ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- hund
- ขาประจำ
- โพสต์: 313
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2011, 16:08
- Tel: 0922766932
- team: ไร้สังกัด
- Bike: Bs transit x-bike
- ตำแหน่ง: บางบอน
ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ระยะปั่นไม่เกิน 50km ไม่ขึ้นเขา ปั่นไม่เร็วราวๆ30 ลุยฝนบ้าง
หมอบสายดิส เริ่มเห็นหมอบดิสเข้ามา แต่มันหนักกว่าราวๆ1กิโล ดุมกว้างกว่า ตระเกียบซางอลู
หมอบปกติ ตระเกียบฟลู
ข้อมูลประมานนี้ กรุ๊บเท่ากัน หรือว่าเดิมๆอะดีแล้ว
ตามสะดวกเลยไม่มีผิดถูก อยากเห็นหลายๆมุมมองครับ ขอบคุณ
หมอบสายดิส เริ่มเห็นหมอบดิสเข้ามา แต่มันหนักกว่าราวๆ1กิโล ดุมกว้างกว่า ตระเกียบซางอลู
หมอบปกติ ตระเกียบฟลู
ข้อมูลประมานนี้ กรุ๊บเท่ากัน หรือว่าเดิมๆอะดีแล้ว
ตามสะดวกเลยไม่มีผิดถูก อยากเห็นหลายๆมุมมองครับ ขอบคุณ
- คุณชายชานม
- สมาชิก
- โพสต์: 42
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2015, 02:05
- Bike: ROSE Xeon CRS
- ตำแหน่ง: Yorkshire, England
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
เป็นคำถามที่ตอบยากครับ ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็ยังนิยมเบรคแบบปกติกันอยู่ แต่ในอนาคตดิสมาแน่ๆ แต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็ยังปัญหาเรื่องของมาตราฐานอยู่พอสมควร เพราะว่ายังไม่มีมาตราฐานที่เป็นสากล และไม่รู้ว่าจะมีรึเปล่า
ถ้าเอาเรื่องของประสิทธิภาพ ดิสกินขาดครับ ดิสไม่ได้เบรคได้แรงกว่าอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่จะได้เรื่องของการควบคุมแรงเบรค และความเชื่อถือได้ของกำลังเบรคครับ ส่วนของน้ำหนักและแอโรไดนามิคส์นั้นถึงจากแย่กว่าเบรคแบบปกติ แต่หลายๆคนก็แย้งว่าข้อด้วยส่วนนี้จะถูกหักลบกับความสามารคในการควบคุมเบรคที่ดีกว่าขอดิสครับ
ลองคิดดูแล้วกันครับว่าชอบแบบไหน ส่วนตัวผมเองก็เลือกคันที่ชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นดิสหรือเบรคแบบปกติ
ถ้าเอาเรื่องของประสิทธิภาพ ดิสกินขาดครับ ดิสไม่ได้เบรคได้แรงกว่าอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่จะได้เรื่องของการควบคุมแรงเบรค และความเชื่อถือได้ของกำลังเบรคครับ ส่วนของน้ำหนักและแอโรไดนามิคส์นั้นถึงจากแย่กว่าเบรคแบบปกติ แต่หลายๆคนก็แย้งว่าข้อด้วยส่วนนี้จะถูกหักลบกับความสามารคในการควบคุมเบรคที่ดีกว่าขอดิสครับ
ลองคิดดูแล้วกันครับว่าชอบแบบไหน ส่วนตัวผมเองก็เลือกคันที่ชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นดิสหรือเบรคแบบปกติ
- Colo1
- ขาประจำ
- โพสต์: 3258
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2009, 13:15
- Tel: 084-643xxxx
- team: BIKE CRAZY
- Bike: Seven SOLA SL/Moots YBB sl/De Rosa R838/Pinarello 65.1
- ตำแหน่ง: 141/3 กท-นนท์27 บางซื่อ กทม 10800
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ไม่เคยลองหมอบดิสก์นะครับ
เท่าที่ตามข้อมูลมา ประโยชน์จริงๆของดิสก์น่าจะอยู่ที่ ล้อคาร์บอนกับฝน(โดยเฉพาะตอนลงเขา)
ที่ส่งผลให้การเบรคแย่ลงกว่าในสภาวะปรกติ ร่วมกับขอบเบรคสึกหรอมากกว่า
ส่วนตัวมองว่า ใช้ล้อคาร์บอนช่วงที่ฝนไม่ตก ช่วงหน้าฝนหรือไปขึ้นเขาช่วงนี้ก็เอาล้ออลูไป
ถ้าตอนนี้ยังไม่มีล้อหลายชุด ไปดิสก์ก็น่าสนใจแต่น่าจะรออีกสักปี ให้ผู้ผลิตเค้าตกลงมาตรฐานดิสก์ให้ลงตัวก่อน
เท่าที่ตามข้อมูลมา ประโยชน์จริงๆของดิสก์น่าจะอยู่ที่ ล้อคาร์บอนกับฝน(โดยเฉพาะตอนลงเขา)
ที่ส่งผลให้การเบรคแย่ลงกว่าในสภาวะปรกติ ร่วมกับขอบเบรคสึกหรอมากกว่า
ส่วนตัวมองว่า ใช้ล้อคาร์บอนช่วงที่ฝนไม่ตก ช่วงหน้าฝนหรือไปขึ้นเขาช่วงนี้ก็เอาล้ออลูไป
ถ้าตอนนี้ยังไม่มีล้อหลายชุด ไปดิสก์ก็น่าสนใจแต่น่าจะรออีกสักปี ให้ผู้ผลิตเค้าตกลงมาตรฐานดิสก์ให้ลงตัวก่อน
May the LIGHTNESS be with you
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ไม่ขึ้นเขาด้วย แนะนำหมอบธรรมดาดีกว่า หมอบดิสมันแพงตรงระบบดิสน้ำมันนี่ล่ะ
ที่เขาชูจุดเด่นของหมอบดิสก็เรื่องลงเขาและบนถนนเปียกด้วยล้อคาร์บอนล้วนๆเลย ซึ่งล้อคาร์บอนมันตอบสนองเรื่องการเบรคในสภาพถนนแบบนี้ไม่ได้เหมือนล้ออลู แต่ในสภาพถนนอย่างอื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
รอให้มันแพร่หลาย ราคาลดลงเหมือนภูเขาวีเบรคไปดิสเบรคก่ินดีกว่าแล้วค่อยจัดก็ยังไม่สาย
ที่เขาชูจุดเด่นของหมอบดิสก็เรื่องลงเขาและบนถนนเปียกด้วยล้อคาร์บอนล้วนๆเลย ซึ่งล้อคาร์บอนมันตอบสนองเรื่องการเบรคในสภาพถนนแบบนี้ไม่ได้เหมือนล้ออลู แต่ในสภาพถนนอย่างอื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
รอให้มันแพร่หลาย ราคาลดลงเหมือนภูเขาวีเบรคไปดิสเบรคก่ินดีกว่าแล้วค่อยจัดก็ยังไม่สาย
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ดิสเบรกในความเห็นของผม มันเป็นสิ่งที่ดีครับ มันน่าใช้มาก ยิ่งคุณปั่นในเมือง คุณใช้เบรกบ่อยแน่นอน การมีเบรกที่มั่นคงมันอุ่นใจอยู่พอสมควร
แต่ที่ผมยังข้องใจคือ ประสิทธิ์ภาพของมันนั้นเพียงพอหรือเปล่า? มันเบรกได้เหมือนรถยนต์เลยหรือเปล่า? มีระบบ ABS (กันล้อล็อก) หรือเปล่า? ผมยังไม่เคยมีโอกาสได้ใช้จักรยานดิสเบรก แต่ผมเห็นว่าดิสเบรกเป็นสิ่งที่ดีครับ ถ้าไม่นับว่าต้องบ้าความเบา บ้าความเร็วเป็นหลัก เอาความปลอดภัยเป็นประเด็นครับ
ริมเบรก (rim brake - เบรกแบบหนีบขอบล้อตามปกติที่เราเห็นกันทั่วไป) ประสิทธิ์ภาพมันไม่ได้แย่นะ สำหรับจักรยานโดยเฉพาะเสือหมอบซึ่งเป็นรถที่เบาอยู่แล้ว มันพอเพียงต่อการใช้งานอย่างล้นเหลือ รถจักรยานมันไม่ได้หนักแบบรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักมากกว่าจักรยานหลายเท่า จึงต้องมีระบบเบรกที่แข็งแรงกว่า
แต่ริมเบรกมีปัญหาอยู่ 1 อย่างที่เป็นข้อด้อย ถ้าต้องเบรกแบบกระทันหันขึ้นมา (เบรกสุดมือสุดตีน) เช่น เจอรถพุ่งออกมา เจอรถเลี้ยวกระทันหันแบบไม่ทันตั้งตัว ส่วนใหญ่จะกู้สถานการณ์ได้ไม่ค่อยดี รถล้อล็อกทำให้เกิดอาการส่ายตูดไปมา ถ้าคนขี่ทักษะไม่ดีพอก็ล้มกันไปตรงนั้นเลย ไม่ก็หน้าแหกกันไปข้าง ถ้าใครปั่นจักรยานในเมืองบ่อย ๆ ต้องเจอกันแทบทุกคน เสียวกันทุกรอบที่เจอแบบนี้
ยิ่งหน้าฝนน่ะเหรอ? อย่าให้บอกครับ คุณอย่าเผลอก็แล้วกัน ได้หมูแดงกลับบ้านแน่นอน
แต่ที่ผมยังข้องใจคือ ประสิทธิ์ภาพของมันนั้นเพียงพอหรือเปล่า? มันเบรกได้เหมือนรถยนต์เลยหรือเปล่า? มีระบบ ABS (กันล้อล็อก) หรือเปล่า? ผมยังไม่เคยมีโอกาสได้ใช้จักรยานดิสเบรก แต่ผมเห็นว่าดิสเบรกเป็นสิ่งที่ดีครับ ถ้าไม่นับว่าต้องบ้าความเบา บ้าความเร็วเป็นหลัก เอาความปลอดภัยเป็นประเด็นครับ
ริมเบรก (rim brake - เบรกแบบหนีบขอบล้อตามปกติที่เราเห็นกันทั่วไป) ประสิทธิ์ภาพมันไม่ได้แย่นะ สำหรับจักรยานโดยเฉพาะเสือหมอบซึ่งเป็นรถที่เบาอยู่แล้ว มันพอเพียงต่อการใช้งานอย่างล้นเหลือ รถจักรยานมันไม่ได้หนักแบบรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักมากกว่าจักรยานหลายเท่า จึงต้องมีระบบเบรกที่แข็งแรงกว่า
แต่ริมเบรกมีปัญหาอยู่ 1 อย่างที่เป็นข้อด้อย ถ้าต้องเบรกแบบกระทันหันขึ้นมา (เบรกสุดมือสุดตีน) เช่น เจอรถพุ่งออกมา เจอรถเลี้ยวกระทันหันแบบไม่ทันตั้งตัว ส่วนใหญ่จะกู้สถานการณ์ได้ไม่ค่อยดี รถล้อล็อกทำให้เกิดอาการส่ายตูดไปมา ถ้าคนขี่ทักษะไม่ดีพอก็ล้มกันไปตรงนั้นเลย ไม่ก็หน้าแหกกันไปข้าง ถ้าใครปั่นจักรยานในเมืองบ่อย ๆ ต้องเจอกันแทบทุกคน เสียวกันทุกรอบที่เจอแบบนี้
ยิ่งหน้าฝนน่ะเหรอ? อย่าให้บอกครับ คุณอย่าเผลอก็แล้วกัน ได้หมูแดงกลับบ้านแน่นอน
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
- wutthinan22
- ขาประจำ
- โพสต์: 335
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2015, 12:27
- Bike: Mosso Race 7519 #1 Java Lampo Full Sus #2 Pinarello Gan S #3
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
เท่าที่ลองมาจากเสือเขาน่ะคับ ลงเนินมาไหลความเร็ว30+ รถยนต์ตัดหน้าเริ่มเบรคประมาณ10เมตร เบรคหลังไม่ล๊อค แต่เบรคหน้าล๊อคหยุดทันทีที่เราเริ่มบีบ ล้อหลังสบัด ไม่ล้มผมว่าดิสเบรคนี้มันสุดยอดจิงๆ เคยลองเสือเขาวีเบรคบอกตรงๆเบรคไม่ค่อยจะยูเลยในระยะประชิด. ถ้าวิ่งในเมืองหรือรถตัดหน้าผมว่าดิสนี่หล่ะมันโอเลย ส่วนตัวรองอกหมอบดิสสักคัน
- Aegistrator
- ขาประจำ
- โพสต์: 142
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2011, 10:47
- Tel: 0924023366
- Bike: Wilier Cento 1SR/ Cento 1Air
- ตำแหน่ง: Bangkok
- ติดต่อ:
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
เรื่องน้ำหนักผมว่าไม่ค่อยหนีกันมากนะครับ อาจจะไม่ถึง 500 กรัมหรือเบ่ากว่านั้นถ้าเป็น ดีสเคเบิลของ TRP เพราะโครงสร้างเป็น carbon ผสมกับโลหะ

ตัวนี้น้ำหนัก 156g ต่อข้าง อีกทั้งยังใช้ shifter เคเบิลเดิมได้เลย
ส่วนที่เหลือผมว่าดีสให้ความมั่นใจเรื่องการเบรก แต่ทุกอย่างอยู่ที่สติครับไม่ว่าจะริมเบรก หรือดีส ถ้าขาดสติกำเบรกหน้าแรงไปก็ตีลังกาได้เหมือนกัน
ตัวนี้น้ำหนัก 156g ต่อข้าง อีกทั้งยังใช้ shifter เคเบิลเดิมได้เลย
ส่วนที่เหลือผมว่าดีสให้ความมั่นใจเรื่องการเบรก แต่ทุกอย่างอยู่ที่สติครับไม่ว่าจะริมเบรก หรือดีส ถ้าขาดสติกำเบรกหน้าแรงไปก็ตีลังกาได้เหมือนกัน
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
1. น้ำหนัก แตกต่างกันมากมายจริงๆหรือ ?
ถ้าจะเทียบมวย ต้องเทียบมวยรุ่นเดียวกันนะครับ SRAMทำมือเบรคและชุดจานเบรคพร้อมคาลิปเปอร์ได้น้ำหนักที่ไม่ได้แตกต่างจากระบบเบรคแบบริมเบรคแล้วนะครับ แต่น้ำหนักที่แตกต่างกันนั้นจะเป็นน้ำหนักองค์รวมของรถทั้งคัน เช่น ล้อหลังจะใช้ดุมล้อที่กว้างขึ้น ซี่ลวดต้องอวบใหญ่แข็งขึ้นเพราะแรงจากจานเบรคต้องส่งผ่านซี่ล้อไปหยุดขอบล้อที่กำลังหมุน ( ผิดกับริมเบรค ที่เบรคฆ่าแรงที่ขอบล้อซึ่งกำลังหมุนโดยตรง ) นอกจากล้อแล้วก็คือเนื้อมวลสารที่เพิ่มขึ้นมาจากเฟรมและตะเกียบ เพราะดิสเบรคเป็นเบรคแบบไม่สมมาตร ออกแรงทางซีกซ้ายของล้อ ถ้าออกแบบตะเกียบหน้าไม่แข็งแรง ตะเกียบจะมีอาการเฟลกซ์ดิ้นไปดิ้นมาในจังหวะเบรคๆปล่อยๆได้ สมัยก่อนที่เสือภูเขาเริ่มใช้ดิสเบรคกันใหม่ๆ ตัวบูชชิ่งของชอคหน้าด้านซ้ายจะลาโลกในเวลาอันสั้น แล้วการบังคับควบคุมในขณะไหลลงเนินยาวๆก็ไม่เป็นที่น่าประทับใจ จนสุดท้ายต้องออกแบบขาชอค คราวน์และบูชชิ่งกันให้ทนการถูกบิดตัวในแบบไม่สมมาตรนี้ใหม่ นอกจากตะเกียบหน้าแล้ว ตัวตะเกียบโซ่ด้านซ้ายที่ยึดกับแคลิปเปอร์เองก็ต้องถูกออกแบบใหม่ด้วยเช่นกัน
โดยรวมแล้ว ระบบดิสก์เบรคดีๆ (ใช้น้ำมัน) สามารถออกแบบให้ได้น้ำหนักที่ไม่ได้แตกต่างจากริมเบรคดีๆ แต่น้ำหนักองค์รวมของจักรยานทั้งคันต่างหากที่ถูกเพิ่มขึ้นมา
2. แรงเบรค ?
เรากำลังพูดกันถึงแรงที่สั่งให้ล้อหยุดหมุนนะครับ บอกกันเลยว่า ถ้าไม่ได้โดดเรียนวิชาฟิสิกส์ในหมวดของเครื่องกล คานดีดคานงัด หรือ รอกผ่อนแรงแล้ว ก็จะเข้าใจว่า ระบบดิสเบรคเป็นการเสียเปรียบเชิงกลอย่างมหาศาลนะครับ เพราะแรงกระทำอยู่ที่ยางและขอบล้อที่อยู่สุดปลายรัศมี แต่จานเบรคอยู่ใกล้กับดุมล้อ ยังไงๆเสียการจะออกแบบให้ดิสก์เบรคกดปุ๊บล้อล๊อคปั๊บแบบริมเบรคก็คงจะเป็นเรื่องยากอยู่
แต่การที่เป็นเรื่องยากนี่แหละ กลับกลายเป็นเรื่องดี เพราะการที่มันเบรคให้ล้อล๊อคได้ช้าลงเนี่ย มันคือสิ่งที่เราต้องการ เพราะเราไม่ต้องการเบรคแล้วล้อลอคตาย แต่เราต้องการเบรคที่ลดความเร็วของรถได้อย่างมีประสิทธิภาพต่างหาก
ประสิทธิภาพนี้ เราจะพูดกันในเรื่องของ modulation พูดง่ายๆก็คือ การเนียนเบรค ดิสค์เบรคสามารถเพิ่มแรงเบรคเพื่อชะลอให้รถช้าลงได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าริมเบรค ตรงนี้คนรุ่นเก่าแบบผมที่อยู่ในตะเข็บรอยต่อระหว่างวีเบรคกับดิสเบรคในเสือภูเขาจะเข้าใจเรื่องนี้ดีมากๆ ในขณะที่ริมเบรคออกแรงนิดหนึ่งรถก็เริ่มชะลอ ออกแรงอีกนิดหนึ่งล้อเริ่มทำท่าจะล๊อคตาย ออกแรงอีกนิดหนึ่งก็อาจจะเกิดเรื่องไม่งามขึ้น ในขณะที่ดิสค์เบรคจะสามารถสัมผัสถึงอาการชะลอความเร็วได้ตั้งแต่น้อยไปหามาก
3. การเบรคได้อย่างต่อเนื่องในเวลาไหลลงเขายาวๆ
ตรงนี้แหละครับ ที่เราต้องมาทำความเข้าใจกันหน่อย ริมเบรคกับขอบล้ออลูมิเนียมนั้น ขอบล้อจะร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อทำการเบรคต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ความร้อนอาจจะมากจนถึงกับทำให้ยางบริเวณหัวศรเติมลมยางของยางในละลาย และรั่ว เกิดอาการยางแบนในแบบปัจจุบันทันด่วน ( เพื่อนผมเคยโชว์มาให้ผมดูแล้วตอนลงเขายาวๆแล้วเลียเบรคลงมา ) ซึ่งตรงนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับทักษะ คนที่เขาใช้ริมเบรคกับขอบล้ออลูมิเนียมเก่งๆเนี่ย เขาไม่ได้เลียเบรคกันแบบรถยนต์หรอกนะครับ แต่เขาจะกดให้รถชะลอ แล้วปล่อยเบรคให้รถไหลต่อ เพื่อให้ขอบล้อได้ลดความร้อนลง เช่น เวลาลงเขา เขาก็กดเบรคให้รถลดความเร็วก่อนถึงโค้ง พอข้าทางตรงแล้วรู้สึกว่าเริ่มเร็วก็จะกดเบรคเบาๆแล้วปล่อยเบรค ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ขอบล้อก็จะไม่ร้อนจัดจนเกิดเรื่อง
แต่ดิสเบรคเองก็ใช่ว่าจะเลียเบรคแบบรถยนต์ได้นะครับ ยังไงๆเสียทักษะก็ยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่ดี เพราะจานเบรคนั้นมีพื้นที่ผิวน้อยมากเมื่อเทียบกับขอบล้ออลูมิเนียม ถ้าใช้ดิสเบรคแบบไม่มีทักษะ โดยการเลียเบรคลงมาตลอดทาง สักพักจานเบรคก็จะร้อนจัด และอาจจะร้อนมากจนกลายเป็นสีน้ำเงิน เมื่อนั้นมีเบรคก็จะเหมือนไม่มีเบรค เพราะจะเกิดอาการผ้าเบรคไหม้ แล้วเบรคไม่อยู่ ยิ่งเบรคไม่อยู่ ยิ่งต้องกดหนัก ยิ่งกดหนักยิ่งร้อน แล้วก็เลยไปกันใหญ่
อย่าว่าโง้นงี้เลย จานเบรครถยนต์เองถ้าคนขับทักษะอ่อน กดเบรคตลอดทาง อาการเบรคfade หรือ เบรคไหม้ส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งดอยก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราพบเห็นกันบ่อยๆมิใช่หรือ
4. การเรียก"เลือดโง่"
ผมชอบใช้คำนี้ ในเวลาที่ต้องเสียเลือดเพราะความโง่เขลา ประมาทเลินเล่อ ( คล้ายๆกับเหงื่อโง่ ที่มันจะไหลออกมาเวลาที่รู้ว่า"พลาด" ) ดิสเบรคสามารถเรียก"เลือดโง่"ออกมาจากปลายนิ้วจนถึงขั้นนิ้วเกือบขาดได้เลยทีเดียว ในขณะที่ริมเบรคไม่เคยดุร้ายขนาดนั้น
มันก็อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ UCIพยายามเอามาอ้างว่าเป็นเรื่องของความปลอดภัย
สำหรับผมคนหัวโบราณ ถ้าให้เลือกระหว่างรถ 2 คันในราคาเท่ากัน ณ ปัจจุบันนี้ ผมเลือกริมเบรคโดยไม่ลังเล ง่ายกว่า เบากว่า (องค์รวม) ทำเองโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือพิเศษ ไม่ต้องปวดหัวเรื่องชนิดของน้ำมันเบรค ( ถึงแม้ส่วนใหญ๋จะใช้ mineral oil แต่ก็เชื่อว่าก็ยังจะมีบางรายที่"บ้า"ใช้ DOT อยู่ดีแหละ , DOT กัดสีอย่าบอกใครเชียว )
เอาที่สบายใจนะครับ
ถ้าจะเทียบมวย ต้องเทียบมวยรุ่นเดียวกันนะครับ SRAMทำมือเบรคและชุดจานเบรคพร้อมคาลิปเปอร์ได้น้ำหนักที่ไม่ได้แตกต่างจากระบบเบรคแบบริมเบรคแล้วนะครับ แต่น้ำหนักที่แตกต่างกันนั้นจะเป็นน้ำหนักองค์รวมของรถทั้งคัน เช่น ล้อหลังจะใช้ดุมล้อที่กว้างขึ้น ซี่ลวดต้องอวบใหญ่แข็งขึ้นเพราะแรงจากจานเบรคต้องส่งผ่านซี่ล้อไปหยุดขอบล้อที่กำลังหมุน ( ผิดกับริมเบรค ที่เบรคฆ่าแรงที่ขอบล้อซึ่งกำลังหมุนโดยตรง ) นอกจากล้อแล้วก็คือเนื้อมวลสารที่เพิ่มขึ้นมาจากเฟรมและตะเกียบ เพราะดิสเบรคเป็นเบรคแบบไม่สมมาตร ออกแรงทางซีกซ้ายของล้อ ถ้าออกแบบตะเกียบหน้าไม่แข็งแรง ตะเกียบจะมีอาการเฟลกซ์ดิ้นไปดิ้นมาในจังหวะเบรคๆปล่อยๆได้ สมัยก่อนที่เสือภูเขาเริ่มใช้ดิสเบรคกันใหม่ๆ ตัวบูชชิ่งของชอคหน้าด้านซ้ายจะลาโลกในเวลาอันสั้น แล้วการบังคับควบคุมในขณะไหลลงเนินยาวๆก็ไม่เป็นที่น่าประทับใจ จนสุดท้ายต้องออกแบบขาชอค คราวน์และบูชชิ่งกันให้ทนการถูกบิดตัวในแบบไม่สมมาตรนี้ใหม่ นอกจากตะเกียบหน้าแล้ว ตัวตะเกียบโซ่ด้านซ้ายที่ยึดกับแคลิปเปอร์เองก็ต้องถูกออกแบบใหม่ด้วยเช่นกัน
โดยรวมแล้ว ระบบดิสก์เบรคดีๆ (ใช้น้ำมัน) สามารถออกแบบให้ได้น้ำหนักที่ไม่ได้แตกต่างจากริมเบรคดีๆ แต่น้ำหนักองค์รวมของจักรยานทั้งคันต่างหากที่ถูกเพิ่มขึ้นมา
2. แรงเบรค ?
เรากำลังพูดกันถึงแรงที่สั่งให้ล้อหยุดหมุนนะครับ บอกกันเลยว่า ถ้าไม่ได้โดดเรียนวิชาฟิสิกส์ในหมวดของเครื่องกล คานดีดคานงัด หรือ รอกผ่อนแรงแล้ว ก็จะเข้าใจว่า ระบบดิสเบรคเป็นการเสียเปรียบเชิงกลอย่างมหาศาลนะครับ เพราะแรงกระทำอยู่ที่ยางและขอบล้อที่อยู่สุดปลายรัศมี แต่จานเบรคอยู่ใกล้กับดุมล้อ ยังไงๆเสียการจะออกแบบให้ดิสก์เบรคกดปุ๊บล้อล๊อคปั๊บแบบริมเบรคก็คงจะเป็นเรื่องยากอยู่
แต่การที่เป็นเรื่องยากนี่แหละ กลับกลายเป็นเรื่องดี เพราะการที่มันเบรคให้ล้อล๊อคได้ช้าลงเนี่ย มันคือสิ่งที่เราต้องการ เพราะเราไม่ต้องการเบรคแล้วล้อลอคตาย แต่เราต้องการเบรคที่ลดความเร็วของรถได้อย่างมีประสิทธิภาพต่างหาก
ประสิทธิภาพนี้ เราจะพูดกันในเรื่องของ modulation พูดง่ายๆก็คือ การเนียนเบรค ดิสค์เบรคสามารถเพิ่มแรงเบรคเพื่อชะลอให้รถช้าลงได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าริมเบรค ตรงนี้คนรุ่นเก่าแบบผมที่อยู่ในตะเข็บรอยต่อระหว่างวีเบรคกับดิสเบรคในเสือภูเขาจะเข้าใจเรื่องนี้ดีมากๆ ในขณะที่ริมเบรคออกแรงนิดหนึ่งรถก็เริ่มชะลอ ออกแรงอีกนิดหนึ่งล้อเริ่มทำท่าจะล๊อคตาย ออกแรงอีกนิดหนึ่งก็อาจจะเกิดเรื่องไม่งามขึ้น ในขณะที่ดิสค์เบรคจะสามารถสัมผัสถึงอาการชะลอความเร็วได้ตั้งแต่น้อยไปหามาก
3. การเบรคได้อย่างต่อเนื่องในเวลาไหลลงเขายาวๆ
ตรงนี้แหละครับ ที่เราต้องมาทำความเข้าใจกันหน่อย ริมเบรคกับขอบล้ออลูมิเนียมนั้น ขอบล้อจะร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อทำการเบรคต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ความร้อนอาจจะมากจนถึงกับทำให้ยางบริเวณหัวศรเติมลมยางของยางในละลาย และรั่ว เกิดอาการยางแบนในแบบปัจจุบันทันด่วน ( เพื่อนผมเคยโชว์มาให้ผมดูแล้วตอนลงเขายาวๆแล้วเลียเบรคลงมา ) ซึ่งตรงนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับทักษะ คนที่เขาใช้ริมเบรคกับขอบล้ออลูมิเนียมเก่งๆเนี่ย เขาไม่ได้เลียเบรคกันแบบรถยนต์หรอกนะครับ แต่เขาจะกดให้รถชะลอ แล้วปล่อยเบรคให้รถไหลต่อ เพื่อให้ขอบล้อได้ลดความร้อนลง เช่น เวลาลงเขา เขาก็กดเบรคให้รถลดความเร็วก่อนถึงโค้ง พอข้าทางตรงแล้วรู้สึกว่าเริ่มเร็วก็จะกดเบรคเบาๆแล้วปล่อยเบรค ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ขอบล้อก็จะไม่ร้อนจัดจนเกิดเรื่อง
แต่ดิสเบรคเองก็ใช่ว่าจะเลียเบรคแบบรถยนต์ได้นะครับ ยังไงๆเสียทักษะก็ยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่ดี เพราะจานเบรคนั้นมีพื้นที่ผิวน้อยมากเมื่อเทียบกับขอบล้ออลูมิเนียม ถ้าใช้ดิสเบรคแบบไม่มีทักษะ โดยการเลียเบรคลงมาตลอดทาง สักพักจานเบรคก็จะร้อนจัด และอาจจะร้อนมากจนกลายเป็นสีน้ำเงิน เมื่อนั้นมีเบรคก็จะเหมือนไม่มีเบรค เพราะจะเกิดอาการผ้าเบรคไหม้ แล้วเบรคไม่อยู่ ยิ่งเบรคไม่อยู่ ยิ่งต้องกดหนัก ยิ่งกดหนักยิ่งร้อน แล้วก็เลยไปกันใหญ่
อย่าว่าโง้นงี้เลย จานเบรครถยนต์เองถ้าคนขับทักษะอ่อน กดเบรคตลอดทาง อาการเบรคfade หรือ เบรคไหม้ส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งดอยก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราพบเห็นกันบ่อยๆมิใช่หรือ
4. การเรียก"เลือดโง่"
ผมชอบใช้คำนี้ ในเวลาที่ต้องเสียเลือดเพราะความโง่เขลา ประมาทเลินเล่อ ( คล้ายๆกับเหงื่อโง่ ที่มันจะไหลออกมาเวลาที่รู้ว่า"พลาด" ) ดิสเบรคสามารถเรียก"เลือดโง่"ออกมาจากปลายนิ้วจนถึงขั้นนิ้วเกือบขาดได้เลยทีเดียว ในขณะที่ริมเบรคไม่เคยดุร้ายขนาดนั้น
สำหรับผมคนหัวโบราณ ถ้าให้เลือกระหว่างรถ 2 คันในราคาเท่ากัน ณ ปัจจุบันนี้ ผมเลือกริมเบรคโดยไม่ลังเล ง่ายกว่า เบากว่า (องค์รวม) ทำเองโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือพิเศษ ไม่ต้องปวดหัวเรื่องชนิดของน้ำมันเบรค ( ถึงแม้ส่วนใหญ๋จะใช้ mineral oil แต่ก็เชื่อว่าก็ยังจะมีบางรายที่"บ้า"ใช้ DOT อยู่ดีแหละ , DOT กัดสีอย่าบอกใครเชียว )
เอาที่สบายใจนะครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- dspyrogira
- ขาประจำ
- โพสต์: 287
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2015, 21:28
- team: KKM MkIII - จักรยานกลัวเมีย ที่3
- Bike: Bianchi Kuma / infinite Spad_Comp
- ติดต่อ:
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
หมอบสายทัวริ่ง หรือหมอบไซโลคลอส ใส่ดิสค์เบรคก็ดูเหมาะสมดี .
.. แต่กับหมอบแนวแอโร่ว์ แนวไต่เขา แนวเอนดุร้านซ์ ผมยังชอบ ริมเบรคครับ ..
ลงจากเขาด้วยความเร็วทะยาน 60 อัพ ถนนลูกรัง กับเสือภูเขา ดิสค์เบรคสร้างความมั่นใจมากกว่า
55555+
.. แต่กับหมอบแนวแอโร่ว์ แนวไต่เขา แนวเอนดุร้านซ์ ผมยังชอบ ริมเบรคครับ ..
ลงจากเขาด้วยความเร็วทะยาน 60 อัพ ถนนลูกรัง กับเสือภูเขา ดิสค์เบรคสร้างความมั่นใจมากกว่า
55555+
ขาอ่อนๆ อยากไป BRM200 
- peep_bmw
- ขาประจำ
- โพสต์: 1783
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2013, 15:48
- Bike: Trek 4900
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ยิ่งถ้าบอกว่า ไม่ลงเขา ไม่เจอฝน โคลน เบรคเดิมเอาอยู่สบายๆ ครับ
ผมขอเลือกแบบเดิมดีกว่า เพราะบำรุงรักษาง่าย พอดีผมมีภูเขาดิสน้ำมันอยู่ เบื่อมากเวลาที่สลับล้อ (ต้องสลับใบดิสด้วย) แล้วมันต้องมาตั้งคาลิเปอร์ใหม่ทุกครั้ง ไหนจะเรื่องจานเบรคคด งอ อีก สรุป เบรคเดิมๆ นี่แหละเวิร์คสุดๆสำหรับผม ใช้งานในเมืองเหลือเฟือครับ
ผมขอเลือกแบบเดิมดีกว่า เพราะบำรุงรักษาง่าย พอดีผมมีภูเขาดิสน้ำมันอยู่ เบื่อมากเวลาที่สลับล้อ (ต้องสลับใบดิสด้วย) แล้วมันต้องมาตั้งคาลิเปอร์ใหม่ทุกครั้ง ไหนจะเรื่องจานเบรคคด งอ อีก สรุป เบรคเดิมๆ นี่แหละเวิร์คสุดๆสำหรับผม ใช้งานในเมืองเหลือเฟือครับ
- hund
- ขาประจำ
- โพสต์: 313
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2011, 16:08
- Tel: 0922766932
- team: ไร้สังกัด
- Bike: Bs transit x-bike
- ตำแหน่ง: บางบอน
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ในข้อมูล เป็นรถระดับเริ่มต้นครับ สองไม่ถึงกลาง
เป็นดิสสายไม่ใช่ดิสน้ำมัน เอาตามความถนัดแต่ละคนเนอะ
ผมคงลองดิสดู เคยใช้ดิสสายใน mtbถนัดดีครับน้ำหนักตามมือง่ายดี ดิสน้ำมันเคยลองรถญาติไม่ชินเลยแรงเบรคเยอะมาก ผมจะล้มเอากะไม่ค่อยถูก กำเยอะไปล๊อคเลย
ใช้วีเบรคเคยติดฝนต้องข้ามสะพานข้ามแยก ลงมาเร็วเบรคนี่หายไปกับสายฝน มันตกหนักมีน้ำท่วมด้วย เอาที่สถัดเนอะชัวสุด
เป็นดิสสายไม่ใช่ดิสน้ำมัน เอาตามความถนัดแต่ละคนเนอะ
ผมคงลองดิสดู เคยใช้ดิสสายใน mtbถนัดดีครับน้ำหนักตามมือง่ายดี ดิสน้ำมันเคยลองรถญาติไม่ชินเลยแรงเบรคเยอะมาก ผมจะล้มเอากะไม่ค่อยถูก กำเยอะไปล๊อคเลย
ใช้วีเบรคเคยติดฝนต้องข้ามสะพานข้ามแยก ลงมาเร็วเบรคนี่หายไปกับสายฝน มันตกหนักมีน้ำท่วมด้วย เอาที่สถัดเนอะชัวสุด
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
สงสัยจขกท.เล็ง GT Grade Tiagra ไว้แน่ ของดี ราคาเหมาะสม ติดตรงหนักไปหน่อย
- hund
- ขาประจำ
- โพสต์: 313
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2011, 16:08
- Tel: 0922766932
- team: ไร้สังกัด
- Bike: Bs transit x-bike
- ตำแหน่ง: บางบอน
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
GT Grade เคยสนแต่มองว่าตัวอลูไม่น่าเล่น จุดเริ่มต้นออกแบบจากคารบอน ตัวอลูทำให้เหมือนเฉยๆผมมองอย่างนั้น จำได้ว่า 12โล s52
infinite spad comp disc 2016 สวยดีบังคับใช้ยาวขายต่อเจ็บเยอะชัว 11โล s50 มันก็คือๆกับ52
scultura 2016 ดูดีที่สุด ไม่รู้เฟรมทรงนี้มีอะไรดี เมอร์เอาไปทำ จักรยานโรงงานที่เบาที่สุดในโลก 9ปลาย s52
ต่างออกไปนิดเดียว เน้นเอาคารบอนในส่วนที่ไม่จำเป็นเอาออกหมดให้บางที่สุด ทั้งคัน4โลกลางนิดๆ โหดดด แล้วยังบอก ความแอร์โล่เทียบชั้นreacto
(ตัวที่เบาที่สุดในโลกนะ คอมันเล็กกว่าตัวปกติ)
เหมือนจะเลือกง่าย แต่ไม่เลย55 ได้อย่างเสียหลายอย่าง ปั่นเลื่อยเปื่อย จริงๆตัวไหนก็ได้ไม่ต้องคิดเยอะ
ชอบสีลาย อินฟิ มากกว่าหน่อย เฟรมชอบ เมอร์ ถนัดเบรค ดิส อัพต่อ เมอร์ ความโดดเด่นหาซ้ำยาก อินฟิ ความเชื่อมั่น เมอร์
เป็นความเห็นพา งง
infinite spad comp disc 2016 สวยดีบังคับใช้ยาวขายต่อเจ็บเยอะชัว 11โล s50 มันก็คือๆกับ52
scultura 2016 ดูดีที่สุด ไม่รู้เฟรมทรงนี้มีอะไรดี เมอร์เอาไปทำ จักรยานโรงงานที่เบาที่สุดในโลก 9ปลาย s52
ต่างออกไปนิดเดียว เน้นเอาคารบอนในส่วนที่ไม่จำเป็นเอาออกหมดให้บางที่สุด ทั้งคัน4โลกลางนิดๆ โหดดด แล้วยังบอก ความแอร์โล่เทียบชั้นreacto
(ตัวที่เบาที่สุดในโลกนะ คอมันเล็กกว่าตัวปกติ)
เหมือนจะเลือกง่าย แต่ไม่เลย55 ได้อย่างเสียหลายอย่าง ปั่นเลื่อยเปื่อย จริงๆตัวไหนก็ได้ไม่ต้องคิดเยอะ
ชอบสีลาย อินฟิ มากกว่าหน่อย เฟรมชอบ เมอร์ ถนัดเบรค ดิส อัพต่อ เมอร์ ความโดดเด่นหาซ้ำยาก อินฟิ ความเชื่อมั่น เมอร์
เป็นความเห็นพา งง
- GOBBS
- ขาประจำ
- โพสต์: 1628
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2011, 12:51
- Bike: Lefty Ocho TB
- ติดต่อ:
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ผมอยากได้ดิส โคตรๆ
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
GT grade carbon 105 2015 คุ้มนะ ได้มือเกียร์ R685 ด้วย ส่วนตัว 2016 ต้องดูราคาอีกทีเพราะลดสเปกมือเกียร์ลง เป็นรุ่น R505 ซึ่งผมไม่ชอบหน้าตามันเลย หัวโตๆ เหมือน sora รุ่นเก่าๆอ่ะ