DISS เขียน:.
ครั้งนี้ ตั้งใจจะไป ลาว กันเลยครับ
โดยไปสมทบกับ กลุ่ม พี่ธานินทร์ ที่ จะกลับเข้ามา โขงเจียม แล้ว จะ เข้าไปทาง ลาวใต้ อีกครั้ง
จองตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ ไว้ พร้อมเลย
สองที่ ผม และ พี่จิ๊ป
ก่อนเดินทาง ไม่กี่วัน เพิ่งทราบว่า
ทางสายการบินเขา ไม่อนุญาตให้ เข็นจักรยานขึ้นทั้งคันแล้ว
เราจึงต้อง แพ็ครถ ลงกล่อง ให้เรียบร้อย
วันเดินทาง ก็ไป ตามเวลา ปกติ
ถึง อุบลฯ เช้าๆ
บิน...
ถึงสนามบิน น้าเหน่งหนักแน่น มารับครับ ขอบคุณน้าเหน่ง นะครับ
ออกมาจากสนามบินไม่นาน ก็แวะ ร้านจักรยาน ร้านนี้ ครับ
แวะคุยกัน นิดหน่อย
เจ้าของร้าน..
ทริปนี้ พี่ศรีนคร ก็มาร่วมด้วยครับ
พอออกจากร้านจักรยาน ก็ แวะรับ พี่ศรีนคร ที่ สถานีรถไฟ
แล้วน้าเหน่ง ก็แวะซื้อ ซาลาเปา ขนมจีบ และ ชา กาแฟ
เอาไป รับทานกันที่ร้านน้าเหน่ง
ซาลาเปาร้านนี้ น้าเหน่ง เขา แนะนำ..
แล้ว ก็ มาถึง ร้านน้าเหน่ง
ประกอบรถ และ นั่งรับทาน ซาลาเปา ขนมจีบ กัน สักครู่..
จากนั้น ก็เริ่ม ออกเดินทาง ครับ
โดย กะว่า จะไป สวนกับ พี่ธานินทร์ ที่ ขี่ ย้อนกลับมา สนามบิน
เพราะ มีงานด่วน ต้อง จบทริปก่อน ไม่ได้ เข้าลาวไปด้วยกัน
ออกเดินทาง..
แล้ว เราก็ได้ เจอกับ พี่ธานินทร์ ที่ร้านอาหาร ริมทาง
พี่ธานินทร์ ได้แจ้ง แผนการเดินทางในลาว คร่าวๆ มาให้
อิ่มท้องแล้ว ก็ แยกกับ พี่ธานินทร์ ที่ร้านข้าว นั้น
แล้ว เดินทางต่อ
ผมจำไม่ได้แล้วว่า เขาเรียกแถวนี้ ว่าอะไร
แต่ ย่านนั้น จะมี บ้านที่ ทำฆ้องและกลอง ใหญ่ๆ ครับ
เราแวะ รับทานอาหาร กันแถวนี้
อาหาร ก็ เป็น เฝอ มังครับ คล้าย ก๋วยจั๊บ
ฆ้อง...
เจ้า้ของร้าน...
กลอง...
ก่อนที่จะแวะ ทานอาหาร
พี่จิ๊ป มีอาการ เหมือนเหนื่อยมาก หัวใจเต้น เร็ว
รับทานแล้ว นั่งพักแล้ว
อาการก็ ยัง ไม่ดีขึ้น จึง ตัดสินใจ โบกรถ ให้ พี่จิ๊ป ล่วงหน้าไป ที่พัก ที่โขงเจียมก่อน
ช่วงรอ โบกรถ พี่ศรีนคร ออกเดินทางไปก่อน
เพราะ เข้าใจว่า ผมจะขึ้นรถ ไปกับ พี่จิ๊ป ด้วย
แต่เปล่าครับ..
ผมส่งพี่จิ๊ปขึ้นรถ แล้วผมก็ ขี่มุ่งหน้าโขงเจียมต่อ
เวลาที่ เริ่มขี่คนเดียว ตอนนั้น
ผม เกิด ความรู้สึก "หลุด" ครับ
มันรู้สึกอิสระมากๆ เลย ตอนนั้น ไม่รู้ ทำไม และ อธิบายไม่ถูก
แต่มันเป็น ความรู้สึกที่ดีมากๆ ครับ
ถนนช่วงนั้น เรียบมาก เพิ่งราดยางใหม่ไม่นานเลยมังครับ
ขี่เรื่อยๆ มี เนินนิดๆ หน่อยๆ ถนนโค้งไม่มาก
ไหล ลงเนิน..
เห็นเลขทางหลวง สวยดี เลยรอ จนได้ เลขระยะ สวยๆ..
ยินดีต้อนรับ..
ผมขี่ไป เรื่อยๆ อยู่พักใหญ่
ก็มองเห็น ข้างหน้ามี นักเดินทางด้วยจักรยาน จอด พักอยู่ริมทาง
ในใจก็ ยัง สงสัย ว่า ใครนะ..
พอเข้าไปใกล้ๆ จึงเห็นว่า เป็น พี่ศรีนคร นี่เอง..55
พี่เขารอผม ครับ เพราะ เห็นว่า บนรถกระบะ มี พี่จิ๊ป นั่งไป คนเดียว
จึง จอดรอผม แล้ว ขี่ไปด้วยกัน..
ช่วงใกล้ถึง โขงเจียม เหมือนจะมี พายุ ครับ
ฟ้ามืดครึ้มมาก ลมก็แรงมากๆ ด้วย
ถ้ามาคันเดียว ก็ อาจจะมี หวั่นใจเล็กๆ..
เราจึงรีบขี่ ไปให้ถึงที่พัก
เพราะ เดี๋ยวจะมืดเกินไป และ ฝนจะลงเมื่อไหร่ ไม่รู้ได้
ไม่นานเราก็มาถึงที่พัก..
พร้อมฝนที่ เริ่มโปรยปราย
ที่นั่น มีพี่ปกรณ์ ซึ่ง ขี่กับพี่ธานินทร์ มาหลายสิบวันแล้ว และ มีพี่จิ๊ป ที่ล่วงหน้ามาก่อน รอต้อนรับอยู่
ก็ แยกย้าย ไป อาบน้ำ เพื่อ มา รับทานอาหารร่วมกัน
จำได้ว่า ขณะที่ไปถึงนั้น ที่พัก ไฟฟ้าดับ ครับ
แต่ผมเข้าใจว่า ระบบน้ำ คงไม่เกี่ยว มัง
แต่..
พออาบน้ำ สระผมไปได้ ไม่นาน น้ำหยุด ครับ..!!
ต้อง ออกมา เอาน้ำที่รถ ล้างหัว ล้างตา เพราะ แสบ..55
ก็ เอา แค่พอได้ครับ
เปลี่ยนเสื้อผ้า ไป กินข้าว ดีกว่า..
คืนนั้น เรารับทาน ปลาแม่น้ำโขง ครับ ผมลืมแล้ว ว่าเขาเรียกว่าปลาอะไร
เป็น ปลาสดๆ เอามาห่อฟรอยด์ แล้ว ย่าง เนื้อหวานดีครับ แต่ ก้าง จะเยอะหน่อย
เป็นอาหาร ที่มาถึง โขงเจียม แล้วต้องลอง...เขาว่าอย่างนั้น
บนโต๊ะอาหาร เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่อง เดินทางกลับ ของ พี่จิ๊ป
ตอนนั้น ผมเองก็ ลังเล ว่าจะไปต่อดีหรือเปล่า
เพราะ เพิ่งรู้ข่าว ว่าแฟนผม เป็นไข้หวัด2009 พอดี
ใจไม่สบาย ขี่ไป ก็คงไม่สุข..
สุดท้าย ก็ สรุปว่า กลับ พร้อม พี่จิ๊ป เช้าวันรุ่งขึ้นครับ
ตรงนี้ครับ ที่ ทำให้เกิด “ เกือบจะนอก แต่ได้แค่ ดอกบัว ”
มันเกือบแล้ว ที่จะได้ ไปขี่รถที่ ประเทศนอก..55
บนรถของลุงเจ้าของ ที่พัก ขณะเดินทางกลับ..
จะเห็น นักจักรยานถิ่นดอกบัว ในภาพด้วย
ณ.สุวรรณภูมิ..
ทริปนี้ ผมขอขอบคุณ พี่จิ๊ป ที่นี่ อีกครั้ง
.