หน้า 1 จากทั้งหมด 3
เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 19 ธ.ค. 2009, 21:01
โดย 008
มีท่านใดเคยขี่เสือหมอบที่เป็นรุ่นล่างๆหนักๆซัก 10 โล เทียบกับเสือหมอบรุ่นท๊อปหนักซัก 5-6 โล มั้ยครับเอาแบบใช้งานจริงๆไม่ใช่แค่ทดลองขี่
ผมสงสัยว่ามันจะทำให้เราขี่ได้เร็วขึ้นกว่าเก่าเยอะขนาดไหน เอาทางราบๆ สมมุติว่าเคยขี่รถรุ่นล่างๆได้เฉลี่ย 30 kph แล้วพอถอยรุ่นท๊อปมาขี่จะขี่ได้ความเร็วเฉลี่ย 40 kph เลยหรือปล่าว อยากรู้ว่ามันจะแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหนครับ
ท่านใดมีประสบการณ์ตรงช่วยแชร์หน่อยนะครับ
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 19 ธ.ค. 2009, 21:42
โดย giro
พอดีกำลังจะกินข้าวเย็นกัน เลยขอสั้นๆนะครับ
อันดับแรก รถเสือหมอบหนัก 5-6 กิโล บ้านเรามีน้อย มาก มาก มาก ถ้ารอพี่ๆเหล่านี้มาตอบ สงสัยรอกันเงกครับ

ถ้าเยอะๆหน่อยก็พวก 7 โลบวกลบนิดหน่อย และพวก 8 โลบวกลบนี่เพียบๆครับ
ถามว่าต่างมั้ย เร็วขึ้นมั้ย ผมตอบให้แบบง่ายๆครับ
ตูร์ยุค '70 มีความเร็วเฉลี่ยไม่ได้น้อยกว่าตูร์ปีที่ผ่านมาเท่าใดนัก... ขนาดรถหนักอึ้ง เทียบกับรถสมัยนี้ .....
ต้องมองก่อนครับว่าเข้าใจเกมส์รถถนนมากน้อยแค่ใด รถสมัยใหม่ออกแบบมาเพือตอบสนองเกมส์รถถนนแบบใหม่ สมัยก่อนจะมีพวกหนียาวๆไกลๆ ซัดเข้าเส้นกันไปเลยให้ได้เห็น เดี๋ยวนี้จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อเปโลตองปล่อย เพราะเกมส์ไม่ใช่แบบนั้นแล้วครับ ลักษณะเกมส์เป็นการกระชากมากกว่า ดังนั้นรถสมัยนี้จึงให้อัตราเร่งที่ดีกว่า ขี่ได้ทนกว่า
แต่สิ่งที่เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัดคือรถไทม์ไทรฯที่ทำความเร็วได้สูงกว่าการขี่เดี่ยวยุคเก่าๆมากมายนัก ซึ่งไม่ได้มาจากความเบาเสียด้วยสิครับ
อยากบอกอีกด้วยครับว่ารถโปรแข่งกันจริงๆน้ำหนักขั้นต่ำ 6.5 กิโลครับ พวกรถนิยายหนักสามโล มันใช้แข่งจริงๆไม่ได้หรอกครับ ประกอบเอาเท่ห์เฉยๆ แถมไอ้ที่หนัก 6.5 โล ส่วนมากรถนักไต่เขาหรือเสจขเขาจัดๆ รถระดับใช้งานแข่งกันเอาจริงเอาจังเสตจธรรมดาหนัก 7 โลก็มี ทางราบมากๆบางคันหนึกถึง 8 กิโล .....
น้ำหนัก : ความแข็ง : แอโร่ไดนามิคส์ : ความสบาย
น่าจะเป็นปัจจัยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เบาอย่างเดียวครับ
สำหรับนักกีฬาสมัครเล่น รถเบากว่าเดิมอาจไม่ได้ทำให้ไปได้เร็วขึ้นมากมายนักแต่ทำให้ขี่"สนุก"ขึ้น ผมว่าจักรยานมีอะไรมากกว่า"ความเร็ว" เยอะเลยครับ

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 19 ธ.ค. 2009, 21:51
โดย อี๊ด

คม

ชัด

ลึกมากครับ สำหรับคำตอบนะ

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 19 ธ.ค. 2009, 22:23
โดย phichai
จริงอย่างท่าน giro ครับ ผมมือใหม่หมอบได้10วัน
ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1-2 เอง (มือใหม่+มืออ่อน)
แต่สปีดดี เหนื่อยน้อยลง ลากยาวขึ้น มัน........
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 19 ธ.ค. 2009, 22:41
โดย 008
ขอบคุณครับ คงพอเข้าใจกันนะครับ
น้ำหนักนี่เป็นตัวอย่างที่อยากยกให้เห็นข้อเปรียบเทียบง่ายหน่อยครับเพราะมันเป็นตัวเลขวัดได้
จริงๆผมขี่จักรยานมานานพอดูอยู่เหมือนกัน กระทู้นี้ผมแค่อยากจะบอกมือใหม่หลายๆท่านอะครับว่าตัวรถมันเป็นปัจจัยนึงในการขี่จักรยานเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าใช้รถดี(เกินไป) แล้วจะแปลงร่างเป็นคอนทาดอร์ได้ จะไม่มี XTR หรือ Dura Ace ก็สามารถสนุกกับการขี่จักรยานได้เหมือนกัน
คือมีรถที่เหมาะกับการใช้งานก็มีความสุขได้แล้ว หรือสำหรับหลายๆคนแค่มีจักรยานซักคันและมีเวลาขี่ก็มีความสุขแล้วครับ
ลองดูอย่างในภาพ

ไม่แน่ใจเท้าขวานี่คันเร่งหรือเบรกกันแน่

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 19 ธ.ค. 2009, 23:23
โดย เป้ง
เดิมใช้เฟรมตัวต่ำสุดของ Bianchi อะไหล่ระดับกลางๆ หนัก 8.2 กก
ต่อมามีโอกาสได้ใช้เฟรมรุ่นสูงสุดของ Bianchi อะไหล่ระดับค่อนข้างสูง หนัก 6.8 กก.
ความแตกต่างที่ชัดที่สุดคือเรื่อง ความพุ่งแบบสั่งได้ มีสาเหตุมาจากเฟรมที่แข็งและน้ำหนักรถที่เบากว่า ขี่สนุกกว่า
ส่วนเรื่องความเร็วเฉลี่ยไม่หนีกันเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าอยู่แล้ว
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 19 ธ.ค. 2009, 23:34
โดย 008
ขอบคุณครับคุณเป้ง
จากรูป รถ recumbent เวลาขี่ความรู้สึกมันเป็นยังไงหรอครับ มันเลี้ยวได้คล่องตัวขนาดไหน (ไม่เคยลองครับ)
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 01:42
โดย เป้ง
008 เขียน:ขอบคุณครับคุณเป้ง
จากรูป รถ recumbent เวลาขี่ความรู้สึกมันเป็นยังไงหรอครับ มันเลี้ยวได้คล่องตัวขนาดไหน (ไม่เคยลองครับ)
ก็ขี่สบายสมชื่อ แต่การทรงตัวจะยากนิดหน่อย เวลาเลี้ยวช้าๆ ก็ต้องทรงตัวดีๆ ถ้าเลี้ยวแบบเร็วๆ ก็เอนตัวเทโค้งได้เลย
ที่กล่าวมาต้องฝึกให้ชินก่อนครับ
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 10:29
โดย Antique man
008 เขียน:ขอบคุณครับ คงพอเข้าใจกันนะครับ
น้ำหนักนี่เป็นตัวอย่างที่อยากยกให้เห็นข้อเปรียบเทียบง่ายหน่อยครับเพราะมันเป็นตัวเลขวัดได้
จริงๆผมขี่จักรยานมานานพอดูอยู่เหมือนกัน กระทู้นี้ผมแค่อยากจะบอกมือใหม่หลายๆท่านอะครับว่าตัวรถมันเป็นปัจจัยนึงในการขี่จักรยานเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าใช้รถดี(เกินไป) แล้วจะแปลงร่างเป็นคอนทาดอร์ได้ จะไม่มี XTR หรือ Dura Ace ก็สามารถสนุกกับการขี่จักรยานได้เหมือนกัน
คือมีรถที่เหมาะกับการใช้งานก็มีความสุขได้แล้ว หรือสำหรับหลายๆคนแค่มีจักรยานซักคันและมีเวลาขี่ก็มีความสุขแล้วครับ
ลองดูอย่างในภาพ

ไม่แน่ใจเท้าขวานี่คันเร่งหรือเบรกกันแน่

ใช่เลยครับ
ผมขี่รถราคาไม่ถึงหมื่น แต่ก็สนุกและมีความสุขครับ
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 10:49
โดย จั๊ว
ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆ
หนักก็ขี่ เบาก็ขี่
สนุกกับการขี่ อย่าซีเรียสกับน้ำหนักรถ
ค่อยๆไต่ระดับขั้น(ความเร็ว)
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 11:16
โดย GDB

scott addict R1 (คันเก่าcervelo S1 7.4kg.)
หนัก 6.08 kg ผมว่าปั่นก็ได้ความเร็วเท่าๆเดิม เพียงแต่จังหวะกระชาก เร่งความเร็ว หรือมีเพื่อนปั่นมาจากข้างหลังด้วยครวามเร็วสูงกว่า ยกติดหลังเค้าโดยไม่เหนื่อยเท่าไหร่
รถเบาปั่นสนุกครับ ปั่นไกลๆสบายเลย ไปได้ไกลกว่าเดิมมากมาย
แต่ที่แตกต่างกันเยอะมากๆคือ ขึ้นเขา หรือทางเนิน เซฟเเรง ไปได้มาก ปั่นความเร็วเท่าเดิมแต่ไม่เหนื่อยเหมือนก่อน สามารถให้เกียร์หนักขึ้นได้ ทำให้ไปได้ไวขึ้นได้อีกนิดนึง (ต้องมีแรงด้วยนะครับ)
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 11:51
โดย Antique man
จั๊ว เขียน:ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆ
หนักก็ขี่ เบาก็ขี่
สนุกกับการขี่ อย่าซีเรียสกับน้ำหนักรถ
ค่อยๆไต่ระดับขั้น(ความเร็ว)
หวัดดีครับ พี่จั๊ว...
ไม่ขี่เดล แล้วเหรอครับ
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 13:58
โดย ลูกเจ้เม้ง
คุณ GDB พูดมีเหตุผลสงสัย คุณคงทำแบบนี้กับคนที่เชียงใหม่ไว้เยอะนะ

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 14:29
โดย GDB
ลูกเจ้เม้ง เขียน:คุณ GDB พูดมีเหตุผลสงสัย คุณคงทำแบบนี้กับคนที่เชียงใหม่ไว้เยอะนะ

รถเบามันขึ้นดอยมันจิงๆนะ กระชากทีพวกเหนื่อยกันเป็นเเถว
Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end
โพสต์: 20 ธ.ค. 2009, 15:01
โดย โด่ง
ทีแรกผมขี่จักรยานเพราะ มันไม่ต้องเติมน้ำมัน ขี่ ขี่ไปกลับมีกิเลทหนาขึ้น ๆ อยากได้รุ่นนั้นรุ่นนี้ อยากได๊ ๆๆๆ
