(ด้านองศาเฟรมและความรู้สึกเมื่อขี่) ขอบคุณครับ
เทียบหมอบเหล็กวินเทจอิตาลีกับญี่ปุ่น (ด้านองศาเฟรมและความรู้สึกเมื่อขี่)
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
meano29
- สมาชิก
- โพสต์: 13
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2015, 21:20
เทียบหมอบเหล็กวินเทจอิตาลีกับญี่ปุ่น (ด้านองศาเฟรมและความรู้สึกเมื่อขี่)
อยากให้ท่านผู้มีประสบการณ์และผู้รู้เปรียบเทียบหมอบเหล็กอิตาลีกับญี่ปุนด้วยครับ
(ด้านองศาเฟรมและความรู้สึกเมื่อขี่) ขอบคุณครับ
(ด้านองศาเฟรมและความรู้สึกเมื่อขี่) ขอบคุณครับ
- withawin01
- สมาชิก
- โพสต์: 63
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มิ.ย. 2014, 10:39
Re: เทียบหมอบเหล็กวินเทจอิตาลีกับญี่ปุ่น (ด้านองศาเฟรมและความรู้สึกเมื่อขี่)
ขอตอบแบบโง่ๆตามประสาคนไม่ค่อยมีความรู้นะครับ (ถูกผิด ขออภัย)
Geometry ของจักรยานวินเทจจะคล้ายๆกันหมดครับเพราะท่อนอนบนแบบ Traditional (ขนานพื้น)ทำให้เกิดข้อจำกัดในการออกแบบ ดังนั้นฟิลลิ่งในการขับขี่ต่างกันที่'ท่อ' อยากได้ฟิลลิ่งแบบไหน (นุ่ม สติฟ น้ำหนัก) ต้องศึกษาชนิดของท่อให้ดีครับ
มันก็เลยตอบคำถามเรื่องฟิลลิ่งการขี่... แบรนด์อิตาลีบางรุ่นก็ใช้บริการทั้งท่อของญี่ปุ่น (เช่น Tange) หรือของอิตาลีเอง (เช่น Columbus).... อีกเช่นกัน แบรนด์ญี่ปุ่นก็อาจมีใช้บริการท่อของอังกฤษเช่นกัน (เช่น Reynold) หรือใช้ท่อของญี่ปุ่นเอง (เช่น Tange หรือ มิยาตะ)
'เหล็ก' ก็มีหลายชนิดอีกครับ มีทั้ง Hi-tensile (ที่เรียกว่า ไฮเท็น นั้นหละ), Chromium-molybdenum (ที่เรียกว่า เสือโครโม นั้นหละ), หรือไฮโซหน่อยก็ Nivacrom คุณสมบัติแต่ละตัวก็แตกต่างกัน
แล้วท่อแต่ละยี่ห้อก็มีหลายรุ่น หลายเกรด หลายฟิลลิ่งอีกเช่นกัน (เช่น Columbus SL, SLX, Air, Nemo / Tange 1, Tange Prestige / Reynold 531, 953, 921 บลา บลา บลา)
ถึงกระนั้น จักรยาน custom made บางรุ่นก็อาจใช้ท่อหลายชนิดผสมกันให้มีหลายคุณสมบัติในเฟรม (คล้ายๆใช้เส้นใยคาร์บอนต่างชนิดกันในแต่ละบริเวณนั้นหละครับ) หรือบางยี่ห้อก็อาจเป็นลูกผสม ครึ่งคาร์บอน-ครึ่งโครโม (เช่น Tommasini) หรือ ครึ่งโครโม-ครึ่งอลูมินัม (เช่น Bridgestone Radac)
สรุปคือ ศึกษาท่อแต่ละรุ่นก่อน (หาอ่านตามเว็ปบอร์ดเมืองนอก) แล้วก็ดูว่าแบบไหนตรงความต้องการของเรา... แล้วก็ค่อยตามหาจักรยานที่ใช้ท่อแบบนั้นครับ
ปล. ผมมีหมอบเหล็กสองคัน Panasonic (ญี่ปุ่น) ท่อโครโมโนเนมแปะยี่ห้อตัวเอง กับ Tommasini (อิตาลี) ท่อ Columbus Nivacrom ที่เป็นตัวท็อป ไม่รู้จะเปรียบเทียบกันยังไงครับ
Geometry ของจักรยานวินเทจจะคล้ายๆกันหมดครับเพราะท่อนอนบนแบบ Traditional (ขนานพื้น)ทำให้เกิดข้อจำกัดในการออกแบบ ดังนั้นฟิลลิ่งในการขับขี่ต่างกันที่'ท่อ' อยากได้ฟิลลิ่งแบบไหน (นุ่ม สติฟ น้ำหนัก) ต้องศึกษาชนิดของท่อให้ดีครับ
มันก็เลยตอบคำถามเรื่องฟิลลิ่งการขี่... แบรนด์อิตาลีบางรุ่นก็ใช้บริการทั้งท่อของญี่ปุ่น (เช่น Tange) หรือของอิตาลีเอง (เช่น Columbus).... อีกเช่นกัน แบรนด์ญี่ปุ่นก็อาจมีใช้บริการท่อของอังกฤษเช่นกัน (เช่น Reynold) หรือใช้ท่อของญี่ปุ่นเอง (เช่น Tange หรือ มิยาตะ)
'เหล็ก' ก็มีหลายชนิดอีกครับ มีทั้ง Hi-tensile (ที่เรียกว่า ไฮเท็น นั้นหละ), Chromium-molybdenum (ที่เรียกว่า เสือโครโม นั้นหละ), หรือไฮโซหน่อยก็ Nivacrom คุณสมบัติแต่ละตัวก็แตกต่างกัน
แล้วท่อแต่ละยี่ห้อก็มีหลายรุ่น หลายเกรด หลายฟิลลิ่งอีกเช่นกัน (เช่น Columbus SL, SLX, Air, Nemo / Tange 1, Tange Prestige / Reynold 531, 953, 921 บลา บลา บลา)
ถึงกระนั้น จักรยาน custom made บางรุ่นก็อาจใช้ท่อหลายชนิดผสมกันให้มีหลายคุณสมบัติในเฟรม (คล้ายๆใช้เส้นใยคาร์บอนต่างชนิดกันในแต่ละบริเวณนั้นหละครับ) หรือบางยี่ห้อก็อาจเป็นลูกผสม ครึ่งคาร์บอน-ครึ่งโครโม (เช่น Tommasini) หรือ ครึ่งโครโม-ครึ่งอลูมินัม (เช่น Bridgestone Radac)
สรุปคือ ศึกษาท่อแต่ละรุ่นก่อน (หาอ่านตามเว็ปบอร์ดเมืองนอก) แล้วก็ดูว่าแบบไหนตรงความต้องการของเรา... แล้วก็ค่อยตามหาจักรยานที่ใช้ท่อแบบนั้นครับ
ปล. ผมมีหมอบเหล็กสองคัน Panasonic (ญี่ปุ่น) ท่อโครโมโนเนมแปะยี่ห้อตัวเอง กับ Tommasini (อิตาลี) ท่อ Columbus Nivacrom ที่เป็นตัวท็อป ไม่รู้จะเปรียบเทียบกันยังไงครับ
-
meano29
- สมาชิก
- โพสต์: 13
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2015, 21:20
Re: เทียบหมอบเหล็กวินเทจอิตาลีกับญี่ปุ่น (ด้านองศาเฟรมและความรู้สึกเมื่อขี่)
ขอบคุณครับ
คุณ withawin01
คุณ withawin01