จักรยาน ไปได้ด้วยฟันเฟืองอันเล็กๆ
โพสต์: 13 ก.ค. 2015, 16:42
จักรยาน ไปได้ด้วยฟันเฟืองอันเล็กๆ
มาแล้วครับ บทความที่พูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูดออกมานานแสนนาน หลังจากที่ได้เห็นสังคมจักรยานเติบโตขึ้นแบบที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตนี้ใส่เสื้อฟิตกางเกงรัดติ้วหลากสีเดินไปไหนมาไหนแล้วคงชินตา ขนาดใส่ชุดจักรยาน(ไม่จูงจักรยาน)ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน คนยังไม่มีท่าทีประหลาด ผิดกับเมื่อก่อนที่ขนาดจูงมาจอดหน้าเซเว่นเข้าไปซื้อน้ำ พนักงานนี่มองตั้งแต่หัวยันเท้าสามรอบ หรือปั่นเสร็จไปเข้าร้านอาหารคนมองกันทั้งร้าน ในความเติบโตนี้ บ่มเพาะความคิดผสมกับสิ่งที่เคยได้สนทนากับพี่ๆรุ่นเก๋าๆมาก็เก็บมากลั่นเป็นมุมมองเล็กๆที่เก็บเกี่ยวได้จาก"สังคม" นักปั่นที่พบเห็นมาตลอดระยะเวลาราวๆปีกว่าๆที่ผ่านมา
ผมอยากฝากว่า คุณทุกคนที่ปั่นและเกี่ยวข้องกับจักรยานต่างมีส่วนช่วยพัฒนาจักรยาน ไม่จำเพาะว่าต้องเป็นนักแข่าง ขาแรง ไม่ต้องเป็นพ่อค้าแม่ขาย ไม่ต้องขี่มานานห และแม้แต่คุณจะซื้อจักรยานไปแขวนเอาไว้กับฝาบ้าน แต่การที่ฟันเฟืองในสังคมหันมาสนใจจักรยานเช่นนี้ ทำให้อนาคตของจักรยานดูสดใสไปได้ไกล หากแต่ต่างคนต่างอยู่ ต่างคิด ต่างทำ เมื่อวันที่กระแสมันยุบตัวลงไป ก็เหมือนกับคลื่นที่หอบเอาตะกอนดินชั้นดีขึ้นมาบนฝั่ง ถ้าไม่สามารถตักตวงเก็บไว้เพาะปลูกได้ก็ยากจะส่งผลเติบโตได้ยั่งยืนในวันข้างหน้า
มาลองดูนะครับว่าบทบาทเล็กๆของสังคมจักรยาน มันช่วยกันขับเคลื่อนโลกนักปั่นต่ไปได้อย่างไร แฟชั่น ฟรุ้งฟริ้ง เน้นของแต่ง
ผมขอเริ่มด้วยแนวทางกระแสที่ชัดเจนที่สุด เมื่อเสือหมอบดูแล้วหล่อ เทห์ จะด้วยดาราคนดังมาปั่น หรือเพราะเสน่ห์ของรูปทรงมัน แม้แต่หมวก รองเท้า ชุดปั่นกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกความ"ทันสมัย"ของผู้เลือกใช้ได้ สิ่งที่ตามมาก็คือนักปั่นที่เน้น"แต่งองค์ทรงเครื่อง" ทั้งคนปั่นและจักรยานให้ดูแล้ว "หล่อ" ที่สุด อะไรใหม่ออกมา เปลี่ยนทันตลอด และไม่จำเป็นเลยว่าคุณต้องปั่นแรง บางคนไม่มีเวลาปั่นมากหรอก แต่มีรถแข่งระดับน้องๆ Tour de France จอดอยู่บ้านเกินหนึ่งโหล คนต่างมองกันว่าพวกนี้คือ"ตัวปลอม" แต่นักปั่นแนวนี้แหละครับ จรรโลงวงการดีนักเพราะอะไร ลองมาดูเหตุผลกันนะครับ
-เมื่อมีกำลังซื้อมาก คนขายก็แข่งขันกันขายของมาก ผลที่ตามมาก็คือความหลากหลายของสินค้าในท้องตลาด บรรดานายทุนทั้งหลายพากันแข่งกันเอาสินค้าเข้ามาให้เลือกหลากแบรนด์ บางแบรนด์ในอดีตเป็นสินค้า"หิ้ว"มาขาย แต่พอมีระบบตัวแทนนำเข้าจริงจังก็ปรับราคาลดลง พร้อมด้วยมาตรฐานการดูแลบริการที่ดีขึ้น มีระบบซ่อมบำรุง การสำรองสินค้าและดูแลรักษาครบรูปแบบ และเมื่อมีการแข่งขันในตลาดสูงมาก สิ่งที่ตามมาก็คือทางเลือกของผู้บริโภคทั้งราคา โปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริมการขายมากมาย สุดท้ายนักปั่นทั้งหมดก็ได้ประโยชน์นั่นเอง ลงถ้าทุกคนเป็นนักปั่นกันหมด ไม่มีใครมาคอยเสพย์ความงามหลงใหลในการจับจต่าย ...ใครล่ะครับจะคอยเป็นผู้บริโภคขับเคลื่อนธุรกิจจักรยานให้วิ่งแข่งกันต่อไป
-ตลาดสินค้ามือสองคือตลาดที่คุ้มค่า ล้อคาร์บอนสภาพงามๆเพราะไม่ค่อยได้วิ่งในราคาประหยัดไปได้เกือบครึ่ง ชุดขับเคลื่อนสภาพนิ๊งๆเอามาปรับล้างนิดหน่อยทำงานได้ดีดุจของใหม่ หรือเฟรมสวยๆรอยขีดจากการโดนที่แขวน ที่หมุนเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆจนราคาถูกลงมาเรื่อยๆ ของเหล่นี้ไม่นานนักจะไปอยู่ในมือของนักปั่นนักกีฬาจริงๆ หากคุณได้มีโอกาสไปดูการแข่งขันระดับชิงแชมป์ต่างๆของสมาคมฯหรือกีฬาระดับชาติจะพบว่านักแข่งจำนวนมากใช้สินค้าแบบนี้แหละครับ เพราะลำพังเบี้ยหวัดต่างๆมันคงลำบากถ้าจะไปไปคอยจับของใหม่ๆมาใส่ให้เสริมกำลัง ยิ่งมีของหมุนเวียนเปลี่ยนมือบ่อยเท่าไหร่ โอกาสจะได้ของถูกสภาพดีก็มีมากขึ้นนั่นเอง ผู้ประกอบการธุรกิจที่อาศัยกระแสจักรยาน
ยุคนี้ซื้อรถต้องแถมจักรยาน ซื้อบ้านก็แถมจักรยาน ขนาดช็อปปิ้งห้างสรรพสินค้าครบยอดก็แถมจักรยาน ในวันที่จักรยานกลายเป็นไลฟ์ไสตล์ แถมเป็นไลฟ์ไสตล์ที่ต้องมีต้นทุนไม่น้อย จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสังคมคนมีรสนิยม บรรดาธุรกิจห้างร้านต่างๆหันมาใช้จักรยานเป็นตัวสร้างภาพลักษณ์ในการสื่อสารการตลาดตัวเองเต็มไปหมด อย่าไปนั่งมองแล้วหมั่นไส้กับการหยิบยกมาอวดอ้าง ลองดูดีๆตั้งแต่โฆษณาอาหารเช้า ประกันชีวิต ธนาคาร ไปจนสินค้าที่ดูจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยอย่างโทรศัพท์มือถือยังเอาจักรยานมาชู ทั้งหมดสร้างความคุ้นเคยของสังคมที่มีต่อ"สองล้อ" ไปโดยปริยาย และเมื่อกระแสนี้หลุดเข้าสู่กระบวนการสื่อสาธารณะ สังคมส่วนใหญ่ก็รับรู้ถึงไลฟ์ไสตล์จักรยานมากขึ้นทันที ทุกครั้งที่ชาวจักรยานจะพูดอะไรสักอย่างก็พูดได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับ เดิมทีจะพูดอะไรทีคนอื่นๆก็ยากจะจินตนาการออก ในเมื่อพูดง่ายๆ แถมเป็นกระแสแบบนี้ อย่าแปลกใจที่จะเห็นห้างร้านพ่อค้าผู้ใหญ่ใจดีพากันมาช่วยสนับสนุนกิจกรรมจักรยาน ตั้งแต่งานแข่งระดับชาติ ไปยันทริปเล็กๆไปช่วยกันปลูกป่า องค์กรขนาดใหญ่ แบรนด์ดังระดับโลกยังต้องสนใจลงมาเล่นด้วย แบบนี้ถึงกระแสจะมาเพราะแฟชั่น แต่ทุกคนต้องยอมรับล่ะครับว่ามันก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างน้อยๆหากจะมีทีมอาชีพเกิดมาจริงๆ ก็ต้องให้ภาคธุรกิจแบบนี้เข้ามาช่วยนั่นแหละครับ หวังพึ่งห้างร้านผู้นำเข้าในบ้านเรากับกำลึงซื้อของนักปั่นไทย ชาติหน้าตอนเย็นๆยังไม่มีโอกาสเลยครับ ปั่นซำเหมา ปั่นทำงาน คุณกำลังช่วยสร้างฝันไป Le Tour
อย่าหาว่าผมโม้ครับ ผมอาจจะพูดใหญ่ๆไป แต่ไม่ได้โม้ คุณอาจไม่สนใจกีฬาจักรยานเลยแม้แต่นิดเดียว คุณอาจไม่เคยรับรู้ความเป็นไปของ Tour de France แต่เพียงแค่คุณเป็น"คนใช้จักรยาน" ก็มีส่วนช่วยแล้วอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะการมีคนปั่นจักรยานมากขึ้นเราจะมีนักปั่นเพิ่มนะครับ ไม่เช่นนั้นจีนคงมีนักปั่นไปแข่งอาชีพมากกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า แต่ปัจจัยหนึ่งมาจากการที่ประเทศนี้มีพื้นที่ถนนให้นักปั่นได้ใช้ออกกำลังกาย เล่นเป็นกีฬา และพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้ ทางจัรกยานอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับกลไกนี้ แต่ถนนที่ได้มาจากการรณรงค์แบ่งปันพื้นผิวคือผลพลอยได้ครับ เมืองใหญ่อาจรอคอยการกลับมาและเกิด"สนามเขียว"ใหม่ๆขึ้น แต่ความเป็นจริงขอเพียงวินัยการจราจรและการแบ่งปันเส้นทางกัน เพียงเท่านี้ถนนก็น่าปั่นแล้ว และเมื่อถนนน่าปั่นขึ้น ไม่ใช่แค่ปั่นไปทำงาน หรือทำธุระ แต่ก็เป็นเส้นทางที่คนออกปั่นเพื่อสุขภาพกันได้ด้วย
อย่าทำเป็นเล่นไป แมธ สตีเฟ่น อดีตแชมป์แห่งชาติสหราชอาณาจักร คส้าแชมป์ได้ตอนเป็นมือสมัครเล่นและปั่นจักรยานไป-กลับทำงานเอาชนะมืออาชีพได้นะครับ คุณอาจจะปั่นเพื่อสุขภาพแต่คุณกำลังช่วยให้จักรยานปั่นได้ปลอดภัย
ข้อนี้เป็นงูกินหางกับข้อ 3 ครับ คุณอาจเป็นนักปั่นแรง นักแข่ง เน้นปั่นออกกำลังกาย เน้นซ้อมเพื่อการกีฬา แต่คุณกำลังช่วยให้ถนนปลอดภัย และคนใช้จักรยานสัญจรขี่จัรกยานบนถนนได้ปลอดภัยขึ้น ฟูมิยูกิ เบปปุ นักปั่นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่จบการแข่ง Tour de France ให้สัมภาษณ์หน้าประตูชัยว่าสิ่งที่เค้าอยากจะสื่อสารกับสังคมญี่ปุ่นคือหวังว่าชัยชนะของเค้าจะช่วยให้อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดกับจักรยานในญี่ปุ่นเกิดน้อยลง และเมื่อเขากลับไปเป็น"ดารา"ระดับฮีโร่กีฬา เดินสายคุยรายการต่างๆก็มักจะแทรกเรื่องนี้เข้าไปด้วยเสมอๆ ผมไม่ได้จะบอกว่านักปั่นไทยขาแรงจะดังแล้วช่วยกันรณรงค์เรื่องแบบนี้ได้ แต่ขอเพียงกีฬาจักรยานเป็นสิ่งที่ผู้คนจับตามอง โอกาสที่จะได้รับความสนใจก็มีมากขึ้น และถึงแม้จะไม่ใ่ระดับโลก แต่หากมีผู้มีอำนาจหรือบทบาทได้เข้ามาสัมผัสกับกีฬาจักรยานก็จะมีโอกาสเกิดสังคมที่เอื้อกับนักปั่นได้ไม่ยาก พิสูจน์ให้เห็นแล้วที่จังหวัดชัยนาท เมื่อ"พ่อเมือง" ชื่นชอบการขี่จักรยาน คนจัดงานเกี่ยวกับจักรยาน
นอกจากจะมีการตลาดสองล้อเกิดขึ้นมากมาย เมื่อความสนใจของภาคเอกชนเข้ามาอยู่ที่วงการจักรยานมากขึ้นก็เปิดเป็นมหกรรมจักรยานมากมายทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่งานแข่งวัดใจที่แทบจะเรียกได้ว่า"หนึ่งตำบลหนึ่งใจตเกินร้อย" หรือทริปที่เกิดจากองค์กรที่แทบจะไม่น่าเชื่อว่ามาร่วมจัดกิจกรรมจักรยาน ขนาดสำนักสงฆ์ยังมีทริปจักรยาน ตามด้วยมหกรรมงานจักรยานเชิง Bike Fair, Festival, Expo อีกสารพัดค่ายผู้จัดที่พยายามหาจุดเด่นของงานมาดึงดูด สิ่งสำคัญของงานเล็กๆและเทศกาลแบบนี้นอกจากคอยสร้างสีสันให้สังคมจักรยานไม่น่าเบื่อแล้ว อย่ามองข้ามความเล็กของมันไปเชียวนะครับ เพราะงานเหล่านี้เข้าถึงง่าย ไปใกล้คนส่วนใหญ่ที่สุด และมีบทบาทเป็นอย่างยิ่งสำหรับเพิ่มประชากรนักปั่นหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ลำพังจะฝากความหวังการเติบโตเอาไว้ที่นักปั่นเดิมๆซึ่งก็มีเบื่อหายหน้าไปบ้างก็คงยาก อนาคตที่สดใสและการเติบโตที่ถาวรมาจากการเติบโตของประชากรที่เข้ามานั่นเอง
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ... ผมอยากฝากให้คิดว่านักปั่นที่แตกต่างกันด้วยรสนิยม และรูปแบบความชอบจักรยานที่ต่างกัน ต่างก็เป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยกันจรรโลงให้แวดวงจักรยานของทุกคนเดินหน้าต่อไปได้ในทิศทางที่ดีขึ้น หากจะบอกว่าสังคมจักรยานเข้าสุ่สภาพ"ยุบตัว" ก็ขอให้มันยุบแต่เพียงฟองที่แสนเรื่องของ"ปริมาณ" แต่ยังคงความเข้มข้นของ"คุณภาพ" เอาไว้ แต่ลึกๆผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หากทุกคน ทุกฝ่าย ยังคงเดินหน้าอยู่กับความเป็นจักรยาน กระแสมันอาจเข้ามาแล้วผ่านไป แต่ไลฟ์ไสตล์นี้จะไม่ตกหายไปเหมือนที่เคยเห่อกระแสกิฬาอื่นๆมาอย่างแน่นอน
ลองตระหนักถึงบทบาทที่ส่งผลโดยรวมกับสังคมจักรยานที่เรารักและชื่นชอบกันดูนะครับว่าท่านนั่งอยู่ตรงไหนบ้าง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แรงผลักดันทั้งหมดจะช่วยกันปั่นส่วนให้สองล้อไทยพัฒนาต่อไปทั้งในมุมของกีฬา ไลฟ์ไสตล์ การสัญจร และอื่นๆอีกมาก
ขอขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่เกิดขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงอยู่ต่อไป ผมเชื่อว่าคนขี่จักรยานไม่เคยหายไปไหน
ผมอยากฝากว่า คุณทุกคนที่ปั่นและเกี่ยวข้องกับจักรยานต่างมีส่วนช่วยพัฒนาจักรยาน ไม่จำเพาะว่าต้องเป็นนักแข่าง ขาแรง ไม่ต้องเป็นพ่อค้าแม่ขาย ไม่ต้องขี่มานานห และแม้แต่คุณจะซื้อจักรยานไปแขวนเอาไว้กับฝาบ้าน แต่การที่ฟันเฟืองในสังคมหันมาสนใจจักรยานเช่นนี้ ทำให้อนาคตของจักรยานดูสดใสไปได้ไกล หากแต่ต่างคนต่างอยู่ ต่างคิด ต่างทำ เมื่อวันที่กระแสมันยุบตัวลงไป ก็เหมือนกับคลื่นที่หอบเอาตะกอนดินชั้นดีขึ้นมาบนฝั่ง ถ้าไม่สามารถตักตวงเก็บไว้เพาะปลูกได้ก็ยากจะส่งผลเติบโตได้ยั่งยืนในวันข้างหน้า
มาลองดูนะครับว่าบทบาทเล็กๆของสังคมจักรยาน มันช่วยกันขับเคลื่อนโลกนักปั่นต่ไปได้อย่างไร แฟชั่น ฟรุ้งฟริ้ง เน้นของแต่ง
ผมขอเริ่มด้วยแนวทางกระแสที่ชัดเจนที่สุด เมื่อเสือหมอบดูแล้วหล่อ เทห์ จะด้วยดาราคนดังมาปั่น หรือเพราะเสน่ห์ของรูปทรงมัน แม้แต่หมวก รองเท้า ชุดปั่นกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกความ"ทันสมัย"ของผู้เลือกใช้ได้ สิ่งที่ตามมาก็คือนักปั่นที่เน้น"แต่งองค์ทรงเครื่อง" ทั้งคนปั่นและจักรยานให้ดูแล้ว "หล่อ" ที่สุด อะไรใหม่ออกมา เปลี่ยนทันตลอด และไม่จำเป็นเลยว่าคุณต้องปั่นแรง บางคนไม่มีเวลาปั่นมากหรอก แต่มีรถแข่งระดับน้องๆ Tour de France จอดอยู่บ้านเกินหนึ่งโหล คนต่างมองกันว่าพวกนี้คือ"ตัวปลอม" แต่นักปั่นแนวนี้แหละครับ จรรโลงวงการดีนักเพราะอะไร ลองมาดูเหตุผลกันนะครับ
-เมื่อมีกำลังซื้อมาก คนขายก็แข่งขันกันขายของมาก ผลที่ตามมาก็คือความหลากหลายของสินค้าในท้องตลาด บรรดานายทุนทั้งหลายพากันแข่งกันเอาสินค้าเข้ามาให้เลือกหลากแบรนด์ บางแบรนด์ในอดีตเป็นสินค้า"หิ้ว"มาขาย แต่พอมีระบบตัวแทนนำเข้าจริงจังก็ปรับราคาลดลง พร้อมด้วยมาตรฐานการดูแลบริการที่ดีขึ้น มีระบบซ่อมบำรุง การสำรองสินค้าและดูแลรักษาครบรูปแบบ และเมื่อมีการแข่งขันในตลาดสูงมาก สิ่งที่ตามมาก็คือทางเลือกของผู้บริโภคทั้งราคา โปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริมการขายมากมาย สุดท้ายนักปั่นทั้งหมดก็ได้ประโยชน์นั่นเอง ลงถ้าทุกคนเป็นนักปั่นกันหมด ไม่มีใครมาคอยเสพย์ความงามหลงใหลในการจับจต่าย ...ใครล่ะครับจะคอยเป็นผู้บริโภคขับเคลื่อนธุรกิจจักรยานให้วิ่งแข่งกันต่อไป
-ตลาดสินค้ามือสองคือตลาดที่คุ้มค่า ล้อคาร์บอนสภาพงามๆเพราะไม่ค่อยได้วิ่งในราคาประหยัดไปได้เกือบครึ่ง ชุดขับเคลื่อนสภาพนิ๊งๆเอามาปรับล้างนิดหน่อยทำงานได้ดีดุจของใหม่ หรือเฟรมสวยๆรอยขีดจากการโดนที่แขวน ที่หมุนเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆจนราคาถูกลงมาเรื่อยๆ ของเหล่นี้ไม่นานนักจะไปอยู่ในมือของนักปั่นนักกีฬาจริงๆ หากคุณได้มีโอกาสไปดูการแข่งขันระดับชิงแชมป์ต่างๆของสมาคมฯหรือกีฬาระดับชาติจะพบว่านักแข่งจำนวนมากใช้สินค้าแบบนี้แหละครับ เพราะลำพังเบี้ยหวัดต่างๆมันคงลำบากถ้าจะไปไปคอยจับของใหม่ๆมาใส่ให้เสริมกำลัง ยิ่งมีของหมุนเวียนเปลี่ยนมือบ่อยเท่าไหร่ โอกาสจะได้ของถูกสภาพดีก็มีมากขึ้นนั่นเอง ผู้ประกอบการธุรกิจที่อาศัยกระแสจักรยาน
ยุคนี้ซื้อรถต้องแถมจักรยาน ซื้อบ้านก็แถมจักรยาน ขนาดช็อปปิ้งห้างสรรพสินค้าครบยอดก็แถมจักรยาน ในวันที่จักรยานกลายเป็นไลฟ์ไสตล์ แถมเป็นไลฟ์ไสตล์ที่ต้องมีต้นทุนไม่น้อย จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสังคมคนมีรสนิยม บรรดาธุรกิจห้างร้านต่างๆหันมาใช้จักรยานเป็นตัวสร้างภาพลักษณ์ในการสื่อสารการตลาดตัวเองเต็มไปหมด อย่าไปนั่งมองแล้วหมั่นไส้กับการหยิบยกมาอวดอ้าง ลองดูดีๆตั้งแต่โฆษณาอาหารเช้า ประกันชีวิต ธนาคาร ไปจนสินค้าที่ดูจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยอย่างโทรศัพท์มือถือยังเอาจักรยานมาชู ทั้งหมดสร้างความคุ้นเคยของสังคมที่มีต่อ"สองล้อ" ไปโดยปริยาย และเมื่อกระแสนี้หลุดเข้าสู่กระบวนการสื่อสาธารณะ สังคมส่วนใหญ่ก็รับรู้ถึงไลฟ์ไสตล์จักรยานมากขึ้นทันที ทุกครั้งที่ชาวจักรยานจะพูดอะไรสักอย่างก็พูดได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับ เดิมทีจะพูดอะไรทีคนอื่นๆก็ยากจะจินตนาการออก ในเมื่อพูดง่ายๆ แถมเป็นกระแสแบบนี้ อย่าแปลกใจที่จะเห็นห้างร้านพ่อค้าผู้ใหญ่ใจดีพากันมาช่วยสนับสนุนกิจกรรมจักรยาน ตั้งแต่งานแข่งระดับชาติ ไปยันทริปเล็กๆไปช่วยกันปลูกป่า องค์กรขนาดใหญ่ แบรนด์ดังระดับโลกยังต้องสนใจลงมาเล่นด้วย แบบนี้ถึงกระแสจะมาเพราะแฟชั่น แต่ทุกคนต้องยอมรับล่ะครับว่ามันก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างน้อยๆหากจะมีทีมอาชีพเกิดมาจริงๆ ก็ต้องให้ภาคธุรกิจแบบนี้เข้ามาช่วยนั่นแหละครับ หวังพึ่งห้างร้านผู้นำเข้าในบ้านเรากับกำลึงซื้อของนักปั่นไทย ชาติหน้าตอนเย็นๆยังไม่มีโอกาสเลยครับ ปั่นซำเหมา ปั่นทำงาน คุณกำลังช่วยสร้างฝันไป Le Tour
อย่าหาว่าผมโม้ครับ ผมอาจจะพูดใหญ่ๆไป แต่ไม่ได้โม้ คุณอาจไม่สนใจกีฬาจักรยานเลยแม้แต่นิดเดียว คุณอาจไม่เคยรับรู้ความเป็นไปของ Tour de France แต่เพียงแค่คุณเป็น"คนใช้จักรยาน" ก็มีส่วนช่วยแล้วอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะการมีคนปั่นจักรยานมากขึ้นเราจะมีนักปั่นเพิ่มนะครับ ไม่เช่นนั้นจีนคงมีนักปั่นไปแข่งอาชีพมากกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า แต่ปัจจัยหนึ่งมาจากการที่ประเทศนี้มีพื้นที่ถนนให้นักปั่นได้ใช้ออกกำลังกาย เล่นเป็นกีฬา และพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้ ทางจัรกยานอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับกลไกนี้ แต่ถนนที่ได้มาจากการรณรงค์แบ่งปันพื้นผิวคือผลพลอยได้ครับ เมืองใหญ่อาจรอคอยการกลับมาและเกิด"สนามเขียว"ใหม่ๆขึ้น แต่ความเป็นจริงขอเพียงวินัยการจราจรและการแบ่งปันเส้นทางกัน เพียงเท่านี้ถนนก็น่าปั่นแล้ว และเมื่อถนนน่าปั่นขึ้น ไม่ใช่แค่ปั่นไปทำงาน หรือทำธุระ แต่ก็เป็นเส้นทางที่คนออกปั่นเพื่อสุขภาพกันได้ด้วย
อย่าทำเป็นเล่นไป แมธ สตีเฟ่น อดีตแชมป์แห่งชาติสหราชอาณาจักร คส้าแชมป์ได้ตอนเป็นมือสมัครเล่นและปั่นจักรยานไป-กลับทำงานเอาชนะมืออาชีพได้นะครับ คุณอาจจะปั่นเพื่อสุขภาพแต่คุณกำลังช่วยให้จักรยานปั่นได้ปลอดภัย
ข้อนี้เป็นงูกินหางกับข้อ 3 ครับ คุณอาจเป็นนักปั่นแรง นักแข่ง เน้นปั่นออกกำลังกาย เน้นซ้อมเพื่อการกีฬา แต่คุณกำลังช่วยให้ถนนปลอดภัย และคนใช้จักรยานสัญจรขี่จัรกยานบนถนนได้ปลอดภัยขึ้น ฟูมิยูกิ เบปปุ นักปั่นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่จบการแข่ง Tour de France ให้สัมภาษณ์หน้าประตูชัยว่าสิ่งที่เค้าอยากจะสื่อสารกับสังคมญี่ปุ่นคือหวังว่าชัยชนะของเค้าจะช่วยให้อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดกับจักรยานในญี่ปุ่นเกิดน้อยลง และเมื่อเขากลับไปเป็น"ดารา"ระดับฮีโร่กีฬา เดินสายคุยรายการต่างๆก็มักจะแทรกเรื่องนี้เข้าไปด้วยเสมอๆ ผมไม่ได้จะบอกว่านักปั่นไทยขาแรงจะดังแล้วช่วยกันรณรงค์เรื่องแบบนี้ได้ แต่ขอเพียงกีฬาจักรยานเป็นสิ่งที่ผู้คนจับตามอง โอกาสที่จะได้รับความสนใจก็มีมากขึ้น และถึงแม้จะไม่ใ่ระดับโลก แต่หากมีผู้มีอำนาจหรือบทบาทได้เข้ามาสัมผัสกับกีฬาจักรยานก็จะมีโอกาสเกิดสังคมที่เอื้อกับนักปั่นได้ไม่ยาก พิสูจน์ให้เห็นแล้วที่จังหวัดชัยนาท เมื่อ"พ่อเมือง" ชื่นชอบการขี่จักรยาน คนจัดงานเกี่ยวกับจักรยาน
นอกจากจะมีการตลาดสองล้อเกิดขึ้นมากมาย เมื่อความสนใจของภาคเอกชนเข้ามาอยู่ที่วงการจักรยานมากขึ้นก็เปิดเป็นมหกรรมจักรยานมากมายทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่งานแข่งวัดใจที่แทบจะเรียกได้ว่า"หนึ่งตำบลหนึ่งใจตเกินร้อย" หรือทริปที่เกิดจากองค์กรที่แทบจะไม่น่าเชื่อว่ามาร่วมจัดกิจกรรมจักรยาน ขนาดสำนักสงฆ์ยังมีทริปจักรยาน ตามด้วยมหกรรมงานจักรยานเชิง Bike Fair, Festival, Expo อีกสารพัดค่ายผู้จัดที่พยายามหาจุดเด่นของงานมาดึงดูด สิ่งสำคัญของงานเล็กๆและเทศกาลแบบนี้นอกจากคอยสร้างสีสันให้สังคมจักรยานไม่น่าเบื่อแล้ว อย่ามองข้ามความเล็กของมันไปเชียวนะครับ เพราะงานเหล่านี้เข้าถึงง่าย ไปใกล้คนส่วนใหญ่ที่สุด และมีบทบาทเป็นอย่างยิ่งสำหรับเพิ่มประชากรนักปั่นหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ลำพังจะฝากความหวังการเติบโตเอาไว้ที่นักปั่นเดิมๆซึ่งก็มีเบื่อหายหน้าไปบ้างก็คงยาก อนาคตที่สดใสและการเติบโตที่ถาวรมาจากการเติบโตของประชากรที่เข้ามานั่นเอง
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ... ผมอยากฝากให้คิดว่านักปั่นที่แตกต่างกันด้วยรสนิยม และรูปแบบความชอบจักรยานที่ต่างกัน ต่างก็เป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยกันจรรโลงให้แวดวงจักรยานของทุกคนเดินหน้าต่อไปได้ในทิศทางที่ดีขึ้น หากจะบอกว่าสังคมจักรยานเข้าสุ่สภาพ"ยุบตัว" ก็ขอให้มันยุบแต่เพียงฟองที่แสนเรื่องของ"ปริมาณ" แต่ยังคงความเข้มข้นของ"คุณภาพ" เอาไว้ แต่ลึกๆผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หากทุกคน ทุกฝ่าย ยังคงเดินหน้าอยู่กับความเป็นจักรยาน กระแสมันอาจเข้ามาแล้วผ่านไป แต่ไลฟ์ไสตล์นี้จะไม่ตกหายไปเหมือนที่เคยเห่อกระแสกิฬาอื่นๆมาอย่างแน่นอน
ลองตระหนักถึงบทบาทที่ส่งผลโดยรวมกับสังคมจักรยานที่เรารักและชื่นชอบกันดูนะครับว่าท่านนั่งอยู่ตรงไหนบ้าง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แรงผลักดันทั้งหมดจะช่วยกันปั่นส่วนให้สองล้อไทยพัฒนาต่อไปทั้งในมุมของกีฬา ไลฟ์ไสตล์ การสัญจร และอื่นๆอีกมาก
ขอขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่เกิดขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงอยู่ต่อไป ผมเชื่อว่าคนขี่จักรยานไม่เคยหายไปไหน