Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย giro »

"สปาตาคัส"
Fabian Cancellara
fabian 00.jpg
fabian 00.jpg (49.49 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
ฟนกีฬาจักรยาน ที่ขี่จักรยานมานานกว่า 5 ปี คงจดจำความ"เท่ห์" ของนักปั่นที่ได้ชื่อว่าเป็นนักสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านที่สุดคนหนึ่งของยุคได้ แน่นอนว่าใครที่เป็นแฟนจักรยานในช่วง 2-3 ปีหลัง อาจรู้จักเค้าเพียงนามของนักแข่งที่ปีนึงมีรายการชนะเด่นๆรายการใหญ่เพียงครั้งสองครั้ง แต่เส้นทางที่ผ่านมาของยอดนักปั่นคนนี้ ผ่านความยิ่งใหญ่มามากมาย ไม่ว่าจะเ)็นหนึ่งในผู้ครองแชมป์โลกในประเภทการขี่เดี่ยวจับเวลา (เดี่ยวไทม์ไทรอัล)ได้มากที่สุดคนหนึ่ง แถมยังเป็นนักแข่งรายการคลาสสิควันเดียวที่กวาดแชมป์รายการโหดๆมาครองเหนือพวกแนวสปรินท์ทรงพลังที่มักจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางแบบนี้ ที่สำคัญ ในรายการทัวร์ต่างๆ ก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ชนะทัวร์ ผู้สวมเสื้อผู้นำเวลารวม และผู้ชนะเสตจต่างๆมากมายตลอดช่วงแห่งความรุ่งเรือง
fabian 01.jpg
fabian 01.jpg (68.06 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
ผมขอเริ่มต้นกันด้วบเนื้อหาแปล บทสัมภาษณ์จากฝรั่งกันก่อน แล้วจะปิดท้ายด้วยเกร็ดเล็กๆที่ไม่ควรพลาดกัน
บทความ "นั่งคุยกับฟาเบียง คันเชลลาร่า"
โดย คริส เคส เผยแพร่ในนิตยสารเวโล ฉบับเดือนตุลาคม 2558

ฟาเบียง คันเชลลาร่าปีนออกจากจักรยานและมาขึ้นรถทีมอีกครั้ง เป็นอีกครั้งที่ต้องจบการแข่งขันแบบถอนตัว และถือเป็นฤดูกาลที่อับโชคของเขา

นักปั่นทรงพลังชาวสวิสฯเริ่มออกอาการไม่ดีตั้งแต่เสตจต่อจากทีมไทม์ไทรอัลและเริ่มต้นเสตจที่ 3 ของเวลต้า เออสปาน่า ด้วยความไม่พร้อม และเพียงระยะ 37 กม. ก็โดนทิ้งห่างจากกลุ่มหน้ากว่า 30 นาที หลุดออกจากเวลาจำกัดของการแข่งขัน และภ่ายแพ้ให้กับอาการป่วยไปอย่างช่วยไม่ได้

สำหรับเขามันเปรียบเหมือนฝันร้ายที่มาหลอกหลอนไม่หยุดหลังจากที่ถูกบีบให้ต้องออกจากการแข่งแกรนด์ทัวร์เป็นรายการที่สองติดๆกัน โดยที่เพิ่งเริ่มแข่งมาเพียง 3 วันเท่านั้น หลังจากที่ต้องออกจากการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ จากอุบัติเหตุความเร็วสูงส่งผลให้กระดูกสันหลังหักถึง 2 ข้อในเสตจที่ 3 และที่เป็นฝันร้ายที่ยากจะน่าเชื่อกว่านั้นก็คือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาบาดเจ็บแบบนี้ในปี 2015 เมื่อเดือนมีนาคมเขาก็บาดเจ็บกระดูกสันหลังแตก 2 ข้อจากรายการคลาสสิคหลักที่สำคัญ อีทรี เฮเรลเบลค์

เวโลนิวส์รีบเข้าจับเข่าคุยกับเขาทันที เกี่ยวกับสภาพและสถานะของเขาในเปโลตองอาชีพ
fabian 02.png
fabian 02.png (119.52 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
หลังจากที่ผ่านจุดขึ้นและลงมามากมาย ฤดูกาลนี้คงเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังอย่างมากสำหรับคุณหรือเปล่า?
"มันไม่ได้น่าเศร้า มันไม่ง่ายเอาเสียเลย ผมตื่นขึ้นมาอย่างป่วยๆในรายการที่โอมาน ผมต้องออกจากการแข่ง แล้วมาล้มเจ็บที่รายการอีทรี ผมต้องหยุดพักยาว ผมแข่งตูร์ เดอ สวิส แล้วผมก็ป่วยอีก ต่อมาที่ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ผมก็ล้มบาดเจ็บต้องออกจากการแข่ง นี่คือผลการแข่งของผมในปีนี้ และผมต้องยอมรับมัน ผมมีปีที่หนักหนาอย่างยิ่ง มันไม่ใช่เรื่องปกปิดอะไร นักกีฬาทุกคนไม่มีใครชอบนอนพักสบายอยู๋บนเตียงมองดูเพดาน หรือนับดวงดาวนอกหน้าต่าง ผมอยากขี่จักรยาน อยากสนุกและเศร้าไปบนจักรยาน ไม่ใช่แบบที่ผมเป็นนี้"
fabian 03.jpg
fabian 03.jpg (56.65 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
วิบากกรรมในปีนี้จะทำให้การอำลาวงการมาถึงเร็วขึ้นอีกปีมั้ย?
"ไม่ ไม่ ไม่ ผมจัดการมันได้เรียบร้อย(อาการบาดเจ็บ) สิ่งที่ผมทำอยู่ถูกวางแผนมาไว้เป็นอย่างดีแล้ว การแข่งเวลต้านี้ไม่ได้ลงแข่งเพื่อเป้าหมายของปีนี้ แต่มันสำคัญสำหรับปีต่อไปที่กำลังจะมา มันไม่ได้ทำให้ผมหวั่นเลย ผมพูดเสมอว่าผมจะเลิกที่จุดสูงสุดของผมเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่การเลิกด้วยการถูกบดป่นปี้และยอมแพ้ไป
อีกด้านหนึ่ง : ผมสามารถเลือกมันได้เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก การเลิกแข่งหมายถึงการเข้าสู่ชีวิตใหม่ จักรยานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตผม มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม และย่อมมีชีวิตอีกส่วนเช่นกัน ที่ผมเห็นในตอนนี้ และมันก็สำคัญกับผมเช่นกัน ใช่แล้วที่ชีวิตอาจผันแปรเปลี่ยนได้ในไม่กี่วินาที ในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ผมอาจจะไม่สามารถขี่จักรยานได้อีก หรืออาจต้องเจ็บหนากเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนที่ต้องรักษาตัวนานกว่านี้ ผมได้เห็นมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญกว่านั้นคือแรงบันดาลใจและความอยาก"
fabian 04.jpg
fabian 04.jpg (30.28 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
คุณออกจากการแข่งไปพักผื้นและกลับมาได้ถึง 3 ครั้งติดๆกัน คุณทำแบบนั้นได้ยังไง มันน่าจะง่ายกว่าถ้าจะบอกว่าพอแล้วสำหรับปีนี้?
"ผมก็มีความรู้สึกแบบนั้นอยู่ในหัว แต่สิ่งสำคัญคือผมยังรู้สึกสดอยู๋ ยังมีแรงผลักดัน และยังรู็สึกพร้อมที่จะออกไปแข่งอีก ก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะมีคำถามกลับไปเมื่อเริ่มแข่งเวลต้าว่าผมมีความพร้อมขนาดไหน ผมยังสดและมีร่างกายดีแค่ไหน ยังพร้อมจะรับกับความเจ็บปวดได้อีกมากแค่ไหน
แต่สุดท้ายแล้วพวกเราคือมนุษย์ พวกเราหาใช่จักรกล ถ้าเป็นเครื่องยนต์เราแค่กดปุ่ม แต่เราเป็นคนต้องออกแรงกดบันได และในหัวสมอง มันเกี่ยวกับว่าเรากำลังคิดอย่างไรมีอะไรในนั้นบ้าง เมื่อเรามองเข้าไปในกระจก นี่คือความเป็นจริง
ทั้งปีมันเป็นเช่นนี้ ทุกครั้งที่ต้องหยุดขี่ ผมต้อมได้รับความเจ็บปวด แล้วผมก็ต้องสู็ทนทรมานเพื่อฝึกซ้อมให้พร้อมจะกลับเข้าสู่การแข่งขัน มันจึงเป็นปีที่หนักหนาสาหัส และยังมีปีที่ยิ่งกว่าในปี 2012 ผมไม่สามารถเปลี่ยนหรือเลือกได้ ผมต้องเดินหน้าต่อไป"
fabian 05.jpg
ในอีกด้านเป็นที่ชัดเจนว่าคุณได้วางภาพหลังจากการแข่งจักรยานเอาไว้ชัดเจนแล้ว คุณอยากให้ภาพนั้นออกมาเป็นอย่างไร?
"สำหรับผม สิ่งที่ดีสำหรับผมคือหลังจากนี้ให้แฟนๆชื่นชอบและจดจำในสิ่งที่ผมเป็น สำหรับผม การได้ชื่อว่าเป็นที่สุดตรงนี้หรือตรงไหนมันไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือผู้คน ผมยังอยากได้รับแรงใจจากผู้คน อยากอยู๋ในใจของผู้คนมากกว่า ผมไม่อยากจะถูกลืมทันทีที่ผมเลิก แน่นอนล่ะ ผมไม่ใช่เอ็ดดี้ เมิคซ์ ผมก็คือผม ผมไม่เคยชนะรายการตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เราต่างรู้กันว่ารายการนั้นทำให้ผู้คนจดจำและเป็นจุดสนใจได้มากที่สุด แต่นั่นไม่ใช่ตัวของผม ผมภาคภูมิใจในสิ่งที่ผมสำเร็จได้มา มันคือสิ่งที่ผมทำมาเสมอ พยายามขี่จักรยานให้ดีที่สุด ได้ผลดีที่สุดและเป็นที่จดจำได้ของผู้คนต่อไป"
fabian 06.jpg
fabian 06.jpg (104.16 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
คุณมีความผิดหวังกับการแข่งชิงแชมป์โลกบ้างหรือไม่?
"น่าจะที่เม็นดรีซิโอ้ เมื่อปี 2009 เป็นการแข่งชิงแชมป์โลกที่ผมยอมทิ้งมันไปในผลสุดท้าย มันเป็นปีที่ผมแพ้รายการแชมป์โลก แต่เป็นปีที่ชนะรายการคลาสสิคใหญ่ 2 รายการ มันก็ไม่ได้เป็นปีที่แย่นัก ผมพยายามมองมันในด้านที่ดีหลังจากนั้น มันได้เกิดขึ้นกับผมเมื่อผมไม่ได้ชนะรายการชิงแชมป์โลกแต่ผมก็ได้ชนะรายการอื่นๆมา ดีกว่านักปั่นที่ชนะรายการชิงแชมป์โลกได้แต่ไม่ชนะรายการอื่นๆอีกเลย แน่นอนล่ะว่าผมควรจะต้องเอาชนะรายการให้ได้มากที่สุดมันเป็นสิ่งที่ผมหวังเอาไว้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งอายุมากขึ้น มันก็ยิ่งดูยากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าผมไม่เคยเอาชนะรายการชิงแชมป์โลกแล้วผมเลิกขี่ไป ผมก็ไม่ร้องไห้เสียใจกับมัน และแน่ล่ะคุณก็จะบอกว่าฟาเบียงไม่เคยเอาชนะแชมป์โลกได้เลย (แต่อย่าลืมว่าฟาเบียง เป็นแชมป์โลกเดี่ยวไทม์ไทรอัล 4 สัมย)"
fabian 07.jpg
fabian 07.jpg (52.5 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
ที่คุณล้มและบาดเจ็บในเสื้อเหลืองรายการตูร์ เดอ ฟร็อง เสตจที่สาม สามารถลุกขึ้นมาและขี่จนจบได้หรือไม่?
"ตอนนั้นผมเจ็บมาก แม้ผมอยู่ในโลกของความเจ็บปวด ที่เมื่อบาดเจ็บคุณต้องรีบลุกขึ้นมาแล้วขี่ไปต่อให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณสวมเสื้อเหลืองอยู่ เมื่อผมล้มผมรับรู้ได้ทันที ผมบอกตอนที่หยุดว่าผมรู็สึกไม่ได้ ผมรู้ว่ามันคือความเจ็บปวดเดียวกันกับที่เคยเป็นมาตอนแข่งคลาสสิค ผมยังคงขี่ต่อขึ้นเขา และค่อยๆลงไปที่รถทีมอย่างช้าๆเพื่อขอยาระงับความเจ็บ เพราะตอนนั้นผมเจ็บมากจริงๆ พวกเค้าพยายามกระตุ้นให้ผมไปต่อ เค้าบอกผมว่าผมสามารถหยุดการแข่งถอนตัวออกไปก็ได้แต่เราไม่อยากให้คุณหยุดลงพร้อมกับเสื้อตัวนี้ เสื้อตัวนี้ช่วยได้มาก ให้อะไรเราได้มาก ผมพยายามที่จะพาเกียรติยศของเสื้อตัวนี้ไปเส้นชัยให้ได้
ที่ความเร็ง 75 กม./ชม. มันไม่ใช่เรื่องสนุกๆที่จะล้ม หลายๆคนไม่เื่อว่านั่นเป็นความเร็ว 75 ซึ่งผมอาจจะโชคดี ที่ผมไปร่วงบนพื้นหญ้า ไม่ใช่บนผิวถนนยางมะตอย ลองนั่งรถแล้วกระโดดลงมาจากความเร็ว 75 กม./ชม. ดูแล้วคุณจะรู็สึกว่ามันเป็นยังไง ไม่ตลกเลย แต่ผมก็ยังอยู่ และอัศจรรย์ใจที่ผมยังรอดมาได้"
fabian 08.jpg
ในหลายๆปีช่วงหลัง คุณกลายเป็นผู้นำของกลุ่มนักปั่น เป็นตัวแทนแสดงความคิดและตัดสินใจเมื่อหลายๆอย่างไม่ปลอดภัยและไม่เหมาะสมกับนักปั่น คุณชอบหน้าที่นี้หรือไม่?
"ท้ายที่สุดมันต้องมีขุดที่ผมต้องปกป้องความปลอดภัยของตัวผมเอง และผมปกป้องความปลอดภัยของกีฬาจักรยาน บางครั้งมีเหตุการณ์ที่มันน่าจะโอเคกับตัวผมเอง แต่มันไม่เหมาะสมกับเพื่อนนักปั่น ไม่เหมาะสมกับกีฬาจักรยาน ผมต้องลึกขึ้นแสดงออกในฐานะที่ผมเป็นผู้นำของทีม และเมื่อเราได้เป็นผู้ชนะมาหลายๆรายการ ผู้คนต้องฟังผม ไม่ใช่นักแข่งตัวเล็กๆที่คอยออกมาแสดงความเห็นหรือการต่อต้าน เป็นหน้าที่ของนักแข่งที่ชนะรายการใหญ่ๆมามากๆที่จะต้องออกมาพูด เพราะสุดท้าย พวกเราคือคนที่สามารถแสดงออกได้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือกัน แน่นอนว่าเรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายและสนุก เช่นในการแข่งที่โอมานที่มีภายุทรายเข้ามาในการแข่ง ถึงมันเกิดขึ้นอีก ผมก็จะทำเช่นเดิม ผมไม่ได้อะไรจากมัน ผมมีแต่คำตำหนิติชมเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก นี่คือสิ่งที่ผมต้องการเสนอ ผลักดันเพื่อให้เกิดการยอมรับที่ลงตัวที่สุด เราต้องหาทางออก มันไม่เคยจบสิ้น แต่เราต้องหาทางออกร่วมกันให้ได้ลตัว นี่คือกีฬาจักรยาน หากทุกคนถือแต่อัตตาทิฐิของตน เราก็ไม่สามารถไปต่อได้"
fabian 09.jpg
*******************************

ถ้าใครอ่านแล้ว ยังสงสัยว่า ทำไมชายผู้นี้คือคนสำคัญและเป็นนักปั่นอย่างไร? อาจต้องตามดูย้อนหลังไปยาวไกล ความโดดเด่นของนักปั่นคนนี้ ที่ปัจจุบันอายุ 34 ปี จริงๆก็ยังไม่ใช่วัยที่นับว่า "ชรา" สำหรับนักจักรยานอาชีพ มีนักปั่นอีกมากมายที่แข่งอยู๋ได้ในระดับโลกแม้วัยจะผ่านล่วงเลยไปมากกว่านี้อีกหลายปี เรียกว่าถ้าซ้อมและมีหน้าที่ทีมที่ดีเหมาะสม ก็สามารถอยู๋ได้ถึงย่าง 40 หรือเลยไปมากกว่านั้นก็มีมาแล้ว
fabian 10.jpg
fabian 10.jpg (37.22 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
ฟาเบียง เริ่มต้นเป็นนักแข่งอาชีพทีมระดับโลกตั้งแต่ปี 2001 กับสังกัดทีม Mapei-Quick Step ด้วยอายุ 20 ปี แต่มาแจ้งเกิดดังสุดๆเอาตอนอยุ๋ในสังกัดทีม Team CSC ช่วงปี 2006-2010 และแตกออกมาร่วมสร้างทีมใหม่ Leopard-Trek ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนชื่อมาเป็น Trek Factory Racing Team ในปัจจุบัน
fabian 11.jpg
fabian 11.jpg (125.84 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
ฉายา"สปาตาคัส" ได้มาเพราะเขาเป็นนักแข่งที่บู๊แหลกไม่เคยยอมแพ้ใครง่ายๆ เรียกได้ว่ามีเท่าไหร่ ใส่หมดไม่เหลือ หมดแล้วก็ยังไม่ยอมและควักออกมาใส่อีกจนกว่าจะถึงเส้นชัย ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ แฟนๆของสปาตาคัสไม่เคยเสียใจที่เชียร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเห็นการสู้สุดใจขาดแล้ว ลืมไม่ลงจริงๆ มีนักปั่นไม่มากนักที่สามารถทำแบบนี้ได้ นักจักรยานอาชีพหลายๆคนจะถอดใจเมื่อพ่ายแพ้และรอคอยรายการหน้าค่อยเอาคืน แต่สิ่งที่ทำให้ฟาเบียง คือสปาตาคัส เพราะเค้าไม่เคยรอเอาคืนที่ไหน หากตามอยู่ก็จะไล่จนตายไปข้าง หากนำอยู่ก็จะหนีจนคู่แข่งถอดใจ
fabian 16.jpg
fabian 16.jpg (27.5 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
จุดเด่นของการแข่งคือการขี่ทางราบความเร็วสูง ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ ตัวยาว เป็นนักแข่งไทม์ไทรอัลที่ดีที่สุดของยุคคนหนึ่ง สามารถลงแข่งแกรนด์ทัวร์ต่างๆได้อย่างโดดเด่น นอกจากเสตจไทม์ไทรอัล ก็ยังสามารถแข่งเอาเสตจอื่นๆมาได้ด้วย เพราะใช้แทคติคที่ได้เรปียบในการยืนระยะยาวกว่าสปรินท์เตอร์ ขโมยเอาเสตจด้วยการหนี 2 กม. สุดท้าย ปล่อยให้บรรดาสปรินท์เตอร์ต้องตามขวิดไส้แตกมองตาละห้อย รวมเสตจที่ชนะในรายการแกรนด์ทัวร์ทั้งสิ้น 11 เสตจ และยังประสบความสำเร็จเอาชนะรายการโปรทัวร์ได้อีกหลายรายการ ที่สำคัญที่ไม่พูดคงไม่ได้คือความสำเร็จของรายการคลาสสิค
fabian 15.jpg
รายการคลาสสิคช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่เป็นรายการวันเดียว ระยะทางยาวๆ หรือเส้นทางโหดๆ นักแข่งส่วนมากจะเป็นนักแข่งพิเศษที่ถนัดทางแบบนี้ มีความผสมระหว่างสปรินท์เตอร์ที่กระทืบโหดๆหนักๆได้เพื่อหนีในช่วงท้ายๆให้ขาด ดังนั้นก็อย่าแปลกใจที่นักแข่งส่วนใหญ่ที่เก็บรายการแบบนี้ได้จะมีความโดดเด่นด้านการสปรินท์ แต่ฟาเบียง คันเชลลาร่า ใช้พลังม้ามหาศาลยาวและคงที่เข้าสยบคู่แข่งในรายการเหล่านี้ เก็บชัยชนะคลาสสิคมาได้มากมาย รวมแล้วมากถึง 12 ครั้ง
fabian 14.jpg
รายการคลาสสิคหลัก 5 รายการ ได้แก่ มิลาน-ซานรีโม่, ทัวร์ออฟแฟลนเดอร์, ปารีส-รูเบซ์, ลิเย่-บาสตอง-ลิเย่ และ จิโร่ดิลอมบาเดีย ฟาเบียงร่วมแข่ง 3 รายการหลัก (ลิเย่ฯและลอมบาเดีย ไม่เคยลง เนื่องจากไม่สัมพันธ์กับตารางแกรนด์ทัวร์และรายการชิงแชมป์โลก) ความเจ๋งก็ออกลายตั้งแต่ครั้งแรกๆ
ปี 2004 ลงแข่งปารีส-รูเบซ์ครั้งแรก ได้อันดับที่ 4
ปี 2006 ชนะรายการปารีส-รูเบซ์ แถมได้อันดับ 6 จากแฟลนเดอร์
ปี 2008 ขึ้นโพเดี้ยมทั้งมิลานฯและรูเบซ์ฯ
ปี 2010 เอาชนะรายการแฟลนเดอร์ฯและรูเบซ์ฯติดกัน
ปี 2011 ขึ้นโพเดี้ยมรายการคลาสสิคหลัก 3 รายการติดๆกัน
ปี 2013 ได้โพเดี้ยมมิลานฯและแชมป์แฟลนเดอร์ฯติดกับรูเบซ์ฯอีกหนึ่งครั้ง
ปี 2014 ได้รองแชมป์มิลานฯ ป้องกันแชมป์แฟลนเดอร์ และโพเดี้ยมรูเบซ์ฯ
fabian 13.jpg
fabian 13.jpg (129.18 KiB) เข้าดูแล้ว 4182 ครั้ง
ส่วนความสำเร็จด้านไทม์ไทรอัล ซึ่งแฟนๆจักรยานยากจะลืมสปาตาคัสได้แน่ๆ ก็เพราะภาพนี้ด้วยเช่นกัน เราชินตากับชายคนนี้ในสกินสูทขาวลายแถบสีรุ้ง หรือชุดแข่งประจำชาติแชมป์จากสวิสเซอร์แลนด์ และยังเป็นผู้ใส่เสื้อเหลือง ผู้นำการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ บ่อยๆต่อจากการแข่งโปรล็อก(ไทม์ไทรอัลสั้นวันแรก) ย้อนหลังดูความสำเร็จของเขากันเบาๆไล่ตามปีกันสักหน่อย
1998,99 แชมป์โลกไทม์ไทรอัลรุ่นจูเนียร์
2002 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์(อายุเพียง 21 ปี)
2004 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์, แชมป์โปรล็อกตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ได้สวมเสื้อเหลือง
2005 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์
2006 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์, ได้แชมป์โลกเดี่ยวไทม์ไทรอัลครั้งแรก และแชมป์ทีมไทม์ไทรอัลจากเวลต้าเอเอสปานญ่า
2007 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์, แชมป์โลกเดี่ยวไทม์ไทรอัลครั้งที่สอง แชมป์โปรล็อกและเสตจ 3 ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ รักษาเสื้อเหลืองเอาไว้ได้ถึง 6 วัน
2008 เหรียญทองโอลิมปิคเดี่ยวไทม์ไทรอัล, แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์ แชมป์ไทม์ไทรอัลเสตจ 20 ตูร์ เดอ ฟร็องซ์
2009 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์และแชมป์โลกเดี่ยวไทม์ไทรอัลครั้งที่สาม, ชนะเสตจ 1 เดี่ยวไทม์ไทรอัล ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ได้สวมเสื้อเหลืองและป้องกันได้ 6 วัน, ชนะทั้งทีมไทม์ไทรอัลและเดี่ยวไทม์ไทรอัล เวลต้า เอเอสปานญ่า ได้สวมเสื้อผู้นำเวลารวม รวม 5 วัน
2010 แชมป์โลกเดี่ยวไทม์ไทรอัลครั้งที่สี่, ชนะโปรล็อกและเสตจ 19 รายการตูร์ เดอ ฟร็องซ์ และรักษาเสื้อเหลืองรวมไว้ได้ 5 วัน
2011 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์
2012 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์, ชนะโปรล็อก ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ และรักษาเสื้อเลหืองเอาไว้ได้อีก 6 วัน
2013 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์ และแชมป์เสตจไทม์ไทรอัล เวลต้า เอเอสปานญ่า
2014 แชมป์ไทม์ไทรอัลสวิสเซอร์แลนด์
fabian 12.jpg
บทความนี้ เป็นมุมมองของกีฬาจักรยาน จากชายที่เป็นนักแข่งอาชีพ ที่มีความรักในกีฬาจักรยานมาก และเห็นความสำคัญของการแข่งขันอย่างขาวสะอาด ที่สำคัญคือการมุ่งมั่นเน้นการแข่งที่ปลอดภัยต่อนักจักรยานมาโดยตลอด การที่นักแข่งอย่างเค้าซึ่งต่อสู้เป้นกระบอกเสียงของนักปั่นอาชีพด้านความปลอดภัยมาตลอดหลายๆปี ต้องจบรายการแข่งถอนตัวออกไปเพราะการบาดเจ็บรุนแรงนั้นถือเป็นเรื่องที่อาจจะต้องโทษโชคมากกว่า แต่มันก็นำเสนอมุมมองหลายๆอย่างที่สำคัญกับพวกเรานักจักรยานสมัครเล่น
การแข่งจักรยานที่เราต่างก็สมัครลงมาเล่นด้วยความสมัครใจ เสียเงินซื้อรถมาเล่น เสียเงินมาแข่ง เพื่อสุขภาพ ความสุและความสนุกท้าทาย มีอะไรที่เหมือนและแตกต่างจากนักแข่งอาชีพบ้าง? มาตรฐานการจัดการการแข่งขันและความปลอดภัยถูกมองสำคัญน้อยไปกว่าชัยชนะ เงินรางวัล เสื้อสวยๆและถ้วยใหญ่คับบ้าน นักแข่งต่างเอาชีวิต ความปลอดภัยไปใส่ เสี่ยงกับวินาทีเล็กๆเพื่อชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ที่บางครั้งย้อนกลับมามองแล้วมันก็คือฝุ่นธุลีหนึ่งท่หลงลืมไปได้เมื่อวันเวลาผ่านเลย ใครบ้างจะจำชื่อผู้ชนะของรายการแข่งที่เราๆขี่กันได้ไปอีกกี่ปี? มีแต่เพียงตัวเรา ตัวตน ที่ยังคงผูกยึดมันเอาไว้ในห้วงของความทรงจำและสร้างเป็นอุปโลกขึ้นมา

ความรัก และความคลั่งไคล้ ความทุ่มเท และความคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่มีใครบอกได้หรอกครับว่าคุ้มหรือไม่ และควรหรือเปล่า อยากฝากมองสักนิดว่าในการแข่งกีฬา โดยเฉพาะจักรยาน เราเคยคิดเผื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและเพื่อนนักปั่นอื่นๆด้วยหรือไม่? เพราะแม้แต่โปรที่ต้องหาเลีัยงตัวเองด้วยการเอาชนะในกีฬานี้ ยังให้น้ำหนักและเหลือบตามองเรื่องนี้มากเสียยิ่งกว่านักปั่นภูธรเสียอีก[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 373462.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
Number8
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2013, 08:49
Tel: 0898554137
team: Dr.bike club/ Fang nopburi
Bike: Schwinn/ specialized M2/ LOOK 675
ตำแหน่ง: ฝาง เชียงใหม่
ติดต่อ:

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย Number8 »

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
รูปประจำตัวสมาชิก
meeuwarn
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 368
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2011, 13:17
team: -
Bike: Trex4300, merida901

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย meeuwarn »

สุดยอด

บ้านมีห้องเก็บถ้วยแน่ๆ
ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน
รูปประจำตัวสมาชิก
punya467
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2200
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
team: Rayong road bike, On/Off cycling
Bike: NICH LTD

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย punya467 »

ขอบคุณครับ
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
ลงพุง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2013, 12:00
team: 2 ล้อพาเพลิน Krabi MTB 2012
Bike: เทรก4400, Jamis Aurora, Java Siluro, Trek Emonda ALR5

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย ลงพุง »

ชอบบทสรุปส่งท้ายมากครับ
ยังติดตาม เฟเบียนต่อไปครับ ฤดูกาลหน้า ขอเฮียคว้าแชมป์รูเบส์ ^^
รูปประจำตัวสมาชิก
third party
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 103
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 08:51
team: ทีม มด ยะลา
Bike: Lapierre XELIUS SL

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย third party »

ย่อหน้าสุดท้าย กระแทกใจสุดๆไปเลยครับ
สู้แค่ดากแหก!!!!
รูปประจำตัวสมาชิก
shpiak
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2147
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2013, 10:43
Bike: พับอย่างเดียว
ตำแหน่ง: วงเวียนใหญ่

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย shpiak »

เยี่ยมครับ โดยเฉพาะบทสรุปส่งท้ายของวงก่รแข่งบ้านเรา..
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
สิ่งที่คนรวยกับจนมีโอกาสมีได้เท่าๆกันคือบุญ กับมารยาท
มีเงินก็หามารยาทมาประดับตัวเป็นศรีไม่ได้ ต้องทำเอาเอง
รูปประจำตัวสมาชิก
ParkGtong
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2969
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2010, 17:54
Tel: 088-3636453
team: ชมรมจักรยานเมืองน้ำดำ
Bike: TEAM FT4
ตำแหน่ง: จ.กาฬสินธุ์

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย ParkGtong »

ไอดอลเลยครับคนนี้
เส้นทางนักต่อสู้มักจะโดดเดี่ยวเสมอ
9 สิ่งมหัศจรรย์กาฬสินธุ์ เมืองน้ำดำ
รูปประจำตัวสมาชิก
DoctorKeng
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 77
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ม.ค. 2014, 11:15
team: BikeSi , BCC Biker, Very Forty
Bike: Trek Fuel 100 2002, Trek Speed Concept 2.5, บ้านเสือหมอบ 25 ปี 19/25, LOOK 695 Herritage, S5 TDF 100th., Pinarello Dogma 65.1 Think 2 TDF 100th. Champion, Trek Speed Concept 7 Project

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย DoctorKeng »

ขอบคุณครับ สำหรับความรู้นี้
OPKam
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 20
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มิ.ย. 2015, 08:59
Tel: 0645952856
team: สนุกการปั่น
Bike: TEAM FT5 Blade

Re: Fabian Cancellara บทสัมภาษณ์ และเจาะลึกเส้นทางของยอดนักปั่นแห่งยุคที่คนลืมไม่ลง

โพสต์ โดย OPKam »

เขาคือหนึ่งในสุดยอดนักจักรยานที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นต่อไปไปอีกนานแสนนาน และผมก็ยังเฝ้ารอให้เค้าได้ครองแชมป์ในรายการ Pro Tour อีกครั้ง ^___^
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”