ผลการทดสอบ Cronus Soldier 1.0
โพสต์: 22 มิ.ย. 2015, 10:45
หลังจากช่วงก่อนปีใหม่ ผมได้หาข้อมูลจักรยานเสือภูเขาพับ 26 นิ้ว 7 เกียร์ ยางหน้ากว้าง 1.95 เพื่อนำมาใช้ในการเดินทางไปกับบริการขนส่งสาธารณะมาสองเดือน สุดท้ายก็มาลงตัวที่ Crocus รุ่น Soldier 1.0 ซึ่งผมต้องการสีเข้มๆ แต่ทางร้านที่เข้าไปสั่งไว้ มีแต่สีเหลือง หางสีดำ ผมจึงต้องซื้อไว้ก่อน เพื่อเปลี่ยนสีเองในวันหลัง เพราะชอบรุ่นนี้ตรงที่พับแล้ว รูปร่างจะคล้ายยี่ห้อต้นแบบมาก แต่ราคาไม่เกินเก้าพัน
หลังจากไปรับจักรยานในวันอาทิตย์ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ผมก็ได้ปั่นบนทางเท้าย้อนจากหน้าโรงพยาบาลบางปะกอกเพื่อมุ่งหน้ากลับทางพระประแดง ซึ่งทางเท้าช่วงตั้งแต่ถนนพระรามสองไปถึงถนนประชาอุทิศ จะไม่มีทางลาดสำหรับรถเข็นผู้พิการ ผมจึงต้องโดดลงทางเท้าสูงกว่า 1 ฟุต ในบางช่วง ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นบททดสอบความแข็งแรงของเฟรมอะลูมิเนียม 6061 ว่า แข็งแรงพอกับผู้ใช้ที่มีน้ำหนักเกิน 90 กิโลกรัม จริงๆ
เมื่อถึงใต้สะพานพระราม 9 ซึ่งถนนตรงนี้พื้นยางแอสฟัลต์จะขรุขระเป็นระยะทาง 10 เมตร ผมจึงลุยเข้าไปเลย ซึ่งทุกครั้งต้องหลบ เพราะต้องการทดสอบโช็คหน้า ซึ่งก็จะนุ่มมากไปหน่อย ตามความรู้สึกของคนไม่ชอบใช้จักรยานที่มีระบบกันสะเทือน ไว้จะเปลี่ยนเป็นตะเกียบโครโมลี่ดีกว่า
ด้วยจานหน้าสามชั้น ซี่ฟันใหญ่สุดไม่ถึง 50 ฟัน ซึ่งปรกติ จักรยานทั้งห้าคันที่ใช้อยู่ ต้องเปลี่ยนจานเป็น 52-53 ฟัน เฟืองหลัง 9 ชั้น ทุกคัน ทำให้เร่งความเร็วได้ดี แต่เสือภูเขาคันนี้ใช้เฟืองหลัง 7 ชั้น จานเล็ก ยางหน้าใหญ่ ทำให้เมื่อปั่นถึงที่พักที่ห่างจากบางปะกอก 10 กิโลเมตร ผมถึงกับหอบกิน เพราะปั่นเร่งเต็มที่บวกกับอากาศร้อนอีก
หลังจากนั้น จักรยานคันนี้ก็ถูกจอดจนฝุ่นจับมาตลอดเกือบสี่เดือน เพื่อรอการอัพเกรดชุดขับเคลื่อน
เมื่อวาน ผมมีภารกิจไปส่งมอบยางนอกติดรถคันนี้ ให้กับอาสาจักรยานที่คาเฟ่ เวโลโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงนำตะแกรงเหล็กรถแม่บ้านมาติด ให้ภรรยานั่งไปด้วย แล้วปั่นไปด้วยความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งยางติดรถคันนี้ ผมได้นับจำนวนครั้งในการเติมลมด้วยสูบลมสั้นยาวหนึ่งฟุต ได้ 100 ครั้งพ หากจะเติมให้พอดี แต่ถ้าอยากให้ปั่นเร็ว ไม่นุ่มมากก็ 120 ครั้ง
หลังจากปั่นไปล๊อคไว้ในธรรมศาสตร์ข้างร้านคาเฟ่ ผมก็ได้เดินมาขึ้นรถประจำทางไปโรงพยาบาลที่ถนนสุขุมวิท เพื่อเยี่ยมนักปั่นที่พักการปั่นเพื่อคลอดลูก เมื่อเดินเข้าซอยสุขุมวิท 49 เข้าไป 1 กิโลเมตร จึงเห็นว่า คิดถูกแล้วที่ไม่นำจักรยานขึ้นรถประจำทางมา เพราะถนนแคบและแย่ในบางช่วง เนื่องจากมีการก่อสร้าง โรงพยาบาลก็ไม่มีที่จอดที่ปลอดภัย
หลังจากกลับมาถึงคาเฟ่ ผมก็ได้ถอดเปลี่ยนยางนอกเป็นยางพับหน้า 1.25 ทำให้ได้รู้ว่า มีแต่ยางพับหน้า 1.75 ขึ้นไป ที่สามารถใช้มือเปล่าในการถอดและใส่ได้ หน้าเล็กกว่านั้น ยังต้องใช้ที่งัดอยู่ดีล่ะครับ
เมื่อส่งฝากยางนอกไว้กับคาเฟ่ไว้ให้กับอาสาจักรยานแล้ว ก็ปั่นข้ามสนามหลวงไปตรอกสาเกหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ เพื่อซื้อเสื้อผ้ามือสอง เมื่อจอด ผมจึงสังเกตเห็นว่า ยางวีเบรคแข็งเกินไป เพราะเป็นยี่ห้อไม่ดี และเกียร์เข้าได้แค่หกเกียร์
จึงปั่นไปร้านชาญเจริญยนต์ เพื่อเปลี่ยนยางเบรคและตั้งเกียร์ใหม่
แล้วจึงปั่นกลับที่พัก
ไว้จะมารายงานผลการทดสอบยางนอก IRC รุ่น Smoothie นะครับ
หลังจากไปรับจักรยานในวันอาทิตย์ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ผมก็ได้ปั่นบนทางเท้าย้อนจากหน้าโรงพยาบาลบางปะกอกเพื่อมุ่งหน้ากลับทางพระประแดง ซึ่งทางเท้าช่วงตั้งแต่ถนนพระรามสองไปถึงถนนประชาอุทิศ จะไม่มีทางลาดสำหรับรถเข็นผู้พิการ ผมจึงต้องโดดลงทางเท้าสูงกว่า 1 ฟุต ในบางช่วง ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นบททดสอบความแข็งแรงของเฟรมอะลูมิเนียม 6061 ว่า แข็งแรงพอกับผู้ใช้ที่มีน้ำหนักเกิน 90 กิโลกรัม จริงๆ
เมื่อถึงใต้สะพานพระราม 9 ซึ่งถนนตรงนี้พื้นยางแอสฟัลต์จะขรุขระเป็นระยะทาง 10 เมตร ผมจึงลุยเข้าไปเลย ซึ่งทุกครั้งต้องหลบ เพราะต้องการทดสอบโช็คหน้า ซึ่งก็จะนุ่มมากไปหน่อย ตามความรู้สึกของคนไม่ชอบใช้จักรยานที่มีระบบกันสะเทือน ไว้จะเปลี่ยนเป็นตะเกียบโครโมลี่ดีกว่า
ด้วยจานหน้าสามชั้น ซี่ฟันใหญ่สุดไม่ถึง 50 ฟัน ซึ่งปรกติ จักรยานทั้งห้าคันที่ใช้อยู่ ต้องเปลี่ยนจานเป็น 52-53 ฟัน เฟืองหลัง 9 ชั้น ทุกคัน ทำให้เร่งความเร็วได้ดี แต่เสือภูเขาคันนี้ใช้เฟืองหลัง 7 ชั้น จานเล็ก ยางหน้าใหญ่ ทำให้เมื่อปั่นถึงที่พักที่ห่างจากบางปะกอก 10 กิโลเมตร ผมถึงกับหอบกิน เพราะปั่นเร่งเต็มที่บวกกับอากาศร้อนอีก
หลังจากนั้น จักรยานคันนี้ก็ถูกจอดจนฝุ่นจับมาตลอดเกือบสี่เดือน เพื่อรอการอัพเกรดชุดขับเคลื่อน
เมื่อวาน ผมมีภารกิจไปส่งมอบยางนอกติดรถคันนี้ ให้กับอาสาจักรยานที่คาเฟ่ เวโลโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงนำตะแกรงเหล็กรถแม่บ้านมาติด ให้ภรรยานั่งไปด้วย แล้วปั่นไปด้วยความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งยางติดรถคันนี้ ผมได้นับจำนวนครั้งในการเติมลมด้วยสูบลมสั้นยาวหนึ่งฟุต ได้ 100 ครั้งพ หากจะเติมให้พอดี แต่ถ้าอยากให้ปั่นเร็ว ไม่นุ่มมากก็ 120 ครั้ง
หลังจากปั่นไปล๊อคไว้ในธรรมศาสตร์ข้างร้านคาเฟ่ ผมก็ได้เดินมาขึ้นรถประจำทางไปโรงพยาบาลที่ถนนสุขุมวิท เพื่อเยี่ยมนักปั่นที่พักการปั่นเพื่อคลอดลูก เมื่อเดินเข้าซอยสุขุมวิท 49 เข้าไป 1 กิโลเมตร จึงเห็นว่า คิดถูกแล้วที่ไม่นำจักรยานขึ้นรถประจำทางมา เพราะถนนแคบและแย่ในบางช่วง เนื่องจากมีการก่อสร้าง โรงพยาบาลก็ไม่มีที่จอดที่ปลอดภัย
หลังจากกลับมาถึงคาเฟ่ ผมก็ได้ถอดเปลี่ยนยางนอกเป็นยางพับหน้า 1.25 ทำให้ได้รู้ว่า มีแต่ยางพับหน้า 1.75 ขึ้นไป ที่สามารถใช้มือเปล่าในการถอดและใส่ได้ หน้าเล็กกว่านั้น ยังต้องใช้ที่งัดอยู่ดีล่ะครับ
เมื่อส่งฝากยางนอกไว้กับคาเฟ่ไว้ให้กับอาสาจักรยานแล้ว ก็ปั่นข้ามสนามหลวงไปตรอกสาเกหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ เพื่อซื้อเสื้อผ้ามือสอง เมื่อจอด ผมจึงสังเกตเห็นว่า ยางวีเบรคแข็งเกินไป เพราะเป็นยี่ห้อไม่ดี และเกียร์เข้าได้แค่หกเกียร์
จึงปั่นไปร้านชาญเจริญยนต์ เพื่อเปลี่ยนยางเบรคและตั้งเกียร์ใหม่
แล้วจึงปั่นกลับที่พัก
ไว้จะมารายงานผลการทดสอบยางนอก IRC รุ่น Smoothie นะครับ