กระเตงลูก แตะขอบฟ้า ออกไปปั่นเล่นๆ (เชียงใหม่)
โพสต์: 21 มิ.ย. 2015, 06:12
หลังจากที่ได้เขียนกระทู้แรกแล้ว (กระเตงลูก ขึ้นเขาใหญ่ ไปเกาตูด) รู้สึกว่าอยากจะเก็บและฝากเรื่องราวไว้ให้ลูกได้อ่านตอนโต
ทริปนี้เป็นทริปแรก (29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2557) เป็นทริป 4 วัน 3 คืน ที่ต้องเดินทางกับลูกสองคน และจักรยาน (ภรรยาเดินทางไปสัมมนากับบริษัท พวกเราไม่อยากอยู่ไกลกัน ทุกอย่างสปอนเซอร์โดยเขาจัดการให้ทั้งหมด) ความกังวลก่อนการเดินทาง มีหลายสิ่งแต่ก็ผ่าน แบบเหนือความคาดหมาย
สิ่งแรก คือการซื้อตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้บัตรเครดิต ผู้ซื้อกับผู้เดินทางคนละคน (ไม่มีปัญหาใดๆ เกิด ขออย่าเป็นมนุษย์ลุง)
สิ่งที่สอง จะเช็คอินยังไงไม่ให้วุ่นวาย เพราะต้องกระเตงลูก (ขาไปได้น้องต่อมาส่ง และช่วยจับลิงให้ ขากลับ ลิงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะอยากนั่งเครื่องบินอีก)
สิ่งที่สาม การนอน แม้จะเคยนอนด้วยกันสองคนเป็นเวลานาน 22 วันในช่วงอายุ 6 เดือนครึ่ง ตอนภรรยาไปอบรมที่สวิส ก็ตาม แต่ด้วยวัยเริ่มจะรู้เรื่องก็มีความกังวลเล็กน้อย (แต่กลับไม่มีปัญหาใดๆ เกิด เข้าใจทุกอย่าง ไม่มีนมแมให้่กิน กินนมกล่องได้ ไม่กวนตอนดึก)
สิ่งที่สี่ การเดินทางด้วยจักรยานไกลๆ ด้วยสัมภาระ (ลงจากเครื่องวันแรก แค่จากสนามบินก็ต้องปั่นไปแถววัดพระสิงห์ และปั่นวนเที่ยวในเมือง 21 กิโล วันที่สองจากวัดพระสิงห์ ไปดอยหล่อ 40 กิโล วันที่สาม จากแม่โจ้ ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าแล้วกลับมาวัดพระสิงห์ 47 กิโล วันที่สี่ ปั่นมาขึ้นเครื่อง และปั่นกลับบ้าน ระยะทาง 14 กิโล (กลับไม่ถึงบ้านฝนตก) รวมสี่วัน ระยะทาง 122 กิโล แม้ว่าจะหนักเกินไปสำหรับเขา ก็ไม่เคยตั้งเป้าเรื่องระยะทางและเวลา แวะและหยุดเล่นกันได้ตลอดทาง สามารถยกเลิกได้ตลอ
สิ่งหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอในครั้งนี้ คือความเป็นห่วงจากเขาตอนเราปั่น ป้อนขนมให้เรากิน ขณะซื้อน้ำขวดเด็ก ก็จะบอกให้เอาขวดใหญ่ของป่ะป๋า พร้อมที่จะให้เราแวะดื่มน้ำ จิบกาแฟ โดยเป็นผู้คอยสอดสายตามองหาร้านกาแฟให้)เริ่มการเดินทางวันแรก ให้น้องต่อมาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ พอจะหายกังวลหน่อยเพราะน้องเดินมาส่งด้วยและจับลิงจนเราเสร็จเช็คอินและโหลดสัมภาระ
ทริปนี้เป็นทริปแรก (29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2557) เป็นทริป 4 วัน 3 คืน ที่ต้องเดินทางกับลูกสองคน และจักรยาน (ภรรยาเดินทางไปสัมมนากับบริษัท พวกเราไม่อยากอยู่ไกลกัน ทุกอย่างสปอนเซอร์โดยเขาจัดการให้ทั้งหมด) ความกังวลก่อนการเดินทาง มีหลายสิ่งแต่ก็ผ่าน แบบเหนือความคาดหมาย
สิ่งแรก คือการซื้อตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้บัตรเครดิต ผู้ซื้อกับผู้เดินทางคนละคน (ไม่มีปัญหาใดๆ เกิด ขออย่าเป็นมนุษย์ลุง)
สิ่งที่สอง จะเช็คอินยังไงไม่ให้วุ่นวาย เพราะต้องกระเตงลูก (ขาไปได้น้องต่อมาส่ง และช่วยจับลิงให้ ขากลับ ลิงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะอยากนั่งเครื่องบินอีก)
สิ่งที่สาม การนอน แม้จะเคยนอนด้วยกันสองคนเป็นเวลานาน 22 วันในช่วงอายุ 6 เดือนครึ่ง ตอนภรรยาไปอบรมที่สวิส ก็ตาม แต่ด้วยวัยเริ่มจะรู้เรื่องก็มีความกังวลเล็กน้อย (แต่กลับไม่มีปัญหาใดๆ เกิด เข้าใจทุกอย่าง ไม่มีนมแมให้่กิน กินนมกล่องได้ ไม่กวนตอนดึก)
สิ่งที่สี่ การเดินทางด้วยจักรยานไกลๆ ด้วยสัมภาระ (ลงจากเครื่องวันแรก แค่จากสนามบินก็ต้องปั่นไปแถววัดพระสิงห์ และปั่นวนเที่ยวในเมือง 21 กิโล วันที่สองจากวัดพระสิงห์ ไปดอยหล่อ 40 กิโล วันที่สาม จากแม่โจ้ ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าแล้วกลับมาวัดพระสิงห์ 47 กิโล วันที่สี่ ปั่นมาขึ้นเครื่อง และปั่นกลับบ้าน ระยะทาง 14 กิโล (กลับไม่ถึงบ้านฝนตก) รวมสี่วัน ระยะทาง 122 กิโล แม้ว่าจะหนักเกินไปสำหรับเขา ก็ไม่เคยตั้งเป้าเรื่องระยะทางและเวลา แวะและหยุดเล่นกันได้ตลอดทาง สามารถยกเลิกได้ตลอ
สิ่งหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอในครั้งนี้ คือความเป็นห่วงจากเขาตอนเราปั่น ป้อนขนมให้เรากิน ขณะซื้อน้ำขวดเด็ก ก็จะบอกให้เอาขวดใหญ่ของป่ะป๋า พร้อมที่จะให้เราแวะดื่มน้ำ จิบกาแฟ โดยเป็นผู้คอยสอดสายตามองหาร้านกาแฟให้)เริ่มการเดินทางวันแรก ให้น้องต่อมาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ พอจะหายกังวลหน่อยเพราะน้องเดินมาส่งด้วยและจับลิงจนเราเสร็จเช็คอินและโหลดสัมภาระ