่มแรก พอออกมารณรงค์บ่อยๆ เข้าคนทั่วไปก็เลยนึกว่าพวกนี้เป็นตัวแทนของชาวจักรยาน (ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่) และในการขี่จักรยานนั้นจำเป็นต้องใส่หมวกกันน็อค เพราะภาพลักษณ์มันออกมาเป็นอย่างนั้น ทั้งๆ ที่สำหรับคนกลุ่มแรกหรือกลุ่มคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันแล้ว หมวกกันน็อคไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเลยแม้แต่น้อย

กลุ่ม "นักจักรยาน" นี้มีจำนวนรวมกันทั่วประเทศไม่มากนัก อาจจะอยู่ในวงประมาณไม่เกินหมื่นคนหรือเกินกว่าก็ไม่มาก ผิดกับกลุ่มแรกที่น่าจะมีได้ถึง 20-30 ล้านคน

กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่ม "นักแข่ง" กลุ่มนี้จะมีจำนวนน้อยที่สุดใน 3 กลุ่ม คือ จำกัดอยู่เฉพาะพวกที่ขี่จักรยานอย่างจริงจัง กลุ่มคนพวกนี้จะใส่หมวกกันน็อคเป็นประจำ และจะซ้อมเป็นบ้าเป็นหลัง เพื่อหวังผลในการแข่งขัน ซึ่งมีตั้งแต่ระดับจัดกันเองไปถึงระดับการกุศล ไปจนถึงระดับเขต ระดับชาติ ระดับซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ ส่วนโอลิมปิคเกมส์ไม่ต้องพูดถึงเพราะยังไปไม่ถึงขั้น
บางส่วนของกลุ่มนี้ (นักแข่ง) อาจตกไปอยู่ในกลุ่มสอง (นักจักรยาน) เมื่ออยู่นอกฤดูแข่งขันหรือเมื่อหมดสภาพ หรือเมื่อรู้ตัวว่าไปไม่ไหว สู้เขาไม่ได้แน่ๆ คือตกชั้นจากนักแข่งไปเป็นนักจักรยานธรรมดา

ส่วนกลุ่มสองบางคนขี่ไปๆ ก็อาจขยับชั้นขึ้นมาเป็นนักแข่งก็มี และมีเยอะพอสมควรด้วย แต่กลุ่มนักแข่งนี้รวมกันแล้วยังไงๆ ก็ไม่เกิน 4,000 คนทั่วประเทศ

ส่วนกลุ่มพิเศษคือ กลุ่มคนรักจักรยาน อาจไม่ใช้จักรยานเพื่อไปซื้อของหรือไปเที่ยวหรือไว้แข่ง แต่เป็นคนที่ชอบจักรยานมากๆ จะว่างั้นก็ได้ คือ ชอบน่ะ เข้าใจไหม ชอบ ชอบ ชอบน่ะ
ตัวอย่างของคนกลุ่มนี้ก็ได้แก่ ชมรมจักรยานโบราณ หรืออาจเป็นบางคนในชมรมและกลุ่มจักรยานต่างๆ ทั่วประเทศ พวกนี้วันๆหากไม่ทำอะไร ก็ชอบที่จะมานั่งเช็ดนั่งถูจักรยานให้ใหม่จนมันวับ
ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ของมันชอบ ได้ยินไหม ชอบวุ้ย ชอบ

เขียนมาถึงตรงนี้ ก็อยากจะต่อยอดโดยขอเชิญชวนพวกเราให้หันมาถามตัวเองหน่อยสิว่า ตัวเราเองนั้นอยู่ในกลุ่มใด ส่วนตัวผมนั้นเป็นมันหมดทั้ง 3 กลุ่มแรกนั่นแหละ คือขี่จักรยานไปทำงานก็(เคย)ทำ ขี่สนุกขี่มันก็เอา ขี่แข่งก็เคยชนะได้ถ้วยได้โล่มาแล้ว จึงพอจะเข้าใจจิตใจและวิธีคิดรวมทั้งพฤติกรรมของคนทั้ง 3 กลุ่มได้อยู่บ้าง

นี่คือเหตุผลที่ผมใช้ตอบคนบางคนที่ชอบถามผมอยู่บ่อยๆ ว่าทำไมบางทีผมไม่สวมหมวกกันน็อค บางทีก็ใส่./

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 18:39
โดย โอ๊ก
อ่านแล้วสะท้อนใจหลายแง่หลายมุมนะ...................... คนเราต้องหันมองตัวเองมากๆ

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 10 ม.ค. 2010, 20:58
โดย EDD TITAN
เป็นบทความที่ดีมากครับ อ่านแล้วคิดอะไรได้อีกหลายอย่าง ย้อนนึกถึงแต่ก่อนว่าเราเคยทำ หรือเป็นอย่างไรบ้างบทถนน

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 11 ม.ค. 2010, 09:38
โดย จุ๋ย
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ :D

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 11 ม.ค. 2010, 21:08
โดย หมูขึ้นอาน
บทความดีดีทั้งนั้นเลยครับ...ขอบคุณครับที่นำมาบอกเล่า

Re: คุณคือชาวเสือ หรือ แค่ คนบนจักรยาน

โพสต์: 12 ม.ค. 2010, 13:43
โดย เสือเนาว์
ข้อความมีแง่คิด แต่ทุกชีวิตต้องเรียนรู้เอาเอง