ไปฟ่ำมาแล้ว ๒ หน เข่าแหก
โพสต์: 19 ม.ค. 2016, 13:23
ก็มาเล่าสู่กันฟังครับ
ผมถอยเบียงคี่ 27.0 มาเมื่อก่อนปีใหม่ หลังจากปั่น LA RedLine ไซส์ใหญ่เกินตัวมาสองเดือน จนมั่นใจว่าจะเอาจริงกับกีฬาจักรยานเพื่อออกกำลังกาย ถอยมาก็ไปปั่นรอบ ๆ แม่ริม หัวยตึงเฒ่า ห้วยน้ำเย็น วัดหนองก๋าย เนินต้นโชค ไกลสุดไปถึงน้ำพุร้อนโป่งกวาว (บางช่วงยกขึ้นกระบะ แหะ ๆ) ก็มีโอกาสได้ปั่นขึ้นเนิน และไหลลงเนินยาว ๆ ทดสอบรถจนคุ้นมือ แล้วผมก็เข้ากทม.
ถนนในกทม.ไม่เหมาะเลยกับการปั่นจักรยาน รู้สึกถึงอันตราย และผิดที่ผิดทาง ผมปั่นจากที่พักย่านนิมิตใหม่ ไปสกายเลน สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทางราว ๒๐ กม. ปั่นทางสีฟ้า ๑ รอบ ๒๓.๕ กม. แล้วต้องปั่นกลับเลย เพราะสกายเลนแสนดีไฮเทคมีสแน็ปนั้น ไม่มีที่นั่งพักหลังจากปั่นครบรอบ ขากลับต้องปั่นขึ้นสะพานลอยที่รถเยอะมาก จำเป็นต้องเปลี่ยนเลนข้ามไป ๒ ช่องกลางสะพานเพราะจะไปตรงออกถนนร่มเกล้าขณะที่เลนซ้ายสุดเป็นเลนเลี้ยว ผิดที่ผิดทางมาก ครั้งเดียวเข็ดเลย
แต่ที่มาเล่าให้ฟังนี้เป็นอุบัติเหตุจากสภาพถนน ผมไปปั่นที่บึงสะแกงาม ขากลับเป็นถนนที่มีช่องทางซ้ายมือให้ปั่นจักรยานได้ แต่เมื่อเจอสะพานข้ามคลอง จักรยานก็ต้องปีนขึ้นเลนรถยนต์ก่อน ข้ามสะพานแล้วจึงจะมีช่องทางซ้ายมือให้จักรยานปั่นต่อ ทีนี้ปัญหาคือ เลนจักรยานมันต่ำกว่าเลนรถยนต์อยู่เกือบคืบ สองสะพานแรกผมก็ผ่านไปด้วยดี ตอนนั้นฝนตกพรำ ๆ รถผมเพิ่งถอยมาใหม่ ดอกยางเสือภูเขาใหม่ ๆ ก็มั่นใจว่าไม่น่ามีปัญหา แต่สะพานที่สาม ผมปีนขึ้นเลนแล้วไถลคว่ำพับไปทางขวา(คือคว่ำไปนอนแอ้งแม้งบนเลนรถยนต์เลย) คว่ำแบบงงมาก ทำไมถึงได้ลื่นและคว่ำไม่เป็นท่าได้ขนาดนั้น ก็ได้แผลที่เข่า ข้อศอก เพราะถนนเปียกปีนเลนไม่ดี ผมก็จำไว้ คราวหน้าคราวหลังจะปีนถนนแบบนี้ต้องตัดขึ้นเลย จะแถไปแบบที่พลาดไปนั้น อย่าได้ทำอีก
หลายวันต่อมา ผมก็ไปเขาใหญ่ ขับรถขึ้นไปนะครับ กางเต้นท์นอนที่ผากล้วยไม้ (คนเยอะมาก เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เต้นท์กางเต็มพื้นที่เหมือนค่ายอพยพ) ตอนเช้าน้ำค้างลงจัดมาก ถนนเปียกอีก ผมประกอบล้อออกมาปั่นสั้น ๆ กะว่าไต่เนินขึ้น ๆ ลง ๆ ไปลานกางเต้นท์ลำตะคอง หากาแฟกิน ซึ่งเนินเหล่านี้ ตอนขับรถขึ้นมาก็เห็นแล้วว่า ไม่ได้ชันอะไรมาก แถวบ้านผมที่แม่ริมเนินโหดกว่าเป็นไหน ๆ แต่ผมก็พลาดอีก ทางลงเนินที่ดูธรรมดา ๆ นี่แหละ ไหลลงไปแล้วมีโค้งเราก็ต้องชะลอรถด้วยเบรค ปรากฏว่าเบรคลึกไปหน่อย (ควรเบรคเนิ่น ๆ กว่านั้นเพราะถนนเปียก) ดอกยางที่เป็นปุ่มมันมีหน้าสัมผัสถนนน้อยมาก รถไถลเป็นสกีน้ำแข็งซะงั้น วืดซ้าย วืดขวา แล้วก็โครม ได้แผลที่เข่า และข้อศอกซ้ำรอยเดิมเลย
ที่มาเล่าให้ฟัง ก็ไม่มีอะไรแปลกครับ ใคร ๆ ก็เคยล้มกัน แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าถนนดำเปียกน้ำแล้ว ดอกยางเสือภูเขามันแทบจะหมดท่า อย่าได้ไว้ใจเป็นอันขาด ถึงแม้จะเป็นเนินระดับประถม ก็สามารถทำให้เราฟ่ำคะมำหมดท่าได้ง่ายมาก โชคดีที่ไม่มีรถตามหลัง และได้รับการช่วยเหลือจากผู้ผ่านมาพบอย่างดี การคว่ำสองหนนี้ สอนผมมากกว่าคำเตือนทั้งหลายที่เคยได้ยินมาทั้งหมด ผมก็เขียนเตือนอีกแหละครับ ว่าอย่าได้ย่ามใจใด ๆ เลย กับทางเปียก ทางลงเนินอันตรายกว่าการไต่ขึ้นหลายเท่า
จบเพียงนี้ แผลตกสะเก็ดแล้ว ออกไปปั่นกันต่อครับ
ผมถอยเบียงคี่ 27.0 มาเมื่อก่อนปีใหม่ หลังจากปั่น LA RedLine ไซส์ใหญ่เกินตัวมาสองเดือน จนมั่นใจว่าจะเอาจริงกับกีฬาจักรยานเพื่อออกกำลังกาย ถอยมาก็ไปปั่นรอบ ๆ แม่ริม หัวยตึงเฒ่า ห้วยน้ำเย็น วัดหนองก๋าย เนินต้นโชค ไกลสุดไปถึงน้ำพุร้อนโป่งกวาว (บางช่วงยกขึ้นกระบะ แหะ ๆ) ก็มีโอกาสได้ปั่นขึ้นเนิน และไหลลงเนินยาว ๆ ทดสอบรถจนคุ้นมือ แล้วผมก็เข้ากทม.
ถนนในกทม.ไม่เหมาะเลยกับการปั่นจักรยาน รู้สึกถึงอันตราย และผิดที่ผิดทาง ผมปั่นจากที่พักย่านนิมิตใหม่ ไปสกายเลน สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทางราว ๒๐ กม. ปั่นทางสีฟ้า ๑ รอบ ๒๓.๕ กม. แล้วต้องปั่นกลับเลย เพราะสกายเลนแสนดีไฮเทคมีสแน็ปนั้น ไม่มีที่นั่งพักหลังจากปั่นครบรอบ ขากลับต้องปั่นขึ้นสะพานลอยที่รถเยอะมาก จำเป็นต้องเปลี่ยนเลนข้ามไป ๒ ช่องกลางสะพานเพราะจะไปตรงออกถนนร่มเกล้าขณะที่เลนซ้ายสุดเป็นเลนเลี้ยว ผิดที่ผิดทางมาก ครั้งเดียวเข็ดเลย
แต่ที่มาเล่าให้ฟังนี้เป็นอุบัติเหตุจากสภาพถนน ผมไปปั่นที่บึงสะแกงาม ขากลับเป็นถนนที่มีช่องทางซ้ายมือให้ปั่นจักรยานได้ แต่เมื่อเจอสะพานข้ามคลอง จักรยานก็ต้องปีนขึ้นเลนรถยนต์ก่อน ข้ามสะพานแล้วจึงจะมีช่องทางซ้ายมือให้จักรยานปั่นต่อ ทีนี้ปัญหาคือ เลนจักรยานมันต่ำกว่าเลนรถยนต์อยู่เกือบคืบ สองสะพานแรกผมก็ผ่านไปด้วยดี ตอนนั้นฝนตกพรำ ๆ รถผมเพิ่งถอยมาใหม่ ดอกยางเสือภูเขาใหม่ ๆ ก็มั่นใจว่าไม่น่ามีปัญหา แต่สะพานที่สาม ผมปีนขึ้นเลนแล้วไถลคว่ำพับไปทางขวา(คือคว่ำไปนอนแอ้งแม้งบนเลนรถยนต์เลย) คว่ำแบบงงมาก ทำไมถึงได้ลื่นและคว่ำไม่เป็นท่าได้ขนาดนั้น ก็ได้แผลที่เข่า ข้อศอก เพราะถนนเปียกปีนเลนไม่ดี ผมก็จำไว้ คราวหน้าคราวหลังจะปีนถนนแบบนี้ต้องตัดขึ้นเลย จะแถไปแบบที่พลาดไปนั้น อย่าได้ทำอีก
หลายวันต่อมา ผมก็ไปเขาใหญ่ ขับรถขึ้นไปนะครับ กางเต้นท์นอนที่ผากล้วยไม้ (คนเยอะมาก เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เต้นท์กางเต็มพื้นที่เหมือนค่ายอพยพ) ตอนเช้าน้ำค้างลงจัดมาก ถนนเปียกอีก ผมประกอบล้อออกมาปั่นสั้น ๆ กะว่าไต่เนินขึ้น ๆ ลง ๆ ไปลานกางเต้นท์ลำตะคอง หากาแฟกิน ซึ่งเนินเหล่านี้ ตอนขับรถขึ้นมาก็เห็นแล้วว่า ไม่ได้ชันอะไรมาก แถวบ้านผมที่แม่ริมเนินโหดกว่าเป็นไหน ๆ แต่ผมก็พลาดอีก ทางลงเนินที่ดูธรรมดา ๆ นี่แหละ ไหลลงไปแล้วมีโค้งเราก็ต้องชะลอรถด้วยเบรค ปรากฏว่าเบรคลึกไปหน่อย (ควรเบรคเนิ่น ๆ กว่านั้นเพราะถนนเปียก) ดอกยางที่เป็นปุ่มมันมีหน้าสัมผัสถนนน้อยมาก รถไถลเป็นสกีน้ำแข็งซะงั้น วืดซ้าย วืดขวา แล้วก็โครม ได้แผลที่เข่า และข้อศอกซ้ำรอยเดิมเลย
ที่มาเล่าให้ฟัง ก็ไม่มีอะไรแปลกครับ ใคร ๆ ก็เคยล้มกัน แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าถนนดำเปียกน้ำแล้ว ดอกยางเสือภูเขามันแทบจะหมดท่า อย่าได้ไว้ใจเป็นอันขาด ถึงแม้จะเป็นเนินระดับประถม ก็สามารถทำให้เราฟ่ำคะมำหมดท่าได้ง่ายมาก โชคดีที่ไม่มีรถตามหลัง และได้รับการช่วยเหลือจากผู้ผ่านมาพบอย่างดี การคว่ำสองหนนี้ สอนผมมากกว่าคำเตือนทั้งหลายที่เคยได้ยินมาทั้งหมด ผมก็เขียนเตือนอีกแหละครับ ว่าอย่าได้ย่ามใจใด ๆ เลย กับทางเปียก ทางลงเนินอันตรายกว่าการไต่ขึ้นหลายเท่า
จบเพียงนี้ แผลตกสะเก็ดแล้ว ออกไปปั่นกันต่อครับ