ปรึกษาพี่ๆในบอร์ดอยู่หลายครั้ง เกี่ยวกับจักรยานเสือหมอบคาร์บอนหรือโครโมลี่ แบบไหนจะปั่นนุ่มและปั่นออกทริปทั้งวันได้ดีกว่ากัน
มีความเชื่อมานานเรื่องโครโมลี่นุ่มกว่าคาร์บอน ไม่ว่าถามใครๆ ส่วนใหญ่ก็จะแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าโครโมลี่มีภาษีดีกว่า
ในขณะที่ตัวผมเองก็เป็นคนที่มีความศรัทธาในเฟรมโครโมลี่ในโดยตลอด จักรยานทุกคันของผมเป็นโครโมลี่ทั้งหมด
แต่เนื่องจากปัญหาต่างๆที่ผมต้องเจอกับการใช้เฟรมโครโมลี่ อาจเป็นเพราะผมอยู่ภาคใต้จึงโดนทั้งไอเกลือและความชื้นในอากาศ จึงมีปัญหาเรื่องสนิมตลอด และเรื่องความหนักซึ่งคงไม่มีผลการจักรยานทั่วริ่งทางไกล แต่ตอนนี้ผมกำลังมองหาจักรยานสำหรับปั่นวันเดียวหรือทัวริ่งเบาๆ 6-7 วัน
จึงเริ่มเกิดคำถามว่า คันต่อไปควรเป็นโครโมลี่เกรดสูงสำหรับซิ่งหรือหมอบคาร์บอนแนวนุ่มๆสำหรับปั่นทางไกลดี?
หลังจากคิดทบไป-ทบมา หลายรอบ ประกอบการกระแสคาร์บอนสายปั่นไกลปั่นทนที่เข้ามามากขึ้นเรื่อย รวมทั้ง Gravel Road Bike ที่เกิดขึ้นใหม่
ก็เลยเป็นข้อสรุปที่จะลองอะไรใหม่ๆบ้าง จึงเป็นที่มาของ GT Grade Carbon 105 คันนี้ครับ

ถามว่าทำไมต้อง GT Grade Carbon?
จริงๆแล้วผมใช้ไซโครครอสมาก่อน ซึ่งมักจะพบข้อด้อยเช่นฐานล้อสั้นเลี๊ยวง่ายแต่ไม่สเถียร, ท่อบนสั้นยกล้อง่าย แต่เวลาขึ้นเนินชันๆหน้าจะไม่นิ่ง, BBสูงเวลาต้องเลี๊ยวหรือขยับทิศทางจะรู้สึกโยนๆมากกว่าปกติ ทั้งหมดนี้เหมาะกับการแข่งขันไซโครครอส แต่ยังไม่เหมาะสำหรับการปั่นเดินทางไกล
จนกระทั่งคำว่า Gravel Bike เริ่มเข้ามายังตลาดจักรยาน โดยเฉพาะ GT Grade ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเขาสร้าง Gravel Bike และรางวัล Best debut of the year 2015 จากนิตยสาร Cycling Plus ทำให้ผมหันมามอง GT Grade หลายๆครั้ง ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเมื่อสินค้าเริ่มเข้าไทย แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเนื่องจากเพิ่งงอกทัวริ่งนีโอวินเทจไปคันหนึ่งจากค่าย Velo Orange แต่การเอาจักรยานทัวริ่งมาปั่นออกกำลังกายระยะสั้นๆ 1-2 ชั่วโมง มันมีข้อจำกัดในหลายๆด้าน โดยภาพรวมคือมันทำให้ผมไม่สามารถออกแรงได้เต็มที่ ปั่นเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยสักที พุงก็ออกมาเรื่อยๆ >.<

เมื่อหลายๆอย่างเริ่มพร้อมและการใช้ทัวริ่งปั่นออกกำลังกายเนิบๆมันกวนใจผมถึงขีดสุด ผมก็เริ่มกลับมาศึกษาหาตัวเลือกอีกครั้ง
จากการอยู่ในวงการจักรยานมาหลายปี และสังเกตตัวเองมาตลอดทำให้ผมรู้สไตล์การปั่นของตัวเองอยู่ประมาณหนึ่งแล้ว
1. ผมคิดว่าผมชอบปั่นทางวิบาก - - - - > แต่จริงๆแล้วผมปอดแหกเวลาเจอทางวิบากจริงๆ ความสามารถด้านการทรงตัวผมก็ห่วย ตั้งแต่เกิดมาจนวันนี้ยังขี่จักรยานยกล้อไม่ได้เลย แม้จะอยากมีเสือภูเขาสักคัน แต่เอาจริงๆผมก็ไม่พอใจที่ต้องเอาเสือภูเขามาบดถนนเล่นให้เปลืองพลังงานหรอก ถ้าปั่นยาวๆทางลูกรังให้พอรู้สึกว่ากำลังผจญภัยไปในดินแดนใหม่ๆ อันนี้พอจะมีหวัง
2. ผมโคตรกลัวการลื่นแฉลบล้มของเสือหมอบ - - - -> แม้ว่าผมจะชอบปั่นเรื่อยๆบนถนน แต่ภาพนักปั่นเสือหมอบเทโค้ง เทกระจาด ลงไปนอนวัดพื้นเป็นภาพที่ผมหวาดกลัวมากทีเดียว อาจเพราะผมเห็นว่ามันมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว โดยเฉพาะเมืองไทย ที่มักมีกรวดและเศษขยะต่างๆปรากฎตามท้องถนน ดังนั้นจักรยานเสือหมอบจ๋าๆ ไปอันตกไปเพราะต่อให้ชอบความเร็วแค่ไหน แต่เสือหมอบกับยางสลิค 23-25mm ไม่ใช่แนวทางที่ผมสนใจนัก
3. ผมชอบปั่นไกลๆ ได้มองโลกในแนวผ่ากลางตลอดแนว โดยมีจักรยานไปตัวนำผมท่องไป ผมเป็นนักปั่นแนวเรื่อยๆ มียิงบ้างให้เหนื่อย เหนื่อยก็เนิบๆ หายเหนื่อยก็ยิงอีก ดังนั้นจักรยานที่เหมาะกับผมควรสร้างมาเพื่อปั่นบนถนนเป็นหลัก
4. ไซโครครอส? อย่างที่กล่าวมาว่าผมเคยปั่นมาแล้ว เอาจริงๆผมพอใจมันมาก ในช่วงแรกๆผมศึกษาไซโครครอสเป็นหลายเลยด้วยซ้ำ ตัวเลือกแรกๆของผมคือ Cinelli zydeco กับ BMC Cross machine CX01 แต่ก็รู้ว่าลึกๆมันไม่จบ โดยเฉพาะเมื่อเล็งตัวสูงๆ มันก็พัฒนามาเพื่อแข่งขันไซโครครอสมากกว่าจะสร้างมาให้ปั่นทางไกลลุยๆแบบที่เราต้องการ ไซโครครอสปั่นแข่งกันไม่กี่ชัวโมง ความเร็วก็ไม่มากนักแต่เน้นเทคนิคและทักษะมากกว่า ซึ่งทั้งหมดนั้นไม่ตรงกับที่ผมต้องการเท่าไรนัก ในขณะที่ Gravel Bike ตามคำอธิบายมันตรงกับจริตผมทุกประการ "สำหรับขี่ทางไกล ปั่นได้บนถนนลูกรัง"

ณ จุดๆนี้ GT Grade Carbon วิ่งเข้ามาในสายตาผมทันที จากที่เคยดูคลิปผ่านๆเมื่อหลายเดือนก่อน จนเกิดคำถามว่ามันใช่สิ่งที่เราต้องการรึเปล่าวะ?
เนื่องจากในคลิปค่อนข้างแสดงลีลาที่ผาดโผน มีปั่นข้ามคูน้ำให้คนดูหวาดเสียวนิดๆ, มีการกระโดดลงเนินเล็กหรือการยกล้อโชว์ จนทำให้ผมคิดไปในช่วงแรกว่าองศาอาจจะเหมาะกับการเปลี่ยนทิศที่ฉับไว ซึ่งนั่นหมายความว่ามันจะเสียความสเถียรจากการทรงตัวที่ความเร็วสูงไป แต่ในที่สุดผมก็รู้ตัวว่าผมกังวลมากเกินไป
จริงอยู่ว่าคลิปมักต้องแสดงให้คนชมเห็นถึงศักยภาพสูงสุดที่รถทำได้ แม้ว่าจริงๆแล้วผู้ใช้งานจริงจะไม่มีร่างกายที่ทำได้อย่างผู้สาธิตในคลิปก็ตาม
เช่นสเปกระบุว่า GT Grade Carbon สามารถรับแรงกระแทกได้จากความสูงไม่เกิน 30cm เราก็จะเห็นว่าในคลิปทั้งหมด จะเจอฉากการกระโดดข้ามเนินเล็กๆหรือขอบทางอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อสังเกตจะพบว่าไม่มีการกระโดดครั้งไหนที่สูงเกิน 30cm นอกจากนั้นจะเห็นว่ามีการปั่นออกจากถนนไปขึ้นเนินข้างๆที่ขรุขระอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่มีการเอาไปกระแทกกับอะไร เป็นเพียงการดึงความรู้สึกของคนดูให้มองว่ามันผาดโผนว่ะ ก็ถือว่าเป็นน้ำจิ้มที่ดี ทำให้ผมกระชุ่มกระชวย แม้จะรู้ว่าโดยส่วนตัว ผมไม่มีทางทำได้แบบในคลิปอยู่แล้ว
รูปจากhttp://i.ytimg.com/vi/u6MvBJ-pkQo/maxresdefault.jpgในช่วงแรกผมมองว่า มันคือไซโครครอสที่เปลี่ยนชื่อเพื่อการค้า (ผมอ่านจากบอร์ดต่างๆ พบว่าหลายๆคนจากทั่วโลกก็บ่นในลักษณะเดียวกัน)หลังจากศึกษา Geometry ผมก็ยิ่งพบหลายสิ่งที่น่าสนใจ ว่ามันไม่ใช่ไซโครครอสโดยสิ้นเชิง ขออธิบายให้เข้าใจไม่ยากว่า
1. การออกแบบจุดรับแรงต่างๆ มีการคำนึงถึงความนุ่ม ตรงนี้ไซโครครอสไม่ต้องการความนุ่ม เพราะในการแข่งขันนักแข่งยอมทนต่อความเจ็บปวดเพื่อให้จักรยานสติฟ เมื่ออ่านจากเว็บบอร์ดต่างๆจะรู้เลยว่าไซโครครอสไม่ใช่จักรยานที่สร้างมาให้นุ่ม (ยกเว้นรุ่นกลายพันธุ์ที่ทำออกมาเป้นจักรยานอเนกประสงค์)
2. หางหลังที่ยาวกว่าปกติ แม้จะไม่ยาวเท่าทัวริ่งพันธุ์แท้ แต่หางหลังที่ยาวกว่าไซโครครอสและหมอบปกติ เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ Gravel Bike มีความเสถียรเพิ่มขึ้น
3. ท่อคอขนาดใหญ่ สำหรับรับแรงกระแทกและองศาตะเกียบที่ให้ค่า Trail สูงกว่าไซโครครอส ซึ่งจะมีผลต่อความนุ่มที่เพิ่มขึ้น แต่ก็น่าจะทำให้ย้วยเพิ่มขึ้น
4. แฮนด์แบบ Dirt แสดงให้เห็นว่า GT Grade มาในแนวทางของ Salsa Fargo มากกว่าจะเป็นไซโครครอส

จากข้อมูลด้านองศา ทำให้มีแนวโน้มที่ GT Grade Carbon จะมีศักยภาพที่ตรงกับความต้องการของผม และเนื่องจากผมมาสนใจเจ้า GT Grade Carbon หลังจากเปิดตัวมา 6-7 เดือน ทำให้ผมสามารถตามไปอ่านความรู้สึกของผู้ใช้งานจากทั่วโลกได้ค่อนข้างมาก ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือผู้ที่รักในแบรนด์ GT อยู่เป็นทุนเดิม, ผู้ที่สนใจ Gravel Bike, และผู้ที่สนใจด้านความคุ้มค่า(ชอบของถูกคุณภาพดี)
ซึ่งจากผลการอ่านความเห็นทั้งหมดของผม พบว่ามีคนชื่นชมเยอะมาก (เอาจริงๆผมยังหาคนที่ด่าไม่เจอนะ) อาจจะมีคอมเม้นท์เรื่องอุปกรณ์ที่มากับรถ แต่ผมมองว่าส่วนนั้นเราปรับแต่งได้ถ้าไม่ชอบจริงๆ
ในส่วนของคำชมนั้น มากที่สุดคือความนิ่มและการทรงตัว รองลงมาคือความคุ้มค่าและรูปร่างที่แปลกตา ซึ่งทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นว่าประสิทธิภาพน่าจะโอเค

เมื่อตัดสินใจเรียบร้อยว่า GT Grade Carbon จะเป็นจักรยานคันใหม่ที่ผมเลือกเข้ามาใช้งาน ผมก็ติดต่อร้านจักรยานต่างๆที่รู้จัก แต่ปรากฎว่าไม่มีของครับ!!!
อาจจะเนื่องจากมันเข้ามานานแล้ว และตัวปี 2016 ก็กำลังจะเข้ามาในอีกไม่ช้า จากนั้นผมก็ติดต่อสอบถามพี่ๆในบอร์ด โดยเฉพาะพี่รักมวยไทย ผมขอขอบคุณพี่มากๆครับ ที่ช่วยแนะนำร้านตลอดจนพูดคุยปรึกษาให้คำแนะนำต่างๆ จนสุดท้ายจึงไปจบที่ร้านนครไทยจักรยาน ซึ่งไม่มีของที่ร้านแต่สามารถติดต่อกับดีลเลอร์หลักให้ได้ ซึ่งปรากฏว่ารุ่น Ultegra ไม่มีไซส์ จึงเหลือรุ่น 105 เป็นตัวเลือกเดียว ในตอนแรกผมยังลังเลว่าจะเอารุ่นไหนดี เมื่อหวยออกมาเช่นนี้ก็ทำให้เลือกง่ายขึ้น (เพราะไม่ต้องเลือก) และเฮียเจ้าของร้านก็ลดราคาให้เป็นพิเศษอีก ทำให้ราคาถูกลงได้อีก จึงไม่ยากที่จะตัดสินใจ
ความจริงยังลังเลว่าจะรอ 2016 หรือไม่ แต่จากที่อ่านดูพบว่าสเปกไม่แตกต่างกันนัก จะมีแค่สีที่ต่างไป ผมจึงเลือกปี 2015 ที่ราคาถูกกว่าและยังได้รุ่น 1 ของสายการผลิต ^_^

หลังจากนั้นก็นัดแนะ ถามทาง และเดินทางเข้ากทมเพื่อรับรถในวันถัดมาครับ ^_^[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 186695.jpg[/homeimg]






















