PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย giro »

PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย
รูปภาพ
ต่อเนื่องจากที่เราหัดขี่จักรยานจนนิ่ง เราเรียนรู็วิธีสื่อสาร และรู้จักวิธีแบ่งปัน จนเป็นนักปั่นที่ดี ต่อไปก็ได้เวลาร่วมกลุ่มพับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ร่วมกันเดินทางฝ่าลมไปข้างหน้าด้วยกันแล้วครับ แต่ก่อนจะกระโดดมาอ่านและลองเล่นกลุ่มแบบนี้ ลองย้อนกลับไปดู"เคล็ด(ไม่)ลับ สู่การเป็นนักปั่นที่ดี" และ "ขี่ให้นิ่ง" กันก่อนก็จะดีที่สุดครับ เพราะลำพังแค่เข้าร่วมกลุ่ม ใครๆก็เข้าไปร่วมได้ และนั่นล่คือสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุ ทำให้เราตต้องมาเจ็บตัว เสียเงิน เสียของกัน
รูปภาพ
วันนี้เราจะมาแบ่งหัวใจหลักของการขี่กลุ่มออกเป็น 3 หมวดใหญ่ๆนะครับ แต่ก่อนอื่น สำหรับมือใหม่จริงๆ การขี่กลุ่มมันสำคัญอย่างไร??
..........การขี่กลุ่มเป็นสิ่งที่สร้างการแข่งจักรยานให้มีสีสันแบบที่เป็นอยู่ หลักการง่ายๆก็คือการที่คนหน้าทำหน้าที่ฝ่าอากาศไปด้านหน้า และคนหลังอาศัยกระแสอากาศที่ม้วนวนอยู่หลังคนหน้าเกิดเป็นแรงฉุด ดึงให้คนหลังเดินทางไปข้างหน้าโดยออกแรงน้อยลง และจะยิ่งส่งผลมากขึ้นเรื่อยๆหากกลุ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งการที่ประหยัดแรงนี้เองที่ทำให้เราเดินทางไปได้เร็วขึ้น ไกลขึ้น ด้วยความร่วมแรงร่วมใจสลับกันขึ้นมาทำหน้าที่นี้ และแน่นอนว่าเมื่อคนมาอยู่รวมกัน มันก็ต้องมีกฏ มีกติกามารยาทกันบ้าง ซึ่งไม่มีใครบันทึกเอาไว้หรอกครับ แต่เป็นคำภีร์ที่นักปั่นถ่ายทอดต่อๆกันมา เพื่อความปลอดภัยของพวกเรากันเอง
เอาล่่ะมาเข้าเนื้อหากัน

1.รู้จัก PACE LINE
การขี่กลุ่มแบบที่พวกเราเรียกกัน คือสิ่งที่นักปั่นสากลเรียกรวมๆกันว่า "Pace Line" ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่
รูปภาพ
-Single Pace Line หรือบางตำราเรียก singular line และยังรวมไปถึง double pace line อีกด้วย การขี่กลุ่มแบบนี้เป็นพื้นฐานแรกสุดของการขี่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เหมาะกับการเดินทางไปข้างหน้าเมื่อลมมีทิศทางมาจากทิศหน้าตรงเป็นหลัก คนนำจะทำหน้าที่"หัวลาก"พาเพื่อนๆไปด้วยกัน และสลับผลัดลงไปต่อท้ายกลุ่มให้คนต่อไปทำหน้าที่แทน *ไม่มีกฏตายตัวนะครับว่าจะต้องสลับออกทางด้านซ้ายหรือขวา โดยส่วนมากจะสลับออกทางด้านซ้าย ยกเว้นกรณีที่ลมมาเฉียงจากด้านขวา คนลากจะสลับลงทางด้านขวา เพื่อบังลมให้แถวของเพื่อนที่กำลังจะเปลี่ยนเข้ามา แต่สิ่งจำเป็นคือต้องรู้กัน สื่อสาร ให้สุ้มเสียงกัน และหากคุณเข้าร่วมกลุ่มสิ่งที่พึงปฏิบัติคือ "คำหน้าทำแบบไหน เราทำแบบนั้น" ...ส่วน double pace line หรือแถวคู่ คนนำจะออกแยกไปสองทางเสมอ
รูปภาพ
-Circular Pace Line หรือการขี่กลุ่มแบบวน คล้ายกับแบบแรกแต่ต่างกันตรงที่คนนำเมื่อผลัดลงไปพักให้คนที่สองขึ้นมาทำหน้าที่คนลาก จะต้องวนต่อๆกันไปตลอดไม่มีจังหวะที่จะไหลลงไปเดี่ยวๆเพื่อต่อท้าย ข้อดีของรูปแบบนี้คือทำความเร็วได้สูงกว่าแบบแรกเพราะไม่ได้อาศัยพลังจากคนหน้าคนเดียว ทุกๆคนจะออกแรงช่วยกันในระดับเท่าๆกัน ข้อควรระวังคือต้องฝึกฝนมาก่อนระดับหนึ่ง มีโอกาสที่จะพลาดเกี่ยวกันเองหากไม่รู้จักวิธีการ
วิธีการขี่ให้ปลอดภัยและนำไปฝึกฝนคือ ก่อนที่คนนำอยู่จะหลบพักออกมาต้องให้คนที่นำก่อนเราส่งเสียงบอกเราก่อนว่าแนวลล้อหน้าของเขาพ้นจากล้อหลังของเราแล้ว และคนหน้าหลบออกมาอย่ากวาดออกไปไกล ให้ออกมาเพียงหนึ่งช่วงคนพอดีๆ คนที่ตามมากำลังจะขึ้นนำแทน ไม่ต้องรีบเร่งขึ้นไปแทนที่ ค่อยๆขี่ไปให้เร็วเท่าเดิมรอฟังเสียงจากคนก่อนว่าแนวล้อพ้นแล้ว (ถ้าฝรั่งจะส่งเสียงว่า"เคลียร์") และคนสุดท้ายก็จะให้สัญญาณก่อนเข้าไปในแถวเพื่อบอกคนหน้าให้รู้ว่าเค้ากำลังจะเป็นคนสุดท้าย
ลองสังเกตุในกีฬาจักรยานดู กลุ่มที่หนีออกมานิยมจะขี่กันแบบนี้ เนื่องจากทุกคนต้องทำงานกันเต็มที่ ไม่สามารถหมกเม็ดได้ และทำความเร็วได้สูงกว่ามาก ทีมไหน หรือกลุ่มไหนที่ขี่ด้วยกันบ่อยๆ ลองฝึกหัดดู มันจะเป็นบันไดไปหาแบบที่ 3 ได้ง่ายขึ้น
การผัดเปลี่ยนว่าจะหมุนทวนหรือตามเข็มนาฬิกา อยู่ที่ตกลงกันและดูทิศทางลมเป็นหลัก โดยสากลจะให้คนพักลงทางที่ลมไม่ได้มา เช่นลมมาจากด้านขวามือ กลุ่มจะวนตามเข็มนาฬิกา แต่หากลมมาจากทางซ้ายมือ กลุ่มจะวนทวนเข็มนาฬิกา

-Echelon Cross Wind หรือการขี่กลุ่มแบบลมด้านข้าง
การขี่จะคล้ายกับแบบที่ 2 แต่กลุ่มจะเอียงไปด้านข้าง ซึ่งการขี่แบบนี้จัดว่าอันตรายที่สุด เพราะล้อหน้าและหลังจะเกยกันอยู่ หากเพิ่งเริ่มขี่แรกๆไม่ควรขี่ให้ชิดกันจนเกินไป และอย่าให้ล้อเกยกันจะดีที่สุด (ดูภาพประกอบ) ด้วยข้อขำกัดของขนาดถนนและเส้นทาง การขี่แบบนี้อาจไม่เหมาะสำหรับการออกทริปหรือการแข่งรายการทั่วไปที่ไม่ได้ปิดภนน แม้แต่โปรเองก็อาศัยการขี่แบบนี้เพื่อบีบพื้นที่และทำเกมส์หนีจากคู่ต่อสู้ในสถานการณ์ที่ลมด้านข้างมาแรงๆ กลายเป็นกลยุทธที่สำคัญ
กติกามารยาทที่พึงทำเมื่อพบกับการขี่แบบนี้ ทางที่ดียอมใจดำแล้วต่อท้ายดูจังหวะไปก่อน จนมั่นใจในตัวเองว่าสิ่งที่เคยฝึกฝนมาสามารถร่วมได้แล้วค่อยเข้าไปร่วมวนในกลุ่ม มิเช่นนั้น ..เกาะตามไปเฉยๆสบายและปลอดภัยกว่า
รูปภาพ
2.รักษาระยะห่างให้พอเหมาะ
มีคำถามว่าระยะห่างแต่ละคันควรเป็นเท่าไหร่ บางท่านไปดูโปรขี่กันมาห่างกันแค่ 5 นิ้วก็มี แล้วพยายามจะขี่ให้ได้แบบโปร เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ควบคุมไม่ได้และเกี่ยวกันในที่สุด ระยะห่างที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมาย แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องรักษาระยะนั้นเอาไว้ให้คงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น การเร่งกระชาก หรือการใช้เบรคจึงเป็นสิ่งต้องห้ามของการร่วมขี่กลุ่ม เราต้องเดินทางไหด้วยความเร็วที่คงที่มากที่สุด หากข้างหน้าเร่งความเร็ว ระยะห่างเริ่มมากขึ้น เราควรค่อยๆเพิ่มความเร็วและค่อยๆลดช่องว่างลง (ในสถานการณ์การแข่งควรมีคนทำหน้าที่"เชื่อม") หากข้างหน้าชลอลง เราควรชลอแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่กดเบรค หรือปล่อยไหลฟรีขาไปแล้วเกยบานออกข้างๆ ซึ่งอาการบานนี่เองที่ทำให้เกิดสภาพ "ล้อเกย" หรือเมื่อล้อหลังคันหน้าเกยซ้อนล้อหน้าคันหลัง
ล้อเกย คือสาเหตุหลักๆของอุบัติเหตุในการขี่กลุ่มเลยทีเดียว เพราะเมื่อนำเนื้อหาการขี่กลุ่มร่วมกับเนื้อหาเรื่องการขี่ให้นิ่ง จะพบว่า หากนักปั่นละเลยจนเกิดสภาพล้อเกย ร่วมกับคนหน้าปั่นแบบไม่นิ่งสา่ยไปมา หรือนึกจะออกก็ออก เมื่อนั้นก็จะเกี่ยวกันจนล้ม และคนที่ซวยคือเพื่อนๆที่ตามมาอีกเป็นฝูง
นอกจากนั้นการที่ขี่แล้วไม่รักษาระยะให้เหมาะสมก็เป็นอันตรายอย่างมากในหลายสถานการณ์ เช่นถนนแคบ ลงเขา ทางขรุขระ เส้นทางเหล่านี้ นักปั่นควรเพิ่มระยะห่างจากคนหน้าให้มากขึ้น เพื่อชดเชยความผิดพลาดที่อาจเปิดขึ้นได้ แทนที่จะระวังกลัวตนเองจะหลุดกลุ่มก็จี้ติดเอาไว้ และเมื่อมีปัญหาผิดพลาด ก็แก้ไขไม่ทันและเป็นเหตุของอุบัติเหตุได้ในลำดับต่อมา
รูปภาพ
3.อย่าขี่คนเดียว
หลายๆท่านเวลาขี่กลุ่มท่านกำลังเข้าสู่โหมดข่คนเดียว อยู่กับล้อคันหน้า อยู่กับล้อคนหน้า แม้ว่าท่านจะนิ่ง และรักษาระยะดีอย่างไร ท่านกำลังสร้างความเสีี่ย่งให้กับเพื่อนๆ นักปั่นที่มากประสพการณ์และฉลาด จะมองผ่านไปที่หัวแถวและเส้นทางเสมอ เมื่อหัวแถวเร่งหรือชลอ ท่านสามารถประหยัดแรงได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่นเมื่อหัวแถวเร่งความเร็วสูงจนกลุ่มยืดออก ท่านอาจไม่จำเป็นต้องรีบเร่งตามเมื่อท่านมองไปข้างหน้าพบว่าทางแคบลง หรือกำลังจะเลี้ยว เพราะกลุ่มจะหดลงจนเข้าไปรวมกันเองโดยที่ท่านไม่ต้องเสียแรงเร่งเข้าไป แน่นอนว่าหากท่านก้มหน้าก้มตาปั่นกับล้อหลังของคนหน้า ท่านไม่มีทางรู้และเตรียมตัวรับสถานการณ์ข้างหน้าได้เลย
การเงยหน้ามองไปยังเบื้องหน้ายังข่วยอะไรท่านได้อีกหลายต่อหลายอย่าง ท่านสามารถมองเห็นเพื่อนนักปั่น มองเห็นเส้นทาง อุปสรรค สภาพถนน สิ่งกีดขวาง ซึ่งสำคัญมากกว่าความเร็วบนไมล์ที่กำลังวิ่งอยู่ ฝึกหัดที่จะขี่รักษาระยะโดยที่มองไปที่ไหล่หรือตัวของเพื่อนนักปั่นคนหน้าแทนที่จะจ้องไปที่ล้อหลังแต่เพียงอย่างเดียว
รวมไปถึงอย่าลืมนะครับว่าท่านมีเพื่อนร่วมทางอยู่รอบๆท่าน อย่าทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อนเช่นสั่งน้ำมูก เทน้ำ ราดน้ำ ทิ้งขยะ แม้แต่ฟรีขาปล่อยวางโบกมือลาจากกลุ่ม อย่าลืมบอกคนหลังท่านว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ (มันคือการ"สื่อสาร"กันครับ)

เอาล่ะ... 3 กฏ กติกา มารยาทพื้นฐานนี้ จำให้ขึ้นใจ ก่อนจะปิดท้ายบทความด้วย
รูปภาพ
Tips and Tricks สำหรับการขี่กลุ่ม

-ฝึกฝนจากเพื่อนๆขนาดเล็ก เริ่มหัดจาก 2-3 คน และค่อยๆขยายมากขึ้นก่อนจะเข้ากลุ่มใหญ่ ก็เฉกเช่นเดียวกับก่อนที่จะมาปั่นร่วมกันกับเพื่อนก็ควรขี่ให้นิ่งเสียก่อน หลายคนกล่าวว่าหากคุณไม่สามารถขี่กับเพื่อนคุณ 4-5 คนอย่างราบลื่นแล้ว อย่าได้ริคิดเข้ากลุ่มใหญ่ๆ เพราะจะอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

-ไม่มั่นใจ ให้อยู๋ท้ายๆ ...อย่ากลัวที่จะโดนหาว่าเป็นปลิงมาเกาะ เพราะหากคุณขึ้นไปแล้วก่อให้เกิดอันตรายจะยิ่งเป็นปัญหาหนักกว่าเก่า หากไม่มั่นใจในทักษะการคุมรถ ไม่มั่นใจในความนิ่ง ไม่มั่นใจในแรงของตน ...อยู่ท้ายของกลุ่มไปเสียตลอดทาง เมื่อคนนำลงมาพักสลับเปลี่ยนก็เปิดช่องด้านหน้าเราให้เขาเข้าแทน หากมีคนหลังจะแซงขึ้นมาก็เปิดช่องให้เขาแซงออกหรือมาแทนที่ได้แต่โดยดี ผมขอแปลง่ายๆว่า"เจียมตัว" ครับ
ปัญหาที่อันตรายมันมาจากที่นักปั่นพมาแต่ใจที่สู้แต่ทั้งทักษะและร่างกายไม่พร้อม

-ความเร็วไม่ใช่สาระสำคัญ ... ระหว่างคุณไปถึงเร็วสนุกสะใจ กับคุณไปไม่ถึงเพราะล้มเสียก่อน ผมว่าใครๆก็คงเลือกได้ทั้งสิ้นว่าจะเอาทางไหน และการจะเร็วได้สนุกมันต้องผ่านการฝึกฝนทั้งร่างกายและทักษะมาแล้ว มิเช่นนั้น ยอมรับและไปถึงช้าหน้่อยแต่ถึงชัวร์จะดีกว่า หรือให้คิดเสมอว่า หลุดกลุ่มนี้ยังมีกลุ่มอื่น ขอให้ปั่นดีเถอะครับ มีคนอ้าแขนต้อนรับแน่นอน ดีกว่าขาแรงแต่ปั่นแย่ๆ ใครๆก็ไม่อยากให้ร่วมแม้จะขาแกร่งปากเก่งขนาดไหน

-สุดท้ายที่สำคัญที่สุดกับการฝึกฝน ทั้งความปลอดภัยและพัฒนา .... ฝึกกับคนที่เก่งใกล้กับเรา ...ตรงนี้จะตรงข้ามกับคำแนะนำว่าอยากเก่งให้ขี่กับคนเก่งกว่านะครับ เพราะการขี่กลุ่มเป็นทักษะที่สำคัญ พยายามหาเพื่อนที่แข็งแรงพอๆกัน ทักษะพอๆกัน ค่อยๆพัฒนาไปด้วยกัน อย่าพยายามฝืนฝึกขี่กลุ่มไปกับกลุ่มขาแรงที่ลากจนคุณไส้แทบแตกแล้วแค่เอาตัวรอดก็หายใจทางเหงือกแล้ว ...หาเวลาฝึกฝนพัฒนาทักษะเหล่านี้เสียก่อนที่จะไส้แตก เพราะตอนนั้นคุณไม่มีเวลามาเรียนรู้อะไรหรอกครับ

ลองนำไปคิด ใส่ใจ และอย่าลืมฝึกฝนกันให้ดี เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง และเหนือสิ่งอื่นใดคือความปลอดภัยของเพื่อนนักปั่น อุบัติเหตุจักรยานร้อยละร้อย คนก่อ คนทำไม่ได้เจ็บมากหรือเสียหาย แต่คนที่เจ็บหนักหรือเสียหายมากคือคนที่ตามมาแบบดวงลากมาล้ม ....อย่านำความสุข ความสนุก และสะใจของตนเอง มาก่อให้เกิดความเสี่ยงกับผู้อื่นเลย
รูปภาพ
ส่วนเพิ่มเติม
การสื่อสารพื้นฐานในกลุ่ม ผมไม่อยากเรียกว่าเป็นสัญญาณมือครับ แต่อยากให้รับรู้เอาไว้ในส่วนที่เป็นสากลของนักปั่นจักรยานจริงๆ ไม่เหมือนกับสัญญาณมือจรจรของจักรยานครับ สัญญาณมือพื้นฐานพวกนี้อาจต่างกันในแต่ละที่แต่โดยมากนักแข่งอาชีพที่เห็นจะใช้แบบนี้ตรงกันนะครับ

1.การขยับศอก หมายถึงต้องการจะลงพักให้คนต่อไปขึ้นมาทำหน้าที่นำกลุ่ม ตามหลักการจริงๆคือขยับด้านไหนลงด้านนั้นแต่จากที่ไปนั่งไล่ดูโปรแข่งมา ... พบว่าครึ่งๆของภาพที่เห็นจะไม่ได้ตามหลักนี้ครับ ดังนั้นผมจึงขอเสนอว่า แค่รู้กันว่าขยับคือจะลงก็พอครับ ...ทำไมต้องขยับศอก?? ในเมื่อส่วนมากเราจะชินการยกมือโบกกันมากกว่า (ที่ญี่ปุ่นใช้การโบกมือมากกว่าขยับศอกเช่นกัน) เพราะการขยับศอกเราไม่ต้องเอามือออกจากแฮนด์ครับ ที่สำคัญ คนหลังสามารถเห็นได้ง่ายชัดเจน ไม่สับสนกับการสลัดมือคลายเมื่อย หรือการชี้อะไรบนพื้นครับ

2.การเอามือกำไว้ด้านหลัง 1 ข้าง มักจะเป็นข้างซ้ายนะครับ แปลว่ากำลังลดความเร็วลง คนหน้าจะทำสัญญาณนี้เพื่อบอกให้กลุ่มรู็ว่าเค้าลดความเร็วลง แต่ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนลงไปพักไม่ต้องแซงขึ้นมา ที่ว่ามักจะเป็นมือซ้ายเพราะ มือขวาจะได้คุมเบรคหลังอยู่ หากเอามือขวากำเหลือมือซ้ายจับเบรคหน้า อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันกำเบรคหน้าแล้วตีลังกาได้

สัญญาณมืออื่นๆ แม้จะมีความเป็นสากลในหมู่นักจักรยานแต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่แตกต่างกัน ผมจึงขอไม่นำเสนอ เดี๋ยวจะกลายเป็นแบบแผนที่ต้องปฏิบัติตาม คำแนะนำที่ดีที่สุดคือให้เรียนรู้การสื่อสารกับกลุ่มที่เราอยู่ ใช้ทั้งเสียงและการส่งสัญญาณเข้าด้วยกัน ส่งสัญญาณที่สั้น ชัดเจน เสียงที่ดังและกระชับ

ฝากสรุปปิดท้าย
จักรยานและกีฬาจักรยาน ผมฃอบเรียกว่าเราเป็น "สัตว์สังคม" เราอยู่ร่วมกันและไปร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญที่ต้องรู้เมื่อเข้าสังคมคือ ทั้งกฏ กติกา มารยาท รวมถึงสังคม วัฒนธรรม เพราะแม้ว่าจะรู้และเข้าใจกติกา มารยาทสากล แต่เมื่อไหร่ที่ท่านเจอกับกลุ่มที่ต่างกัน แต่ละกลุ่มก็มีวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่ต่างกัน แต่ละประเทศในโลกก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน จังอยู่บนจักรยานด้วยสำนึกรู้ของความเป็นสัตว์สังคมที่ดี แล้วทุกคนจะไปร่วมกันได้อย่างปลอดภัย สนุกสนาน ได้สุขภาพที่ดี แต่หากเข้าไปในกลุ่มด้วยใจเพชรฆาตดั่งราชสีห์จ้องขย้ำเหยื่อเพื่อตนเองตลอดเวลา โอกาสที่จะเกิดปัญหาก็ตามมาด้วย
เรื่องเหล่านี้เป็นทั้งทักษะ และ ตรรกะพื้นฐาน คนบางคนปั่นกลุ่มได้ดีมากแม้ไม่ใช่นักแข่ง ไม่ใช่ขาแรง เพราะเค้าคิดแบบสัตว์สังคม คนบางคนแรงดี แรงมาก เก่ง เร็ว แต่ปั่นกับใครก็พาให้คนเบือนหน้าหนี จะสร้างความฉิบหายได้ตลอดเวลา เพราะใจมันลืมตนขึ้นจักรยานแล้วมโนคติคิดไปว่ากำลังควบม้าศึกคึกตลอด จะไปทำสถิติ ทุบสตราว่า หรือภาพหลอนว่ากำลังแข่งแกรนด์ทัวร์นัวไปกับโปรทีมอยู่

รู้ตัว เข้าใจตน คิดถึงคนอื่น และมีสติ [homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 532834.jpg[/homeimg]

ภาคประกอบเสริมจากคุณ lucifer ครับ
ช่วงนี้ คุณ giro มีบทความดีๆ มาให้อ่านกัน

อยากจะช่วยเสริมอีกนิดนะครับ คนที่เขาเก่งกว่าเขาสอนมาอีกทีหนึ่ง

1. ตำแหน่งการวางมือ
- เมื่อเข้ากลุ่ม ขี่ตามกัน ถ้าไม่ใช่คนหน้าสุด คนตามหลังไม่ควรจะก้มจับdropเลยนะครับ แต่ขอให้วางมือจับที่ฮูดนะครับ

- คนที่สอนมาบอกว่า ถ้าเป็นพวกฝรั่งที่ขี่กันนี่ เขาไม่มีมารยาทแบบเรานะ คือ มันด่าเลย ด่าแล้วชี้หน้าด้วย เพราะว่าการเอามือจับที่ดรอปในขณะที่เข้ากลุ่มนั้น มันอันตรายมาก เพราะเวลาเราจับดรอป เราจะเข้าถึงเบรคได้ช้ากว่าเมื่อจับที่ฮูด โอกาสเกิดเรื่องน่าหวาดเสียวในขณะขี่กลุ่มมันก็มีได้เรื่อยๆ บางครั้งต้องเบรคบ้าง ต้องเร่งบ้าง การเข้าถึงเบรคได้ช้าจะสร้างอานิสงค์อันแรงกล้าต่อคนที่อยู่หลังเรา หรือ ทั้งขบวนเจ็บไปด้วยกัน

- วันก่อนผมเองก็ยังงงกับนักปั่นบางคนที่ปั่น TimeTrial คือ มันไม่ใช่กฎเกณฑ์อะไรนะที่ว่า รถTime Trial ต้องลากกลุ่ม รถTimeTrialก็อาจจะเกาะท้ายเขาได้เช่นกัน(ใครมันจะแรงตลอดเวลา) แต่ไม่ใช่เกาะท้ายเขาโดยก้มอยู่บนAeroBar ครับมันเข้าเกียร์ง่าย แต่มันเบรคไม่ได้ ในทางตรงข้ามหากมาจับที่basebar มันอาจจะเข้าเกียร์ไม่ได้ (ยกเว้น Di2) แต่มันเบรคได้ครับ เกียร์ไม่ต้องเข้ากันบ่อยๆหรอก แต่เบรคมันต้องใช้เป็นบางครั้ง เห็นแล้วก็เสียวแทน



2. มารยาทอื่นๆ เช่น ถุยน้ำหมาก ขากน้ำลาย ผายลม อะไรพวกนี้ ก็ควรไปทำเวลาอยู่ท้ายกระบวน เช่นกัน คนที่สอนผมเขาบอกว่า ฝรั่งมันชี้หน้าด่ากันเลย เพราะคนหลังมันโดนเต็มๆ

- ผมเองเคยเจอ แต่ไม่โหด ก็แค่พี่แกร้อน แกก็เทน้ำใส่หลังแกเลย ไม่ได้สนใจถามไถ่กันเลยว่า ข้างหลังเนี่ยใครตามไหม
ท่าทางจะขี่คนเดียวจนชิน ผมก็ได้แต่ขอบใจแกที่แจกจ่ายน้ำมาให้บ้าง ก็ร้อนเหมือนกันนะ เลยไม่โกรธ ฮ่า ฮ่า

- ปล่อยมือขี่จักรยาน ก็OKแหละ ผมรู้ว่าพี่เก่งจริง!!! ถึงผมปล่อยมือขี่ได้ แต่ไม่เก่งขนาดเปิดย่าม คว้าiPadออกมาถ่ายรูป แล้วเสียบคืนย่าม ปิดยาม แล้วจับแฮนด์ปั่นต่อ ที่สำคัญผมจะไม่ทำเวลาอยู่ในกลุ่ม ไม่ทำเวลาที่มีคนอื่นตามมา และไม่ทำในที่ที่คนอื่นเขาเห็น ( ล้มแล้วอายเขา ฮ่า ฮ่า ) ดังนั้นเวลาเจอใครสักคนปล่อยมือในกลุ่ม ต่อให้คนนั้นเก่งแค่ไหน เชื่อเถอะไม่มีใครเขามีความสุขในการตามไปด้วยอย่างแน่นอน


3. เวลาดื่มน้ำ
- นี่ก็อีกเหมือนกัน ถ้าใหม่ๆนี่ เขาบอกเลยว่า เวลาอยู่หัวกระบวน ให้ลากอย่างเดียว ห้ามกินน้ำ แต่ให้ไปกินเวลาลงไปอยู่ท้ายกระบวนแล้ว เพราะเอ็งจะไม่สร้างปัญหาให้ใคร ไม่เป็นภาระให้ใคร เอ็งจะทำกระบอกตกเวลาเสียบคืน ก็ไม่เดือดร้อนใคร

- ผมเองอาจจะพอมีความ"เก๋า"อยู่บ้าง ผมดื่มน้ำได้ทุกเวลาที่ผมปั่นโดยไม่เสียทิศทางและแทบจะไม่เสียความเร็ว แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือ เวลาเสียบกระติกคืนเท่านั้นแหละ คือ ต้องมั่นใจจริงๆว่า ท้ายกระติกจะต้องเสียบเข้าไปในขากระติกเกือบๆครึ่งหนึ่ง จึงจะดันมันลงไป แล้ววางปล่อยมือจากกระติก ดังนั้นถ้าผมไม่ได้ขี่กับกลุ่มที่คุ้นเคยกันจริงๆ ผมจะรอลงไปข้างหลังก่อนแล้วค่อยว่ากัน และสำหรับเพื่อนๆแล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่ทำมันประจำจนชำนาญ ก็ควรรอไปอยู่ท้ายกระบวนหรือเพิ่มความระมัดระวังในการเสียบกระติกกันด้วยนะครับ ปัญหาเรื่องกระติกหล่นแล้วรถคันหลังมาทับล้มนี่ มันเกิดขึ้นบ่อยๆนะครับ

- เรื่องรับขวดน้ำมากินในช่วงเวลาแข่ง กินเสร็จแล้วทิ้งเนี่ย (ใครๆก็ทำ มันเป็นเรื่องในเกมส์ เพราะเวลาจัดแข่งต้องมีคนเก็บ ) เวลาทิ้งก็ช่วยกันขว้างไปไกลๆไหล่ทางหน่อย อย่าหย่อนทิ้งไปเฉยๆเลย ป๋าฟาเบียง ล้มไหหักก็เพราะทับขวดน้ำ โปรแท้ๆยังกลิ้งโค่โร่



4. พูดถึงโปร
- จริงๆ ก็ไม่ได้เชื่อมือพวกโปรนักหรอก เข้าโค้งแล้วแหก แฉลบเพราะทับเส้นขาวก็ยังมีให้เห็น โปรเสือหมอบก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งไปทุกด้าน ฝีเท้าดี แข็งแรงดี แต่ทักษะไม่เอกอุก็มีเยอะแยะไป
- ป๋าแลนซ์ ศิษย์EPOเอง ตอนเลิกราสนามโปรทัวร์ใหม่ๆ ก็หวนไปขี่ MTB แล้วตะแกก็ล้มคว่ำคะมำหงายเสียหลายครั้ง จนเห็นว่า"เข็ด" ประมาณว่าทักษะในสภาพทางแย่ๆคงจะไม่มีเลย คงจะเคยชินกับการปั่นในทางเรียบๆซะมากกว่า
- โปรที่คล่องแคล่วยังกับลิง ก็เห็นจะมีคุณซาเกรียนคนเดียวแหละ เพราะแกกลายพันธุ์มาจากเสือภูเขา ก็อย่างที่บอก พวกนี้ทักษะดีมาก

ดังนั้นอย่าศรัทธา"ทักษะ"ของโปรมากไปนักนะครับ ไม่ใช่ทุกคนจะเก่งแบบซาเกรียน ( กว่าจะเก่ง คงจะล้มมาหลายทีแหละ พวกเสือภูเขากับล้มนี่มันเป็นเรื่องธรรมชาติ )
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
green_t
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1000
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ต.ค. 2008, 22:29
team: ยังไม่กล้าสมัคร
Bike: ยังไม่มีเลย เก็บเงินอยู่ครับ

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย green_t »

:D
greenbaret
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 27
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2015, 15:30
Tel: 0866371735
team: smash and ride
Bike: format con30
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย greenbaret »

บทความดีมากๆครับ ขอบคุณครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย lucifer »

ช่วงนี้ คุณ giro มีบทความดีๆ มาให้อ่านกัน

อยากจะช่วยเสริมอีกนิดนะครับ คนที่เขาเก่งกว่าเขาสอนมาอีกทีหนึ่ง

1. ตำแหน่งการวางมือ
- เมื่อเข้ากลุ่ม ขี่ตามกัน ถ้าไม่ใช่คนหน้าสุด คนตามหลังไม่ควรจะก้มจับdropเลยนะครับ แต่ขอให้วางมือจับที่ฮูดนะครับ

- คนที่สอนมาบอกว่า ถ้าเป็นพวกฝรั่งที่ขี่กันนี่ เขาไม่มีมารยาทแบบเรานะ คือ มันด่าเลย ด่าแล้วชี้หน้าด้วย เพราะว่าการเอามือจับที่ดรอปในขณะที่เข้ากลุ่มนั้น มันอันตรายมาก เพราะเวลาเราจับดรอป เราจะเข้าถึงเบรคได้ช้ากว่าเมื่อจับที่ฮูด โอกาสเกิดเรื่องน่าหวาดเสียวในขณะขี่กลุ่มมันก็มีได้เรื่อยๆ บางครั้งต้องเบรคบ้าง ต้องเร่งบ้าง การเข้าถึงเบรคได้ช้าจะสร้างอานิสงค์อันแรงกล้าต่อคนที่อยู่หลังเรา หรือ ทั้งขบวนเจ็บไปด้วยกัน

- วันก่อนผมเองก็ยังงงกับนักปั่นบางคนที่ปั่น TimeTrial คือ มันไม่ใช่กฎเกณฑ์อะไรนะที่ว่า รถTime Trial ต้องลากกลุ่ม รถTimeTrialก็อาจจะเกาะท้ายเขาได้เช่นกัน(ใครมันจะแรงตลอดเวลา) แต่ไม่ใช่เกาะท้ายเขาโดยก้มอยู่บนAeroBar ครับมันเข้าเกียร์ง่าย แต่มันเบรคไม่ได้ ในทางตรงข้ามหากมาจับที่basebar มันอาจจะเข้าเกียร์ไม่ได้ (ยกเว้น Di2) แต่มันเบรคได้ครับ เกียร์ไม่ต้องเข้ากันบ่อยๆหรอก แต่เบรคมันต้องใช้เป็นบางครั้ง เห็นแล้วก็เสียวแทน



2. มารยาทอื่นๆ เช่น ถุยน้ำหมาก ขากน้ำลาย ผายลม อะไรพวกนี้ ก็ควรไปทำเวลาอยู่ท้ายกระบวน เช่นกัน คนที่สอนผมเขาบอกว่า ฝรั่งมันชี้หน้าด่ากันเลย เพราะคนหลังมันโดนเต็มๆ

- ผมเองเคยเจอ แต่ไม่โหด ก็แค่พี่แกร้อน แกก็เทน้ำใส่หลังแกเลย ไม่ได้สนใจถามไถ่กันเลยว่า ข้างหลังเนี่ยใครตามไหม
ท่าทางจะขี่คนเดียวจนชิน ผมก็ได้แต่ขอบใจแกที่แจกจ่ายน้ำมาให้บ้าง ก็ร้อนเหมือนกันนะ เลยไม่โกรธ ฮ่า ฮ่า

- ปล่อยมือขี่จักรยาน ก็OKแหละ ผมรู้ว่าพี่เก่งจริง!!! ถึงผมปล่อยมือขี่ได้ แต่ไม่เก่งขนาดเปิดย่าม คว้าiPadออกมาถ่ายรูป แล้วเสียบคืนย่าม ปิดยาม แล้วจับแฮนด์ปั่นต่อ ที่สำคัญผมจะไม่ทำเวลาอยู่ในกลุ่ม ไม่ทำเวลาที่มีคนอื่นตามมา และไม่ทำในที่ที่คนอื่นเขาเห็น ( ล้มแล้วอายเขา ฮ่า ฮ่า ) ดังนั้นเวลาเจอใครสักคนปล่อยมือในกลุ่ม ต่อให้คนนั้นเก่งแค่ไหน เชื่อเถอะไม่มีใครเขามีความสุขในการตามไปด้วยอย่างแน่นอน


3. เวลาดื่มน้ำ
- นี่ก็อีกเหมือนกัน ถ้าใหม่ๆนี่ เขาบอกเลยว่า เวลาอยู่หัวกระบวน ให้ลากอย่างเดียว ห้ามกินน้ำ แต่ให้ไปกินเวลาลงไปอยู่ท้ายกระบวนแล้ว เพราะเอ็งจะไม่สร้างปัญหาให้ใคร ไม่เป็นภาระให้ใคร เอ็งจะทำกระบอกตกเวลาเสียบคืน ก็ไม่เดือดร้อนใคร

- ผมเองอาจจะพอมีความ"เก๋า"อยู่บ้าง ผมดื่มน้ำได้ทุกเวลาที่ผมปั่นโดยไม่เสียทิศทางและแทบจะไม่เสียความเร็ว แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือ เวลาเสียบกระติกคืนเท่านั้นแหละ คือ ต้องมั่นใจจริงๆว่า ท้ายกระติกจะต้องเสียบเข้าไปในขากระติกเกือบๆครึ่งหนึ่ง จึงจะดันมันลงไป แล้ววางปล่อยมือจากกระติก ดังนั้นถ้าผมไม่ได้ขี่กับกลุ่มที่คุ้นเคยกันจริงๆ ผมจะรอลงไปข้างหลังก่อนแล้วค่อยว่ากัน และสำหรับเพื่อนๆแล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่ทำมันประจำจนชำนาญ ก็ควรรอไปอยู่ท้ายกระบวนหรือเพิ่มความระมัดระวังในการเสียบกระติกกันด้วยนะครับ ปัญหาเรื่องกระติกหล่นแล้วรถคันหลังมาทับล้มนี่ มันเกิดขึ้นบ่อยๆนะครับ

- เรื่องรับขวดน้ำมากินในช่วงเวลาแข่ง กินเสร็จแล้วทิ้งเนี่ย (ใครๆก็ทำ มันเป็นเรื่องในเกมส์ เพราะเวลาจัดแข่งต้องมีคนเก็บ ) เวลาทิ้งก็ช่วยกันขว้างไปไกลๆไหล่ทางหน่อย อย่าหย่อนทิ้งไปเฉยๆเลย ป๋าฟาเบียง ล้มไหหักก็เพราะทับขวดน้ำ โปรแท้ๆยังกลิ้งโค่โร่



4. พูดถึงโปร
- จริงๆ ก็ไม่ได้เชื่อมือพวกโปรนักหรอก เข้าโค้งแล้วแหก แฉลบเพราะทับเส้นขาวก็ยังมีให้เห็น โปรเสือหมอบก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งไปทุกด้าน ฝีเท้าดี แข็งแรงดี แต่ทักษะไม่เอกอุก็มีเยอะแยะไป
- ป๋าแลนซ์ ศิษย์EPOเอง ตอนเลิกราสนามโปรทัวร์ใหม่ๆ ก็หวนไปขี่ MTB แล้วตะแกก็ล้มคว่ำคะมำหงายเสียหลายครั้ง จนเห็นว่า"เข็ด" ประมาณว่าทักษะในสภาพทางแย่ๆคงจะไม่มีเลย คงจะเคยชินกับการปั่นในทางเรียบๆซะมากกว่า
- โปรที่คล่องแคล่วยังกับลิง ก็เห็นจะมีคุณซาเกรียนคนเดียวแหละ เพราะแกกลายพันธุ์มาจากเสือภูเขา ก็อย่างที่บอก พวกนี้ทักษะดีมาก

ดังนั้นอย่าศรัทธา"ทักษะ"ของโปรมากไปนักนะครับ ไม่ใช่ทุกคนจะเก่งแบบซาเกรียน ( กว่าจะเก่ง คงจะล้มมาหลายทีแหละ พวกเสือภูเขากับล้มนี่มันเป็นเรื่องธรรมชาติ )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย giro »

ขอบพระคุณคุณหมอลูฯครับ จริงๆคุณหมอลูฯ ใช้ความสามารถของการเป็นสายตรวจจิ้มปุ่มเครื่องมือแล้วเข้าไป edit เพิ่มต่อท้ายบทความผมเลยก็ได้นะครับ เพราะผมกลัวเหลือเกิน .... กลัวคนจะอ่านมาไม่ถึงตรงนี้ ยิ่งสมัยโซเชียล ... เหมือนคนจะอ่านหนังสือสั้นกว่า 7 บรรทัดเอานะครับ และบรรทัดมันสั้นลงกว่าก่อนเยอะตามหน้าจอมือถือ

เรื่องขวดน้ำ ผมฝากอย่างนึงครับ ... กรุณาอย่าทิ้งลงกลางกลุ่ม อย่าโยนออกไปจากกลางกลุ่ม ไม่เฉพาะเวลาแข่ง เวลาออกำทริปด้วย ผมเคยเจอต่างชาติ มาแข่งทัวร์กัน ไม่รู็มันเอาอะไรคิดนะครับ มันทิ้งขวดน้ำลงพื้นกลางกลุ่มเลย บางขวดมีน้ำด้วย หวาดเสียว(ตัวเอง)ล้มมาก และเคยเจอคนไทยนี่แหละ มารยาทงามตามแบบไทย เค้าจะทิ้งออกไปทางซ้าย อยู่แถวสองผมอยู่ริมซ้าย แกเขวี้ยงผ่านหน้าผมไปเลย .... เฮ้ย ส่งมาให้ก็ได้นะ เดี๋ยวทิ้งให้ ต่อมาคือผมเองครับ พลาดเอง แย่เอง ทิ้งขวดน้ำเปล่า เปล่าๆ ออกไปข้างซ้าย เดชะกรรม ลมแรง มันตีกลับเข้ากลุ่มครับข้างหลังโวยกันใหญ่ แทบมุดหน้าลงแผ่นดินขอโทษกันไม่ทันเลย
ทิ้งขวดน้ำออกจากกลุ่มใหญ่ๆ ฝากส่งกันเถอะครับ เรามาแข่งกันไม่ได้มาฆ่ากัน คุยกันบ้างจะเป็นไรไป ออกทริปผมเคยฝากเจ๊หน้าหวานคนข้างๆ ส่งให้บอกว่าฝากทิ้งหน่อย สงสัยแกไม่ได้ยิน รับไปทำท่าจะยกดื่มแต่พบว่าเป็นขวดเปล่าทำหน้างงๆ ผมต้องยกมือชี้ๆแล้วบอกว่า โทษครับ รบกวนทิ้งให้ที .... แล้วเวลาทิ้ง อย่าโยน ขว้าง นะครับ ... ปล่อยมันลงไปห่างๆตัวหน่อยก็พอ เอาลงพื้น เพราะถ้าท่านโยนออกไป อาจสวนกลับมาแบบผมได้ หลังจากนั้นผมใช้วิธีออกไปข้างกลุ่ม ให้สุดเท่าที่ทำได้แล้วก้มลงผลักออกไปจากแนวรถแล้วกลับเข้าที่เดิม

ส่วนกรณีนี้สำหรับสกายเลน ห้ามทิ้งขวด กระป๋อง ซองเจล ลงข้างทางครับ เห็นกับตา ว่าเค้าคงโปรมาก กินเจลแล้วรูดจนแห้งก่อนจะ ทิ้งลงไปในพงหญ้าข้างทาง พี่หวังให้ใครมาเก็บไปใส่ถังขยะให้?? งู หรือตะกวดแถวนั้นมันถูกฝึกมาให้ทิ้งหรอครับ?? ลำบากจะพกเพราะหนัก กลืน แ..่ง เข้าไปเลยแล้วกันครับอย่ามักง่าย แล้วอยากให้ทุกท่านที่นั่นระลึกเสมอว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ ผมไม่เคยใช้วิธีขี่แบบแข่งในนั้น (นอกจากอยู๋กับคนรู็จักกัน) ขี่คตามคนไม่รู็จักผมก็เว้นระยะห่างกว่า 1 ล้อ เพราะไม่เคยมั่นใจข้างหน้า ผมไม่เคยมองคนหน้า แต่มองไปไกลๆเลย เกิดอะไรขึ้นผมจะแหวกออกก่อนแน่ๆ และถ้าท่าทางไม่ดีมีอยู่สองอย่างคือ ... หนีไปเลย กับ ปล่อยเค้าไปดีกว่า

จริงๆถามว่ามันจบแล้วหรือไม่ ผมบอกได้เลยว่ามีรายละเอียดอีกมากที่ผมเชื่อว่าเชิญวิทยากร 5 คนมานั่งคุย 2 ชม. เฉพาะเรื่อง pace line ให้ปลอดภัยเวลายังไม่พอเลยครับ แต่ กระนั้นเราก็ยังเห็นพฤติกรรมและลักษณะที่ไม่น่าไว้วางใจในสกายเลนอยู๋ร่ำไป ต้องโทษคนเขียนบทความแล้วกันครับ เขียนไม่ดี อ่านแล้วไม่สามารถช่วยเปลี่ยนได้

ทุกวันนี้นั่งคิด นอนคิด คุยกับคนปั่น รู้จักบ้างไม่รู็จักบ้าง เพื่อจะหาทางเขียนยังไง (วะ) ให้คนอ่าน ให้คนอ่านแล้วเข้าใจ ให้คนอ่านแล้วนำไปใช้ได้เลย
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย lucifer »

แหะ แหะ เคยเป็นสายตรวจเมื่อ 17 ปีก่อนครับ
ตอนนี้เป็นแค่สมาชิกเฉยๆ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย giro »

งั้นเดี๋ยวผมขอคัดลอกบทเสริมไปไว้บนบทความแล้ว ref. หมอลูฯนะครับ ของดีๆต้องให้คนได้อ่านง่ายๆ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
Ekarin@3brosbikes
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 15
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2015, 11:38
Tel: 0891355559
team: 3brosbikes
Bike: cervelo

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย Ekarin@3brosbikes »

เก็บไว้ครับ
sappas
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 144
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ต.ค. 2012, 13:10
Tel: 000-aaa
team: carrier bike team
Bike: wheeler eagle40

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย sappas »

สดๆ ร้อนๆ วันนี้เจอมากับตัวที่สนามเขียว
เจอกลุ่มขี่กันมา7คันที่สนามเขียวล่องตามลมกันมาความเร็วไม่มาก 32-35 จังหวะผมออกมาจากห้องน้ำกิโล5พอดี ได้จังหวะขอน้าเกาะหน่อยว่ะหลานๆ เกาะไปได้กิโลกว่าๆ เริ่มแปลกใจทำไมกลุ่มนี้ขี่กันแปลก ไม่ค่อยเรียงแถวมีปรู๊ดปร๊าดอยู่ตลอดไม่มีความนิ่งเลย เด๊ยวซ้ายสุด เด๊ยวขวาสุด ผมอยู่คันสุดท้ายเริ่มใจไม่ดี สังเกตุได้ว่าทั้งกลุ่มโดยเฉพาะสามสี่คันหลังๆ เด๊ยวยกขาฟรีหยุดปั่น เดี๋ยวลุก เดี๋ยวนั่ง เด๊ยวยืนกระชาก บางทีแซงกันขึ้นมาเรียงสามเรียงสี่ ล้อก็ซ้อนกันไปมา บางทีคันที่1จะเบาเพื่อพักออกซ้าย 2-3-4-5 ก็แถออกซ้ายตามหัวไปไม่ไห้หัวพัก หรือบางที่หัวเบาลงมาถึงคันที่3-4 คันที่5ก็เล่นเบรคเอาเฉยๆเลยเพื่อเปิดช่องให้หัวเข้า เอาล่ะว่ะตา มองหลังขวาตลอดเผื่อเจอกลุ่มแรงกว่าขึ้นมาจะได้ชิ่งไปเกาะอีกกลุ่ม หนีกลุ่มนี้ดีกว่าอยู่ไปลำบากแน่
(สรุปขี่กันมาแปดคัน ผมอยู่คันที่แปด)

ขี่มาถึงกิโล8ได้เรื่อง ไอ้หลานคันที่5 6 และ 7 มันผลัดกันยืน ผลัดกันนั่ง ผลัดกันฟรีขา ผมต้องคอยยกขากำเบรค ระวังอยู่ตลอดเวลา ขี่อยู่ที่ความเร็วประมาณ35 ได้เรื่องเลย ไอ้คันที่หกมันเบรคซะเฉยๆตรงนั้นเลยโดยไม่มีสาเหตุ ไอ้คันที่เจ็ดมันกำลังยืนพร้อมฟรีขาอยู่ มันก็ซัดเข้าให้ สองคันมันเซแซดดดดๆๆๆแต่ไม่ล้ม ไอ้คนที่ล้มคือผมทั้งๆที่ระวังอยู่ตลอด ล้อหลังไอ้คัน7มันสะบัดใส่ล้อหน้าผม ล้มทั้งยืนไม่ต้องทำอะไรเลย มองยังไม่ทัน เพราะไอ้คันที่หกมันเบรคและไอ้คันที่เจ็ดมันลุกขึ้นยืนบังหน้าจอผมหมดเลย เรียบร้อย กระติก ไมล์ ไฟหน้าไฟท้าย กระจายเต็มถนน ได้แผลที่ข้อศอกทั้งสองฝั่ง ไม่นับอะไหล่รถที่เสียหายอีก

เสียใจจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าเจอแบบนี้ต้องรีบออกจากกลุ่มแร่ะ อ่านคำแนะนำก็เยอะยังพลาดจนได้ ทั้งที่ความเร็วก็ไม่ได้มากอะไร
ต่อไปถ้าขี่ร่วมด้วยไม่เกินกิโลแล้วเจออาการแบบนี้ ผมขอขี่คนเดียวดีกว่า ฟาดเคราะห์ปีใหม่ 555

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ButtrePhlY
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1247
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2010, 10:13
team: Ⓡ - 11 Bike
Bike: SURLY PACER

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย ButtrePhlY »

สวัสดีครับ อ่านบทความจบแล้วฮะ กระจ่างดีครับ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ

มีคำถามข้อนึงครับผม ไม่เข้าใจเรื่องจับ Drop อ่าครับ
ผมรู้สึกว่าเวลาจับ Drop นี่ ผมสามารถคุมแรงเบรคได้ดีกว่าตอนจับที่ Hood นะครับ ส่วนเรื่องเวลาการเข้าถึงเบรค ผมไม่รู้สึกว่าเข้าช้ากว่าเลยอ่ะครับ เพราะเอานิ้วเกี่ยวเบรคไว้ตลอด ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจเรื่องการจับเบรคเวลามืออยู่ตำแหน่ง Drop ผิดไปยังไงรึเปล่าครับ? เผื่อจะได้แก้ไขครับ

รูปภาพ
AWWW THIS HEADWIND SUCKS!
inoros
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 68
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 เม.ย. 2014, 16:23

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย inoros »

ButtrePhlY เขียน:สวัสดีครับ อ่านบทความจบแล้วฮะ กระจ่างดีครับ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ

มีคำถามข้อนึงครับผม ไม่เข้าใจเรื่องจับ Drop อ่าครับ
ผมรู้สึกว่าเวลาจับ Drop นี่ ผมสามารถคุมแรงเบรคได้ดีกว่าตอนจับที่ Hood นะครับ ส่วนเรื่องเวลาการเข้าถึงเบรค ผมไม่รู้สึกว่าเข้าช้ากว่าเลยอ่ะครับ เพราะเอานิ้วเกี่ยวเบรคไว้ตลอด ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจเรื่องการจับเบรคเวลามืออยู่ตำแหน่ง Drop ผิดไปยังไงรึเปล่าครับ? เผื่อจะได้แก้ไขครับ
น่าจะเกี่ยวกับการตอบสนองของมือด้วยครับ ผมรู้สึกจับฮูดเกิดอะไรขึ้นมันตอบสนองได้ไวกว่าจับดรอปแล้วนิ้วเกี่ยวเบรคนะครับ
อีกเรื่องคือตำแหน่งจับดรอปทัศนวิสัยมันน้อยกว่าจับฮูดนะครับ จับฮูดจะมองได้กว้างกว่าจับดรอปส่วนใหญ่มองต่ำไม่ค่อยเห็นเหตุการณ์ด้านหน้าโดยหลายๆคนที่ผมสังเกตเลยนะ เวลาปั่นกลุ่มทำความเร็วนี่ก้มหน้าก้มตาปั่นไม่มองไกลไปข้างหน้าเลยมองตามก้นคนที่ดูดกันซะส่วนใหญ่ จับฮูดยังชะเง้อมองข้างหน้าได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย giro »

ายใจกว่าตามข้อมูลที่พยายามเก็บมานะครับ อุบัติเหตุส่วนมากเกิดที่ความเร็วประมาณ 35 นิ่งหรือ 38-40 ลมส่งแรงๆ เพราะคนขี่ที่ pace นั้นได้ไม่ยาก มีไม่น้อย ขี่มาสักพักก็ขี่ได้แล้ว แต่ยังไม่ใช่ pace ที่จะคิดเอาคนเก๋าๆอยู่ด้วยได้
ดังนั้นในกลุ่มความเร็วกลางๆนี่แหละครับที่อันตรายที่สุดในสกายเลน

ส่วนตัวผมเจอแบบนี้ มี 2 อย่าง ยิงหนีไปขี่คนเดียวนิ่งๆสบายใจกว่า กระชากออกระยะไปซัก 50 เมตรแล้วคงความเร็วต่อไปเรื่อยๆเท่ากลุ่มก็พอ หรือถ้ากลุ่มเร็วกว่าที่จะทำแบบนั้นได้(หน่อม แรงน้อย อ่อนเอง) โบกมือลา ปล่อยเค้าไป แล้วขี่คนเดียวสบายใจกว่าเยอะ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
yosza2011
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2011, 02:03
Tel: PM มาได้ครับ
team: Free Zone
Bike: Gogobike Custom & Javafit Custom & KHS T20
ตำแหน่ง: กทม.
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย yosza2011 »

ขอบคุณครับ
ซ้อมขยับศอกก่อนเลย
เอะอะไม่ไหวไปก่อนแซงเลยๆครับ 5555
พบรอยยิ้มพร้อมพยักหน้าทักทายและตบท้ายด้วยคำว่าสวัสดี
ยังคงมีอยู่ในทุกๆสถานที่ ที่เราปั่นไปเจอกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย lucifer »

inoros เขียน:
ButtrePhlY เขียน:สวัสดีครับ อ่านบทความจบแล้วฮะ กระจ่างดีครับ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ

มีคำถามข้อนึงครับผม ไม่เข้าใจเรื่องจับ Drop อ่าครับ
ผมรู้สึกว่าเวลาจับ Drop นี่ ผมสามารถคุมแรงเบรคได้ดีกว่าตอนจับที่ Hood นะครับ ส่วนเรื่องเวลาการเข้าถึงเบรค ผมไม่รู้สึกว่าเข้าช้ากว่าเลยอ่ะครับ เพราะเอานิ้วเกี่ยวเบรคไว้ตลอด ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจเรื่องการจับเบรคเวลามืออยู่ตำแหน่ง Drop ผิดไปยังไงรึเปล่าครับ? เผื่อจะได้แก้ไขครับ
น่าจะเกี่ยวกับการตอบสนองของมือด้วยครับ ผมรู้สึกจับฮูดเกิดอะไรขึ้นมันตอบสนองได้ไวกว่าจับดรอปแล้วนิ้วเกี่ยวเบรคนะครับ
อีกเรื่องคือตำแหน่งจับดรอปทัศนวิสัยมันน้อยกว่าจับฮูดนะครับ จับฮูดจะมองได้กว้างกว่าจับดรอปส่วนใหญ่มองต่ำไม่ค่อยเห็นเหตุการณ์ด้านหน้าโดยหลายๆคนที่ผมสังเกตเลยนะ เวลาปั่นกลุ่มทำความเร็วนี่ก้มหน้าก้มตาปั่นไม่มองไกลไปข้างหน้าเลยมองตามก้นคนที่ดูดกันซะส่วนใหญ่ จับฮูดยังชะเง้อมองข้างหน้าได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เหตุผลส่วนใหญ่ก็ตามที่คุณ inoros กล่าวไว้ครับ คือ ทัศนวิสัย และ "ความไวในการเข้าถึงเบรค"

การปั่นเป็นกลุ่ม กับการปั่นเดี่ยวลงเขา หรือเจาะโค้งนั้น มันคนละกรณีกันนะครับ การปั่นเดี่ยวลงเขาแล้วก้มจับdropส่วนหนึ่งเพื่อต้องการความมั่นคงในการจับเบรค แต่นั่นมันเป็นกรณีที่เราอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมสูงสุด มองเห็นโค้งชัดเจนสุด (เพราะลงมาคนเดียว ) น้ำหนักที่ตกที่ล้อหน้าเพิ่มขึ้นในท่าจับdrop จะทำให้สามารถเข้าโค้งได้ง่ายขึ้น (และพร้อมจะกลิ้งได้ง่ายขึ้นถ้าไม่เก่งพอ)

แต่การปั่นในกลุ่ม ถ้าไม่ใช่การปั่นเพื่อการแข่งขันในลักษณะ brake away กันไม่กี่คัน ก็จะไม่มีใครที่อยากจะจับdropนัก aerodynamicคงไม่จำเป็นเพราะมีกำแพงกันลมให้หลายชั้น และแน่นอนครับ มันไม่ต้องพร้อมที่จะเบรคแรงๆเหมือนการลงเขาอย่างแน่นอน ความสบายในท่านั่งจับฮูดที่สามารถขยับก้น ขยับขาเข่าเข้าออกได้ง่ายกว่า ไม่ต้องเกร็งไม่ต้องเมื่อย ไม่ต้องเกร็งมาคอยเบรค แต่มีความพร้อมและความเร็วมากพอในการเข้าถึงเบรค การอยู่ในกลุ่มไม่จำเป็นต้องเบรคแรงๆหรอกครับ การเบรคแรงๆในกลุ่มอาจจะจำเป็นสำหรับกรณีที่ชนกันยับและเราต้องเอาตัวรอด และการเบรคแรงๆในกลุ่มก็สร้างความเสียหายให้แก่ท้ายขบวนที่อยู่ต่อท้ายเราไป

ลองนึกดูนะครับ ก้มตัว จับที่โค้งดรอปเอานิ้วชี้เกี่ยวปลายมือเบรคไว้ มันเมื่อยนะครับ ทัศนวิสัยก็ไม่ดี มองอะไรก็ไม่เห็น
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
ButtrePhlY
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1247
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2010, 10:13
team: Ⓡ - 11 Bike
Bike: SURLY PACER

Re: PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

โพสต์ โดย ButtrePhlY »

ขอบคุณครับ
AWWW THIS HEADWIND SUCKS!
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”