ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
เรียนท่านสมาชิกผู้ใช้จักรยานที่รักทั้งหลาย
ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
เมื่อประเทศไทยเริ่มมีรถยนต์เข้ามาใช้ในประเทศนั้น ประเทศไทยเลือกขับรถชิดด้านซ้าย ทั้งทั้งที่ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน แต่คงจะเลือกเพราะว่าติดต่อค้าขายกับอังกฤษกันมานานก่อนอเมริกาที่เขาเลือกขับรถยนต์ชิดขอบถนนด้านขวา ในโลกนี้ก็แบ่งเป็นสองแบบนี้ในระบบของทางรถยนต์ ซึ่งหากจะดูลึกลงไปก็จะเห็นได้ว่า ขับซ้ายมี 30 ส่วนในร้อยส่วน ส่วนที่เหลือเป็นขับขวา ถ้าเอาตัวเลขอย่างนี้มาวัดก็จะพูดได้ว่า การขับขวานั้นเป็นสากลมากกว่า เพราะมากว่าครึ่งโลกรถยนต์
ประเทศที่เคยมีปัญหาเรื่องของทางรถยนต์ว่าจะขับซ้ายหรือขับขวาดีก็มีหลายประเทศ ขอยกตัวอย่างประเทศแคนาดา ที่มีหลายรัฐขับไม่เหมือนกัน มีบางรัฐกฎหมายบังคับให้ขับซ้ายแบบอังกฤษ บางรัฐขับขวาแบบอเมริกัน สุดท้ายกว่าจะมาระบบเดียวกันได้ทั้งประเทศใช้เวลานานเป็นหลายสิบปี คนที่เข้ามาแก้ไขออกกฎหมายใหม่บังคับใช้แบบเดียวกันทั้งประเทศผมลืมชื่อไปนานแล้วครับ ขออภัย
เขาใหญ่ จังหวัดตาก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดพิจิตร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตรัง จังหวัดนครปฐม จังหวัดชลบุรี จังหวัดอุดรธานี กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดอื่นอื่นอีกหลายจังหวัดต่างมีทางจักรยานกันอยู่บ้างแล้วไม่มากก็น้อย แต่เป็นแบบไทยไทย ยังไม่เป็นระบบมาตรฐานสากลเหมือนกันทั่วประเทศ เพราะว่าใครอยู่ใกล้เขาใหญ่ปั่นจักรยานได้เลยทุกวัน เพราะว่าชินทางรู้ว่าตรงไหนชันมากน้อย โค้งสั้นยาว แคบกว้าง ขึ้นความเร็วประมาณเท่าไหร่ ลงยาวลงสั้น ชันมากน้อยความเร็วของรถจักรยานแต่ละชนิดรู้ว่าลงด้วยวิธีไหน ความเร็วสูงสุดสักเท่าใด อย่างนี้เป็นต้น....แต่รู้ทราบกันเฉพาะส่วน ส่วนใครที่อยู่ห่างออกไป ไม่เคยมา ทำอย่างไร...
เช่นเดียวกันคนที่เมืองบางกอก ปั่นกันได้ทั้งวันทุกที่ ทั้งทั้งที่ไม่มีทางจักรยาน ก็แนวเดียวกันคือใช้ความเคยชิน เป็นตัวนำทาง...คนที่มาจากเมืองอื่นบ้านอื่น เข้ามาใช้บริการแบบนี้บ้างถึงกับบ่นกันมากว่าไม่สะดวกไม่ปลอดภัย....
ดังนั้นเองผมจึงจุดประกายให้ท่านนักจักรยานทั้งหลาย มารณรงค์ปั่นจักรยานขึ้นเขาใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกียวข้องสร้างทางจักรยานตามาตรฐานสากลขึ้นมาครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ แต่ครั้งแรกนี้มุ่งเน้นที่เขาใหญ่ขี้นมาเสียก่อน เพราะว่าต้องการให้นักท่องเที่ยวที่ใช้ไทยเป็นฐานท่องเที่ยวเชิงเพื่ออนุรักษ์ เชิงรักษาสุขภาพ หรือเพื่อเดินทางไปต่อยังประเทศอื่นอื่นด้วยจักรยาน หรือแม้แต่เราคนไทยด้วยกันที่ต้องการจะมาปั่นจักรยานขึ้นเขาใหญ่ เมื่อมีระบบรองรับที่เป็นมาตรฐานเดียวกันแล้วจะได้ง่ายในการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าเรื่องของทาง เรื่องของป้ายบอกสัญญาณ เรื่องของป้ายบอกจำกัดความเร็ว เรื่องการการซ้อนคัน การบอกช่วงระยะห่างมากน้อย เรื่องของกำหนดจุดพักในระหว่างเดินทาง น้ำดื่ม อาหาร ยามแดดร้อนหรือว่าฝนตก โคมไฟส่องแสงส่วางในยามค่ำคืน เหล่านี้เป็นต้น....
ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราต้องมีทางจักรยานตามมาตรฐานสากล เพราะในเมื่อทางรถยนต์เรายังต้องทำตามแบบสากลนิยม ทางจักรยานก็เป็นการที่ต้องทำแบบเดียวกันนั่นเอง ไม่ใช่เอาแผ่นกระเบื้อง ตัวหนอน หลุมบ่อ ฝาท่อแบบปราบเซียน หรือนึกอยากจะทำก็ทำตามใจแบบจังหวัดนี้ก็ทำอย่าง จังหวัดโน้นก็ทำอย่าง ...
สุดท้ายมันก็ไม่เป็นที่นิยม ขอเรามาระดมความคิดส่งไปยังท่านผู้บริหารประเทศว่า....ถึงเวลาต้องพัฒนาคนพัฒนาทางจักรยานกันได้แล้ว...
ขอบคุณครับ
น้าเป็ด ncc
ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
เมื่อประเทศไทยเริ่มมีรถยนต์เข้ามาใช้ในประเทศนั้น ประเทศไทยเลือกขับรถชิดด้านซ้าย ทั้งทั้งที่ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน แต่คงจะเลือกเพราะว่าติดต่อค้าขายกับอังกฤษกันมานานก่อนอเมริกาที่เขาเลือกขับรถยนต์ชิดขอบถนนด้านขวา ในโลกนี้ก็แบ่งเป็นสองแบบนี้ในระบบของทางรถยนต์ ซึ่งหากจะดูลึกลงไปก็จะเห็นได้ว่า ขับซ้ายมี 30 ส่วนในร้อยส่วน ส่วนที่เหลือเป็นขับขวา ถ้าเอาตัวเลขอย่างนี้มาวัดก็จะพูดได้ว่า การขับขวานั้นเป็นสากลมากกว่า เพราะมากว่าครึ่งโลกรถยนต์
ประเทศที่เคยมีปัญหาเรื่องของทางรถยนต์ว่าจะขับซ้ายหรือขับขวาดีก็มีหลายประเทศ ขอยกตัวอย่างประเทศแคนาดา ที่มีหลายรัฐขับไม่เหมือนกัน มีบางรัฐกฎหมายบังคับให้ขับซ้ายแบบอังกฤษ บางรัฐขับขวาแบบอเมริกัน สุดท้ายกว่าจะมาระบบเดียวกันได้ทั้งประเทศใช้เวลานานเป็นหลายสิบปี คนที่เข้ามาแก้ไขออกกฎหมายใหม่บังคับใช้แบบเดียวกันทั้งประเทศผมลืมชื่อไปนานแล้วครับ ขออภัย
เขาใหญ่ จังหวัดตาก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดพิจิตร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตรัง จังหวัดนครปฐม จังหวัดชลบุรี จังหวัดอุดรธานี กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดอื่นอื่นอีกหลายจังหวัดต่างมีทางจักรยานกันอยู่บ้างแล้วไม่มากก็น้อย แต่เป็นแบบไทยไทย ยังไม่เป็นระบบมาตรฐานสากลเหมือนกันทั่วประเทศ เพราะว่าใครอยู่ใกล้เขาใหญ่ปั่นจักรยานได้เลยทุกวัน เพราะว่าชินทางรู้ว่าตรงไหนชันมากน้อย โค้งสั้นยาว แคบกว้าง ขึ้นความเร็วประมาณเท่าไหร่ ลงยาวลงสั้น ชันมากน้อยความเร็วของรถจักรยานแต่ละชนิดรู้ว่าลงด้วยวิธีไหน ความเร็วสูงสุดสักเท่าใด อย่างนี้เป็นต้น....แต่รู้ทราบกันเฉพาะส่วน ส่วนใครที่อยู่ห่างออกไป ไม่เคยมา ทำอย่างไร...
เช่นเดียวกันคนที่เมืองบางกอก ปั่นกันได้ทั้งวันทุกที่ ทั้งทั้งที่ไม่มีทางจักรยาน ก็แนวเดียวกันคือใช้ความเคยชิน เป็นตัวนำทาง...คนที่มาจากเมืองอื่นบ้านอื่น เข้ามาใช้บริการแบบนี้บ้างถึงกับบ่นกันมากว่าไม่สะดวกไม่ปลอดภัย....
ดังนั้นเองผมจึงจุดประกายให้ท่านนักจักรยานทั้งหลาย มารณรงค์ปั่นจักรยานขึ้นเขาใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกียวข้องสร้างทางจักรยานตามาตรฐานสากลขึ้นมาครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ แต่ครั้งแรกนี้มุ่งเน้นที่เขาใหญ่ขี้นมาเสียก่อน เพราะว่าต้องการให้นักท่องเที่ยวที่ใช้ไทยเป็นฐานท่องเที่ยวเชิงเพื่ออนุรักษ์ เชิงรักษาสุขภาพ หรือเพื่อเดินทางไปต่อยังประเทศอื่นอื่นด้วยจักรยาน หรือแม้แต่เราคนไทยด้วยกันที่ต้องการจะมาปั่นจักรยานขึ้นเขาใหญ่ เมื่อมีระบบรองรับที่เป็นมาตรฐานเดียวกันแล้วจะได้ง่ายในการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าเรื่องของทาง เรื่องของป้ายบอกสัญญาณ เรื่องของป้ายบอกจำกัดความเร็ว เรื่องการการซ้อนคัน การบอกช่วงระยะห่างมากน้อย เรื่องของกำหนดจุดพักในระหว่างเดินทาง น้ำดื่ม อาหาร ยามแดดร้อนหรือว่าฝนตก โคมไฟส่องแสงส่วางในยามค่ำคืน เหล่านี้เป็นต้น....
ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราต้องมีทางจักรยานตามมาตรฐานสากล เพราะในเมื่อทางรถยนต์เรายังต้องทำตามแบบสากลนิยม ทางจักรยานก็เป็นการที่ต้องทำแบบเดียวกันนั่นเอง ไม่ใช่เอาแผ่นกระเบื้อง ตัวหนอน หลุมบ่อ ฝาท่อแบบปราบเซียน หรือนึกอยากจะทำก็ทำตามใจแบบจังหวัดนี้ก็ทำอย่าง จังหวัดโน้นก็ทำอย่าง ...
สุดท้ายมันก็ไม่เป็นที่นิยม ขอเรามาระดมความคิดส่งไปยังท่านผู้บริหารประเทศว่า....ถึงเวลาต้องพัฒนาคนพัฒนาทางจักรยานกันได้แล้ว...
ขอบคุณครับ
น้าเป็ด ncc
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
สละเวลาร่วมลงชื่อวันนี้ เพื่อให้ได้ทางจักรยานเป็นระบบสากลในวันหน้า...ลงชื่อ นามสกุล เบอร์โทรฯ สามอย่างเท่านั้นวันนี้ที่
www.thaicycling.com/register
ทั่วประเทศไทย ลงชื่อได้เลยครับ...ขอบพระคุณครับ
www.thaicycling.com/register
ทั่วประเทศไทย ลงชื่อได้เลยครับ...ขอบพระคุณครับ
-
BOYA
- ขาประจำ
- โพสต์: 733
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2008, 13:48
- Bike: Merida Matt 500 05/Scott 08 Scale 40/jamis dragon/ rocky mountian vertex 08
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ไปกันวันไหนเหรอครับ เพราะวันที่ 5 ผมว่าจะไปพิชิตเขาใหญ่ซะหน่อย จะปั่นพิชิตรึว่าจูงพิชิต ก็ว่ากันอีกที
แต่ผมไปปั่นคนเดียวนะ เพื่อนๆไปด้วยแต่ไม่มีใครปั่นด้วย เลยจะไปบ้าอยู่คนเดียว
แต่ผมไปปั่นคนเดียวนะ เพื่อนๆไปด้วยแต่ไม่มีใครปั่นด้วย เลยจะไปบ้าอยู่คนเดียว
- >>BANGNANบางมด<<
- ขาประจำ
- โพสต์: 10507
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 21:34
- Tel: 0805577643
- team: บางมด
- Bike: CANNONDALE
- ติดต่อ:
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
มาลงชื่อเรียบร้อบแล้วครับน้าเป็ด มีสิ่งที่ดีต้องช่วยกันทำหน่อย เพื่อโลกเราจะได้น่าอยู่มากขึ้น
รักธรรมชาติ..รักเพื่อนร่วมทาง...เติมใจให้กันแล้วปั่นให้ถึง
Facebook : https://www.facebook.com/BangmodBicycleClub/
Facebook : https://www.facebook.com/BangmodBicycleClub/
- decha
- ขาประจำ
- โพสต์: 1120
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 เม.ย. 2009, 16:34
- Tel: 081-3089959
- team: X-Country Weekender(XCW) & 99 City Bike Bankok & K5 & BANFHA
- Bike: CONNONDALE CAAD4 & MERIDA TFS300D & ANTALESS ROAD BIKE
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
เอาพวกเราชาวเสือจักรยานทุกท่าน
มาร่วมกันลงซื่อสนับสนุนอีกหนึ่งรายการ ที่ดีๆให้เป็นแบบ
อย่างที่ดีต่อโลกใบนี้ครับ
ว่องไวอย่าช้าครับท่าน
อย่างที่ดีต่อโลกใบนี้ครับ
หนักแน่นดังขุนเขา กว้างใหญ่ดังทะแล มีน้ำใจดุจดังสายฝน ช่วยเหลือสังคมดังสายน้ำ
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
น้าเป็ดครับ
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมลงชื่อรณรงค์เรื่องดังกล่าวกับน้าเป็ด
แต่ก็ขอ Comment หน่อยคงไม่ว่ากัน เพราะผมเองก็ยังมีข้อสงสัยอย่างหนึ่งว่า เมื่อเราส่งหนังสือให้ทางราชการไปแล้ว ถ้าเค้าถามพวกเรากลับมาว่า แล้วตกลงไอ้ทางจักรยานที่พวกเราต้องการนั้นเป็นอย่างไร พวกเราจะตอบเค้าว่าอย่างไร เพราะคำว่าทางจักรยานที่ได้มาตรฐานนั้น มันกว้างเหลือเกิน และถ้าผมเป็นหน่วยงานราชการ ผมก็คงรับหนังสือ แล้วบอกว่า แล้วจะรับไปพิจารณาต่อไป
การที่พวกเราจะทำให้คนอื่นรู้ว่าถ้าคุณไม่ทำสิ่งนั้น มันจะเป็นปัญหาจริงๆ พวกเราน่าจะช่วยกันคิดว่าจะขออย่างไรที่ทำให้พวกที่รับผิดชอบ ได้มองเห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเราต้องการอะไร ไม่เช่นนั้น การที่พวกเราไปรวมกันปั่น ร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องอะไรบางอย่างที่พวกเค้าไม่คุ้นเคยนั้น พวกเค้านอกจากจะมองไม่เห็นว่าจริงๆพวกเราต้องการอะไร ยังจะทำให้ผู้รับผิดชอบรวมถึงคนอื่นๆที่ไม่ได้ปั่นจักรยานมองเราแบบผิดๆได้
จึงอยากให้น้าเป็ดทำโครงการให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะประกอบไปด้วย
1. หลักการและเหตุผลของเรื่องดังกล่าว มันคืออะไร ทำไมมันต้องมี ไม่มีแล้วมีปัญหามั้ย มีแล้วจะได้ประโยชน์อะไร
2. สิ่งที่พวกเราเรียกร้อง จริงๆแล้วมันเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ มันเป็นไปได้อย่างไร และมันต้องออกมาเป็นลักษณะแบบไหน มีตัวอย่างให้ดูหรือไม่
3. ประโยชน์ หรือ ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดกับชุมชนโดยรอบ คิดว่ามีอะไรบ้าง
อยากให้ช่วยกันคิดก่อนให้รอบคอบในทุกด้านก่อน ถึงช่วยกันลงมือทำครับ มันจะทุกคนรู้สึกมั่นใจว่าทุกย่างก้าวที่พวกเราเดินไปนั้น มันมีหลักการที่มัน back up พวกเราอยู่ ก็จะเกิดความมั่นใจที่จะเดินตาม ผมว่ามีคนอยากจะเดินตามน้าเป็ดเยอะ เพียงแต่น้ำเป็ดจะทำให้เค้าชัดเจนและรู้สึกมั่นใจในหลักการและเหตุผลอย่างไรเท่านั้นเอง
อีกประการ ผมเกรงว่ามันจะนำพวกเราไปสู่วังวนของการเรียกร้องแบบเดิมๆครับ คือ จัดคนเยอะๆ แล้วปั่นไปยื่นหนังสือ เป็นข่าว แล้วก็เงียบหายไป
สุดท้าย ผมเอาทางจักรยานที่เรียกได้ว่า "ได้มาตรฐานสากล" มาแปะไว้ในกระทู้นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ผมยืนยันว่า ทางจักรยานที่ได้มาตรฐานสากลนั้น มันกว้างจริงๆครับ เราต้องทำให้มันแคบ และตรงประเด็นมากกว่านี้ครับ
















ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมลงชื่อรณรงค์เรื่องดังกล่าวกับน้าเป็ด
แต่ก็ขอ Comment หน่อยคงไม่ว่ากัน เพราะผมเองก็ยังมีข้อสงสัยอย่างหนึ่งว่า เมื่อเราส่งหนังสือให้ทางราชการไปแล้ว ถ้าเค้าถามพวกเรากลับมาว่า แล้วตกลงไอ้ทางจักรยานที่พวกเราต้องการนั้นเป็นอย่างไร พวกเราจะตอบเค้าว่าอย่างไร เพราะคำว่าทางจักรยานที่ได้มาตรฐานนั้น มันกว้างเหลือเกิน และถ้าผมเป็นหน่วยงานราชการ ผมก็คงรับหนังสือ แล้วบอกว่า แล้วจะรับไปพิจารณาต่อไป
การที่พวกเราจะทำให้คนอื่นรู้ว่าถ้าคุณไม่ทำสิ่งนั้น มันจะเป็นปัญหาจริงๆ พวกเราน่าจะช่วยกันคิดว่าจะขออย่างไรที่ทำให้พวกที่รับผิดชอบ ได้มองเห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเราต้องการอะไร ไม่เช่นนั้น การที่พวกเราไปรวมกันปั่น ร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องอะไรบางอย่างที่พวกเค้าไม่คุ้นเคยนั้น พวกเค้านอกจากจะมองไม่เห็นว่าจริงๆพวกเราต้องการอะไร ยังจะทำให้ผู้รับผิดชอบรวมถึงคนอื่นๆที่ไม่ได้ปั่นจักรยานมองเราแบบผิดๆได้
จึงอยากให้น้าเป็ดทำโครงการให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะประกอบไปด้วย
1. หลักการและเหตุผลของเรื่องดังกล่าว มันคืออะไร ทำไมมันต้องมี ไม่มีแล้วมีปัญหามั้ย มีแล้วจะได้ประโยชน์อะไร
2. สิ่งที่พวกเราเรียกร้อง จริงๆแล้วมันเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ มันเป็นไปได้อย่างไร และมันต้องออกมาเป็นลักษณะแบบไหน มีตัวอย่างให้ดูหรือไม่
3. ประโยชน์ หรือ ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดกับชุมชนโดยรอบ คิดว่ามีอะไรบ้าง
อยากให้ช่วยกันคิดก่อนให้รอบคอบในทุกด้านก่อน ถึงช่วยกันลงมือทำครับ มันจะทุกคนรู้สึกมั่นใจว่าทุกย่างก้าวที่พวกเราเดินไปนั้น มันมีหลักการที่มัน back up พวกเราอยู่ ก็จะเกิดความมั่นใจที่จะเดินตาม ผมว่ามีคนอยากจะเดินตามน้าเป็ดเยอะ เพียงแต่น้ำเป็ดจะทำให้เค้าชัดเจนและรู้สึกมั่นใจในหลักการและเหตุผลอย่างไรเท่านั้นเอง
อีกประการ ผมเกรงว่ามันจะนำพวกเราไปสู่วังวนของการเรียกร้องแบบเดิมๆครับ คือ จัดคนเยอะๆ แล้วปั่นไปยื่นหนังสือ เป็นข่าว แล้วก็เงียบหายไป
สุดท้าย ผมเอาทางจักรยานที่เรียกได้ว่า "ได้มาตรฐานสากล" มาแปะไว้ในกระทู้นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ผมยืนยันว่า ทางจักรยานที่ได้มาตรฐานสากลนั้น มันกว้างจริงๆครับ เราต้องทำให้มันแคบ และตรงประเด็นมากกว่านี้ครับ
















เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
-
นายโป้ง๙๘
- ขาประจำ
- โพสต์: 196
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 08:20
- Bike: kona
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ทำไมต้องเขาใหญ่
ที่ชลบุรีมีทางจักรยาน แต่.....ก็ไปขีดเส้นแบ่งเอาเขตถนนของรถยนต์มาเป็นทางจย. รถยนต์ก็จอดทับทางจย.เต็มไปหมด
ที่ชลบุรีมีทางจักรยาน แต่.....ก็ไปขีดเส้นแบ่งเอาเขตถนนของรถยนต์มาเป็นทางจย. รถยนต์ก็จอดทับทางจย.เต็มไปหมด
- worawat N.
- ขาประจำ
- โพสต์: 143
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2009, 12:52
- Tel: 0817791679
- team: เตรียมทหาร
- Bike: GT 3.0, merida matts 80
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ทางจักรยานถ้ามีได้ก็ดีครับ แต่ต้องชัดเจนไม่ใช่มีทางจักรยานแต่มีรถยนต์เข้าไปจอด บ้านเราทำอะไรตามใจคือไทยแท้ จอดรถซ้อนคัน จอดในที่ห้ามจอดขับสวนเลนด์ ย้อนศร ทั้งรถยนต์รถจักรยานยนต์ ลองสังเกตุดูให้ดีซิครับ จะเป็นแบบนี้ทั้งใน กทม. และตจว. หรือจะชี้ให้ดูจากรังสิตไปองครักษ์ตลอดเส้นทางที่ย้อนศร ในกทม.ถ้าทำต้องหลีกรถโดยสารประจำทางให้ได้ด้วยครับ รถแท็กซี่ สามล้อ สองแถว ถ้ามีผู้ต้องการใช้โบกมือตรงไหนหยุดตรงนั้น จักรยานตามมาชนโครม ผมเคยขี่จากซอยเพชรเกษม 81 ไปพุทธสาครโดนแท็กซี่เบียดครั้งแรกไม่ว่าอะไร ตอ่มารถเมล์จอดป้ายผมจะหลบออกขวา แท็กซี่คันเดิมเบียดไม่ให้ผมออกต้องจอดดมควันรถเมล์ เลยมีปัญหากับแท็กซี่เลย นี่คือความไม่มีน้ำใจของผู้ใช้รถใฃ้ถนนร่วมกัน ขอแสดงความคิดเห็นจากประสพการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ปัจจุบันขี่แต่บ้านนอกครับ
เฒ่าทางเรียบ
เฒ่าทางเรียบ
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป HS0OKF
-
jamespla
- ขาประจำ
- โพสต์: 1187
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 21:33
- ติดต่อ:
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ทุกๆสิ่งต้องมีจุดเริ่มต้น
ขอเป็นกำลังใจให้น้าเป็ด ทำในสิ่งที่ถุกต้องและสำคัญยิ่งครับ
ลงชื่อสนับสนุนให้แล้วครับ
ขอเป็นกำลังใจให้น้าเป็ด ทำในสิ่งที่ถุกต้องและสำคัญยิ่งครับ
ลงชื่อสนับสนุนให้แล้วครับ
ผมไม่ใช่นักแข่ง ผมเป็นแค่นักปั่น
หาความสำราญบนอานจักรยาน ดีกว่าไปนอนทรมานที่เตียงโรงพยาบาล
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
หาความสำราญบนอานจักรยาน ดีกว่าไปนอนทรมานที่เตียงโรงพยาบาล
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
- แงซาย
- ขาประจำ
- โพสต์: 9863
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:25
- team: ไร้สังกัด...ใครชวน...ผมก้ไป
- Bike: KHS Cromolist Soft Tail, Giant Street Version, หมอบMASI, Touring Mongoose (คันนี้แปลงเอง..อิ อิ)
- ตำแหน่ง: ในอ้อมแขนอันอบอุ่น ของคนที่รักเรา อิจฉาม่ะล่ะ
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ได้ก้ดี.....
ไม่ได้.....ก้ไม่เสียหาย
อย่าไปบีบคั้นใคร.....ให้ทำตามที่ต้องการ
ถึงเวลา.....เด๋วก็ได้มาเอง..
ไม่ได้.....ก้ไม่เสียหาย
อย่าไปบีบคั้นใคร.....ให้ทำตามที่ต้องการ
ถึงเวลา.....เด๋วก็ได้มาเอง..
RR9 กลุ่มจักรยาน เลียบวงแหวน ธัญบุรี-ลำลูกา
RR9 5PM รวมตัวทุกวันจันทร์-ศุกร์ 17.30 - 19.00 น. ณ.ร้านข้าวแกงแม่แต๋ว
RR9 After Dark ทุกคืนวันพฤหัสฯ ล้อหมุน 18.30 น.
RR9 Weekend ทุกสุดสัปดาห์ ล้อหมุน 6.30 น.
>> LIVE >> LIFE >> FAST >>
RR9 5PM รวมตัวทุกวันจันทร์-ศุกร์ 17.30 - 19.00 น. ณ.ร้านข้าวแกงแม่แต๋ว
RR9 After Dark ทุกคืนวันพฤหัสฯ ล้อหมุน 18.30 น.
RR9 Weekend ทุกสุดสัปดาห์ ล้อหมุน 6.30 น.
>> LIVE >> LIFE >> FAST >>
- บอยด์ Melodic-power
- สมาชิก
- โพสต์: 94
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 20:15
- team: rama v , bike crazy
- Bike: CKT 399 prototype
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
เชื่อสิต่อให้เค้าทำให่ก็ขี่กันไม่ได้หรอกครับ บนเขาใหญ่ แน่ใจหรือว่าคุณจะขี่อยู๋ใน bikelane กันได้
คิดถึงความเป็นจริงครับ พื้นที่บางแห่งมันก็ไม่เหมาะ ถ้าแรงไม่ถึงยังไงก็ขี่อยู่ในพื้นที่จำกัดไม่ได้อยู๋แล้ว
ทีนี้สมสุติเค้าทำให้ คุณจะบอกเค้ายังไงเวลาที่คุณขี่เลื้อยตัดเลนกันอยู๋บนเขาใหญ่
คิดถึงความเป็นจริงครับ พื้นที่บางแห่งมันก็ไม่เหมาะ ถ้าแรงไม่ถึงยังไงก็ขี่อยู่ในพื้นที่จำกัดไม่ได้อยู๋แล้ว
ทีนี้สมสุติเค้าทำให้ คุณจะบอกเค้ายังไงเวลาที่คุณขี่เลื้อยตัดเลนกันอยู๋บนเขาใหญ่
ที่บอกๆกันว่ารถไม่เกี่ยว มันอยู่ที่แรงหนะ
แน่ใจแล้วหรือ
แน่ใจแล้วหรือ
-
จ้าวเมิง
- ขาประจำ
- โพสต์: 794
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 21:41
- Tel: 062-619-5142
- team: Deep
- ติดต่อ:
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ผมว่าส่วนใหญ่บนภูเขา เค้าไม่ทำทางจักรยานใช่ม่ะคับ
เพราะผมคิดว่ามันลำบากมากหากจิงๆแล้วเราไต่ขึ้นเขา ถ้าหากทางมันชันจิงๆเราก็ต้องเลื้อยเป็นงูเลย
อาจจะไม่อยู่ในช่องทางของจักรยานได้ แล้วก็เวลาลงเข้า หากเราอยู่ในช่องจักรยาน เวลาโค้งตัวSหลายๆโค้ง
เราก็ไม่สามารถที่จะอยู่ในช่องได้เนื่องจากการบังคับมันจะอันตราย
แล้วที่สำคัญ ผมว่าแปลนถนนที่เค้าตัดขึ้นเขาใหญ่นั้น ทางราชการเค้าใช้เป็นทางโดยสาร ไม่ได้คิดว่าต่อมาในปัจจุบัน
พวกเราชาวจักรยานจะใช้เป็นที่ซ้อม หรือว่าที่ปั่นในเชิงท่องเที่ยว
*แต่ผมก็คิดว่าอย่างน้อยถ้ามีก็ยังดีกว่าไม่มีคับ
เพราะผมคิดว่ามันลำบากมากหากจิงๆแล้วเราไต่ขึ้นเขา ถ้าหากทางมันชันจิงๆเราก็ต้องเลื้อยเป็นงูเลย
อาจจะไม่อยู่ในช่องทางของจักรยานได้ แล้วก็เวลาลงเข้า หากเราอยู่ในช่องจักรยาน เวลาโค้งตัวSหลายๆโค้ง
เราก็ไม่สามารถที่จะอยู่ในช่องได้เนื่องจากการบังคับมันจะอันตราย
แล้วที่สำคัญ ผมว่าแปลนถนนที่เค้าตัดขึ้นเขาใหญ่นั้น ทางราชการเค้าใช้เป็นทางโดยสาร ไม่ได้คิดว่าต่อมาในปัจจุบัน
พวกเราชาวจักรยานจะใช้เป็นที่ซ้อม หรือว่าที่ปั่นในเชิงท่องเที่ยว
*แต่ผมก็คิดว่าอย่างน้อยถ้ามีก็ยังดีกว่าไม่มีคับ
- moonaka
- ขาประจำ
- โพสต์: 934
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ต.ค. 2009, 19:59
- Tel: 0848893838
- team: ไส้ดีดสเปือน ไส้เดือนสปีด
- Bike: F1 s1
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
สนับสนุนด้วยครับ แต่ดูท่าทางจะยากเอาการ
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
ผมเข้าใจว่าสิ่งที่น้าเป็ดเรียกร้องนั้นคือ ทางจักรยานที่
“เริ่มจากที่ไหนสักที่ ไปยังประตูทางเข้าเขาใหญ่ โดยเริ่มจากฝั่งปราจีนบุรี และไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่อุทยานเพราะเป็นพื้นที่มรดกโลก”
ทางจักรยานที่อยากได้ ผมเดาว่าเป็นแบบ Seal Shoulder โดยถ้าเป็นแบบนี้ ก็อยากให้ทางราชการจัดให้มีป้ายสัญญาณแสดงว่าจักรยานสามารถใช้ทางดังกล่าวเพื่อขึ้นสู่เขาใหญ่ได้ แต่ว่าทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ เพราะเค้าอาจดูแผนที่มาเป็นอย่างดีแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆก็อาจไม่รู้ว่าทางไหนสามารถนำเค้าขึ้นไปบนเขาใหญ่ได้ ดังนั้นก็ควรต้องมีสิ่งต่างๆบอก เช่น
1. ปรับปรุงไหล่ทางแล้วมีรูปจักรยานบนไหล่ทางเป็นระยะๆ
2. จัดให้มีป้ายสัญญาณนำทางบอกให้ตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตามทางเลี้ยว เป็นภาษาไทยและอังกฤษ
3. จัดให้มีป้ายสัญญาณให้รถยนต์ระวังจักรยาน ที่ใช้ทางร่วมกัน เป็นภาษาไทยและอังกฤษ
4. ป้ายบอกจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ เป็นต้น
ทำไมผมไม่คิดว่าทางจักรยานที่อยากได้ จะเป็นแบบ Exclusive Path หรือเป็นทางจักรยานที่แยกออกไปจากทางรถยนต์โดยสิ้นเชิง เพราะว่าถ้าเป็นอย่างหลังนี่ มันเรื่องยาวครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับการเวณคืนที่ดินเพื่อนำมาทำทางจักรยานแยกไปต่างหาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อชาวบ้านได้ คำถามคือหน่วยงานจะเอาเหตุผลอะไรไปบอกกับชาวบ้านเพื่อทำโครงการนี้ ดังนั้นผมว่าทางเลือกนี้เป็นไปไม่ได้ (อย่างหลังนี้ ไม่ต้องพูดถึงในพื้นที่อุทยานเลยครับ เพราะทางอย่างนี้ไม่สามารถทำได้อยู่แล้วในพื้นที่ที่ประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลก เพราะต้องตัดต้นไม้เพื่อทำทางจักรยานโดยเฉพาะ และถ้าหัวหน้าอุทยานทำอย่างนั้น แล้วความเป็นมรดกโลกมันหลุดคาหน้าตัก ท่าทางตำแหน่งก็จะเอาไว้ไม่อยู่ครับ)
สุดท้ายที่อาจดีกว่า ก็คือ เป็นแบบผสม คือว่าจากจังหวัดนครยายก ไปยังทางขึ้นเขาใหญ่ มันมีถนนอยู่เส้นหนึ่ง ที่ทางราชการได้ลาดยางไว้แล้ว แต่ไม่มีคนใช้กัน หญ้าริมทางขึ้นรกเต็มไปหมด ผมเคยไปปั่นเมื่อสองปีที่ผ่านมามันเคยมีป้ายบอกให้ใช้เป็นทางที่ให้จักรยานใช้เพื่อขึ้นสู่เขาใหญ่ แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปปั่นอีกที ตอนนี้มันไม่รู้หายไปไหนแล้วครับ อาจถูกมือไม่ดีเลื่อยเอาไปขายแล้วก็เป็นได้ ถ้าน้าเป็ดนำทีมไปสำรวจเส้นทางนี้ก่อน แล้วลองดูว่าจะมีหนทางที่จะปลุกผีเส้นทางนี้ได้หรือไม่ ก็จะง่ายกว่า เพราะเข้าใจว่าถนนเส้นนี้ น้าเป็ดสามารถให้ทางราชการละเลงรูปจักรยานได้เต็มทั้งสองเลนได้เลย น่าจะเป็น win-win solution นะครับ
จะให้ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ก็น่าจะมีจุดให้น้ำแบบนักมวย คือว่ามีก๊อกน้ำดื่มแบบกดแล้วมีน้ำพุ่งออกมามีให้เป็นระยะๆ
และเติมจุดให้บริการอุปกรณ์ปะยาง เติมลม เป็นต้น เข้าไป หรือถ้าจะเอากันจริงๆให้อลังการงานสร้างไปเลย ก็พ่วงเอาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เข้าสวนผลไม้ ผ่านโฮมสเตย์ที่มีอยู่มากมายแถบปราจีนและนครนายก ผนวกเข้าเป็นเนื้อเดียวกันก็จะได้ประโยชน์ในเชิงการท่องเที่ยวมากมายมหาศาล
ก็จบเรื่องของทางขึ้นจากที่ไหนสักที่ มาที่ประตูทางขึ้นเขาใหญ่ไป
ปัญหาต่อมาก็คือตั้งแต่ทางเข้าเขาใหญ่ไปถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มันก็ต้องมานั่งถามกันก่อนว่า ปัญหาของกลุ่มผู้ที่ใช้จักรยานจริงๆคืออะไร แล้วอะไรที่อุทยานสามารถช่วยได้หรือไม่ได้ ถ้าช่วยได้ อยากให้ช่วยอย่างไร ควรจะแยกออกมาให้เป็นประเด็นอย่างชัดๆ แล้วเจรจาแก้ไขไปทีละข้อ มันจะได้จบไปเป็นเรื่องๆ
ปัญหาที่ 1 ค่าผ่านทาง – ตอนเข้าด่าน ไม่เสียค่าบัตรได้หรือไม่ ถ้าต้องเสีย ขอให้เสียด้วยราคาที่ต่ำมากๆได้หรือไม่ เพื่อกระตุ้นให้คนอยากใช้จักรยาน เพราะถ้าคนใช้จักรยานมาก มลภาวะทางเสียง หรือทางอากาศที่เกิดในพื้นที่มรดกโลกก็จะลดน้อยลง ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุกับสัตว์ป่า หรือการรบกวนสัตว์ป่าก็จะลดน้อยลง และประโยชน์อื่นๆสารพัดสารเพ เหล่านี้ก็จะทำให้ทางอุทยานประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาแก้ปัญหาเหล่านี้ เอามาทดแทนตรงนี้ได้หรือไม่ ซึ่งคิดแล้วก็คุ้ม ก็น่าทำ
ปัญหาที่ 2 รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ ขับเร็ว อันตราย – อุทยานจัดการการขนส่งคนแบบ Car Pool โดยใช้รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้หรือไม่ หรือทำแบบ The Big Bus Company ในลอนดอน หรือ ดูไบ ได้หรือไม่ คือไม่ต้องเอารถยนต์ขึ้นไปให้ประชาชนซื้อตั๋ว แล้วจัดรถวิ่งไปมาตลอดเวลา จอดตามจุดท่องเที่ยวสำคัญเป็นจุดๆไป ใครจะขึ้นจะลงตรงไหนก็ได้ตามสะดวก ตั๋วเป็นแบบตั๋ววัน คือซื้อเที่ยงวันวันนี้ ใช้ได้จนถึงเที่ยงวันของพรุ่งนี้ รถที่วิ่งมีที่ขนส่งจักรยานแบบรถบัสในออสเตเรีย ส่วนใครจะใช้รถยนต์ หรือพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ก็ไม่ว่ากัน แต่ขอขึ้นราคาให้หนักหน่อย เพื่อลดแรงจูงใจในการใช้ ก็จะแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องไปตีเส้นทางจักรยาน หรือไปทำทางแยกต่างหาก เป็นต้น
เว็บข้างล่างเป็นตัวอย่างเรื่องของการจัดการพื้นที่มรดกโลกแบบ Sustainable Tourism ในหลายๆประเทศ ลองดูเป็นไอเดียนะครับ เผื่อจะเอามาใช้ได้ และเวลาคุยกับเจ้าหน้าที่จะได้มีน้ำหนักเพิ่มมากยิ่งขึ้น
http://whc.unesco.org/en/activities/search_theme=10
เอาหละครับ มาถึงตอนนี้ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมเชื่อว่าน้าเป็ดคิดถึงเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากเสนอวิธีการให้น้าเป็ดไปลองพิจารณาดูนะครับ
1. เริ่มต้นจากการสำรวจเส้นทางคร่าวๆโดยใช้ google map
2. พูดคุยกับชมรมจักรยานเจ้าถิ่นเรื่องเส้นทางที่น่าสนใจ ทั้งด้านนครนายก และปราจีนบุรี
3. ลงไปปั่นสำรวจเส้นทางจริงๆ เป็นระยะๆ เพื่อเก็บข้อมูลในท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด
4. พิมพ์เส้นทางที่วางไว้ออกมา เป็นแผนที่ขนาดใหญ่
5. กำหนดจุดที่จะวางป้ายหรือสาธารณูปโภคต่างๆให้เรียบร้อย ดูให้รอบคอบ ให้หลายๆคนช่วยกันดูจะดีมาก
6. ระบุจุดท่องเที่ยว หรือจุดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดๆก็ตามลงไปในแผนที่
7. ถ้ามีแบบที่แสดงรายละเอียดของป้ายต่างๆจะดีมาก แต่ต้องศึกษามาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนทำ
8. นั่งเขียนโครงการให้ดี (จิบกาแฟไปด้วย)
9. แนบแผนที่ที่เตรียมไว้ พร้อมข้อมูลประกอบ
10. จัดปั่นจักรยานขึ้นเขาใหญ่ พร้อมเอกสารที่เตรียมไว้
11. ยื่นหนังสือ พร้อมรายชื่อ
12. ติดตามผลเป็นระยะๆ
เท่านี้ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเราหมายถึงอะไร แล้วถ้าทำแล้ว เค้าจะได้อะไร ชุมชนจะได้อะไร แล้วเค้าควรจะไปคุย ไปอธิบายกับหัวหน้า ของหัวหน้า ของหัวหน้า แล้วเอางบมาทำได้อย่างสะดวกใจ ทำเต็มที่แต่ก็อย่าไปคาดหวังอะไรมากนะครับ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างมันก็เป็นเช่นนั้นเอง (ผมว่าอันนี้น้าเป็ดก็ทราบดี)
ทั้งหมดก็เป็นความเห็นของผมนะครับน้าเป็ด มิได้มีเจตนาอื่นใดนะครับ เพราะผมก็เป็นหนึ่งเสียงที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่วมกันกับน้าเป็ด ผมก็เลยขอใช้สิทธิ์แสดงความเห็นบ้างเท่านั้นเองครับ คงไม่ว่ากัน
และถ้าคนอื่นจะแสดงความเห็นของตนเองออกมาบ้างก็น่าจะเป็นประโยชน์กับการทำงานของน้าเป็ดไม่น้อยเลยทีเดียว
เสือโก๋
“เริ่มจากที่ไหนสักที่ ไปยังประตูทางเข้าเขาใหญ่ โดยเริ่มจากฝั่งปราจีนบุรี และไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่อุทยานเพราะเป็นพื้นที่มรดกโลก”
ทางจักรยานที่อยากได้ ผมเดาว่าเป็นแบบ Seal Shoulder โดยถ้าเป็นแบบนี้ ก็อยากให้ทางราชการจัดให้มีป้ายสัญญาณแสดงว่าจักรยานสามารถใช้ทางดังกล่าวเพื่อขึ้นสู่เขาใหญ่ได้ แต่ว่าทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ เพราะเค้าอาจดูแผนที่มาเป็นอย่างดีแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆก็อาจไม่รู้ว่าทางไหนสามารถนำเค้าขึ้นไปบนเขาใหญ่ได้ ดังนั้นก็ควรต้องมีสิ่งต่างๆบอก เช่น
1. ปรับปรุงไหล่ทางแล้วมีรูปจักรยานบนไหล่ทางเป็นระยะๆ
2. จัดให้มีป้ายสัญญาณนำทางบอกให้ตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตามทางเลี้ยว เป็นภาษาไทยและอังกฤษ
3. จัดให้มีป้ายสัญญาณให้รถยนต์ระวังจักรยาน ที่ใช้ทางร่วมกัน เป็นภาษาไทยและอังกฤษ
4. ป้ายบอกจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ เป็นต้น
ทำไมผมไม่คิดว่าทางจักรยานที่อยากได้ จะเป็นแบบ Exclusive Path หรือเป็นทางจักรยานที่แยกออกไปจากทางรถยนต์โดยสิ้นเชิง เพราะว่าถ้าเป็นอย่างหลังนี่ มันเรื่องยาวครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับการเวณคืนที่ดินเพื่อนำมาทำทางจักรยานแยกไปต่างหาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อชาวบ้านได้ คำถามคือหน่วยงานจะเอาเหตุผลอะไรไปบอกกับชาวบ้านเพื่อทำโครงการนี้ ดังนั้นผมว่าทางเลือกนี้เป็นไปไม่ได้ (อย่างหลังนี้ ไม่ต้องพูดถึงในพื้นที่อุทยานเลยครับ เพราะทางอย่างนี้ไม่สามารถทำได้อยู่แล้วในพื้นที่ที่ประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลก เพราะต้องตัดต้นไม้เพื่อทำทางจักรยานโดยเฉพาะ และถ้าหัวหน้าอุทยานทำอย่างนั้น แล้วความเป็นมรดกโลกมันหลุดคาหน้าตัก ท่าทางตำแหน่งก็จะเอาไว้ไม่อยู่ครับ)
สุดท้ายที่อาจดีกว่า ก็คือ เป็นแบบผสม คือว่าจากจังหวัดนครยายก ไปยังทางขึ้นเขาใหญ่ มันมีถนนอยู่เส้นหนึ่ง ที่ทางราชการได้ลาดยางไว้แล้ว แต่ไม่มีคนใช้กัน หญ้าริมทางขึ้นรกเต็มไปหมด ผมเคยไปปั่นเมื่อสองปีที่ผ่านมามันเคยมีป้ายบอกให้ใช้เป็นทางที่ให้จักรยานใช้เพื่อขึ้นสู่เขาใหญ่ แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปปั่นอีกที ตอนนี้มันไม่รู้หายไปไหนแล้วครับ อาจถูกมือไม่ดีเลื่อยเอาไปขายแล้วก็เป็นได้ ถ้าน้าเป็ดนำทีมไปสำรวจเส้นทางนี้ก่อน แล้วลองดูว่าจะมีหนทางที่จะปลุกผีเส้นทางนี้ได้หรือไม่ ก็จะง่ายกว่า เพราะเข้าใจว่าถนนเส้นนี้ น้าเป็ดสามารถให้ทางราชการละเลงรูปจักรยานได้เต็มทั้งสองเลนได้เลย น่าจะเป็น win-win solution นะครับ
จะให้ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ก็น่าจะมีจุดให้น้ำแบบนักมวย คือว่ามีก๊อกน้ำดื่มแบบกดแล้วมีน้ำพุ่งออกมามีให้เป็นระยะๆ
และเติมจุดให้บริการอุปกรณ์ปะยาง เติมลม เป็นต้น เข้าไป หรือถ้าจะเอากันจริงๆให้อลังการงานสร้างไปเลย ก็พ่วงเอาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เข้าสวนผลไม้ ผ่านโฮมสเตย์ที่มีอยู่มากมายแถบปราจีนและนครนายก ผนวกเข้าเป็นเนื้อเดียวกันก็จะได้ประโยชน์ในเชิงการท่องเที่ยวมากมายมหาศาล
ก็จบเรื่องของทางขึ้นจากที่ไหนสักที่ มาที่ประตูทางขึ้นเขาใหญ่ไป
ปัญหาต่อมาก็คือตั้งแต่ทางเข้าเขาใหญ่ไปถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มันก็ต้องมานั่งถามกันก่อนว่า ปัญหาของกลุ่มผู้ที่ใช้จักรยานจริงๆคืออะไร แล้วอะไรที่อุทยานสามารถช่วยได้หรือไม่ได้ ถ้าช่วยได้ อยากให้ช่วยอย่างไร ควรจะแยกออกมาให้เป็นประเด็นอย่างชัดๆ แล้วเจรจาแก้ไขไปทีละข้อ มันจะได้จบไปเป็นเรื่องๆ
ปัญหาที่ 1 ค่าผ่านทาง – ตอนเข้าด่าน ไม่เสียค่าบัตรได้หรือไม่ ถ้าต้องเสีย ขอให้เสียด้วยราคาที่ต่ำมากๆได้หรือไม่ เพื่อกระตุ้นให้คนอยากใช้จักรยาน เพราะถ้าคนใช้จักรยานมาก มลภาวะทางเสียง หรือทางอากาศที่เกิดในพื้นที่มรดกโลกก็จะลดน้อยลง ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุกับสัตว์ป่า หรือการรบกวนสัตว์ป่าก็จะลดน้อยลง และประโยชน์อื่นๆสารพัดสารเพ เหล่านี้ก็จะทำให้ทางอุทยานประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาแก้ปัญหาเหล่านี้ เอามาทดแทนตรงนี้ได้หรือไม่ ซึ่งคิดแล้วก็คุ้ม ก็น่าทำ
ปัญหาที่ 2 รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ ขับเร็ว อันตราย – อุทยานจัดการการขนส่งคนแบบ Car Pool โดยใช้รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้หรือไม่ หรือทำแบบ The Big Bus Company ในลอนดอน หรือ ดูไบ ได้หรือไม่ คือไม่ต้องเอารถยนต์ขึ้นไปให้ประชาชนซื้อตั๋ว แล้วจัดรถวิ่งไปมาตลอดเวลา จอดตามจุดท่องเที่ยวสำคัญเป็นจุดๆไป ใครจะขึ้นจะลงตรงไหนก็ได้ตามสะดวก ตั๋วเป็นแบบตั๋ววัน คือซื้อเที่ยงวันวันนี้ ใช้ได้จนถึงเที่ยงวันของพรุ่งนี้ รถที่วิ่งมีที่ขนส่งจักรยานแบบรถบัสในออสเตเรีย ส่วนใครจะใช้รถยนต์ หรือพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ก็ไม่ว่ากัน แต่ขอขึ้นราคาให้หนักหน่อย เพื่อลดแรงจูงใจในการใช้ ก็จะแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องไปตีเส้นทางจักรยาน หรือไปทำทางแยกต่างหาก เป็นต้น
เว็บข้างล่างเป็นตัวอย่างเรื่องของการจัดการพื้นที่มรดกโลกแบบ Sustainable Tourism ในหลายๆประเทศ ลองดูเป็นไอเดียนะครับ เผื่อจะเอามาใช้ได้ และเวลาคุยกับเจ้าหน้าที่จะได้มีน้ำหนักเพิ่มมากยิ่งขึ้น
http://whc.unesco.org/en/activities/search_theme=10
เอาหละครับ มาถึงตอนนี้ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมเชื่อว่าน้าเป็ดคิดถึงเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากเสนอวิธีการให้น้าเป็ดไปลองพิจารณาดูนะครับ
1. เริ่มต้นจากการสำรวจเส้นทางคร่าวๆโดยใช้ google map
2. พูดคุยกับชมรมจักรยานเจ้าถิ่นเรื่องเส้นทางที่น่าสนใจ ทั้งด้านนครนายก และปราจีนบุรี
3. ลงไปปั่นสำรวจเส้นทางจริงๆ เป็นระยะๆ เพื่อเก็บข้อมูลในท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด
4. พิมพ์เส้นทางที่วางไว้ออกมา เป็นแผนที่ขนาดใหญ่
5. กำหนดจุดที่จะวางป้ายหรือสาธารณูปโภคต่างๆให้เรียบร้อย ดูให้รอบคอบ ให้หลายๆคนช่วยกันดูจะดีมาก
6. ระบุจุดท่องเที่ยว หรือจุดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดๆก็ตามลงไปในแผนที่
7. ถ้ามีแบบที่แสดงรายละเอียดของป้ายต่างๆจะดีมาก แต่ต้องศึกษามาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนทำ
8. นั่งเขียนโครงการให้ดี (จิบกาแฟไปด้วย)
9. แนบแผนที่ที่เตรียมไว้ พร้อมข้อมูลประกอบ
10. จัดปั่นจักรยานขึ้นเขาใหญ่ พร้อมเอกสารที่เตรียมไว้
11. ยื่นหนังสือ พร้อมรายชื่อ
12. ติดตามผลเป็นระยะๆ
เท่านี้ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเราหมายถึงอะไร แล้วถ้าทำแล้ว เค้าจะได้อะไร ชุมชนจะได้อะไร แล้วเค้าควรจะไปคุย ไปอธิบายกับหัวหน้า ของหัวหน้า ของหัวหน้า แล้วเอางบมาทำได้อย่างสะดวกใจ ทำเต็มที่แต่ก็อย่าไปคาดหวังอะไรมากนะครับ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างมันก็เป็นเช่นนั้นเอง (ผมว่าอันนี้น้าเป็ดก็ทราบดี)
ทั้งหมดก็เป็นความเห็นของผมนะครับน้าเป็ด มิได้มีเจตนาอื่นใดนะครับ เพราะผมก็เป็นหนึ่งเสียงที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่วมกันกับน้าเป็ด ผมก็เลยขอใช้สิทธิ์แสดงความเห็นบ้างเท่านั้นเองครับ คงไม่ว่ากัน
และถ้าคนอื่นจะแสดงความเห็นของตนเองออกมาบ้างก็น่าจะเป็นประโยชน์กับการทำงานของน้าเป็ดไม่น้อยเลยทีเดียว
เสือโก๋
แก้ไขล่าสุดโดย เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 26 พ.ย. 2009, 18:18, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
- sookchat
- ขาประจำ
- โพสต์: 12814
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
- Tel: 089-9831559
- team: ฅนชานเมือง
- Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
- ติดต่อ:
Re: ทำไมเราต้องการทางจักรยานขึ้นเขาใหญ่แบบมาตรฐานสากล
เห็นด้วยกับคุณโก๋ครับ เรื่องป้ายที่บอกให้ระวังจักรยานนะ ควรทำให้มากอย่างน้อยคนที่ขับรถเขาเห็นก็จะช่วยเตือนเป็นระยะๆ ขอบคุณกับผู้ที่เกี่ยวข้องมา ณโอกาสนี้เลย
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.