อนาคตทีม Giant-Alpecin เมื่อเสียดาราดังไปแล้ว
โพสต์: 04 พ.ย. 2015, 21:00
อนาคตทีม Giant-Alpecin เมื่อเสียดาราดังไปแล้ว
แปล-เรียบเรียงจาก ไซคลิ่งนิวส์ ในช่วงที่เฟรมเสือหมอบ Giant TCR Advanced SL ตัวใหม่กำลังมาแรงด้วยราคากระชากใจ คุณภาพคับแก้วแบบนี้ ลองมาเหล่มองดูทีมโปรทัวร์ที่เป็นเสาหลักของจักรยาน Giant อย่างทีม Giant-Alpecin จากปรเทศเยอรมันกันดูนะครับว่า หลังจากที่เสียดาราดังสปรินท์เตอร์อย่าง Marcel Kittel ย้ายไปขี่ Specialized กับทีม Etixx-Quick Step แล้ว ทีมจะดำเนินแผนการอย่างไรต่อไป
แม้ว่าดูเหมือนทีมจะเสียดาราดังไป และลดความน่าสนใจลง แต่ภายใต้การควบคุมทีมของ อีวาน เสปเคนบริค จากที่ปีที่แล้วเค้าต้องไปนั่งทำการวิเคราะห์เสตจต่างๆของการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เพื่อนับว่ามีเสตจทางราบให้เก็บเท่าไหร่ ดูการแข่งไทม์ไทรอัลในวันโปรล็อกว่ามีโอกาสชนะได้หรือไม่อย่างไร ปีนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ในปี 2016 ทีมที่เคยเป็นทีมมุ่งเน้นที่การสปรินท์เป็นเป้าหมาย ปีนี้มีจุดเด่นในเส้นทางหลากหลายรูปแบบ แทบจะมีเอี่ยวในการชิงเอารางวัลในทุกหมวดที่มี จอห์น เดเก้นคอล์ป ที่โดดเด่นเรื่องการสปรินท์และการแข่งแบบวันเดียวสามารถสปรินท์ในเสตจทางราบกับกลุ่มได้ สามารถมีลุ้นชนะเสตจสปรินท์ทางเนินและเส้นทางเนินเขาได้เหมือนการแข่งคลาสสิค, ทอม ดูเมอแล็ง สามารถตั้งเป้าขี่ไทม์ไทรอัลได้ และอาจสามารถเข้าเป็นตัวผู้นำเวลารวม, ไซม่อน เกสเก้ ในเสตจเขาที่ไม่ชันมากแต่มีระยะทางยาวๆ และ วาเร็น บาค์กิล สำหรับเสคจเขาสูงชันแบบนักไต่เขาแท้ๆ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้จะเสียดาราสปรินท์เตอร์ไป แต่ทีม ไจแอ็นท์-อัลเปซิน ได้กลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีความหลากหลายของความสามารถนักปั่นที่สุดทีมหนึ่งในปีหน้า
ในทัศนะของการเติบโตของทีมและพัฒนาการของนักปั่น ทีมไจแอ็นท์ในปีหน้าถือว่าแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เดเก้นคอล์ป กลายเป็นดาราดังในรายการคลาสสิค ในขณะที่ ดูเมอแล็ง และ บาค์กิล เป็นนักปั่นที่ถูกจับตามอง ทั้งหมดนี้ควรได้รับการสนับสนุนให้ไปได้สุดทาง ทีมยังมีระบบการทำงานรองรับสปรินท์เตอร์ได้ดีในรายการคลาสสิค และมีนักแข่งรุ่นใหม่อายุน้อยที่ยังคงพัฒนาต่อเนื่องเป็นความหวังในอนาคตอันใกล้ แผนการทำทีมระยะยาวของผู้จัดการคนนี้ได้ส่งให้เห็นถึงความมั่นคงของทีมที่ถูกหล่อลื่นกลไกมาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าปีที่ผ่านมาทีมจะได้จำนวนชัยชนะน้อยกว่าฤดูกาล 2013 ครึ่งนึง แต่ในจำนวนที่ลดลงนี่เองทดแทนด้วยคุณภาพของรางวัลที่เข้มข้นรวมถึงชัยชนะที่ได้มากจากรายการสำคัญ มิลาน-ซาน รีโม่, ปารีส-รูเบซ์ รวมถึงเสตจต่างๆในรายการแกรนด์ทัวร์ ความล้มเหลวของดาราดังอย่าง มาร์เซล คิทเทลที่เก็บชัยชนะได้น้อยนิดในปี 2015 ทำให้อนาคตของดาราดังกับทีมนี้ต้องยุติลง และเป็นโอกาสให้ทีมค้นพบความแข็งแกร่งของสมาชิกทีมที่มีอยู่ว่าสามารถเป็นดาราดังทดแทนได้หลายคน ผู้จัดการทีมยังอธิบายต่อว่า ในการทำทีมทุกคนทำงานร่วมมือกันทุกอย่าง คิทเทล เป็นผู้ขอย้ายทีมออกไปเพื่อไปหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆที่เหมาะกับเค้ามากกว่า ซึ่งทีมก็ยอมรับการตัดสินใจและช่วยให้เค้าได้ย้ายทีมอย่างดีที่สุด การย้ายทีมเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันอย่างแน่นอน เพราะคิทเทลมีสัญญาปีสุดท้ายอยู๋กับทีมและไม่สามารถทำผลงานได้ ผู้สนับสนุนทีมเองก็ให้การต้อนรับเค้าเป็นอย่างดี ฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยอาการป่วยเป็นเวลานานทำให้เค้าต้องช้เวลาอีกนานมากเพื่อฟื้นคืนฟอร์มเดิมให้ได้ และกลับมาอยู๋ในมาตรฐานของระดับโลกอีกครั้ง และสูญเสียความมั่นใจในตัวทีมไปเมื่อไม่ติดรายชื่อทีมที่ลงรายการตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ทีมพยายามที่จะทำงานร่วมกับเค้าแล้วอย่างเต็มที่ แต่หลายๆกรณีดูเหมือนจะยิ่งถอยหลังไปมากขึฟ้น เช่นการเลือกนักปั่นลงตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เราคิดว่าเค้าไม่อยู๋ในฟอร์มที่ดีพอ เราเชื่อว่าตัวคิทเทลเองเข้าใจในสภาพแม้ว่าเค้าจะไม่เห็นด้วย หลังจากนั้นเค้าพัฒนาฟอร์มจนชนะเสตจที่โปแลนด์ได้สำเร็จแต่ก็กลับมาป่วยอีก เหมือนการเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่ถอยหลังสองก้าว ผม(ผู้จัดการ) ไม่เคยคิดจะปล่อยตัวเค้าออกไปจากทีม แต่เมื่อเจ้าตัวเดินเข้ามาขอย้ายออกไปเองผมก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน เราอาจคิดได้ว่าเรามีสปรินท์เตอร์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกอยู่และควรรักษาเค้าเอาไว้กับทีมไม่ว่าจะต้องใช้ทุนมากแค่ไหน แต่คิดอีกทางหนึ่ง หากทำแบบนั้นปีหน้ารก็จะเป็นปีที่หนักมากสำหรับทีมเช่นกัน
การที่เจ้าตัวเดินเข้ามาขอเองนั้น แสดงว่าเค้าได้คิดไตร่ตรองมาแล้วและตัดสินใจข้ามจุดนั้นมาแล้ว เราทำงานด้วยกันมาตลอดและเติบโตมาด้วยกันจนถึงจุดหนึ่ง นักปั่นเรียกร้องขอจากทีมไม่น้อย และทีมเองก็ต้องการสิ่งต่างๆจากนักปั่นไม่น้อยไปเช่นกัน ทั้งหมดนี้อยู่บนฐานของการทำงานร่วมกันที่เป็นการพัฒนาระยะยาวของทีม
สัญญาเริ่มต้นเซ็นต์กับคิทเทลในตอนที่เค้ายังเป็นนักขี่แนวไทม์ไทรอัล พร้อมๆกับนักปั่นอายุน้อยในตอนนั้นอย่าง เดเก้นคอล์ปและบาค์กิล พิสูจน์ให้เห็นว่าทีมนี้มีวิสัยทัศน์มองเห็นแนวทาสงพัฒนานักปั่นไม่มากก็น้อย
ทีมมีแผนการเพิ่มนักปั่นในทีมอ่างโซเร็น แอนเดอร์สัน และ แซม อูเม็น แถมรุ่นใหญ่อย่าง โลล็อง เท็นแดม บางคนคิดว่าการเปลี่ยนทิศทางของทีมเป็นแผนของทีมที่วางเอาไว้นานแล้ว แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เปรียบเทียบกับทีมฟุตบอลหากทีมมีตัวเด่นเป็นปี 2 ตัว ทีมก็ต้องใช้งานปีกทั้งสองและปรับแผนให้เข้ากับทีม ทีมจักรยานก็เช่นกัน เราแค่อยากมีนักปั่นที่มีพรสวรรค์ให้ได้มากที่สุด เมื่อพวกเค้าเติบโตขึ้น เราก็ต้องปรับทีามให้สอดคล้องกับพวกเค้า ย้อนกลับไป 6-7 ปีก่อน เรามุ่งเน้นพัฒนากลยุทธทีมเพื่อเป็นทีมสปรินท์ที่ดีที่สุด ต่อมาเราปรับให้เกิดการสปรินท์เพื่อการแข่งรายการคลาสสิคสำหรับเดเก้นคอล์ป ทีมพยายามพัฒนาไปในทิศทางที่เราเชื่อว่ามีจุดแข็งที่สุด ทอม ดูเมอแล็ง เหมาะที่สุดที่จะเป็นผู้นำของทีม เพราะนักปั่นชาวดิทช์คนนี้สามารถขี่ขึ้นเขาได้ ขี่ไทม์ไทรอัลได้ดี และมีความสามารถในการฟื้นตัวที่ดีด้วย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการแข่งรายการแกรนด์ทัวร์ระยะ 3 สัปดาห์ แม้ว่าผลของการแข่งจะจบด้วยอันดับที่ 6 ตามหลังนักปั่นฟาบิโอ อาลู ทีมอสทาน่า แต่ผู้จัดการทีมก็ไม่บีบคั้นให้เค้าต้องเร่งพัฒนาแซงหน้าขึ้นอย่างทันทีทันใด "ผมกล้าบอกอย่างตรงไปตรงมาเลยว่าเราไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ผลถึงระดับนี้" คำสารภาพจากผู้จัดการทีมเกี่ยวกับฟอร์มของดูเมอแล็งในการแข่งเวลต้า เอ เอสปันญ่า
"หากดูในด้านของศักยภาพของทอม เราจะเห็นได้ว่ากายภาพของเค้าเหมาะจะเป็นนักจักรยานที่ดีในหลายๆรูปแบบ เค้ามีร่างากยที่สามารถเป็นนักแข่งรายการคลาสสิคก็"ด้ เค้ามีความสามารถในการขี่ไทม์ไทรอัลได้ดีอันดับต้นๆของโลก และสามารถขี่รายการทัวร์ได้ดี ซึ่งเราคาดหวังว่าในระยะยาวเค้าจะเป็นนักแข่งแกรนด์ทัวร์ที่เป็นความหวังของทีมได้ แต่ไม่เคยคาดว่าปีนี้เค้าจะสามารถทำได้ดีทั้งการขี่ไทม์ไทรอัลและสามารถแข่งได้ผลที่น่าพอใจในรายการแกรนด์ทัวร์ เป็นเรื่องปกติที่เราจะพึงพอใจในผลของเค้า แต่ยังไม่ควรเอาไปคาดหวังเป็นเป้าหมายว่าเค้าจะต้องชนะแกรนด์ทัวร์ในเร็ววัน เพราะเป้าหมายสำคัญของเค้าในระยะนี้มุ่งเน้นไปที่การเป็นนักขี่ไทม์ไทรอัลที่ดีที่สุด"
ทั้งไทม์ไทรอัล สปรินท์ และการเน้นเวลารวม เป็นเป้าหมายของทีมในปี 2016 เราอาจเรียกได้ว่าเป็น "โททัลไซคลิ่ง" (ล้อเลียนระบบ Total Football รูปแบบเด็ดของทีมใหญ่ที่มีนักเตะหลากหลายที่สามารถทดแทนหมุนเวียนตำแหน่งและแผนการเล่นทดแทนกันได้) ใครที่สนใจในจักรยาน Giant และเป็นแฟนกีฬาจักรยาน ลองรอจับตามองทีม Giant-Alpecin ในปีต่อไปให้ดี เพราะรูปแบบทีมเช่นนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยในการทำทีมจักรยานอาชีพที่มักใช้ตัวช่วยล้อมรอบนักแข่งคนสำคัญ ทีมนี้กลับสร้างนักแข่งที่มีพิษแพรวพราวรอบตัวขึ้นมากลุ่มหนึ่ง มีความสามารถหลากหลายทดแทนกันได้หมด และทำงานร่วมกันเป็นระบบทีม ลองมารอดูกันครับว่าแนวคิดการสร้างทีมแบบนี้ จะส่งผลอย่างไรในรายการจักรยานอาชีพระดับสูงสุดของโลก
และที่เพลิดเพลินไม่แพ้กันคือมารอดูกันว่า Giant ทั้ง TCR, Propel, Defy และ Trinity จะกวาดรางวัลอะไรมาได้บ้างในปี 2016[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 409933.jpg[/homeimg]
แปล-เรียบเรียงจาก ไซคลิ่งนิวส์ ในช่วงที่เฟรมเสือหมอบ Giant TCR Advanced SL ตัวใหม่กำลังมาแรงด้วยราคากระชากใจ คุณภาพคับแก้วแบบนี้ ลองมาเหล่มองดูทีมโปรทัวร์ที่เป็นเสาหลักของจักรยาน Giant อย่างทีม Giant-Alpecin จากปรเทศเยอรมันกันดูนะครับว่า หลังจากที่เสียดาราดังสปรินท์เตอร์อย่าง Marcel Kittel ย้ายไปขี่ Specialized กับทีม Etixx-Quick Step แล้ว ทีมจะดำเนินแผนการอย่างไรต่อไป
แม้ว่าดูเหมือนทีมจะเสียดาราดังไป และลดความน่าสนใจลง แต่ภายใต้การควบคุมทีมของ อีวาน เสปเคนบริค จากที่ปีที่แล้วเค้าต้องไปนั่งทำการวิเคราะห์เสตจต่างๆของการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เพื่อนับว่ามีเสตจทางราบให้เก็บเท่าไหร่ ดูการแข่งไทม์ไทรอัลในวันโปรล็อกว่ามีโอกาสชนะได้หรือไม่อย่างไร ปีนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ในปี 2016 ทีมที่เคยเป็นทีมมุ่งเน้นที่การสปรินท์เป็นเป้าหมาย ปีนี้มีจุดเด่นในเส้นทางหลากหลายรูปแบบ แทบจะมีเอี่ยวในการชิงเอารางวัลในทุกหมวดที่มี จอห์น เดเก้นคอล์ป ที่โดดเด่นเรื่องการสปรินท์และการแข่งแบบวันเดียวสามารถสปรินท์ในเสตจทางราบกับกลุ่มได้ สามารถมีลุ้นชนะเสตจสปรินท์ทางเนินและเส้นทางเนินเขาได้เหมือนการแข่งคลาสสิค, ทอม ดูเมอแล็ง สามารถตั้งเป้าขี่ไทม์ไทรอัลได้ และอาจสามารถเข้าเป็นตัวผู้นำเวลารวม, ไซม่อน เกสเก้ ในเสตจเขาที่ไม่ชันมากแต่มีระยะทางยาวๆ และ วาเร็น บาค์กิล สำหรับเสคจเขาสูงชันแบบนักไต่เขาแท้ๆ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้จะเสียดาราสปรินท์เตอร์ไป แต่ทีม ไจแอ็นท์-อัลเปซิน ได้กลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีความหลากหลายของความสามารถนักปั่นที่สุดทีมหนึ่งในปีหน้า
ในทัศนะของการเติบโตของทีมและพัฒนาการของนักปั่น ทีมไจแอ็นท์ในปีหน้าถือว่าแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เดเก้นคอล์ป กลายเป็นดาราดังในรายการคลาสสิค ในขณะที่ ดูเมอแล็ง และ บาค์กิล เป็นนักปั่นที่ถูกจับตามอง ทั้งหมดนี้ควรได้รับการสนับสนุนให้ไปได้สุดทาง ทีมยังมีระบบการทำงานรองรับสปรินท์เตอร์ได้ดีในรายการคลาสสิค และมีนักแข่งรุ่นใหม่อายุน้อยที่ยังคงพัฒนาต่อเนื่องเป็นความหวังในอนาคตอันใกล้ แผนการทำทีมระยะยาวของผู้จัดการคนนี้ได้ส่งให้เห็นถึงความมั่นคงของทีมที่ถูกหล่อลื่นกลไกมาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าปีที่ผ่านมาทีมจะได้จำนวนชัยชนะน้อยกว่าฤดูกาล 2013 ครึ่งนึง แต่ในจำนวนที่ลดลงนี่เองทดแทนด้วยคุณภาพของรางวัลที่เข้มข้นรวมถึงชัยชนะที่ได้มากจากรายการสำคัญ มิลาน-ซาน รีโม่, ปารีส-รูเบซ์ รวมถึงเสตจต่างๆในรายการแกรนด์ทัวร์ ความล้มเหลวของดาราดังอย่าง มาร์เซล คิทเทลที่เก็บชัยชนะได้น้อยนิดในปี 2015 ทำให้อนาคตของดาราดังกับทีมนี้ต้องยุติลง และเป็นโอกาสให้ทีมค้นพบความแข็งแกร่งของสมาชิกทีมที่มีอยู่ว่าสามารถเป็นดาราดังทดแทนได้หลายคน ผู้จัดการทีมยังอธิบายต่อว่า ในการทำทีมทุกคนทำงานร่วมมือกันทุกอย่าง คิทเทล เป็นผู้ขอย้ายทีมออกไปเพื่อไปหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆที่เหมาะกับเค้ามากกว่า ซึ่งทีมก็ยอมรับการตัดสินใจและช่วยให้เค้าได้ย้ายทีมอย่างดีที่สุด การย้ายทีมเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันอย่างแน่นอน เพราะคิทเทลมีสัญญาปีสุดท้ายอยู๋กับทีมและไม่สามารถทำผลงานได้ ผู้สนับสนุนทีมเองก็ให้การต้อนรับเค้าเป็นอย่างดี ฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยอาการป่วยเป็นเวลานานทำให้เค้าต้องช้เวลาอีกนานมากเพื่อฟื้นคืนฟอร์มเดิมให้ได้ และกลับมาอยู๋ในมาตรฐานของระดับโลกอีกครั้ง และสูญเสียความมั่นใจในตัวทีมไปเมื่อไม่ติดรายชื่อทีมที่ลงรายการตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ทีมพยายามที่จะทำงานร่วมกับเค้าแล้วอย่างเต็มที่ แต่หลายๆกรณีดูเหมือนจะยิ่งถอยหลังไปมากขึฟ้น เช่นการเลือกนักปั่นลงตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เราคิดว่าเค้าไม่อยู๋ในฟอร์มที่ดีพอ เราเชื่อว่าตัวคิทเทลเองเข้าใจในสภาพแม้ว่าเค้าจะไม่เห็นด้วย หลังจากนั้นเค้าพัฒนาฟอร์มจนชนะเสตจที่โปแลนด์ได้สำเร็จแต่ก็กลับมาป่วยอีก เหมือนการเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่ถอยหลังสองก้าว ผม(ผู้จัดการ) ไม่เคยคิดจะปล่อยตัวเค้าออกไปจากทีม แต่เมื่อเจ้าตัวเดินเข้ามาขอย้ายออกไปเองผมก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน เราอาจคิดได้ว่าเรามีสปรินท์เตอร์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกอยู่และควรรักษาเค้าเอาไว้กับทีมไม่ว่าจะต้องใช้ทุนมากแค่ไหน แต่คิดอีกทางหนึ่ง หากทำแบบนั้นปีหน้ารก็จะเป็นปีที่หนักมากสำหรับทีมเช่นกัน
การที่เจ้าตัวเดินเข้ามาขอเองนั้น แสดงว่าเค้าได้คิดไตร่ตรองมาแล้วและตัดสินใจข้ามจุดนั้นมาแล้ว เราทำงานด้วยกันมาตลอดและเติบโตมาด้วยกันจนถึงจุดหนึ่ง นักปั่นเรียกร้องขอจากทีมไม่น้อย และทีมเองก็ต้องการสิ่งต่างๆจากนักปั่นไม่น้อยไปเช่นกัน ทั้งหมดนี้อยู่บนฐานของการทำงานร่วมกันที่เป็นการพัฒนาระยะยาวของทีม
สัญญาเริ่มต้นเซ็นต์กับคิทเทลในตอนที่เค้ายังเป็นนักขี่แนวไทม์ไทรอัล พร้อมๆกับนักปั่นอายุน้อยในตอนนั้นอย่าง เดเก้นคอล์ปและบาค์กิล พิสูจน์ให้เห็นว่าทีมนี้มีวิสัยทัศน์มองเห็นแนวทาสงพัฒนานักปั่นไม่มากก็น้อย
ทีมมีแผนการเพิ่มนักปั่นในทีมอ่างโซเร็น แอนเดอร์สัน และ แซม อูเม็น แถมรุ่นใหญ่อย่าง โลล็อง เท็นแดม บางคนคิดว่าการเปลี่ยนทิศทางของทีมเป็นแผนของทีมที่วางเอาไว้นานแล้ว แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เปรียบเทียบกับทีมฟุตบอลหากทีมมีตัวเด่นเป็นปี 2 ตัว ทีมก็ต้องใช้งานปีกทั้งสองและปรับแผนให้เข้ากับทีม ทีมจักรยานก็เช่นกัน เราแค่อยากมีนักปั่นที่มีพรสวรรค์ให้ได้มากที่สุด เมื่อพวกเค้าเติบโตขึ้น เราก็ต้องปรับทีามให้สอดคล้องกับพวกเค้า ย้อนกลับไป 6-7 ปีก่อน เรามุ่งเน้นพัฒนากลยุทธทีมเพื่อเป็นทีมสปรินท์ที่ดีที่สุด ต่อมาเราปรับให้เกิดการสปรินท์เพื่อการแข่งรายการคลาสสิคสำหรับเดเก้นคอล์ป ทีมพยายามพัฒนาไปในทิศทางที่เราเชื่อว่ามีจุดแข็งที่สุด ทอม ดูเมอแล็ง เหมาะที่สุดที่จะเป็นผู้นำของทีม เพราะนักปั่นชาวดิทช์คนนี้สามารถขี่ขึ้นเขาได้ ขี่ไทม์ไทรอัลได้ดี และมีความสามารถในการฟื้นตัวที่ดีด้วย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการแข่งรายการแกรนด์ทัวร์ระยะ 3 สัปดาห์ แม้ว่าผลของการแข่งจะจบด้วยอันดับที่ 6 ตามหลังนักปั่นฟาบิโอ อาลู ทีมอสทาน่า แต่ผู้จัดการทีมก็ไม่บีบคั้นให้เค้าต้องเร่งพัฒนาแซงหน้าขึ้นอย่างทันทีทันใด "ผมกล้าบอกอย่างตรงไปตรงมาเลยว่าเราไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ผลถึงระดับนี้" คำสารภาพจากผู้จัดการทีมเกี่ยวกับฟอร์มของดูเมอแล็งในการแข่งเวลต้า เอ เอสปันญ่า
"หากดูในด้านของศักยภาพของทอม เราจะเห็นได้ว่ากายภาพของเค้าเหมาะจะเป็นนักจักรยานที่ดีในหลายๆรูปแบบ เค้ามีร่างากยที่สามารถเป็นนักแข่งรายการคลาสสิคก็"ด้ เค้ามีความสามารถในการขี่ไทม์ไทรอัลได้ดีอันดับต้นๆของโลก และสามารถขี่รายการทัวร์ได้ดี ซึ่งเราคาดหวังว่าในระยะยาวเค้าจะเป็นนักแข่งแกรนด์ทัวร์ที่เป็นความหวังของทีมได้ แต่ไม่เคยคาดว่าปีนี้เค้าจะสามารถทำได้ดีทั้งการขี่ไทม์ไทรอัลและสามารถแข่งได้ผลที่น่าพอใจในรายการแกรนด์ทัวร์ เป็นเรื่องปกติที่เราจะพึงพอใจในผลของเค้า แต่ยังไม่ควรเอาไปคาดหวังเป็นเป้าหมายว่าเค้าจะต้องชนะแกรนด์ทัวร์ในเร็ววัน เพราะเป้าหมายสำคัญของเค้าในระยะนี้มุ่งเน้นไปที่การเป็นนักขี่ไทม์ไทรอัลที่ดีที่สุด"
ทั้งไทม์ไทรอัล สปรินท์ และการเน้นเวลารวม เป็นเป้าหมายของทีมในปี 2016 เราอาจเรียกได้ว่าเป็น "โททัลไซคลิ่ง" (ล้อเลียนระบบ Total Football รูปแบบเด็ดของทีมใหญ่ที่มีนักเตะหลากหลายที่สามารถทดแทนหมุนเวียนตำแหน่งและแผนการเล่นทดแทนกันได้) ใครที่สนใจในจักรยาน Giant และเป็นแฟนกีฬาจักรยาน ลองรอจับตามองทีม Giant-Alpecin ในปีต่อไปให้ดี เพราะรูปแบบทีมเช่นนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยในการทำทีมจักรยานอาชีพที่มักใช้ตัวช่วยล้อมรอบนักแข่งคนสำคัญ ทีมนี้กลับสร้างนักแข่งที่มีพิษแพรวพราวรอบตัวขึ้นมากลุ่มหนึ่ง มีความสามารถหลากหลายทดแทนกันได้หมด และทำงานร่วมกันเป็นระบบทีม ลองมารอดูกันครับว่าแนวคิดการสร้างทีมแบบนี้ จะส่งผลอย่างไรในรายการจักรยานอาชีพระดับสูงสุดของโลก
และที่เพลิดเพลินไม่แพ้กันคือมารอดูกันว่า Giant ทั้ง TCR, Propel, Defy และ Trinity จะกวาดรางวัลอะไรมาได้บ้างในปี 2016[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 409933.jpg[/homeimg]