ด้วย Function HR Sensor ในตัวที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่นก่อน (230) และมี GPS & GLONASS ในตัวได้เลย (สามารถใช้แทนไมล์ได้ (มี Profile Bike มาให้เลย)
และก็หามาครอบครองจนได้ 1 เรือน
ยลโแมกล่องด้านหน้าก่อนเลยครับ
ด้านหลัง (ผมซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทยนะครับ ที่กล่องเลยมีภาษาไทยมาให้ด้วย แต่ก็ไม่ได้อ่านครับ อยากเห็นด้านในกล่องจะแย่ละ
ด้านข้าง
เปิดออกมามีกล่อง (กระดาษ) ด้านในอีก 1 กล่อง
การบรรจุแพคมา เรียบร้อยดีครับ
ของที่ได้มาในกล่อง
- ตัว Forerunner 235
- สายสำรอง 1 เส้น (สีเดียวกับที่ติดมากับเครื่อง)
- สาย USB ชาร์จ และ sync ข้อมูลในเส้นเดียวกัน
- และคู่มือ
มาดูที่ตัวเรือน กันเลยครับ สีที่ได้มาโดนมากเลยครับ เห็นในเว็บว่าโดนแล้ว ได้สัมผัสตัวจริงแล้วโดนเข้าไปอีก
ด้านหน้า
ด้านหลัง
สิ่งเล็กๆที่ทีมออกแบบของ Garmin ไม่มองข้าม และผมว่าโอเคเลย เช่น
ที่คล้องปลายสายด้านใน จะมีหมุดไว้ล๊อคกับสายไม่ให้เลื่อไปเลื่อนมา
ที่หนีบของสาย USB กับตังเครื่อง ดานหน้าที่สัมผัสกับจอก็มียางชิ้นเล็กๆรอง
ด้านหน้าของเข็มที่เป็นจุดเชื่อต่อ ก็มีแผ่นเล็กๆกั้น กันกระแทก แล้เป็นที่ยึดไปในตัว
การใช้งานเบื้อต้น
ทดสอบ เชื่อต่อ Ant+ กับ EDGE 520 ได้สำเร็จ (งมหาวิธีอยู่นานเหมือนกันครับ
ลองโหลด App จาก Connect IQ Store มาเล่นดู ทำได้ง่ายๆครับ โดยผ่าย App Garmin Connect บนมือถือได้เลย
Watch Face
เข็มทิศ (Widgets)
คร่าวๆหลังจากลองใช้งานไปได้ 1 วัน
- แรกสัมผัส แล้วนึกในใจ ทำไมมันเบา ดูก๋องแก๋งจัง เหมือนของเด็กเล่นเลย 555+
- ปุ่มกด ง่ายดี ไม่แข็งเหมือนปุ่มของ Garmin Edge 520
- การสับเปลี่ยนหน้าจอ ไม่มีหน่วง
- การแจ้งเตือสายเรียกเข้า และ Notification ต่างๆ เมื่อต่อกับ Smartphone ทำงานได้ดี
- เบาสบายเมื่อสวมใส่ แต่รู้สึกว่าจะหนักกว่า Vivosmart HR
- ไม่รูสึกโดนกดจากตัว HR Sensor เหมือนใส่ Vivosmart HR (ตัวนั้นเวลาถอดแล้ว เป็นรอยกดลงไปที่แขนเลยครับ)
- Activity Tracker ไม่มีนับขึ้นลงบันได เหมือนตัว Vivo (แต่ไม่จะเป็นเท่าไหร่)
- การจับสัญญาณ GPS เมื่อเริ่มใช้งาน ภายนอกอาคาร หาหัญญาณเร็วดีครับพอๆกับตัว Edge 520 ที่ผมใช้อยู่เลย แต่ถ้าอยู่ในอาคาร ช้ากว่านิด
ปล. ยังไม่ได้เอาไปลองทดสอบออกปั่นดูนะครับ ถ้าได้ผลยังไงแล้วจะมาอัพเดทให้นะครับ