หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 23 พ.ย. 2009, 16:34
โดย phongsiri
อยากถามพี่ๆครับว่าถ้าผมมี clip-on แล้วอยากเซ็ทหมอบสุดที่รักให้เป็นรถ ไทม์ไทร ไม่ต้องเปะก็ได้แต่อยากให้มันขี่สบายเหมือนเคย
ต้องปรับอะไรบ้างหลังจากที่เราได้ติด clip-onเข้าไปแล้ว คือใช้แฮนด์ดร็อป เหมือนเดิมแค่ใส่คลิปออนเข้าไป รบกวนด้วยนะครับ
เช่นว่าต้องเลื่อนเบาะมาข้างหน้าไหม ต้องกลับหลักอานไหม อะไรประมาณนี้ครับ ช่วยที่นะครับ

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 23 พ.ย. 2009, 21:45
โดย ผาจันทน์
รถtt องศาท่อนั่งส่วนมาก76องศา
ลองหลักอานตรงกับเบาะรางสั้นสั้นครับ เซ็ทให้เหยียบบนได
อย่าลืมเซ็ทคลีทที่รองเท้าให้เข้ามาทางส้นเท้าแล้วก็ซ้อมวิ่งด้วยครับ
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 23 พ.ย. 2009, 21:54
โดย 008
ถ้าขี่ Tarmac ผมว่ารถมันสวยอยู่แล้วถ้าไปแปลงมันจะออกมาไม่สวยเหมือนเดิมนะครับ
ขอร่ายยาวหน่อยนะครับ จริงๆไทม์ไทรอัลคือการปั่นแข่งกับเวลา รถไทม์ไทรอัลแท้ๆเป็นรถเฉพาะกิจจริงๆออกแบบมาเพื่อที่จะให้ขี่ทำเวลาได้ดีที่สุดโดยไม่ค่อยสนเรื่องการบังคับเลี้ยวหรือการขึ้นเขาให้ได้เร็วซักเท่าไร(ลองหาดู TDF09stage4 team time trial ปีนี้สนามยากครับจะเห็นได้ว่าล้มกันระเนระนาด) (แต่ผมเึคยเห็นฝรั่งขี่รถไทม์อยู่ครั้งนึงตรงสุขุมวิท 71 ขาออกไปสุขุมวิทไม่รู้พี่แกจะขี่ไปพัทยาหรือยังไงนะครับแต่เห็นตอนชะลอไฟแดงเซไปก็เซมาผมหละกลัวเมล์เขียวจะเอาไปกินซะก่อน)
เราจะขี่ได้เร็วขึ้นโดยใช้แรงเท่าเดิมนั้นทำได้โดยเราต้องทำให้แรงที่ออกไปได้ประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ก่อนผมเคยศึกษาอยู่บ้างเท่าที่จำได้ถ้าไม่นับการขึ้นเขา แรงเสียดทานที่จะมาฉุดเราให้ขี่ได้้ช้าลงมีสองอย่างหลักๆคือแรงเสียดทานพื้นผิวของเรากับแรงเสียดทานที่ยางทำกับถนน แรงเสียดทานพื้นผิวเป็นแรงเสียดทานหลักครับจำไม่ได้ว่าเค้าตีไว้กี่ % แต่เยอะกว่าแรงเสียดทานของยางทำกับถนนมากๆ แรงอันนี้มีตั้งแต่แรงเสียดทานที่ปะทะกับตัวเราและตัวรถ(ต้องทำให้ท่าขี่กับตัวรถลู่ลมขึ้น ตัดอากาศให้ได้ดีที่สุด) แรงเสียดทานที่อากาศทำกับผิวของเรา (แต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าให้ลมไหลลื่นผ่านไปมากที่สุด โกนขนหน้าแข้งออกให้หมด เจ้ย) แล้วก็แรงเสียดทานของลมหมุนที่อยู่หลังตัวเรา (หมวกแอร์โร่ไดนามิกหางยาวๆช่วยลดลมหมุน (turbulence) ลง หรือการขี่เป็นกลุ่ม การขี่จี้ตูดกัน(drafting)นั้นนอกจากคนขี่ตามจะออกแรงน้อยลงเพราะคนขี่นำช่วยลดแรงลมด้านหน้าแล้ว คนขี่ตามยังช่วยคนขี่นำให้ออกแรงน้อยลงด้วย(นิดหน่อย)ด้วยเพราะลมหมุนบางส่วนจะไปอยู่หลังคนขี่ตามแทน)
ทดสอบง่ายๆถ้าเราลดแรงเสียดทานพื้นผิวได้เราก็จะขี่ได้เร็วขึ้น ง่ายๆลองขี่ใส่เสื้อยึดตัวโตๆหลวมๆกางเกงขาบานๆเทียบกับเสื้อกางเกงจักรยานลื่นๆฟิตๆครับจะสังเกตเห็นผลได้ชัดเจน
รถไทม์เลยออกแบบมาให้ผู้ขี่ขี่ในท่าที่ลู่ลมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดแรงเสียดทานลมโดยท่าขี่จะต้องไม่ทำให้การทำงานของอวัยวะลำบากขึ้นมากเกินไปนัก(เช่นหายใจลำบากกว่าเดิม) แอโรบาร์ก็เป็นตัวช่วยให้ผู้ขี่ลู่ลมมากขึ้น(คือถ้ามองจากด้านหน้า ตัวเราจะแคบลงมาแทนที่แขนจะกางกว้างๆ) งานวิจัยระบุว่าท่าขี่ที่แคบลงจะลดแรงต้านลมได้ดีกว่าท่าขี่ที่หมอบต่ำลง นั่นก็คือถ้าเรามีแอโรบาร์ยังไงก็ขี่ได้ลู่ลมกว่าท่าหมอบขี่
ส่วนเรื่องตำแหน่งเบาะถ้าลองสังเกตดูมันจะล้ำไปข้างหน้าเยอะกว่าเสือหมอบธรรมดา ถ้าขาจานอยู่ในแนวนอนขนาดกับพื้นแล้วเราลากเส้นตรงผ่านจุดหมุนของหัวเขาลงมาในแนวดิ่งจะพบว่าเส้นที่ลากในแนวดิ่งมันจะล้ำบันได้ไปด้านหน้า (ไม่เหมือนสูตรการจัดท่าขี่ทั่วไป) สิ่งที่ได้มาคือกล้ามเนื้อที่ใช้ออกแรงในการถีบส่วนใหญ่จะเป็นต้นขา อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะดีกว่ายังไงในแง่นักปั่นต้องรอผู้รู้มาช่วยตอบ แต่ถ้าตอบในแง่ของไตรกีฬาจะตอบได้ว่าตอนขี่จักรยานเค้าต้องการให้ใช้แรงของต้นขาให้เยอะกว่าตรงน่อง เพราะหลังจากขี่จักรยานนักกีฬาต้องลงมาวิ่งต่อซึ่งการวิ่งจะใช้แรงจากน่องอย่างมาก นั่นก็คือเค้าต้องการรักษาความสดของน่องเอาไว้สำหรับช่วงของการวิ่งด้วยนั่นเอง
อ่านไปอ่านมารู้สึกไม่ค่อยจะตอบตรงคำถามซักเท่าไร เอาเป็นว่าใส่แอโรบาร์แล้วก็พยายามปรับให้นอนได้สบายที่สุดครับ เบาะก็คงต้องลองเลื่อนๆมาด้านหน้าดู ผมก็ตอบไม่ได้ว่าต้องเลื่อนมาหน้าขนาดต้องกลับหลักอานเลยหรือปล่าวคงต้องลองผิดลองถูกดู แต่แอโรบาร์ถ้าเลือกเป็นแบบแยกซ้ายขวาได้ก็ดีครับเพราะมันปรับความแคบกว้างได้สะดวก ปรับตำแหน่งมือจับให้เอียงตามที่เราถนัด และถ้ามันเลื่อนไปข้างหน้าถอยหลังได้ด้วยก็จะยิ่งดีครับ
ตอนขี่ต้องระวังเรื่องเบรกหรือหักหลบฉุกเฉินหน่อยครับเพราะกว่าจะลุกขึ้นมาคว้าแฮนด์ได้มันกินเวลาพอสมควรเลยแถมรถจะเซนิดๆจากการที่เราต้องเอี้ยวตัวด้วย ขอให้สนุกครับ
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 23 พ.ย. 2009, 22:50
โดย giro
ตามที่ว่าครับ แต่จะให้ดีก็วัดตัวคำนวนเอาก็จะได้แนวทาง แล้วก็ต้องเซ็ทท่าขี้กันใหม่อีกทีครับ
เรื่องขนหน้าแข้ง เป็น myth นะครับที่ว่าโกนแล้วไหลปรื๊ดๆๆ เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วครับว่าเหตผลเดียวเลยที่โปรฯโกนกันเพราะเรื่องการทำความสะอาดแผลเวลาล้มครับ

ตูร์ทุกปี มีคนถามไปใน itv4 ทุกปี รายการก็ตอบทุกปี สัมภาษณ์โปรกันก็มีครับ เคยมีเวปนึงเหน็บแนมเอาว่า ถ้ามันจะมีผล อากาศที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำมากๆเทียบๆกันแล้ว อาจต้องแข่งไทม์ไทรฯระยะซัก 600-700 กม. หน้าแข้งเนียนนุ่มกับขนดกถึงจะส่งผลต่างได้ซัก 1-2 วินาที
ส่วนเรื่องการ draft ที่ว่าก็เป็นทฤษฏีเช่นกันครับ

ผมเพิ่งอ่านมาเมื่อซัก 2-3 เดือนนี้เองว่ามีนเป็นการดีหรือไม่ที่เราจะออมแรงโดยมีคนดูดท้ายอยู่?? ความจริงทดสอบด้วยการวัดวัตต์ครับว่า มันแทบไม่มีผลต่างเลยครับ จะลมแรงมากน้อยยังไง ก็ส่งผลเป็นค่าที่น้อยมากๆจนไม่น่าจะมีผลกับการนำไปคิดครับ ส่วนที่ร่ำลือกันว่า ทีมโคลัมเบียใช้กลยุทธให้นักแข่งต่อแถวกันส่งคาเวนดิชให้อยู่รองสุดท้าย มีคนโปะท้ายอีกคนเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ดีจนคาเวนดิชแกสปรินท์เป็นจรวดได้นั้น ....... ช่อง versus เคยทำสารคดีเรื่องนี้สัมภาษณ์ทีมนี้ใว้ว่า....
....การตั้งขบวนรถไฟลากคาเวนดิชทำเพื่อให้คาเวนดิชคงความเร็วสูงสุดได้ตลอดเวลาก่อนจุดระเบิด และป้องกันไม่ให้ทีมอื่นหรือสปรินท์เตอร์คนอื่นกล้าจุดระเบิดออกมาก่อน กล่าวคือ สมมุติ ตาฮันเตอร์แกเปรี้ยวอยากล่อน้ามาร์ค กะจุดระเบิดพุ่งออกมา ก็จะทำได้ยากมากเพราะทีมโคลัมเบียแกเล่นตั้งขบวนลากที่ความเร็วสูงปรี๊ด สมมุติว่าพวกนี้ระเบิดกันได้ซัก 75 กม/ชม เรียกว่าลากกันที่ 73 กม/ชม เลยโน่น จะระเบิดออกมาได้ 75 ก็ลำบาก ฉีกไม่พ้นเดี๋ยวขบวนรถไฟก็สอยร่วง ทีนี้พอภึงคิวตามมาร์คที่สดไม่ต้องระเบิดพลังวัตต์ออกมาก่อน ก็ระเบิด บึ้มมมม ออกมาเสี้ยววินาทีทะยานไปที่ 75.25 กม/ชม เท่านี้ก็การันตีชัยชนะได้มาเกือบครึ่ง ...ส่วนคนหลังตามาร์ค จริงๆแกคือ "บังเกอร์" ครับ กันคนมาดูดตูดตามาต์ค แล้วสวนมาตีหัวได้ง่ายๆ สังเกตได้เลยว่าถ้าคนนี้เปิดช่องนี้ คาเวนดิชเสร็จเกือบทุกที เพราะอะไร?? ลองคิดดูวินาทีสปรินท์นะครับ การเพิ่มระยะห่างมาแค่ 1 ล้อ ก็ไกลราวกับไปไม่ถึงเสียที ดังนั้น เอามาขวางใว้หนึ่งคันรถ ก็ไม่มีใครจะตีหัวได้่งายๆ อยากได้ต้องหาทางสอยเอาเอง ตรงนี้ก็การันตีได้อีกเกือบครึ่ง .........เหลืออีกไม่กี่เปอร์เซนต์ที่สามารถสอยร่วงได้ หนึ่งคือเวลาที่ตูดคาเวนดิชว่างเพราะเพื่อนมันดันหมด ดูดไม่อยู่ ฮุดชอฟเสียบดูดแทน แล้วก็ไปสอยตีหัวเอาซะจ๋อยไป

อีกวิธีคือวิธีของฟาเบียนครับ คาเวนดิชมันระเบิดได้แค่ 3-5 วินาที แต่ฟาเบียนแม้จะระเบิดไม่แรงเท่าแต่ถึงแกใหญ่ แกยิงจรวดตั้งแต่ 1 กิโลก่อนถึงเส้นเลย เรียกว่าหนีเดี่ยวเสี้ยวท้ายก็ว่าได้ แล้งถ้าฟาเบียนหลุดออกมาได้ ระยะเวลายาวนานตั้ง 40-50 วินาที ใครมันจะตามเก็บพี่แกทัน

นักวิจารณ์ว่ารายนี้แกเป็นขาไทม์ไทรฯที่มีจุดเด่นก็คือไม่ว่าจะ 4 จะ 12 จะ 40 กิโล แกก็ขี่ได้ดีหมด ไม่เหมือนบางคนต้องไทม์ไทรฯยาวๆถึงจะดี บางคนก็ได้แต่ไทม์ไทรฯสั้นๆ
....นอกเรื่องไปไกลเลย แต่กลับมาเรื่องเดิมครับ ชุดสกินสูทรุ่นใหม่จะมีพื้นผิวทำลายแรงฉุดด้านหลังครับ คือป่วนให้กระแสอากาศมันวนไม่ได้แทนครับ
....กลับมาเรื่องของ จขกท. เฟรมที่ทำไทม์ไทรฯได้ดีก็คือเฟรม Cervelo ครับ เจ้า s1 นี่แหละ มีเวปจักรยานฝรั่งอันใหนจำไม่ได้ล่ะครับเอาไปทดสอบ ปรากฏว่า มันมีแอโร่ไดนามิคส์ดีกว่ารถไทม์ไทรฯบางตัวที่เป็นที่นิยมเมื่อ 5-6 ปีก่อนเสียอีก !!
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 24 พ.ย. 2009, 15:59
โดย phongsiri
ทำเหมือนจะต้องลำบากเซ็ทรถกลับไปกลับมาเลย ถ้าจะขี่ไทม์ไทร สลับหมอบ หรือว่าจะต้องลกทุนจัดหาเฟรมไทม์ไทร์
มาใช้แล้วสลับแค่ล้ออย่างเดียว ก็ดีนะ แต่เสียตังค์เยอะ

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 24 พ.ย. 2009, 18:56
โดย velovie
อ่านแล้วสนุกมาก หากมีข้อมูลอีกก็เอามาลงอีก ครับรออ่าน
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 24 พ.ย. 2009, 21:33
โดย EDD TITAN
อ่านสนุก ขอบคุณทุกท่านครับ
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 25 พ.ย. 2009, 10:54
โดย griz
เซ็ตแบบ 2T นี่ไม่รู้เหมือนกัน..
แต่ถ้าเซ็ตแบบ Triathlon นี่ แบบย่อๆก็ เน้นสบายเป็นหลัก และแอโร่ตามมา..
ปรับหลักอาน..ถ้าเป็นแบบเยื้องหลัง ปรับให้เยื้องหน้าซะ.. สเตมยาว..ก็ลดให้สั้น.. ลดแหวนรองคอเพื่อให้แฮนด์ต่ำๆ..
ส่วนปรับอะไรเท่าไรนั้น..ต้องลอง..หาจุดที่สบายสุด..หมอบได้นานๆ.. เขาว่างั้น..
ส่วนเรื่องโกนขนนี่..ผมลองแล้วช่วยลดเวลาอย่างน้อย 2 นาที เหตุผลหนึ่งบ้างว่าเผื่อตอนล้ม..อีกเหตุผลที่ฟังมาก็คือเรื่องนวด ก่อน-หลังแข่ง..ช่วยให้ยาสัมผัสผิวได้ดี ยานวดไม่ติดอยู่ที่ขนเป็นที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง ยิ่งฝรั่งขนเยอะมากๆ หมอนวดคงเซ็งนวดไปขนยั้วเยี้ย..

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 25 พ.ย. 2009, 12:10
โดย ปูเป้
phongsiri เขียน:ทำเหมือนจะต้องลำบากเซ็ทรถกลับไปกลับมาเลย ถ้าจะขี่ไทม์ไทร สลับหมอบ หรือว่าจะต้องลกทุนจัดหาเฟรมไทม์ไทร์
มาใช้แล้วสลับแค่ล้ออย่างเดียว ก็ดีนะ แต่เสียตังค์เยอะ

ซื้อเฟรมเพิ่มเลยครับ เอาแบบแบนๆ ใหญ่ และท่อบนสั้นกว่าตัวเดิม เลยครับ

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 26 พ.ย. 2009, 00:50
โดย moonaka
หมอบให้ทนหมอบให้นาน ปั่นให้สุดแรง ทนให้ได้ เพื่อเส้นชัย
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 29 พ.ย. 2009, 15:40
โดย คุณย่า
จะตอบแล้วนะ การปั่นttนั้นส่วนมากก็คงปั่นกันระยะทางไม่เกิน 50 km.อยู่แล้ว ดังนั้นการเซ็ตรถจึงต่างออกไปจากหมอบทั่วไป
ว่ากันที่ตัวนักกีฬาก่อน ส่วนอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยคือ aero bar ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเซ็ตรถ tt นั้นจุดประสงค์คือการลดแรงต้านของลม
ดังนั้นท่านั้งจึงมีการพัฒนากันมาอย่างมากมาย แต่ท่าพื้นฐานที่มีประสิทธิ์ภาพโดยรวมคือท่าที่ก้มตัวลงแล้วนำแขนท่อนล่างใกล้ๆข้อสอกว่างไว้บนaero bar
ท่านี้พัฒนาจากกีฬา สกีโดดไกล คือการเก็บแขนไม่ให้เกินออกจากลำตัวเพื่อให้อากาศใหลผ่านไปอย่างลื่นใหล ข้อดีของท่านี้คือยังสามารถบังคับรถได้พออยู่
แต่ท่าที่สุดยอดที่สุดคือ super position ของเกรม โอบีที่แม้แต่บรอทแมนยังต้องเลียนแบบเพื่อทำลายสถิติของโอบี แต่ที่สุดต้องนี้ ส่วนการเซ็ตรถเดี่ยวค่อยบอก
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 29 พ.ย. 2009, 19:01
โดย giro
"แต่ท่าที่สุดยอดที่สุดคือ super position ของเกรม โอบีที่แม้แต่บรอทแมนยังต้องเลียนแบบเพื่อทำลายสถิติของโอบี"
สนใจคร่าวๆชมได้จากภาพยนต์เรื่อง "The Flying Scottman" ครับ เรื่องนี้คนไม่ปั่นจักรยาน ยังอินเวลาดูเลยครับ

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 30 พ.ย. 2009, 00:33
โดย phongsiri
น่าสนใจมีหนังเรื่องไหนที่เกี่ยวกับจักรยานบ้างครับพี่จะหามาดู
ให้เกิดกำลังใจ ดูแต่ ไฮไลท์ ตรู เริ่มเบื่อละ

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 30 พ.ย. 2009, 13:28
โดย tpc
ส่วนเรื่องตำแหน่งเบาะถ้าลองสังเกตดูมันจะล้ำไปข้างหน้าเยอะกว่าเสือ หมอบธรรมดา ถ้าขาจานอยู่ในแนวนอนขนาดกับพื้นแล้วเราลากเส้นตรงผ่านจุดหมุนของหัวเขาลงมา ในแนวดิ่งจะพบว่าเส้นที่ลากในแนวดิ่งมันจะล้ำบันได้ไปด้านหน้า (ไม่เหมือนสูตรการจัดท่าขี่ทั่วไป) สิ่งที่ได้มาคือกล้ามเนื้อที่ใช้ออกแรงในการถีบส่วนใหญ่จะเป็นต้นขา
ผมว่าคุณตอบแปลกๆนะ
เข่าไม่อยู่เหนือบันไดเป็นไปได้ไง
ที่TTต้องใช้ท่อนั่งองศาสูงหรืออีกนัยหนึ่งคือเลื่อนอานไปหน้า เพราะTTชักหลักอานสูงซึ่งจะมีผลให้เข่าจะไปหลังเลยต้องใช้ท่อนั่งองศาสูงหรืออานไปหน้า
Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT
โพสต์: 30 พ.ย. 2009, 17:32
โดย คุณย่า
เห็นพูดกันเรื่อง การปรับลูกบันได หรือหลักอ่านยาวอะไรเนี้ย อันที่จริงมันไม่ได้มีอะไรต่างจากหมอบธรรมดามากหลอก
เช่นลูกกะไดตำแหน่งวางก็เหมือนเดิม หลักอ่านที่เห็นว่ายาวก็หลอกตา เพราะเฟรมttเน้นความลู่ลมและความแข็งแรง
ช่วงคอรถจึงสั้นเพื่อให้ตัวถังรถไม่บิดตัวจึงทำให้ท่อบนของตัวรถอยู่ต่ำตามไปด้วยหลักอานจึงดูยาว
และที่เหมือนว่าตัวโน้มไปข้างหน้าก็เพราะ ท่าหมอบ ย่านะขี่ttบ่อยมันลู่ลมดีแต่เมื่อยไหล่ จะบอกให้ที่setยากที่สุดนะ อานเบาะต่างหาก ปรับไม่ดี ก็เมื่อยแขน หรือไม่ก็เจ็บตูด สมดุลรถก็ไม่ได้ควบคุมลำบาก เข้าโค้งหน้าหนักก็หมูแดง