:: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

TJA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 969
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
team: ลูกเจี๊ยบส์
Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
ติดต่อ:

:: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย TJA »

สมตติว่าเส้นทางอินทนนท์ช่วง16km.สุดท้าย ถ้าให้เลือกระหว่าง
- ขึ้นเฟืองใหญ่สุดที่มีทันที แล้วควงไปเรื่อยๆจนถึงยอด รักษาความสดของขาเอาไว้ให้มากที่สุด
- ค่อยๆไล่เฟืองไปตามกำลังขา รอบขาหรือแรงกดเริ่มหมดก็ค่อยๆขยับเฟืองใหญ่ขึ้นๆ เก็บเฟืองใหญ่สุดไว้ใช้เป็นไม้ตาย

เงื่อนไขคือจานหน้า50/34 เฟือง11-32

สองวิธีนี้ แบบไหนจะช่วยให้รอดไปถึงยอดดอยได้แบบขาไม่แตะพื้นครับ?
รูปประจำตัวสมาชิก
name_joker
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 609
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:29
Tel: 0894888XXX
team: Y@H / BRC
Bike: EV4

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย name_joker »

วิธีแรก เพราะคุณไม่ได้แข่งกับใคร ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลืองแรงกดเกียร์หนักจนหมดแรงแล้วค่อยผ่อน
เกียร์มีไว้ช่วยให้เราปั่นรอบขาที่เราถนัดและออกแรงได้มากที่สุดที่เส้นทางที่ต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นเกียร์ใหญ่สุดไม่จำเป็นต้องใช้ที่หลังสุดครับ ใช้ตามทางและแรงที่สัมพันธ์กันก็พอ เหนื่อยคือเหนื่อย หมดคือหมด 55555
Sketcher Shop
ขายปลีก ขายส่ง อุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียนทุกประเภท จัดส่งทั่วไทย
Line ID : kitchai1965
Tel: 092-403-6476
facebook : sketcher shop


by Siam Sketch Supply Co,.Ltd
รูปประจำตัวสมาชิก
irat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 875
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2013, 11:57
team: 18+

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย irat »

แบบแรกครับ ไม่ต้องเก็บไว้หรอกครับ มีเท่าไหร่ก็ใช้ไปเลยครับ
สายแฟชั่น ปั่นเรื่อยเปื่อย
compass
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 791
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2011, 23:16
Bike: TREK EMONDA SL6, Nich KEM, TREK MADONE 3.1 2012
ตำแหน่ง: จตุจักร กรุงเทพฯ
ติดต่อ:

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย compass »

ผมเคยใช้แบบ 2 ตอนไต่เขาชันๆ ปรากฏว่าตอนขึ้นเฟือง 32 มันหมดแล้ว ถึงตอนนั้นเฟืองใหญ่กว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์
หลังสุดใช้แบบแรกตอนขึ้นจุดชันๆ ของภูชี้ฟ้าสามารถไต่จนสุดได้
inugami
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 158
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2013, 09:31
Tel: 0894530511
Bike: Ridley Noah RS

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย inugami »

คิดเอาว่านักแข่งระดับโปรทัวร์เดี๋ยวนี้เค้าก็ยังใช้ใบคอมแพคเฟืองหลังใบโตๆในสเตจเขาโหดๆ แล้วเราเป็นใครใยจึงไม่ใช้ล่ะครับ อิอิ
รูปประจำตัวสมาชิก
Ride Decorrate
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 453
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2014, 15:02
team: 222 Cycling Team
Bike: Merida Reacto 400

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย Ride Decorrate »

แบบแรกยังกดแทบไม่ลงเลยครับ 555
แต่ก็ขึ้นถแบบไม่เข็นไม่จูง ด้วยชุดเฟืองตามที่ว่ามานี่แหละ
...รวมแว่น Oakey งาน AAA !!!... :lol: :lol: :lol:
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =1&theater
รูปประจำตัวสมาชิก
cocommnn
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 459
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2014, 23:55

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย cocommnn »

ถึงจังหวะนั้นไม่ค่อยได้คิดอะไร รู้แค่ว่าเฟืองเหลือดีกว่าขาด มีแรงเท่าไรก้ใส่ให้หมด
ไฟล์แนบ
20160127_120558.jpg
20160127_120558.jpg (69.04 KiB) เข้าดูแล้ว 2140 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Bukhanee
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 57
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2014, 13:51
Tel: 088-3408455

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย Bukhanee »

เน้นที่รอบขาเราเป็นหลักครับ เปบี่ยนเฟืองตามรอบขาที่ไม่หนัก ไม่เบาครับ คคสต. ครับผม
MAD_MAX
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 412
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2013, 17:09
Bike: MTB 27.5er, MTB 29er, Road 700c, Mini 20"

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย MAD_MAX »

ช่วงนี้ ร้านจักรยาน เอาRoadlink มาขายกันแทบทุกร้านเลย ^___^
TJA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 969
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
team: ลูกเจี๊ยบส์
Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
ติดต่อ:

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย TJA »

ขอบคุณทุกๆท่านมากครับ
ตอนนี้กำลังพยายามหาprofileของเส้นทางปั่นงานอินทนนท์ช่วงตั้งแต่ด่านเก็บเงินด่านแรกอยู่
เห็นบางอันที่หาได้ ช่วง16โลสุดท้ายจะมีบางช่วงที่สโลปชัน20%+ ผมนี่ขนลุกเลย
ไม่ทราบว่ามีใครพอจะรีวิวเส้นทางได้บ้างมั้ยครับ ช่วงชัน ช่วงพักมีตรงไหนบ้าง
visual3dmax
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1346
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2014, 11:44

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย visual3dmax »

แนวผม จะ start ที่รอบขา 90 ถ้ารอบขาเหลือ 65 ผมจะขึ้นเกียเบาให้รอบขา อยู่ที่ 90-80 ตัดลงมาเรื่อยๆ จนสุดเกีย
จนเหลือรอบ 55 ถึง ขึ้นย้ำสุดเกีย กดขึ้นไปใช้ได้ผล ครับ หัวใจ ไม่พุ่งเท่าไหร่ แต่ถ้า ยืน
ตั้นแต่กลางเนิน ผม จอด ทุกที ครับ หัวใจพุ่งปรีด ก่เหมือน รถยนต์ อะครับ รอบมันตก ก่ทดรอบขึ้น เว้นแต่จะขาแรงกด
ตั้งแต่ต้นเนิน
NEMOK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 117
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2015, 11:16
Tel: 0983937217
Bike: cinelli experience
ตำแหน่ง: แม่สา แม่ริม เชียงใหม่

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย NEMOK »

ถนอมกำลังขา ให้ได้มากที่สุด ค่อยๆไต่ไปครับ
เพราะหลังจากด่านที่สอง มันไต่ความสูงต่อเนื่องไปเรื่อยๆครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย lucifer »

ถามกลยุทธ์ตรงนี้ เพื่อจะขึ้นดอย ใช่ป่าว

16กม.สุดท้าย ถ้าวัดระดับความสูงกันแล้ว มันจะไต่ขึ้นไป 1 กม. ครับ

ถ้าเริ่มต้นกันตรงที่ทำการ ( ปั่นท่องเที่ยว 16 กม. ) อันนี้ไม่ยากเลยครับ ถ้าไม่ได้ตั้งใจปั่นแบบขาไม่แตะพื้นด้วย ยิ่งปั่นง่าย เพราะผมเคยเอาเสือภูเขาขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง เริ่มจากร้านลุงแดง ( ฝั่งตรงข้ามอุทยาน , ที่รวมพลของนักดูนก ) ผมขึ้นโดยดูจาก HR ถ้าHR เลยzone 3 ผมหยุด พอลงมาถึงต้นๆzone 2 แล้วปั่นต่อ รวมเวลาพักแล้วยังขึ้นไปเร็วกว่าเด็กๆที่ไปด้วยกันในครั้งนั้นที่อัดๆๆแล้วไปไส้แตกตรงเนินพระธาตุ

แต่ถ้าต้องการปั่นโดยเท้าไม่แตะพื้นด้วย และมาจากจุดสตาร์ทที่หนัาวัดพระธาตุจอมทองด้วยแล้ว ผมว่างานนี้หนังชีวิตม้วนยาว

เพราะ 16 กม. สุดท้ายนั้น จะเป็นของที่โหดหินดินระเบิดมากๆ

เพราะว่า หากไม่นับ ระยะทาง10 กม.แรกจากวัดพระธาตุจอมทองที่เกือบๆจะเป็นทางราบแล้ว ผมเรียกว่า stage 1 จะมีระยะทางประมาณ 22-23 กม. โดยนับจากด่าน 1 ไปถึงท่ีทำการอุทยาน

หนังชีวิตจะเริ่มต้นด้วยการขึ้นเนินคัดตัว ยาวประมาณ 300เมตร แต่ชัน ถ้าเนินนั้นปั่นไม่ผ่าน ตอบได้เลยว่าชีวิตข้างหน้ารันทดแน่ๆ พ้นเนินคัดตัวไป ก็จะไปเจอทางชันแบบกินแรงไปเรื่อยๆ และจะไปชันมากขึ้นแถวๆน้ำตกวชิรธารณ์ ซึ่งอาจจะไม่ได้ชันแบบเนินคัดตัว แต่มันก็ชันแบบยาวๆ สามารถบั่นทอนความแข็งแรงของเราไปได้มากทีเดียวครับ

22-23 กม.ที่ผ่านมา จะบั่นทอนเรี่ยวแรงเราไปแบบไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าเกิดระห่ำจัดหนักตั้งแต่แรก เดี่ยวก็จะรู้กัน



Stage 2 คือ 16 กม สุดท้าย พูดง่ายๆ หลังจากโดยนวดมาจนเริ่มช้ำ งวดนี้จะโดนทุบให้น่วม เพราะไม่มีทางราบเลย แล้วจะเจอประเภทชันมาก ถึงชันโคตรๆกันเลยแหละ ก็บอกไปแล้วว่า 16 กม.สุดท้าย มันไต่ขึ้นไปอีก 1 กม.ในแนวดิ่ง

พอพ้นที่ทำการอุทยาน ผ่านหน้าเพิงขายของของชาวไทยภูเขา ก็จะเริ่มเจอด่านแรก เรียกกันขำๆว่า " ไต่นรก 3 กม. " ชันpeakๆจะอยู่แถวๆ 11-14% เองครับ ผ่านตรงนี้ไปได้โดยไม่เข็นเลย ก็จะทุเลาความชันลง จนผ่านด่าน 2 หรือ ด่านที่จะเลี้ยวลงไปแม่แจ่ม บริเวณนี้จะชันน้อยกว่าหลายที่หน่อย พอจะพักขาได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านพ้นด่านสองไปได้สักพักหนึ่ง จะเป็นทางลาด ( ไม่ใช่ทางราบ ) ที่พอจะหยุดพักเติมพลัง พักขาได้ เพราะจากนี้ไป จะเริ่มเข้าสู่ของจริง ซึ่งนั่นก็คือ 7กม. สุดท้าย

7 กม.สุดท้าย คือ จะเริ่มเห็นพระธาตุ 2 องค์ เราเรียกกันว่า "เนินพระธาตุ" จะเป็นเนิน 2 พับ ที่จัดว่าเป็น Hilight ที่สุด เก่งๆที่ย่ำกันมาตลอด 43 กม. ก็มาแป้กกันตรงนี้แหละ เห็นถอดรองเท้า เดินจูงจักรยานกันเยอะแยะ แล้วเจ็บตรงที่ช่างภาพจะรอถ่ายรูปคนเดินจูงซะด้วย ( แหม ก็มันถ่ายง่ายนี่ )

ปีที่แล้ว ผมก็มาเดี้ยงเอาตรงนี้ ตะคริวเริ่มตอด ก็เลยหยุดพักข้างทางนั่งดูใครต่อใครเขาจูงผ่าน จริงๆแล้วถ้ายอมลงจูงจะใช้เวลารวมน้อยกว่านั่งพักเสียอีกครับ แต่อยากได้รูปสวยๆตอนปั่นขึ้นเท่านั้นแหละ ก็เลยนั่งพักขา

จากจุดนี้ การใส่cleatเพื่อปั่น จะทำได้ลำบากพอสมควร เพราะทางมันชันมาก ไม่มีแรงส่ง

ผ่านเนินพระธาตุ 2 พับ นี้ได้ ก็จะผ่านหน้าทางเข้าพระธาตุ มุ่งหน้าสู่หน้าทางเข้ากิ่วแม่ปาน ซึ่ง ทางข้างหน้าก็ไม่ใช่หมูๆนะครับ

ผ่านกิ่วแม่ปานไปก็จะเจอด่านโหดคือ เนินเสาสัญญาณ TOT และ เนินหอดูดาว ตรงนั้นอาจจะไม่ได้ชันมากมายเหมือนกับเนินพระธาตุ แต่มันโดนบั่นทอนพละกำลังไปเยอะแล้ว จากเนินที่เวลาปกติควรจะปั่นขึ้นได้ ก็จะกลายเป็นเนินที่อาจจะต้องลงจูงหรือนั่งพักแทน

16 กม.สุดท้าย จะมีระยะทางที่สบายที่สุดคือ 100เมตรสุดท้าย ที่เกือบๆจะเป็นทางลาดลงให้รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างเท่านั้น


--------------------------------------------------------------------------------------


การปั่นขึ้นเขา เป็นเกมส์ที่ต้องแข่งกับตัวเองครับ อย่าไปแข่งกับคนอื่น พยายามดู HR ไปเรื่อยๆ พยายามปั่นให้ได้อยู่ในช่วงโซน 3 อย่าแช่ไว้ที่โซน 4 นานๆ

เหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์ จะให้ไปยก squat ก็คงจะทำได้อีกสัก 3 ครั้งเป็นอย่างมาก (​ต้องพักกล้ามเนื้อให้สดสำหรับขึ้นดอยด้วยนะ ) ถ้าจะซ้อมปั่นช่วงนี้ โปรบางท่านแนะนำให้ปั่นโซน 2-3 ด้วยรอบขาแถวๆ 80 รอบ เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กล้ามเนื้อ ( คุณคงจะไม่คิดจะเป็น"ซอยยิกกุมาร" ขึ้นดอยหรอกนะครับ :lol: ยกเว้นคุณจะเป็นป๋าLanceศิษย์EPO ที่สร้างความฮือฮาด้วยท่า "Lance's Dance" ยืนควงบันไดขึ้นเขา )

พยายามคุมอาหาร พยายามซ้อมแล้วกินอาหารพวกแป้งในสัดส่วนที่สูงหน่อย แล้วงดของทอดของมันของหวานจัดๆ เพื่อควบคุมน้ำหนักตัว ถ้าลดน้ำหนักลงมาได้สัก 1 -2 กก. ( ช้าไปแล้วหละ เรื่องน้ำหนักนี่ เขาวางแผนกันมาเป็นเดือนๆ เพราะเป็นเรื่องยากมากสำหรับการลดน้ำหนักแบบมากๆโดยไม่กระทบต่อperformance ) ชีวิตจะสบายขึ้น ผมเองปกติหนัก 60 กก. ก็คุมอาหาร กับซ้อมโซน 2 -3 สลับกับเวทบ้าง ช่วงนี้บางวันก็ลงมาแตะ 58ปลายๆแล้ว , วันก่อนลงมาเหลือ 57.8 แบบว่าปล่อยน้ำไปเยอะหน่อย กินน้ำน้อยไปนิด ฮ่า ฮ่า )

ถ้ารู้สึกว่าไม่ค่อยพร้อมนัก หรือ ซ้อมไม่ค่อยพอ ก็หารองเท้าฟองน้ำเบาๆไปสักคู่ หรือ ยางรองคลีทติดตัวไปด้วย ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะเข็น เขาเข็นกันให้ขวักไขว่ สำคัญตรงที่จะเข็นยังไงไม่ให้โดนถ่ายรูปมานี่แหละ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
TJA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 969
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
team: ลูกเจี๊ยบส์
Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
ติดต่อ:

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย TJA »

lucifer เขียน:ถามกลยุทธ์ตรงนี้ เพื่อจะขึ้นดอย ใช่ป่าว

16กม.สุดท้าย ถ้าวัดระดับความสูงกันแล้ว มันจะไต่ขึ้นไป 1 กม. ครับ

ถ้าเริ่มต้นกันตรงที่ทำการ ( ปั่นท่องเที่ยว 16 กม. ) อันนี้ไม่ยากเลยครับ ถ้าไม่ได้ตั้งใจปั่นแบบขาไม่แตะพื้นด้วย ยิ่งปั่นง่าย เพราะผมเคยเอาเสือภูเขาขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง เริ่มจากร้านลุงแดง ( ฝั่งตรงข้ามอุทยาน , ที่รวมพลของนักดูนก ) ผมขึ้นโดยดูจาก HR ถ้าHR เลยzone 3 ผมหยุด พอลงมาถึงต้นๆzone 2 แล้วปั่นต่อ รวมเวลาพักแล้วยังขึ้นไปเร็วกว่าเด็กๆที่ไปด้วยกันในครั้งนั้นที่อัดๆๆแล้วไปไส้แตกตรงเนินพระธาตุ

แต่ถ้าต้องการปั่นโดยเท้าไม่แตะพื้นด้วย และมาจากจุดสตาร์ทที่หนัาวัดพระธาตุจอมทองด้วยแล้ว ผมว่างานนี้หนังชีวิตม้วนยาว

เพราะ 16 กม. สุดท้ายนั้น จะเป็นของที่โหดหินดินระเบิดมากๆ

เพราะว่า หากไม่นับ ระยะทาง10 กม.แรกจากวัดพระธาตุจอมทองที่เกือบๆจะเป็นทางราบแล้ว ผมเรียกว่า stage 1 จะมีระยะทางประมาณ 22-23 กม. โดยนับจากด่าน 1 ไปถึงท่ีทำการอุทยาน

หนังชีวิตจะเริ่มต้นด้วยการขึ้นเนินคัดตัว ยาวประมาณ 300เมตร แต่ชัน ถ้าเนินนั้นปั่นไม่ผ่าน ตอบได้เลยว่าชีวิตข้างหน้ารันทดแน่ๆ พ้นเนินคัดตัวไป ก็จะไปเจอทางชันแบบกินแรงไปเรื่อยๆ และจะไปชันมากขึ้นแถวๆน้ำตกวชิรธารณ์ ซึ่งอาจจะไม่ได้ชันแบบเนินคัดตัว แต่มันก็ชันแบบยาวๆ สามารถบั่นทอนความแข็งแรงของเราไปได้มากทีเดียวครับ

22-23 กม.ที่ผ่านมา จะบั่นทอนเรี่ยวแรงเราไปแบบไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าเกิดระห่ำจัดหนักตั้งแต่แรก เดี่ยวก็จะรู้กัน



Stage 2 คือ 16 กม สุดท้าย พูดง่ายๆ หลังจากโดยนวดมาจนเริ่มช้ำ งวดนี้จะโดนทุบให้น่วม เพราะไม่มีทางราบเลย แล้วจะเจอประเภทชันมาก ถึงชันโคตรๆกันเลยแหละ ก็บอกไปแล้วว่า 16 กม.สุดท้าย มันไต่ขึ้นไปอีก 1 กม.ในแนวดิ่ง

พอพ้นที่ทำการอุทยาน ผ่านหน้าเพิงขายของของชาวไทยภูเขา ก็จะเริ่มเจอด่านแรก เรียกกันขำๆว่า " ไต่นรก 3 กม. " ชันpeakๆจะอยู่แถวๆ 11-14% เองครับ ผ่านตรงนี้ไปได้โดยไม่เข็นเลย ก็จะทุเลาความชันลง จนผ่านด่าน 2 หรือ ด่านที่จะเลี้ยวลงไปแม่แจ่ม บริเวณนี้จะชันน้อยกว่าหลายที่หน่อย พอจะพักขาได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านพ้นด่านสองไปได้สักพักหนึ่ง จะเป็นทางลาด ( ไม่ใช่ทางราบ ) ที่พอจะหยุดพักเติมพลัง พักขาได้ เพราะจากนี้ไป จะเริ่มเข้าสู่ของจริง ซึ่งนั่นก็คือ 7กม. สุดท้าย

7 กม.สุดท้าย คือ จะเริ่มเห็นพระธาตุ 2 องค์ เราเรียกกันว่า "เนินพระธาตุ" จะเป็นเนิน 2 พับ ที่จัดว่าเป็น Hilight ที่สุด เก่งๆที่ย่ำกันมาตลอด 43 กม. ก็มาแป้กกันตรงนี้แหละ เห็นถอดรองเท้า เดินจูงจักรยานกันเยอะแยะ แล้วเจ็บตรงที่ช่างภาพจะรอถ่ายรูปคนเดินจูงซะด้วย ( แหม ก็มันถ่ายง่ายนี่ )

ปีที่แล้ว ผมก็มาเดี้ยงเอาตรงนี้ ตะคริวเริ่มตอด ก็เลยหยุดพักข้างทางนั่งดูใครต่อใครเขาจูงผ่าน จริงๆแล้วถ้ายอมลงจูงจะใช้เวลารวมน้อยกว่านั่งพักเสียอีกครับ แต่อยากได้รูปสวยๆตอนปั่นขึ้นเท่านั้นแหละ ก็เลยนั่งพักขา

จากจุดนี้ การใส่cleatเพื่อปั่น จะทำได้ลำบากพอสมควร เพราะทางมันชันมาก ไม่มีแรงส่ง

ผ่านเนินพระธาตุ 2 พับ นี้ได้ ก็จะผ่านหน้าทางเข้าพระธาตุ มุ่งหน้าสู่หน้าทางเข้ากิ่วแม่ปาน ซึ่ง ทางข้างหน้าก็ไม่ใช่หมูๆนะครับ

ผ่านกิ่วแม่ปานไปก็จะเจอด่านโหดคือ เนินเสาสัญญาณ TOT และ เนินหอดูดาว ตรงนั้นอาจจะไม่ได้ชันมากมายเหมือนกับเนินพระธาตุ แต่มันโดนบั่นทอนพละกำลังไปเยอะแล้ว จากเนินที่เวลาปกติควรจะปั่นขึ้นได้ ก็จะกลายเป็นเนินที่อาจจะต้องลงจูงหรือนั่งพักแทน

16 กม.สุดท้าย จะมีระยะทางที่สบายที่สุดคือ 100เมตรสุดท้าย ที่เกือบๆจะเป็นทางลาดลงให้รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างเท่านั้น


--------------------------------------------------------------------------------------


การปั่นขึ้นเขา เป็นเกมส์ที่ต้องแข่งกับตัวเองครับ อย่าไปแข่งกับคนอื่น พยายามดู HR ไปเรื่อยๆ พยายามปั่นให้ได้อยู่ในช่วงโซน 3 อย่าแช่ไว้ที่โซน 4 นานๆ

เหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์ จะให้ไปยก squat ก็คงจะทำได้อีกสัก 3 ครั้งเป็นอย่างมาก (​ต้องพักกล้ามเนื้อให้สดสำหรับขึ้นดอยด้วยนะ ) ถ้าจะซ้อมปั่นช่วงนี้ โปรบางท่านแนะนำให้ปั่นโซน 2-3 ด้วยรอบขาแถวๆ 80 รอบ เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กล้ามเนื้อ ( คุณคงจะไม่คิดจะเป็น"ซอยยิกกุมาร" ขึ้นดอยหรอกนะครับ :lol: ยกเว้นคุณจะเป็นป๋าLanceศิษย์EPO ที่สร้างความฮือฮาด้วยท่า "Lance's Dance" ยืนควงบันไดขึ้นเขา )

พยายามคุมอาหาร พยายามซ้อมแล้วกินอาหารพวกแป้งในสัดส่วนที่สูงหน่อย แล้วงดของทอดของมันของหวานจัดๆ เพื่อควบคุมน้ำหนักตัว ถ้าลดน้ำหนักลงมาได้สัก 1 -2 กก. ( ช้าไปแล้วหละ เรื่องน้ำหนักนี่ เขาวางแผนกันมาเป็นเดือนๆ เพราะเป็นเรื่องยากมากสำหรับการลดน้ำหนักแบบมากๆโดยไม่กระทบต่อperformance ) ชีวิตจะสบายขึ้น ผมเองปกติหนัก 60 กก. ก็คุมอาหาร กับซ้อมโซน 2 -3 สลับกับเวทบ้าง ช่วงนี้บางวันก็ลงมาแตะ 58ปลายๆแล้ว , วันก่อนลงมาเหลือ 57.8 แบบว่าปล่อยน้ำไปเยอะหน่อย กินน้ำน้อยไปนิด ฮ่า ฮ่า )

ถ้ารู้สึกว่าไม่ค่อยพร้อมนัก หรือ ซ้อมไม่ค่อยพอ ก็หารองเท้าฟองน้ำเบาๆไปสักคู่ หรือ ยางรองคลีทติดตัวไปด้วย ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะเข็น เขาเข็นกันให้ขวักไขว่ สำคัญตรงที่จะเข็นยังไงไม่ให้โดนถ่ายรูปมานี่แหละ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ขอบคุณอ.ลูมากๆครับ นอกจากรีวิวเรื่องเส้นทางแต่ละจุดแบบละเอียดยิบแล้ว ยังเพิ่มเติมเรื่องการซ้อมในช่วง2สัปดาห์ที่เหลือให้ด้วย(เหมือนรู้เลยว่าผมอยากถามอะไรต่อ 5555)
ถ้าอย่างนั้นช่วงที่เหลือนี้ควรงดขึ้นเขา แล้วหันมาซ้อมพวกSweet spotม Tempo หรือหาเวลาออกไปปั่นยาวๆคุมรอบขากับหัวใจแทนจะดีกว่าใช่มั้ยครับ

เพิ่งไปขึ้นเขาใหญ่ด่านชนด่านแล้วต่อเขาเขียว พยายามยังไม่ใช่เฟือง32(ใช้ถึง28)แล้วคุมหัวใจกับรอบขาขึ้นไป ผลคือเขาเขียวช่วงท้ายๆนี่หัวใจยังกระฉูดอยู่ครับ
แต่พอถึงงานอินทนนท์คิดว่าคงปั่นแบบเซฟแรงตั้งแต่ช่วงเนินคัดตัวไปเรื่อยๆ ใช้เฟืองตามรอบขากับความชัน
จากที่เปิดกราฟในStravaดูความชัน คิดว่าตั้งแต่เริ่มไปจนถึงช่วงก่อนถึงด่านที่2น่าจะบริหารแรงได้แบบที่ไม่ช้ำมาก ส่วนช่วง16kmสุดท้ายนี่คิดว่าจะขึ้นเฟือง32โซโล่ยาวๆเลยครับ จบที่เวลาเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่ขาไม่แตะพื้นก็กลับมาปิดซอยบ้านฉลองแล้วครับ 555

รบกวนสอบถามอีกนิดนึงนะครับ ว่าพวกน้ำดื่มกับอาหารให้พลังงาน ควรจะเตรียมไปอย่างไรบ้างครับ?
ที่ผมคิดๆไว้ คือน้ำ2กระติก(ใส่เกลือแร่กระติกนึง) กล้วยหอม2ใบ บาร์ข้าวโอ๊ตอัดแท่งของNature Valleyแท่งนึง เจล2ซอง คิดว่ามันเยอะไปมั้ยครับ
กับอีกเรื่องนึง ตอนนี้เพิ่งได้Power Meterมาซ้อม(Stages) ทดลองหาftpไปครั้งแรก ได้สัดส่วนWatt/kgอยู่ที่3.11 แต่ใช้ยากพอสมควร เพราะค่าที่แสดงในจอมันแกว่งเร็วมาก ทั้งๆที่ตั้งค่าไว้ให้โชว์เป็น%ftpแล้ว และรักษาความเร็วกับรอบขาไว้ได้นิ่งพอวมควร มีคำแนะนำในการซ้อมตรงนี้มั้ยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: :: สอบถามความเห็นในการเลือกกลยทธ์เพื่อขึ้นเขาหน่อยครับ ::

โพสต์ โดย lucifer »

เรื่องเจล และพลังงานเสริมนี่ ถ้าต้องการกันแบบ Peak Performance เขาแนะนำให้กินกันทุกๆครึ่งชม.เลยนะครับ
กล้วยหอมลูกหนึ่งมีอยู่ประมาณ 100-110 Cal ก็พอๆกับเจล 1 ซอง แบกมากก็หนักมากนะครับ ชม.หนึ่งถ้าจัดแบบโหดๆ ก็ต้องการประมาณ 200 - 300 Cal ขึ้นกับตัวเล็กใหญ่แค่ไหน ผมเคยลงทุนในทริปยาวๆ 180 กม. คือ กินเจลทุกครึ่งชม. ทริปนั้นจบสวย กล้ามเนื้อไม่กระปลกกระเปลี้ย (​เปลืองจริง ไรจริง)

เรื่องซ้อมขึ้นเขาก็ไม่ค่อยมีอะไรจะแนะนำหรอกครับ ไม่ได้ชำนาญมากขนาดนั้น พูดตามที่โปรเขาแนะนำมา แล้วโปรแต่ละท่านก็มองอะไรต่างกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะตรงกันในเรื่องการสร้างพื้นฐานในช่วง Tempo กับ PowerTraining ในช่วง Sweet spot ( โปรแกรมหลายอันก็เน้นตรงนี้ ) แล้วก็ยังต้องซ้อมช่วง Zone 2 ด้วยอีกเช่นกัน สรุปๆแล้วก็ไม่ค่อยได้มีอะไรพิเศษมากมายกว่าที่เราซ้อมกันอยู่ ที่สำคัญเหลือเวลา 2 สัปดาห์ ก็คงทำได้เท่าที่ทำ เก็บความสดชื่นของกล้ามเนื้อไว้ หลีกเลี่ยงการซ้อมที่สร้าง TSS สูงๆดีกว่าครับ

ค่า Watt จากStage จะยิ่งแกว่งมาก เพราะมันวัดขาเดียวx2 variation มันจะเยอะหน่อย ที่แกว่งน้อยก็จะเป็นวัดจากดุม เพราะมันโดนเกลียไปจากการทดรอบของเกียร์ พวกวัดจากขาจานหรือCrank แกว่งมากๆครับ เป็นธรรมดามากๆอยู่แล้ว ดู%FTPนี่ง่ายสุดแล้วครับ ไม่ต้องเสียเวลาแปลผลมาก

เสาร์ก่อน ผมย่ำขึ้นเขาใหญ่ %FTP ทะลุเกิน 150%บ่อยๆ แต่ก็ไปเรื่อยๆ จนเฉลียวใจว่า เราไม่ได้วัด FTP มานานมากแล้ว สุดท้ายก็ต้องเอาค่า Power distribution graph มาดู แล้วหาจุด Drop-Off ถึงรู้ว่า ผลจากการฝึก zone 2 -3 มาตลอด + ปั่นTTบ้าง และยกเวทนิดๆหน่อยๆ มันก็ช่วยได้เยอะมากเลยเหมือนกัน , sweet spot ช่วยเพิ่ม FTP ได้เร็วที่สุด ครับ การปั่นขึ้นเขาบ่อยๆจะเป็นการฝึกในช่วงsweet spot ได้ดีกว่าการปั่นบนพื้นราบที่มีการรบกวนจากสภาพแวดล้อมได้มากพอสมควร แต่การปั่นขึ้นเขาเขียวก็ดี หรือ การปั่นเอาเวลาใน segment เขาใหญ่KOM ก็ดี ผมว่าปั่นแล้วต้องพักหลายวันกว่าจะกลับมาฟิตเหมือนเดิม
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”