ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย giro »

ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"
สืบเนื่องจากบทความก่อนหน้านี้ ว่ากันด้วยเนื้อหาของการเริ่มต้นจะเป็นนักปั่นที่ดี หนึ่งใน 3 เคล็ดลับสำคัญคือการขี่ให้นิ่ง ก็ขอย้อนกลับไปซักสองช่วงรถนะครับ เรามาคุยกันเรื่องนิ่งอีกครั้ง เผื่อที่หลายๆท่านจะยังไม่ได้อ่านบทความเก่า
รูปภาพ
คำว่านิ่งของการขี่จักรยานครอบคลุมถึงการนิ่งทั้งการรัการะยะและทิศทางให้นิ่ง รวมไปจนถึงการรักษาระดับความเร็วให้นิ่ง ซึ่งสองกรณีนี้คือหัวใจสำคัญของการเริ่มต้นขี่จักรยานก็ว่าได้ คนส่วนมากมาปั่นจักรยานคงสนใจว่าตัวเองจะเร็วแค่ไหน เร็วได้เท่าไหร่ ปั่นแล้ว av เท่าไหร่ แต่หารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงแล้ว ก่อนที่จะหัดให้ขี่ได้เร็ว จริงๆการหัดให้ขี่ได้นิ่งและคงที่คือหัวใจสำคัญของการปเ)็นนักปั่นที่ดี และเป็นบันไดก้าวแรกก่อนจะเข้าร่วมปั่นกับกลุ่มนักปั่น
ถ้าจะให้พูดกันหนักๆก็คือ ควรเริ่มหัดปั่นให้ได้นิ่งๆดีๆเสียก่อนจะไปปั่นกับคนอื่นเขา เพราะจักรยานมันเนื้อหุ้มคาร์บอน(เหล็ฏ) ล้มไปคนเจ็บ ของก็เสียหาย เป็นรอย ซวยหนักๆแตกหักพังไปก็มีเยอะแยะครับ อุบัติเหตุจะไม่มีทางเกิดเลยหากแต่ละคนรับผิดชอบและเรียนรู็พื้นฐานที่ดีก่อนจะมาร่วมกัน ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนที่คุณจะไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนได้ คุณก็ต้องหัดรับ ส่ง อย่างน้อยต้องผ่านวิชาพละศึกษา เล่นลิงชิงบอลเป็นแล้วล่ะ มีใครอยากจะเล่นกับคนที่ยังคุมอะไรไม่ได้ บอลไปถึงเท้ามันฟาดเปรี้ยงเข้าหน้าเพื่อน เตะทิ้งไปไกลปู๊นต้องให้คนอื่นวิ่งเก็บ หรือเอาเข้าทีมโดยที่ไม่รู็ว่ามันจะเตะเข้าโกลตัวเองมั้ย จักรยานก็เช่นกันครับ วันนี้ Velopedia ขอนำเสนอแบบฝึกหัดสำหรับการขี่จักรยานให้นิ่ง ทั้งด้านความเร็วและทิศทางให้ได้เรียนรู็กัน

ขี่ความเร็วให้นิ่ง .....
คนที่ขี่คนเดียวจะหัดได้ง่ายกว่ามากๆครับ เพราะคุณจะมีสมาธิอยู๋กับตัวเอง อยู๋กับความเร็ว อยู่กับจักรยานและขาของคุณ ลองพยายามขี่แล้วจับความรู้สึกของขาที่"สม่ำเสมอ" ที่พาให้เราเคลื่อนที่ไปได้นิ่งๆยาวๆ ไม่ต้องเร็ว ไม่ต้องแรง จะช้าชมวิวก็ได้แต่ขาต้องคงที่ ความเร็วต้องคงที่ เพราะปัญหาหลักของการไม่สามารถควบคุมความเร็วให้นิ่งได้คือการที่ออกแรงขาไม่คงที่ เดี๋ยวก็เร่ง เหนื่อยก็ผ่อน หรือปั่นๆฟรีๆ นั่นแหละครับ ถ้าเหนื่อยก็ลดความเร็ว ลดรอบขาลงมาซะ แต่หัดให้นิ่งเสียก่อน และเมื่อพัฒนาขึ้น ค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นไปทีละนิดๆ หรือลองฝึกหัดแบ่งเป็นช่วงๆแบบสั่งได้ ลองเรียนรู้ที่จะยืนนิ่งๆ 25 กม./ชม. ยาวๆให้ได้ 20 นาที แลล้วขึ้นไป 30 กม./ชม. แบบนิ่งๆเนียนๆแล้วคงที่ให้นิ่งอีกซัก 10-15 นาที วิธีนี้จะทำให้ร่างกายค่อยๆเรียนรู้ที่จะปรับการออกกำลังให้คงที่สัมพันธ์กับความเร็วที่เปลี่ยนไปครับ

อันดับต่อไป ขี่อย่างไรให้รถนิ่ง เอาล่ะครับเรื่องนี้แหละเรื่องใหญ่
เพราะที่เกี่ยวกันล้ม ปาดกัน เบียดกันก็เพราะไม่สามารถรักษาแนวของตนเองเอาไว้ได้ สา่ายไปส่ายมา จะเพราะเหนื่อย เพราะส่ายหลบล้อคันหน้าเวลาเสย ส่ายเพราะลมตี ถ้าพบว่าตัวเองยังไม่นิ่ง ต้องหมั่นหาเวลาฝึกทักษะด้านนี้ครับ แบบฝึกหัดง่ายๆมากๆ เพียง 2 อย่างช่วยได้แน่นอนครับ

ขี่ช้าให้ได้ก่อนจะขี่เร็ว...
...คำว่าช้าตรงนี้ บอกได้เลยว่าช้าระดับ"คนเดิน"ครับ ยิ่งช้า ยิ่งดี ยิ่งช้าได้มากเท่าไหร่ ยิ่งแปลว่าคุณกำลังฝึกให้ระบบการทรงตัวในหูคุณสั่งการให้คุณคุมรถได้นิ่งขึ้น จักรยานมันทรงตัวง่ายที่ความเร็ว เมื่อแรงส่งไปด้านหน้าทางทิศที่เคลื่อนที่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันช้าจนแรงไปด้านหน้าน้อยลง มันจะคุมรถได้ยากมาก และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ต้องฝึกให้ได้ คุณไม่ได้ต้องการสถานที่กว้างๆเลย หาเวลาเล็กๆน้อยๆ 15-30 นาที เอาจักรยานมาขี่วนช้าๆ แทบจะหยุดอยู่กับที่ เลี้ยวไปมาให้ได้โดยขาไม่แตะพื้น แล้วรอดูครับเมื่อคุณขี่เร็ว คุณจะคุมรถได้นิ่งขึ้นอีกเยอะ

และแบบฝึกหัดต่อมาคือการสร้าง "เส้นสมมุติ" .....
.....ลองหาถนนโล่งๆ ยาวๆ ถ้ามีเส้นถนนสีขาวยิ่งดี พยายามฝึกด้วยการขี่"บนเส้นถนน" (อย่าเร็วนะครับ มันลื่น) พยายามคุมให้รถวิ่งไปตรงๆตามเส้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องก้มหน้ามองเส้นเพื่อจ้องคุมรถเอาไว้ จากนั้นเมื่อทำได้คล่องแล้วลองสมมุติว่ามีเส้นในจินตนาการห่างจากเส้นถนนจริงซัก 1 ฟุต แล้วขี่ไปบนเส้นนั้น รักษารถให้นิ่งที่สุด หมั่นทำบ่อยๆ ทุกความเร็ว ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน พยายามสร้างเส้นสมมุตินี้เอาไว้ให้ได้้และวิ่งไปตามแนวเส้น ทักษะนี้จะช่วยให้คุณขี่ร่วมกับคนอื่นได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะการเข้าโค้งด้วยความเร็ว

ลองสังเกตุแบบฝึกหัดทั้งสามดูนะครับ ไม่มีอันไหนที่ยากเลยแม้แต่อันเดียว และไม่มีอันไหนที่ต้องการพลัง ต้องการความแรงแม้แต่อันเดียว แต่ความต่างระหว่างคนที่ขี่ดี กับคนที่ขี่เร็ว คือตรงนี้แหละครับ คนขี่ดีจะขี่ช้าหรือเร็วก็น่าขี่ด้วย คนที่ขี่เร็วบางคนสักแต่ว่าเร็วแต่ไม่น่าขี่ด้วย
ลองเอาไปฝึกฝนกันดูนะครับ วันละนิด ครั้งละน้อย แต่ช่วยพัฒนาทักษะได้ดีมากๆ ลองดูโปร(ต่างชาติ)คุมรถดูครับ เหมือนสั่งได้ เค้าถึงสาารถขี่ได้ชิดกันได้ขนาดนั้น เพราะทุกคนนิ่งมากๆ อุบัติเหตุของโปรเวลาแข่งเกิดจากการเบียดกันเข้าตำแหน่งที่ต้องการ ต่างไม่ยอมกัน เบียดกันชนิดศอกเกยศอก ไหล่เบียดก้นกันเลยทีเดียว แต่ยังขี่ไปได้แปลว่าคุมรถได้นิ่งที่ความเร็ว 55 กม./ชม.

ผมขอเล่าประสบการณ์อันน้อยนิดของผม ที่อาจจะเป็นประโยชน์สอนใจได้บ้าง
หลายปีก่อนผมอยู่เมืองนอกเมืองนา ไปเข้าทีมจักรยานสมัครเล่นของร้านจักรยานแห่งหนึ่งในเมืองที่ผมอยู่ ดุ่มๆไปแบบไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไปปั่นกับเค้าวันแรกก็ไม่มีอะไรมากครับ ทั้งทีม ทั้งกลุ่ม ทั้งนักแข่งทีมหลัก (Elite Team ที่มีสปอนเซอร์จริงจัง แข่งชิงแชมป์รัฐ) และทีมรองที่แข่งสมัครเล่นจริงจัง รวมกับกลุ่มนักปั่นสุขภาพ นำโดยอดีตโปรมืออาชีพแท้ๆที่ดูแลทีม เค้าเข้ามาหาผม ถามไถ่ทักทายตามมารยาท(ฝรั่ง) เมื่อรู้ปูมหลัง มันจับผมไปอยู่ท้ายแถว แล้วบอกให้ผมลองปั่นไปข้างหน้าตรงๆให้ดู ผ่านไป 100 เมตร เค้าบอกว่า วันนี้ให้ปั่นกับกลุ่ม C นะอยู่ข้างหลังตลอดห้ามขึ้น จากนั้นทุกวันให้ฝึก (ตามที่ผมเขียนในบทความเป๊ะ) สัปดาห์หน้ามาเจอกันใหม่ แล้วก็ไปร่วมกับหัวแถว
.....จากนั้นผมปั่นกับกลุ่ม C ไปเรื่อยๆอีกหลายสัปดาห์ อดีตโปรคนนี้ก็หมั่นลงมาคอยสอนคนต่างๆ โดยเฉพาะช่วง 20 กม.แรกจะเน้นดูกลุ่ม C จนเค้าบอกว่า "ไอ้กะเหรี่ยง (ผมเรียกตัวเอง) ขี่ดีขึ้นนี่ ขึ้นไปนำกลุ่มซิ ความเร็วเดิม" แล้วนั่นคือครั้งแรกที่ไอ้กะเหรี่ยงขึ้นไปลากกลุ่ม C ได้ แต่ก็ยังตามมาด้วยสิ่งต่างๆที่ต้องเรียนรู็อีกมาก เพราะวันนั้นระยะทาง 60 กม. ผมจบลงแค่ 40 เท่านั้น เมื่อผมผิดพลาดขั้นใหญ่เมื่อไปเกี่ยวกันล้ม ได้แผลเต็มขาจนหลุดกลุ่มแล้ววนกลับคนเดียว เป็นอันว่าบทเรียนต่างๆมันต้องเรียนรู้ด้วยรอยเลือดก่อนครับ แต่ดีที่ผมอยู๋กลุ่ม C ที่ไม่เร็ว ความเสียหายไม่มาก คนอื่นไม่เจ็บ
นี่คือเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ผ่านพบมาเอง จึงได้นำมาเล่า อย่ารอจนต้องเสียเลือดทีละเรื่อง

ก่อนจบไม่ใช่ว่าผมจะอวยฝรั่งนะครับ เพราะเมื่อกลับมาเมืองไทย ผมได้พบกับตำนานกลุ่มเสือหมอบบ้านเราอย่าง "พระรามเก้า" ที่นี่ก็พี่ๆอดีตทีมชาติคอยดูแลน้องๆ ใครมาใหม่ๆมักโดนไล่ไปใส่จานเล็ฏซอยยิกให้มั่นคง และหัดปั่นไต่เลียบเส้นถนนให้ได้ มันคือเรื่องเดียวกันเป๊ะครับ ปัญหาก็แค่ จะทำหรือไม่ทำกันเท่านั้นเอง[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 532870.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
mixadobe
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 34
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 เม.ย. 2010, 20:28
Bike: Bianchi

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย mixadobe »

แล้วถ้าจะฝึกปั่นช้าๆ แบบคนเดิน ควรใส่คลีท หรือไม่ควรใส่ ดีครับ

ถ้าจะควบคุมรถให้นิ่งแสดงว่า อย่าพึ่งไปเน้นรอบขาเยอะๆ แต่ให้เน้นความลื่นไหลไปเรื่อยๆ รอบขาต่อนาทีเท่าไหร่นี่เอาไว้ก่อน เลยถูกต้องใช่ไหมครับ
inugami
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 158
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2013, 09:31
Tel: 0894530511
Bike: Ridley Noah RS

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย inugami »

mixadobe เขียน:แล้วถ้าจะฝึกปั่นช้าๆ แบบคนเดิน ควรใส่คลีท หรือไม่ควรใส่ ดีครับ

ถ้าจะควบคุมรถให้นิ่งแสดงว่า อย่าพึ่งไปเน้นรอบขาเยอะๆ แต่ให้เน้นความลื่นไหลไปเรื่อยๆ รอบขาต่อนาทีเท่าไหร่นี่เอาไว้ก่อน เลยถูกต้องใช่ไหมครับ
ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นนะครับ เป็นผมจะใส่เอาไว้นะครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการทรงตัวหรอก แต่ช่วยฝึกสัญาชาติญาณเวลาจะล้มเมื่อใส่คลีทได้ แต่ถ้ายังไม่มั่นใจก็ไม่ต้องใส่ดีกว่าครับ ไม่งั้นอาจจะได้เห็นภาพสโลว์โมชั่นแบบโลกค่อยๆตะแคงครับ 555

ส่วนเรื่องรอบขาผมว่าขี่ช้าขนาดนั้นดีไม่ดีไม่ได้ควงขาครบรอบด้วยซ้ำนะ พอดีผมเคยเล่นอะไรที่คล้าๆแบบฝึกคุณGiroพอดีคือขี่ช้าที่สุด ผมใช่วิธีเอาขาถนัดนำบันได้ขนานพื้นแล้วหมุนทีละ 1/4 รอบลงไปบันไดตั้งฉาก แล้วก็ฟรีขากลับที่เดิมครับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย giro »

อยากเรียนว่าจริงๆมันแทบจะกลายเป็นการทำ track stand หรือการยืนเฉยๆบนจักรยานครับ ถ้าแรกๆรับรองว่าหมุนแฮนด์ถ่ายน้ำหนักกันสนุกเลย แต่ถ้าได้ดูระดับทีมชาติ มันช่าง ราบ ลื่น สวยงาม แขนตึง ไหล่ขยับนิดๆก็บาลานซ์ได้แล้ว ถ่ายน้ำหนักลงหน้านิด รถก็วิ่งไปต่อได้โดยไม่ขยับขา บ๊ะ!! มันช่างง่ายดายอะไรแบบนั้น แต่พอลองทำแล้ว ... มันไม่ง่ายเลย

การฝึกปั่นช้าๆระดับคนเดิน คือก้าวแรกๆของการหัดทรงตัวด้วยการ"ถ่ายน้ำหนัก"
ไหนๆก็ไหนๆ ผมขออธิบายต่อตรงนี้ ใครอ่านแต่ด้านบนอาจอดอ่าน อิอิ

ปกติจักรยานเราใช้หลักการทรงตัวด้วยตะเกียบหน้าที่ยื่นไปด้านหน้า (fork rake) ใช่มั้ยครับ นั่นแหละที่ทำให้รถวิ่งได้ แต่มันจะทรงตัวได้ดีก็ต่อเมื่อรถวิ่งไปข้างหน้า ยิ่งเร็วยิ่งง่าย เพราะโมเมนตัมการเคลื่อนที่มันจะเปลี่ยนแรงจากที่ลงด้านข้างที่ทำให้เสียสมดุลย์ไปเป็นแรงเคลื่อนที่แทน แต่ยิ่งความเร็วช้าลงเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งต้องทรงตัวมากขึ้นๆ และยิ่งช้ามากๆ จะขี่ให้ตรงและนิ่งได้มันต้องมาจากร่างกายที่บาลานซ์ได้ดีจริงๆ

คนส่วนมาก(มือใหม่หัดแรง) เน้นปั่นเร็ว พอเร็วได้ก็เข้ากลุ่มหัดขี่ ทำให้ข้ามขั้นตอนการทรงตัวที่ดีไป เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ลมแรง เหนื่อย ล้า ก็ไม่สามารถควบคุมรถได้ดี เพราะร่างกายไม่ได้ฝึกที่จะถ่ายน้ำหนักให้ได้ดีมาก่อนเลย มันไปได้เพราะแรงไปข้างหน้าเท่านั้น สังเกตุง่ายๆ ขี่ตามใครซักคนที่ยิ่งกด ย่ำ เร่ง แล้วรถส่ายไปสา่ยมา นั่นแหละครับ บอกได้เลยว่าบาลานซ์ยังไม่ดีพอ ลองคิดดูว่าในการแข่ง(จริงๆ) เบียดกันไหล่ติดไหล่ ทางแคบ ความเร็วสูง เร่ง กระชาก มันจะหายนะขนาดไหน ด้วยเหตุนี้เอง ที่่ทำให้การแข่งอันตราย

ส่วนในสกายเลน มันดูง่ายนะครับขี่ไปทางเดียวเรื่อยๆ แต่ปรากฏว่า ... แค่นั้นก็คุมรถกันนิ่งไม่ได้ ส่ายเป็นงู พอลมแรงตีมาก็ส่ายเป็นตัวเอส พอข้างหน้าเล่นก็ก้ามหน้าก้มตาอัดแล้วส่าย พอหยิบน้ำดื่มก็ส่าย เดชะบุยประจวบเหมาะกับกรรมในปางก่อนมันตามมาทันตอนนั้นพอดี คันหลังล้อเหลื่อมด้วยเหตุอะไรไม่รู้ ข้างหน้าสา่ยมาปั๊บ เสียงดังพรืด แคร่ก โครม! นี่ถ้ามาอีกพรวนความเร็วสูงจะมีเสียงตะโกนลั่น เสียงโครมหลายที เสียงล้อครูดพื้น เสียงคนร้องอััก ดีไม่ดีจะมีเสียง โป๊ะ!! คาร์บอนแตกตามมา

ของแบบนี้มันอธิบายกันยากมาก จนกว่าคุณจะได้เห็นนักปั่นระดับทีมชาติ โปร เอาแค่กึ่งโปรมือต้นๆไล่กวาดถ้วยสมาคม หรือฝรั่งระดับตีนต้นบ้านเรา แต่ละคนอยู๋บนจักรยานได้เหมือนนั่งเล่น ทรงตัวได้ดี ขี่ได้นิ่งเหลือเกิน ผมว่าแค่นั้นแหละดูอออกแล้ว เอาแค่ขี่ไปเติมน้ำก่อนแข่งก็ดูออกแล้วว่าคนนี้ "ไม่ธรรมดา"
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
ethylalc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 628
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2011, 19:59
Bike: Specialized E5 2015
ตำแหน่ง: onnut bkk

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย ethylalc »

ปั่นช้านี่ผมกำเบรคปั่นครับ ความเร็วประมาณ 3-4km/h ก็ปั่นได้ตรงนะ แต่ปั่นปล่อยมือไม่ได้แหะ
สิงห์เฒ่า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 200
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ม.ค. 2014, 19:04
team: M.M.1 Bike
Bike: Bianchi
ตำแหน่ง: 28/24 ถ.ชลมาร์คพิจารณ์ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี
ติดต่อ:

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย สิงห์เฒ่า »

ปั้นให้นิ่งได้ ก็ต้องหัดปั่นบนเทรนเนอร์ 3 ลูกกลิ้งให้ได้แล้วปั้นให้ได้ประจำ นี่นิ่งแน่ ผมรับประกันเลย แล้วมันจะเป็นทักษะไปปั่นบนถนนไหล่ทางได้ตรงแม้แต่บนเส้นขาวก็ไม่มีออกจากเส้น นอกจากหลบลูกแก้ว...ไม่เชื่อลองซิครับ!
ร้านจักรยาน MM1 BIKE https://www.facebook.com/MM1BIKE?ref=hl รังสิต คลอง3
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย lucifer »

ปัญหาของคนขี่จักรยานในยุคนี้ ก็คล้ายกับคนที่หัดขับรถในยุคนี้

จักรยานในยุคนี้มันดีเกินไป ไหลลื่นเบาขี่สบาย
รถยนต์ในยุคนี้เกียร์ออโต มี ABS TRC VSD อะไรย่อๆใส่ไปหมด เอาแค่มือจับพวงมาลัยได้ เท้าแตะคันเร่ง เหยียบเบรคได้ ก็ขับรถกันแล้ว

ของอะไรที่มันเข้าถึงได้ง่าย ใช้งานง่าย คนก็มักจะลืมเลือนสิ่งสำคัญที่สุดไป นั่นก็คือ "ทักษะ"


เรื่องขี่รถให้นิ่งนี่ ผมพอจะช่วยเสริมคุณ Giro ได้บ้าง ผมเองก็ใช่ว่าจะขี่นิ่งมากมายนักหรอก แต่ผมมีคำแนะนำอยู่ไม่กี่อย่าง ซึ่งผมได้มาจากการขี่ MTB ในทางเทคนิค
1. จักรยานจะวิ่งไปในทิศที่ผู้ขี่มองเสมอๆครับ (เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง) เช่น เวลาปั่นไปแล้วเจออุปสรรค เขาสอนเลยให้มองหาทางเลี่ยงอุปสรรค อย่ามองไปที่อุปสรรค เพราะรถมันจะไปทางนั้นจริงๆ เช่น เห็นหลุมติดกัน แต่เราต้องการเลาะขอบหลุม ก็ให้มองไปที่ขอบหลุมแทน ( อย่ามองไปที่ก้นหลุม ) แล้วมองต่อไปยังเส้นทางที่ผ่านขอบหลุมไป รถมันก็จะเลาะขอบหลุมไปอย่างง่ายๆ ไม่ต้องลุ้นอะไรมาก

2. เวลาจะขี่ให้ตรงทาง คนเฒ่าคนแก่ในยุคผมที่ขี่จักรแทนเดินเท้า แทนการบิดมอไซค์ ท่านสอนว่า "ให้มองทางข้างหน้า อย่ามัวแต่มองล้อหน้าของเรา "

3. อยากจะขี่ให้นิ่งจริงๆ ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับจักรยาน อย่าขืนมัน ทำตัวไปกับมัน แล้วมันจะไปกับเราเองตามที่เรานึก

4. ทางลัด มีครับ แต่อยู่ที่ใจ ไวสุดคือ ลูกกลิ้ง 3ลูก ปั่นกันจนนิ่ง ถ้าใจถึงกว่านั้นก็ปั่นแล้วปล่อยมือบนลูกกลิ้ง 3 ลูกให้ได้ (​อันนี้บอกตรงๆว่าผมเองยังไม่เคย หรือ แม้แต่คิดจะทำ ) เคยเห็นในคลิปแล้ว ถอดเสื้อ เปลี่ยนเสื้อ ( เข้าใจยังว่า ทำไมพี่แก ปล่อยมือ แล้วรูดซิปเสื้อกันก่อนเข้าเส้นแบบไม่ใช่เรื่องยากอะไร ) ถ้าไม่มีลูกกลิ้งก็ไปหาที่โล่งๆ ไม่มีรถตามหลัง ไม่มีคนปั่นจักรยาน และไม่ใช่sky lane ( ไม่อยากชมมาม่า เบื่อ ) ปล่อยมือปั่นจักรยานกันบ้าง


ทำไม​? ก็อย่างที่คุณ Giro กล่าวไว้แหละครับ จักรยานมันทรงตัวได้ด้วยตัวมันเองเพราะมันมี fork rake ผมเคยดูฝรั่งมันถ่ายคลิปมาให้ดู มันจับเสือภูเขาเหวี่ยงให้ไหลลงเนิน รถมันส่ายไปส่ายมาพักเดียว มันก็กลับมาวิ่งตรงๆ มันก็วิ่งของมันไปอย่างนั้นแหละ ตราบเท่าที่มันมีความเร็ว

แปลว่าอะไร แปลว่าที่จักรยานล้ม เพราะคนทำให้มันล้ม ซึ่งถ้าให้มันไหลไปของมันเอง มันไม่มีทางล้มอย่างแน่นอน

ผมถึงบอกว่า สุดท้ายแล้ว อย่าไปฝืนรถ แต่ให้คล้อยตามไปกับรถ แล้วรถจะคล้อยตามไปกับเรา ฟังแล้วอาจจะงง
- อย่าฝืนรถคือ เมื่อ รถตกหลุม ตกขอบทาง เจอทางแตกเฉียงเอียงข้าง รถเกิดอาการแฉลบ ถ้ารถมีความเร็วอยู่ รถจะไม่ล้มง่ายๆ จริงอยู่ที่รถอาจจะเปลี่ยนเส้นทาง แต่สุดท้ายรถจะกลับมารักษาสมดุลของมันเอง และกลับมาวิ่งได้ตรงทาง
- ให้คล้อยตามไปกับรถ คนส่วนใหญ่เวลารถเสียหลัก ก็มักจะพยายามขืนรถกลับ แต่ในขณะที่อยู่บนรถ จะไม่มีทางเข้าใจถึงความเสียสมดุลในขณะนั้น การคล้อยตามไปกับรถในช่วงแรก จะทำให้คลายความตื่นเต้น และสัมผัสได้ถึงอาการของรถ
- รถจะคล้อยตามไปกับเรา ครับเมื่อสัมผัสอาการของรถได้ และทำตัวกลมกลืนไปกับรถได้ เมื่อนั้นรถก็จะคล้อยตามเราเอง เราจะแก้อาการรถได้

เมื่อเจออุปสรรคที่หลบไม่ได้ เช่น ถนนแตก หลุมตื้น การพยายามเบรค การพยายามเร่ง จะสร้างความไม่สมดุลให้เกิดมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ทำตัวนิ่งไปกับรถ ยกก้นขึ้นนิด จับแฮนด์สบายๆ ปล่อยให้รถผ่านมันไป รถมันก็จะรูดผ่านไปเองโดยแทบจะไม่มีอาการอะไรให้น่าตื่นเต้น ( คนขี่ MTB มาจนชินเขาจะคุ้นเคยกับสิ่งที่ผมพูดถึง )

เวลาเราปั่นจักรยานจนชิน ร่างกายจะบังคับจักรยานโดยอัตโนมัติ เรามองไปทางไหน จักรยานก็จะไปทางนั้น ถ้าเรามองขอบหลุม เราก็จะบังคับจักรยานเลาะขอบหลุม ถ้าเรามองทอดสายตาไปบนเส้นขาวด้านหน้า จักรยานก็จะเลาะไปตามเส้นขาวโดยไม่เปลี่ยนทิศทาง ถ้าเรามองทางข้างหน้า และยกกระติกน้ำขึ้นมาด้วยมือขวา(หรือซ้าย) แล้วเอามือซ้าย(หรือขวา)จับแฮนด์ ตามองไปข้างหน้ากำหนดจุดทิศทางที่แน่นอน แล้วยกกระติกน้ำในมือ บีบเข้าปาก โดยที่เท้ายังปั่นอยู่ จักรยานก็จะวิ่งตรงไปข้างหน้าได้เอง ไม่ส่าย ไม่เลื้อย ไม่ว่อกแวก


สุดท้าย การขี่จักรยาน คือ ความเสี่ยง เมื่อท่านพร้อมจะเสี่ยงแล้ว ก็จงทำจิตใจให้มั่นคง อย่าว่อกแว่ก อย่าตื่นกลัว อย่าวิตกจริต เพราะหากกลัวว่าจะล้ม จะเกิดอุบัติเหตุ ก็แนะนำให้ไปวิ่ง ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟ เดินเล่น แทนจะดีกว่า

แต่จงวางตนอยู่ในความไม่ประมาท รู้และเข้าใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่ ของทุกอย่างฝึกกันได้ เพียงแต่บางคนทำตัวเหมือนถ้วยแก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน ฝนตกให้ท่วมพื้น น้ำก็ยังไม่สามารถบรรจุลงไปในถ้วยแก้วได้อยู่ดี

ผมไม่ได้ขี่จักรยานเร็ว แต่ผมขี่แบบไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วค่อนข้างคงที่ ด้วยรอบขาที่ค่อนข้างคงที่ เวลาผมปั่นแล้วมีคนตามเกาะท้ายผมด้วยระยะห่างที่คงที่ แปลว่าคนตามนิ่ง และผมนิ่ง(มั๊ง) เวลาผมจะแซง ผมจะเหลียวไปมองด้านหลังขวาเสมอ เพราะผมปั่นจักรยานเลียบถนนใหญ่เป็นประจำ ต้องแซงรถจอด คนเดิน และหลบมอไซค์สวนเลน จึงต้องเหลียวมองขวาเสมอว่ามีรถแซงขวาจากด้านหลังหรือเปล่า

เรื่องน่ากลัวของคนขี่จักรยานคือ อยากจะเกาะแต่ไม่กล้าเกาะ ก็เลยไม่ยอมเอาล้อหน้าไปต่อล้อหลังของคันหน้า ( ทิ้งระยะห่างนะครับ ยกเว้นเขี้ยวขนาดว่าเอาล้อหน้าจี้ติดล้อหลังได้เลย ) แต่ขี่แบบเยื้องๆ เคยตามแล้วหงุดหงิดเล็กน้อย นึกว่าพี่แกเก่ง ไม่ได้ขี่ตามแบบเรียงแถว แต่ขี่ตามแบบเฉียงเพราะลมพัดเข้าเฉียง แต่ก็เปล่า แกไม่ได้เก่ง แต่แกขี่แบบชวนให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะบ่อยครั้งที่เอาล้อหน้าไปเกยกับแนวล้อหลังของคันหน้า แค่เขาสะบัดออกมาทางขวาอีกนิด เขาไม่ล้มแน่ แต่พี่แกหนะจะล้ม

คนตามพี่แกก็หงุดหงิด เพราะว่า พี่แกไม่ยอมต่อท้ายคันหน้า คันหลังวิ่งตามแนวของคันหน้า ก็เลยไม่ได้อานิสงค์ ครั้งตามท้ายพี่แกก็เสียว เพราะพี่แกอาจจะโดนล้อหลังคันหน้าพาล้ม แล้วคนตามมาจะซวยไปด้วย (อันนี้อานิสงค์แรง ) สุดท้ายด้วยความหงุดหงิดสุดกำลัง คนตามได้จังหวะก็เลยจี้ไปติดคันหน้า เบียดให้พี่แกออกไปจากขบวนซะ ( Necessary devil )

ขี่ให้นิ่งเป็นปัจจัตตัง ต้องปฏิบัติเองจึงจะเข้าใจ อ่านเอาก็แค่นั้นแหละ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
chidlom
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 13
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2014, 23:49

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย chidlom »

ทั้ง จขกท และคนเม้นท์ ได้สาระแน่นทุกท่านเลยครับ เยื่ยมๆ
rattawut94
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 17
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2014, 11:33
team: นักปั่นชาววัง
Bike: trek madone , superfly
ติดต่อ:

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย rattawut94 »

ขอบคุณครับ
Enpbasf
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 63
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มิ.ย. 2012, 13:33
team: ไร้สังกัด
Bike: Java Skeggia Team , Trin X Z4 Pro mini velo
ตำแหน่ง: สูวรรณภูมิ

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย Enpbasf »

มารยาทและทักษะของคนที่ปั่นจักรยานในเมืองไทย ไม่ต่างอะไรกับมารยาทในการขับรถยนต์บนถนน หากขับรถยนต์ที่มี 4 ล้อแล้วยังไม่เข้าใจมารยาทซ้ายช้า ขวาเร็ว และไม่ประมาทในทุกนาที แล้วอย่าได้คิดว่าจะนำมาทำได้ในการขี่จักรยาน ไปๆมาๆเดี้ยวนี้กลายเป็นขวาช้า ซ้ายเร็วกันซะอย่างนั้น ไม่รู้อีกหน่อยมีแซงซ้ายกับวิ่งไหล่ทางเพิ่มขึ้นมาในเลนจักรยานหรือเปล้า ถ้าไม่ปรับไม่เลื่ยนเราคงไม่สามารถหนีจาก5 ประเทศที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในโลกได้ บ่นแล้วก็ปวดใจ
รูปประจำตัวสมาชิก
pladook
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 31
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2015, 12:29

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย pladook »

ได้ความรู้มากๆ ขอบคุณครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
น้องหนึ่ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10662
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
Tel: 0891441866
ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
ติดต่อ:

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย น้องหนึ่ง »

ทักษะสำคัญมากครับ มีแต่คนสอนให้ขี่รถ ชวนมาขี่รถ แต่ไม่มีใครสอนควบคุมรถ

สำหรับมือใหม่ ผมอยากแนะนำให้ฝึก "เบรค" ให้เป็น เบรคให้ได้ระยะทางสั้นที่สุด หวังว่าคงเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้อีกหนึ่งคน ขี่จักรยานได้อย่างปลอดภัยครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้

www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
รูปประจำตัวสมาชิก
SPC23
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 15
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2015, 14:34
Tel: 0818326008
team: AUDAX THAILAND
Bike: KAZE RACE KANON

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย SPC23 »

ผมมือใหม่หัดปั่น ขอบคุณมากครับ ^^
รูปประจำตัวสมาชิก
tik2013
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 96
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ย. 2013, 12:04
Tel: 0819877795
team: ไม่มี
Bike: wheeler

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย tik2013 »

สุดยอด เลยคับ
owl
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 17
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 เม.ย. 2010, 22:46

Re: ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง"

โพสต์ โดย owl »

โดนมาก ขอบคุณครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”