I Need หมอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ update 16/1/53
โพสต์: 01 ธ.ค. 2009, 07:01
เริ่มเลยดีกว่า ผมมีนามว่า พจน์ เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด สูงราว 175 น้ำหนักตัว 103 กก. ผมเป้นคนกินเยอะ นั่งหน้าคอมมาก เลยทำให้ออกมาเป้นอย่างนี้
แต่ผมก็ไม่ได้อ้วนอืดอาด เพราะปกติ ผมก็ออกกำลังโดยการ เดินขึ้นเขาอยู่แล้วทุกวัน ระยะทางไปกลับตก 4 กิโลเมตร แต่เขามันชัน เลยเหนื่อยหน่อย
แล้วมาวันหนึ่ง ผมแวะไปหาลูกพี่ลูกน้องกัน เป้นพี่ชาย พี่ชายก็ได้แนะนำว่า เอ้า ปั่นจักรยานสิ กลุ่มพี่ปั่นกันอยู่ ปั่นเสือหมอบเนี่ย สนุกนะ ไปโน่นมานี่ พี่แกก็เล่าไปเรื่อยละ ครับ แต่ด้วย ราคาค่างวด ที่ผมมองแล้ว สูงไปสำหรับผม ผมจึง นิ่งเฉยมองข้ามไป เพราะผมไม่สามารถจะจ่ายได้โดยไม่คิดอะไร กับรถราคา 4-5 หมื่นบาท ในขณะที่ มอไซค์ที่ผมขับอยู่นั้น มีค่าตัวเพียงแค่ 4500 บาทเท่านั้น ย้ำว่า สี่พันห้า เท่านั้น แล้วผมก็ทิ้งช่วงเงียบไป
แล้วเวลา ก็ ล่วงเลยไป 2 อาทิตย์
คราวนี้ ผมได้แวะไปทักทายกับพี่ชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ทราบได้ว่าไปคุยอิท่าไหน พี่ชายบอก เอางี้แล้วกัน เอาเสือภูเขาพี่ไปลองปั่นซ้อมรอบขาก่อนเล่นเล่นละกันพี่ให้ยืม แกต้องขี่ได้สิ เพราะแกมีกำลังขาในการเดินขึ้นลงเขาอยู่บ้างแล้ว ลองดูสิ ทำให้ นี่เป้นจุดเริ่มต้น ของการปั่นจักรยาน จักรยานคันนี้ ยี่ห้อ bergamont กรุปเซ็ต XT เพียงครั้งแรก ที่ผมได้จับมาปั่นเท่านั้น รู้สึกได้ว่า นี่สินะ ความรู้สึกของการปั่นจักรยาน มันสนุกอย่างบอกไม่ถูก หรืออาจจะเพราะ
รถพี่ชายทำมาดีแล้วก็ไม่ทราบได้ แต่รู้สึกได้ว่า ปั่นสนุกมากมาย หลังจากวันแรกผ่านไป ด้วยแรงเห่อจักรยาน ทำให้ผมปั่นเป็นบ้าเป้นหลัง ตกวันละ 30-40 กิโล ต่อวัน แต่เพียงแค่สองวันเท่านั้น มันทำให้ผม ต้องหยุดปั่นในทันที เนื่องมาจาก ความที่ตัวหนักบวกด้วยไม่เคยขับจักรยานแนวนี้ เคยแต่ขับรถโลตัสคันละพันสอง อานโตโต ก้นกบ ปวดเลยครับ ปั่นไม่รอดแล้ว
แล้วก็ทิ้งเวลาไปอีก 2-3วัน
ก็เลยไปบ่นบ่นให้พี่ชายฟัง เวลาผ่านไปอีกสองสามวัน พี่ชายได้โทรมาบอก ว่า มีพี่อีกคนนึง หุ่นพอพอกะเรา เค้าจะให้กางเกงปั่นมาตัวนึง ผมก็ดีใจสิครับ รีบไปเอาเลยทีเดียว หลังจากได้มาก็เอามาจ้องมอง ก่อนว่า มันต่างตรงไหนจาก กางเกงที่เคยเห้นเค้าใส่แอโรบิคกัน สรุปว่า ไม่พบอะไรเลยนอกจาก ที่รองตูดมีฟองน้ำและผ้าคอตตอนรองไว้ ก็เลยลองใส่ ถึงกับตาโต โอ้วววว มันสบายอย่างนี้นี่เอง บาง เบา สบายมากมาก เคยเห็นแต่คนอื่นใส่กัน เราก็นึกว่ามันจะหนา แน่น รัดรัด ที่ไหนได้ ใส่สบายมากมาก แถมมีที่รองตูดนิ่มๆ คราวนี้เวลาที่ผ่านมา หลายวัน ทำให้ก้นกบได้พักผ่อน บวกกับได้กางเกงมาแล้ว เลยลองอีกครั้ง เพียงแค่ขึ้นคร่อมอานเท่านั้น โอ้ว(อีกแล้ว) นี่หรือความรู้สึกคนใส่กางเกงปั่น มันสบายมากมาก ผิกจากวันแรกลิบลับ ก็เลยเอาซะหน่อย วันนี้ก็เลยลองปั่นจากบ้านไป อควาเรี่ยม แหลมพันวา ภูเก็ตเลย ระยะทางไปกลับ จากบ้านผม ตกประมาณ 22 กิโล กลับถึงบ้าน ไม่รู้สึก อะไรที่ก้นกบอีกแล้ว เพิ่งรู้ว่าเกงปั่นมันสบายอย่างนี้นี่เองเค้าถึงปั่นกันได้นาน ผมเองยังมือใหม่ก็ปั่นได้ไม่ไวมาก av ดูจากไมล์ก็แค่ 15-16เเค่นั้นเอง แล้วชีวิตก็ดำเนิน ต่อไป
ผ่านไปอีกประมาณ 1 อาทิตย์
ทีนี้ก็แวะไปหาพี่ชายอีก หลังจากเริ่มสนุก กับ การปั่นแล้ว พี่ชายผมได้ทำการเปลี่ยนล้อเสือหมอบ จาก ล้อ bontrager ติดรถ TREK 1.7 ไปเป็นล้อ เรดไลท์
เลยทำให้ ท่านพี่มีล้อ เดิมเหลือ พี่ก็เลย บอกว่าเอางี้แล้วกัน ล้อคู่นี้ ยกให้ เอาไหม ไอผมเองก็ไม่มีหมอบกะเค้าที แต่แค่ที่ฟังจาก พวกพี่พี่ พูดกันยามที่ไปปั่น พูดถึง ค่าความเร็วต่างๆ ทำให้อยากลองมีหมอบซักคัน เพื่อจะได้เข้ากลุ่มเข้าก๊วนกะเค้าบ้าง ปั่นคนเดียวบางทีมันก็เซ็ง ๆ
สรุป
ตอนนี้ผมมีล้อแล้ว 1 คุ่ พร้อมยาง 1เส้น เป็นยางงัด ปะมาแล้ว มีร่องรอยของการผจญภัยนิดนึง
ส่วนอีกเส้น เป้นล้อเปล่าๆ ไม่มียาง เนื่องจากท่านพี่ไปโดนท่านเศษขวดเบียร์แผลเหวอะหวะน่าดูชมเชียวละ
ขั้นตอนต่อไป ผมจะต้องทำงานเก็บเงินอีกนิดนึงก่อน เพื่อ ไว้หาซื้อชิ้นส่วนชิ้นต่อต่อไปมาประกอบ ให้เป็นคันให้จงได้
ทำไงได้ หลงรักการปั่นเข้าแล้วเต็มเปา จะเลิกก็เลิกยากแล้ว ตอนนี้ ผมตัดสินใจแล้ว ผมต้องประกอบเสือหมอบของตัวเองให้ได้
เช้านี้ ผมจะถ่ายรูปล้อ มาอัพเดทให้ชมกัน เป็นขวัญตาก่อน ว่าอย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีล้อแล้ว อย่างน้อยผมก็ได้เริ่มต้นแล้ว
ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมจะต้อง มีหมอบเป้นของตัวเองให้ได้ ดั่ง ตรรก พื้นฐานที่ว่า เมื่อมี1 ก็ต้องมี 2
ขอบคุณครับ
ป.ล.กระทู้นี้ได้แรงบันดาลใจจากกระทู้ของคุณพี่ wahoo 08 ว่าขนาดของพี่เค้าเริ่มจากล้อคู่เดียว เค้ายังมีขับได้ ผมเองก็ต้องมีให้ได้บ้างเหมือนกัน
ขอขอบคุณ ท่านพี่ชายที่ใจดีให้ผมยืม bergamont มาทดลองปั่นจนผมติดมันเสียแล้ว ถ้ามาอ่านเจอ และ ท่านพี่ wahoo 08 ที่เป้นแรงบันดาลใจให้ผม
มีกำลังใจที่จะประกอบเสือถนน เป็นของตัวเอง ขอบคุณอีกครั้งครับ แล้วผม จะมาอัพเดทเรื่อยๆ นะครับ
แต่ผมก็ไม่ได้อ้วนอืดอาด เพราะปกติ ผมก็ออกกำลังโดยการ เดินขึ้นเขาอยู่แล้วทุกวัน ระยะทางไปกลับตก 4 กิโลเมตร แต่เขามันชัน เลยเหนื่อยหน่อย
แล้วมาวันหนึ่ง ผมแวะไปหาลูกพี่ลูกน้องกัน เป้นพี่ชาย พี่ชายก็ได้แนะนำว่า เอ้า ปั่นจักรยานสิ กลุ่มพี่ปั่นกันอยู่ ปั่นเสือหมอบเนี่ย สนุกนะ ไปโน่นมานี่ พี่แกก็เล่าไปเรื่อยละ ครับ แต่ด้วย ราคาค่างวด ที่ผมมองแล้ว สูงไปสำหรับผม ผมจึง นิ่งเฉยมองข้ามไป เพราะผมไม่สามารถจะจ่ายได้โดยไม่คิดอะไร กับรถราคา 4-5 หมื่นบาท ในขณะที่ มอไซค์ที่ผมขับอยู่นั้น มีค่าตัวเพียงแค่ 4500 บาทเท่านั้น ย้ำว่า สี่พันห้า เท่านั้น แล้วผมก็ทิ้งช่วงเงียบไป
แล้วเวลา ก็ ล่วงเลยไป 2 อาทิตย์
คราวนี้ ผมได้แวะไปทักทายกับพี่ชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ทราบได้ว่าไปคุยอิท่าไหน พี่ชายบอก เอางี้แล้วกัน เอาเสือภูเขาพี่ไปลองปั่นซ้อมรอบขาก่อนเล่นเล่นละกันพี่ให้ยืม แกต้องขี่ได้สิ เพราะแกมีกำลังขาในการเดินขึ้นลงเขาอยู่บ้างแล้ว ลองดูสิ ทำให้ นี่เป้นจุดเริ่มต้น ของการปั่นจักรยาน จักรยานคันนี้ ยี่ห้อ bergamont กรุปเซ็ต XT เพียงครั้งแรก ที่ผมได้จับมาปั่นเท่านั้น รู้สึกได้ว่า นี่สินะ ความรู้สึกของการปั่นจักรยาน มันสนุกอย่างบอกไม่ถูก หรืออาจจะเพราะ
รถพี่ชายทำมาดีแล้วก็ไม่ทราบได้ แต่รู้สึกได้ว่า ปั่นสนุกมากมาย หลังจากวันแรกผ่านไป ด้วยแรงเห่อจักรยาน ทำให้ผมปั่นเป็นบ้าเป้นหลัง ตกวันละ 30-40 กิโล ต่อวัน แต่เพียงแค่สองวันเท่านั้น มันทำให้ผม ต้องหยุดปั่นในทันที เนื่องมาจาก ความที่ตัวหนักบวกด้วยไม่เคยขับจักรยานแนวนี้ เคยแต่ขับรถโลตัสคันละพันสอง อานโตโต ก้นกบ ปวดเลยครับ ปั่นไม่รอดแล้ว
แล้วก็ทิ้งเวลาไปอีก 2-3วัน
ก็เลยไปบ่นบ่นให้พี่ชายฟัง เวลาผ่านไปอีกสองสามวัน พี่ชายได้โทรมาบอก ว่า มีพี่อีกคนนึง หุ่นพอพอกะเรา เค้าจะให้กางเกงปั่นมาตัวนึง ผมก็ดีใจสิครับ รีบไปเอาเลยทีเดียว หลังจากได้มาก็เอามาจ้องมอง ก่อนว่า มันต่างตรงไหนจาก กางเกงที่เคยเห้นเค้าใส่แอโรบิคกัน สรุปว่า ไม่พบอะไรเลยนอกจาก ที่รองตูดมีฟองน้ำและผ้าคอตตอนรองไว้ ก็เลยลองใส่ ถึงกับตาโต โอ้วววว มันสบายอย่างนี้นี่เอง บาง เบา สบายมากมาก เคยเห็นแต่คนอื่นใส่กัน เราก็นึกว่ามันจะหนา แน่น รัดรัด ที่ไหนได้ ใส่สบายมากมาก แถมมีที่รองตูดนิ่มๆ คราวนี้เวลาที่ผ่านมา หลายวัน ทำให้ก้นกบได้พักผ่อน บวกกับได้กางเกงมาแล้ว เลยลองอีกครั้ง เพียงแค่ขึ้นคร่อมอานเท่านั้น โอ้ว(อีกแล้ว) นี่หรือความรู้สึกคนใส่กางเกงปั่น มันสบายมากมาก ผิกจากวันแรกลิบลับ ก็เลยเอาซะหน่อย วันนี้ก็เลยลองปั่นจากบ้านไป อควาเรี่ยม แหลมพันวา ภูเก็ตเลย ระยะทางไปกลับ จากบ้านผม ตกประมาณ 22 กิโล กลับถึงบ้าน ไม่รู้สึก อะไรที่ก้นกบอีกแล้ว เพิ่งรู้ว่าเกงปั่นมันสบายอย่างนี้นี่เองเค้าถึงปั่นกันได้นาน ผมเองยังมือใหม่ก็ปั่นได้ไม่ไวมาก av ดูจากไมล์ก็แค่ 15-16เเค่นั้นเอง แล้วชีวิตก็ดำเนิน ต่อไป
ผ่านไปอีกประมาณ 1 อาทิตย์
ทีนี้ก็แวะไปหาพี่ชายอีก หลังจากเริ่มสนุก กับ การปั่นแล้ว พี่ชายผมได้ทำการเปลี่ยนล้อเสือหมอบ จาก ล้อ bontrager ติดรถ TREK 1.7 ไปเป็นล้อ เรดไลท์
เลยทำให้ ท่านพี่มีล้อ เดิมเหลือ พี่ก็เลย บอกว่าเอางี้แล้วกัน ล้อคู่นี้ ยกให้ เอาไหม ไอผมเองก็ไม่มีหมอบกะเค้าที แต่แค่ที่ฟังจาก พวกพี่พี่ พูดกันยามที่ไปปั่น พูดถึง ค่าความเร็วต่างๆ ทำให้อยากลองมีหมอบซักคัน เพื่อจะได้เข้ากลุ่มเข้าก๊วนกะเค้าบ้าง ปั่นคนเดียวบางทีมันก็เซ็ง ๆ
สรุป
ตอนนี้ผมมีล้อแล้ว 1 คุ่ พร้อมยาง 1เส้น เป็นยางงัด ปะมาแล้ว มีร่องรอยของการผจญภัยนิดนึง
ส่วนอีกเส้น เป้นล้อเปล่าๆ ไม่มียาง เนื่องจากท่านพี่ไปโดนท่านเศษขวดเบียร์แผลเหวอะหวะน่าดูชมเชียวละ
ขั้นตอนต่อไป ผมจะต้องทำงานเก็บเงินอีกนิดนึงก่อน เพื่อ ไว้หาซื้อชิ้นส่วนชิ้นต่อต่อไปมาประกอบ ให้เป็นคันให้จงได้
ทำไงได้ หลงรักการปั่นเข้าแล้วเต็มเปา จะเลิกก็เลิกยากแล้ว ตอนนี้ ผมตัดสินใจแล้ว ผมต้องประกอบเสือหมอบของตัวเองให้ได้
เช้านี้ ผมจะถ่ายรูปล้อ มาอัพเดทให้ชมกัน เป็นขวัญตาก่อน ว่าอย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีล้อแล้ว อย่างน้อยผมก็ได้เริ่มต้นแล้ว
ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมจะต้อง มีหมอบเป้นของตัวเองให้ได้ ดั่ง ตรรก พื้นฐานที่ว่า เมื่อมี1 ก็ต้องมี 2
ขอบคุณครับ
ป.ล.กระทู้นี้ได้แรงบันดาลใจจากกระทู้ของคุณพี่ wahoo 08 ว่าขนาดของพี่เค้าเริ่มจากล้อคู่เดียว เค้ายังมีขับได้ ผมเองก็ต้องมีให้ได้บ้างเหมือนกัน
ขอขอบคุณ ท่านพี่ชายที่ใจดีให้ผมยืม bergamont มาทดลองปั่นจนผมติดมันเสียแล้ว ถ้ามาอ่านเจอ และ ท่านพี่ wahoo 08 ที่เป้นแรงบันดาลใจให้ผม
มีกำลังใจที่จะประกอบเสือถนน เป็นของตัวเอง ขอบคุณอีกครั้งครับ แล้วผม จะมาอัพเดทเรื่อยๆ นะครับ





