บันทึก Audax 300BRM, Rayong: ทรมานบันเทิงกับเนินหรรษา
โพสต์: 04 พ.ค. 2015, 20:52
บันทึก Audax 300BRM, Rayong: ทรมานบันเทิงกับเนินหรรษา
พึ่งได้มาเขียนครับ ปั่นเสร็จก็ยังติดอยู่เที่ยวแถวก้นอ่าวต่อ
แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับเพื่อนนักปั่นที่จากไปและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เชียงใหม่ด้วยครับ
ตื่นเช้ามาหลังจบ Audax ด้วยความหดหู่จริงๆ
งวดนี้เนื่องผมไม่ได้ถ่ายรูปใบ Brevet ไว้เลยไม่รู้ว่าตัวเองถึง CP แต่ละที่กี่โมงกันแน่ (โทรศัพท์แบทหมดแบบไม่รู้เรื่อง)
คราวนร้ตั้งใจจะจบให้เร็วกว่าครั้งชะอำ คราวชะอำจบ 4 ทุ่มกว่า งวดนี้ขอสัก 3 ทุ่มกว่าๆก็แล้วกัน
นอนตั้งแต่หัววัน ตื่นมาจะได้สดชื่นมีแรง เลยนอนมันตั้งแต่ 2 ทุ่ม ตื่นตี 4
อะไรๆเหมือนจะดี ... แต่เหมือนจะท้องผูก ขรี้ไม่ออก นั่งแล้วยังไงๆก็ไม่ออก
แต่เอาเหอะ ไม่เป็นไรหรอกน่า
ออกจากที่พักไปรับใบ Brevet ซื้อเสื้อสะท้อนแสงฝากเพื่อนแล้วก็กลับมาเก็บที่ห้อง
(แต่ตอนกลับมานี่เสื้อเหลือเพียบเลย ตูจะวนไปๆมาๆตอนเช้าทำไมก็ไม่รู้)
5:00 Start: ลานหินขาว
และแล้วทริปนี้ผมก็ Start ด้วยอารมณ์ขุ่มมัวตั้งแต่เริ่มกดบันไดเลยครับ
ปั่นแล้วทำไมรอบขาไม่ขึ้นฟระ จับ garmin สแกนเซนเซอร์ยังไงก็ไม่เจอ
พยายามเช็คแบบมืดๆอยู่พักนึงในที่สุดก็เจอ ... cadence sensor ตูหายไปไหนฟระ
ตะกี้ตอนออกจากห้องพักมายังมีอยู่เลยนี่นา
โดนปลดตอนเผลอ? หล่นหาย? ไม่ว่าอะไรก็เสียตังอีกแล้วกรู
นั่งเซ็งบนจักรยาน เงยหน้ามาอีกทีก็เจอแต่ความมืด -___-
ชาวบ้านชาวช่องเค้าไปกันหมดแล้ว
ได้ปั่นคนเดียวตั้งแต่ต้นแล้วล่ะมึง 555
ยังดีที่ garmin วัดระยะจาก gps ได้ ไม่งั้นเซ็งหนักกว่าเก่าอีก
เพราะหลังๆนี่ใช้ strava รึ endomondo จับระยะแล้วระยะหายตลอด
reset เครื่องแล้วเริ่มปั่นเลยดีกว่า ต่อให้ชาวบ้านเยอะแล้ว 555
(เขียนมาตั้งนานนี่ยังไม่ได้ปั่นเลย อารมณ์เดียวกับตอนนั้นชัดๆ)
เส้นทางช่วงแรกไม่มีอะไรเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นเส้นทางเดิมของ 200BRM ที่เคยปั่นมาแล้ว
เลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงรึต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตรงแยกขึ้นสะพานประแสสิน
งวดนี้ไม่พลาดแล้ว คราวที่แล้วเลี้ยวผิดเกือบไม่ได้เข้า CP1 ดีที่มีพี่นักปั่นทักไว้ก่อนเลยหักลำกลับทัน
งวดนี้เราตรงเข้า CP 1 ด้วยความแน่วแน่ ไม่มีผิดทาง ว่ะฮะฮะ
CP1: จุดชมวิวแหลมสน (50 กม.)
คุ้นๆว่าน่าจะถึงประมาณ 7 โมงนิดๆ
ที่ CP ก็เจอคุณต้นเพื่อนนักปั่นใน FB ก็ทักทายกันเล็กน้อย
ต้องรีบอวยพรให้เค้าโชคดีมีชัยใน PBP กันซะหน่อย ไม่รู้จบ CP นี้ผมจะตามเค้าทันมั้ย รีบทำตั้งแต่ยังมีโอกาสนี่ล่ะ
พักนิดหน่อย เติมน้ำเติมท่าก็ออกจาก CP
หลังจากนี้คือ 300BRM ที่แท้จริงแล้ว เส้นทางที่ไม่คุ้นเคยเริ่มขึ้นแล้ว
CueSheet ก็ไม่ได้อ่านมาก่อน เตรียมตัวมาดีจริงๆนะพ่อเอ้ย
แต่ชีวิตช่างดี๊ดี ... Garmin จ๋า เจ้าช่วยนำทางข้าฯด้วยเถิด 555 (ซื้อมาเพื่อปั่น Audax เลยนะเนี่ย)
เส้นทางก็ดี๊ดี เป็นแค่ทางราบสลับทางชันนิดๆ ไม่หอบแดกดราม่าเหมือนคราว 200BRM ครั้งที่แล้ว
แต่พอผ่านถ.สุขุมวิท เข้าเส้นเขาจุกเท่านั้นล่ะครับชีวิตเปลี่ยนทันทีครับพี่น้อง
เนินเป็น Sine Wave เลยค้าบ
ขึ้นเนิน ลงเนิน ขึ้นเขา ลงเขา ขึ้นเนิน ลงเขา ... แทบตายกว่าเข้า CP ได้
แถมจุดประทับตรา Brevet ยังต้องขึ้นบันไดวัดไปอีก ... ตูต้องแบกจักรยานขึ้นวัดเหรอเนี่ย
CP2: วัดหนองปลาไหล (101 กม.)
เย้ 100 กม. แล้ว
ข้าวเหนียวมะม่วง ... ขอบายล่ะครับ หิวน่ะหิว แต่กลัวขี้แตกกลางทาง
อดทนไปหาข้าวแห้งๆ กินระหว่างทางก็แล้วกัน (เมนูประจำผม ข้าวหมูกระเทียม ปลอดภัยที่สุด)
งัด CueSheet ขึ้นมาดู เขาสุกิม, เขาบายศรี, เนินสูง .... เอิ่ม วิบากกรรมกูยังไม่หมดใช่มั้ย
น้องจนท. ก็ปลอบใจ ไม่มีขึ้นเนินชันๆแบบที่ผ่านมาแล้วพี่ มีแค่เนินซึมๆ
โอเค ใจชื้นขึ้นมาหน่อย
ออกมาจาก CP ได้สักพัก อาการหมดแรงเริ่มมาแล้ว แดดก็เริ่มจะแรงขึ้นด้วย
ฮั่นแน่ หิวแน่ๆ แต่ก็ได้กล้วยตากช่วยชีวิตไว้ (เหมือนจะเตรียมตัวมาดีนะครับ 555)
แล้วก็ค่อยๆปั่นหาร้านอาหารกินข้าวเช้า
เห็นเพื่อนๆนักปั่นค่อยปั่นผ่านไป ทีละคัน 2 คัน ... ไม่หิวกันเลยรึไงคร้าบ
อิ่มแล้วก็ไปต่อ ปั่นได้พักนึงเมฆฝนก็เริ่มก่อตัว
ขอบคุณน้องฝนมาก มาได้เวลาจริงๆ
แต่เอิ่มน้องจนท.ครับ เนินซึมจริงๆว่ะครับ
แต่มันซึมยาวววว ลงมานิดนึงก็เนินอีกแล้ว ถึงจะไม่โหดร้ายก่อนเข้า CP2
แบบนี้คนปั่นสะอื้นนะครับ
ตัดสุขุมวิทเข้าตัวเมืองจันทร์ก็เนินอีกแล้ว T_T
พอถึงช่วงลงเนินนี่ก็สวรรค์ชัดๆ ปล่อยไหลยาวๆเลย
แต่กระนั้นลึกๆในใจก็หวั่นๆ อย่ามาผิดทางนะมึง ปั่นกลับนี่กรูต้องขึ้นเนินอีกรอบนะ สวรรค์จะกลับกลายเป็นนรกขึ้นมาได้
CP3: ค่ายเนินวง (149 กม.)
ถึงผ่านเนินมาติดๆกัน แต่ร่างกายยังดี๊ด๊านะครับ
ผ่านครึ่งทางแล้วพึ่งจะบ่ายโมงเอง แบบนี้ 3 ทุุ่มมีลุ้น (จำได้ว่าหลังจากนี้ไม่สาหัสเท่าครึ่งแรกแล้ว)
กินข้าวที่ CP จัดไว้ให้ กินไอติมอีก ตุนพลังไว้ก่อน
ที่ CP นี้ก็ได้มีโอกาสช่วยเพื่อนนักปั่นท่านอื่นบ้าง เค้าถามหาที่สูบลมใหญ่แต่ก็ไม่มีใครมีเลย
พอดีผมพกแก๊สมา 2 หลอด ถามเค้าว่าใช้แก๊สแทนได้มั้ย
เค้าบอกว่าแก๊สก็ได้ ก็เลยให้ไป 1 หลอดเกือบไว้เผื่อตัวเอง 1 หลอด
ออกจาก CP มาก็มีฝนตกมา ... ก็ปั่นลุยฝนสิครับ มา Audax ทั้งทีจะกลัวฝนได้ไง
แต่ก็ต้องปั่นด้วยความระมัดระวัง ฝนตกแล้วถนนลื่น อันตรายๆ
ช่วงนี้ปั่นแบบโดดเดี่ยวมากมาย ข้างหน้าก็ไม่มีใคร ข้างหลังก็ไม่มีใคร
ปั่นจนหลอนว่ากรูหลงรึเปล่าวะเนี่ย
แต่เอาน่า ... น้อง Garmin คงไม่พาหลงใช่มั้ยครัฟ
และน้อง Garmin ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พาพี่เข้า CP4 แบบงงๆ
CP4: จุดชมวิวแขมหนู (195 กม.)
กลับมายืนที่เดิม ... ที่ที่เรายอมแพ้คราว 200BRM เมื่อปีที่แล้ว
ปีนี้พี่มาแก้มือแล้วนะ มา 300 ด้วยไม่ใช่ 200 แบบครั้งที่แล้ว
จำได้ๆๆ ข้างหน้ามีเนินใช่มั้ย ม่ะเดี๋ยวเราเจอกัน คราวที่แล้วยอมแพ้เพราะเจ้า, คราวนี้ข้าฯจะไม่ยอมแล้ว
เติมพลังด้วยสละลอยแก้วกับไก่ย่าง 1 ชิ้น โดยไม่คิดเลยว่านี่คือจุดเริ่มต้นของวิบากกรรม
รีด, เค้น กำลังที่มีเพื่อข้ามเนินปากน้ำแขมหนู (เรียกเขาเหอะพี่)
.... สรุป ไม่ไหวมีจูงครับงานนี้ อายตัวเองฉิบเป๋ง
พ้นเนินมาได้ ร่างกายก็เริ่มประท้วงแล้ว รู้สึกเลยว่าปั่นแล้วความเร็วตก รอบขาตก บันไดหนักโคตร
ปกติผมจะปั่นจานเล็ก/เฟือง 7-8 แทบตลอดทาง ก็ปรับมาเหลือเฟือง 4-6 เหมือนตอนขึ้นเขา
(ผมไม่รู้ว่าปกติเค้านับกันยังไงนะ ผมเรียกเฟือง 1 = ใหญ่/เบาสุด, 11 = เล็ก/หนักสุด)
แถมเริ่มมีอาการปวดท้องเกร็ง ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเกิดจากการเกร็งหน้าท้องตอนโยกขึ้นเนิน ไม่ได้คิดอะไรมาก
ปวดท้องทีนึง ก็ต้องฟรีขาหรือหยุดพักทีนึง -_______-
แต่เอ๊ะ! คุณต้นเคยบอกว่า เนินนางพญาโหดนะ แล้วมันอยู่ไหนล่ะ ที่ผ่านมามันเนินปากน้ำแขมหนู นี่
.... นั่นไงมันอยู่ข้างหน้านั่นน่ะเอง เนินตรงๆเน้นๆ ไม่มีซิกแซกแบบเนินปากน้ำแขมหนู
แต่เนินตรงๆยาวๆไม่ได้กินผมหรอก ... ปรับไปเฟือง 1 เลยแล้วก้มหน้าก้มตาปั่นครับ 555
บอกแบบไม่โม้เลย เนินปากน้ำแขมหนูโหดสำหรับผมมากกว่านะ
Secret CP: จุดชมวิวนางพญา (215 กม.)
ได้น้ำแดงหวานๆ สดชื่นจัง
ซดไปเยอะเลย เติมใส่กระติกอีกต่างหาก ... และนี่ก็คือวิบากกรรมของการกิน/ดื่มแบบไม่ประมาณตน
ออกจาก CP มาก็เรอมาตลอดทาง เกือบจะอ๊วกก็หลายครั้ง
อาการปวดท้องก็มาถี่ขึ้นๆ แทบจะเรียกได้ว่าหมดล่ะมั้งครับเนี่ย
จบ 3 ทุ่มเหรอ .. เอาให้ทัน 4 ทุ่มก็พอแล้วมั้ง
ปั่นประคองตัวไปเรื่อยๆ ยังไงก็ต้องจบ 300 ให้ได้ ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด
เหลือขึ้นเนินอีกครั้งเดียวคือสะพานประแสสินเท่านั้น สู้ๆ
CP5: จุดชมวิวแหลมสน (253 กม.)
เข็นตัวเองมาถึงที่นี่เวลาประมาณทุ่มครึ่ง
มาถึงนึกว่า CP ร้าง แทบไม่เห็นคนเลย มีแค่น้อง จนท.อยู่
แล้วนักปั่นหายไปไหนหมดล่ะเนี่ย
ประทับตรา Brevet แล้วไปหาข้าวรองท้องกินดีกว่า (แน่ะ ปวดท้องอยู่ยังไม่เจียมตัว ยังกินอีก)
กินข้าวแล้วก็ปั่นต่อ
อาการปวดท้องก็ยังไม่หาย แถมปวดแต่ละครั้งก็ปวดนานขึ้น
ทนปั่นมาจนสุดเส้นทาง ถ.เฉลิมบูรพาชลทิศ ก่อนเข้าวงเวียนสุนทรภู่
เห็นร้านอาหารเปิดไฟอยู คนน้อยดีด้วย น่าจะจอดจักรยานแล้วปลอดภัย ...
... ลองเข้าห้องน้ำดูสักหน่อยดีกว่า เผื่อจะจริงๆแล้วมันเป็นการปวดท้องขรี้
เคยเป็นกันมั้ยครับ อาการท้องผูก อึไม่ออกเบ่งยังไงก็ไม่ออก
แต่ขณะเดียวกันก็ท้องเสียด้วย แต่มันออกไม่ได้เพราะข้างหน้าทางมันปิดไง
มันคืออาการนั้นเลยครับ
นั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเคลียร์ตัวเองได้
แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการหมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว
ที่เหลือก็แรงใจล้วนๆ ประคองตัวเข้าลานหินขาวให้ได้
Finish: ลานหินขาว (303 กม.)
ลงจากเขาแหลมหญ้ามานี่ รู้สึกเลยว่าทำไมกว่าจะถึงลานหินขาวนี่มันไกลจังวะ
มาถึงแล้วที่ CP ร้างยิ่งกว่า CP5 อีก มืดยังกะไม่มีคนอยู่แล้ว เหลือบดูนาฬิกา เกือบ 5 ทุ่มครึ่งแล้วนี่นา
จาก CP5 มา ใช้เวลาไปเกือบ 4 ชม. เลยเหรอเนี่ย
ตั้งใจจะจบ 3 ทุ่ม แต่สุดท้ายก็ช้าไปกว่าที่ตั้งใจไว้ตั้ง 2 ชม.กว่า
สรุป 300BRM ระยอง
ตามหัวข้อเลยครับ ทรมานบันเทิงกับเนินหรรษา
ถนนดีพอๆกับคราวชะอำ แต่รถน้อยกว่าเยอะ
ยกเว้นบางช่วงที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งวันที่ปั่นก็เป็นช่วงวันหยุดยาว
คนเยอะกว่าปกติอยู่แล้ว เวลาปั่นก็ต้องระวังพิเศษ
เล่นกับเนินสนุกมาก ถ้ามีเวลาว่างคงได้มาแอบปั่นซ้ำอีกครับ
และงวดนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ปั่นแบบคนเดียวสมใจ ตั้งแต่ออกตัวจนเข้าเส้น
อาทิตย์หน้าลง Test Run ในถิ่นตัวเองที่คุ้นเคย (บางปู-บางพระ)
ก่อนไป Audax ของจริงกับเส้นทาง 400BRM เจ้าพระยา
ที่คนที่เค้าผ่านแล้วบอกเอาไว้ว่า ความภูมิใจมันคนละเรื่องกับระยะ 300 กม. เลย
ปล. เห็นคนลง 200BRM เค้ามีดราม่ากันเรื่องคนเยอะเต็ม CP จนท. ทำงานไม่ทัน
แต่ผมดราม่าผีหลอก CP ไม่มีคนนะ จนท. เยอะเกิน 555
(แก้ไขชื่อเนินละ ขอบคุณคุณ lotus ที่ช่วยบอกชื่อเนินที่ถูกต้องด้วยครับ)
พึ่งได้มาเขียนครับ ปั่นเสร็จก็ยังติดอยู่เที่ยวแถวก้นอ่าวต่อ
แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับเพื่อนนักปั่นที่จากไปและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เชียงใหม่ด้วยครับ
ตื่นเช้ามาหลังจบ Audax ด้วยความหดหู่จริงๆ
งวดนี้เนื่องผมไม่ได้ถ่ายรูปใบ Brevet ไว้เลยไม่รู้ว่าตัวเองถึง CP แต่ละที่กี่โมงกันแน่ (โทรศัพท์แบทหมดแบบไม่รู้เรื่อง)
คราวนร้ตั้งใจจะจบให้เร็วกว่าครั้งชะอำ คราวชะอำจบ 4 ทุ่มกว่า งวดนี้ขอสัก 3 ทุ่มกว่าๆก็แล้วกัน
นอนตั้งแต่หัววัน ตื่นมาจะได้สดชื่นมีแรง เลยนอนมันตั้งแต่ 2 ทุ่ม ตื่นตี 4
อะไรๆเหมือนจะดี ... แต่เหมือนจะท้องผูก ขรี้ไม่ออก นั่งแล้วยังไงๆก็ไม่ออก
แต่เอาเหอะ ไม่เป็นไรหรอกน่า
ออกจากที่พักไปรับใบ Brevet ซื้อเสื้อสะท้อนแสงฝากเพื่อนแล้วก็กลับมาเก็บที่ห้อง
(แต่ตอนกลับมานี่เสื้อเหลือเพียบเลย ตูจะวนไปๆมาๆตอนเช้าทำไมก็ไม่รู้)
5:00 Start: ลานหินขาว
และแล้วทริปนี้ผมก็ Start ด้วยอารมณ์ขุ่มมัวตั้งแต่เริ่มกดบันไดเลยครับ
ปั่นแล้วทำไมรอบขาไม่ขึ้นฟระ จับ garmin สแกนเซนเซอร์ยังไงก็ไม่เจอ
พยายามเช็คแบบมืดๆอยู่พักนึงในที่สุดก็เจอ ... cadence sensor ตูหายไปไหนฟระ
ตะกี้ตอนออกจากห้องพักมายังมีอยู่เลยนี่นา
โดนปลดตอนเผลอ? หล่นหาย? ไม่ว่าอะไรก็เสียตังอีกแล้วกรู
นั่งเซ็งบนจักรยาน เงยหน้ามาอีกทีก็เจอแต่ความมืด -___-
ชาวบ้านชาวช่องเค้าไปกันหมดแล้ว
ได้ปั่นคนเดียวตั้งแต่ต้นแล้วล่ะมึง 555
ยังดีที่ garmin วัดระยะจาก gps ได้ ไม่งั้นเซ็งหนักกว่าเก่าอีก
เพราะหลังๆนี่ใช้ strava รึ endomondo จับระยะแล้วระยะหายตลอด
reset เครื่องแล้วเริ่มปั่นเลยดีกว่า ต่อให้ชาวบ้านเยอะแล้ว 555
(เขียนมาตั้งนานนี่ยังไม่ได้ปั่นเลย อารมณ์เดียวกับตอนนั้นชัดๆ)
เส้นทางช่วงแรกไม่มีอะไรเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นเส้นทางเดิมของ 200BRM ที่เคยปั่นมาแล้ว
เลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงรึต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตรงแยกขึ้นสะพานประแสสิน
งวดนี้ไม่พลาดแล้ว คราวที่แล้วเลี้ยวผิดเกือบไม่ได้เข้า CP1 ดีที่มีพี่นักปั่นทักไว้ก่อนเลยหักลำกลับทัน
งวดนี้เราตรงเข้า CP 1 ด้วยความแน่วแน่ ไม่มีผิดทาง ว่ะฮะฮะ
CP1: จุดชมวิวแหลมสน (50 กม.)
คุ้นๆว่าน่าจะถึงประมาณ 7 โมงนิดๆ
ที่ CP ก็เจอคุณต้นเพื่อนนักปั่นใน FB ก็ทักทายกันเล็กน้อย
ต้องรีบอวยพรให้เค้าโชคดีมีชัยใน PBP กันซะหน่อย ไม่รู้จบ CP นี้ผมจะตามเค้าทันมั้ย รีบทำตั้งแต่ยังมีโอกาสนี่ล่ะ
พักนิดหน่อย เติมน้ำเติมท่าก็ออกจาก CP
หลังจากนี้คือ 300BRM ที่แท้จริงแล้ว เส้นทางที่ไม่คุ้นเคยเริ่มขึ้นแล้ว
CueSheet ก็ไม่ได้อ่านมาก่อน เตรียมตัวมาดีจริงๆนะพ่อเอ้ย
แต่ชีวิตช่างดี๊ดี ... Garmin จ๋า เจ้าช่วยนำทางข้าฯด้วยเถิด 555 (ซื้อมาเพื่อปั่น Audax เลยนะเนี่ย)
เส้นทางก็ดี๊ดี เป็นแค่ทางราบสลับทางชันนิดๆ ไม่หอบแดกดราม่าเหมือนคราว 200BRM ครั้งที่แล้ว
แต่พอผ่านถ.สุขุมวิท เข้าเส้นเขาจุกเท่านั้นล่ะครับชีวิตเปลี่ยนทันทีครับพี่น้อง
เนินเป็น Sine Wave เลยค้าบ
ขึ้นเนิน ลงเนิน ขึ้นเขา ลงเขา ขึ้นเนิน ลงเขา ... แทบตายกว่าเข้า CP ได้
แถมจุดประทับตรา Brevet ยังต้องขึ้นบันไดวัดไปอีก ... ตูต้องแบกจักรยานขึ้นวัดเหรอเนี่ย
CP2: วัดหนองปลาไหล (101 กม.)
เย้ 100 กม. แล้ว
ข้าวเหนียวมะม่วง ... ขอบายล่ะครับ หิวน่ะหิว แต่กลัวขี้แตกกลางทาง
อดทนไปหาข้าวแห้งๆ กินระหว่างทางก็แล้วกัน (เมนูประจำผม ข้าวหมูกระเทียม ปลอดภัยที่สุด)
งัด CueSheet ขึ้นมาดู เขาสุกิม, เขาบายศรี, เนินสูง .... เอิ่ม วิบากกรรมกูยังไม่หมดใช่มั้ย
น้องจนท. ก็ปลอบใจ ไม่มีขึ้นเนินชันๆแบบที่ผ่านมาแล้วพี่ มีแค่เนินซึมๆ
โอเค ใจชื้นขึ้นมาหน่อย
ออกมาจาก CP ได้สักพัก อาการหมดแรงเริ่มมาแล้ว แดดก็เริ่มจะแรงขึ้นด้วย
ฮั่นแน่ หิวแน่ๆ แต่ก็ได้กล้วยตากช่วยชีวิตไว้ (เหมือนจะเตรียมตัวมาดีนะครับ 555)
แล้วก็ค่อยๆปั่นหาร้านอาหารกินข้าวเช้า
เห็นเพื่อนๆนักปั่นค่อยปั่นผ่านไป ทีละคัน 2 คัน ... ไม่หิวกันเลยรึไงคร้าบ
อิ่มแล้วก็ไปต่อ ปั่นได้พักนึงเมฆฝนก็เริ่มก่อตัว
ขอบคุณน้องฝนมาก มาได้เวลาจริงๆ
แต่เอิ่มน้องจนท.ครับ เนินซึมจริงๆว่ะครับ
แต่มันซึมยาวววว ลงมานิดนึงก็เนินอีกแล้ว ถึงจะไม่โหดร้ายก่อนเข้า CP2
แบบนี้คนปั่นสะอื้นนะครับ
ตัดสุขุมวิทเข้าตัวเมืองจันทร์ก็เนินอีกแล้ว T_T
พอถึงช่วงลงเนินนี่ก็สวรรค์ชัดๆ ปล่อยไหลยาวๆเลย
แต่กระนั้นลึกๆในใจก็หวั่นๆ อย่ามาผิดทางนะมึง ปั่นกลับนี่กรูต้องขึ้นเนินอีกรอบนะ สวรรค์จะกลับกลายเป็นนรกขึ้นมาได้
CP3: ค่ายเนินวง (149 กม.)
ถึงผ่านเนินมาติดๆกัน แต่ร่างกายยังดี๊ด๊านะครับ
ผ่านครึ่งทางแล้วพึ่งจะบ่ายโมงเอง แบบนี้ 3 ทุุ่มมีลุ้น (จำได้ว่าหลังจากนี้ไม่สาหัสเท่าครึ่งแรกแล้ว)
กินข้าวที่ CP จัดไว้ให้ กินไอติมอีก ตุนพลังไว้ก่อน
ที่ CP นี้ก็ได้มีโอกาสช่วยเพื่อนนักปั่นท่านอื่นบ้าง เค้าถามหาที่สูบลมใหญ่แต่ก็ไม่มีใครมีเลย
พอดีผมพกแก๊สมา 2 หลอด ถามเค้าว่าใช้แก๊สแทนได้มั้ย
เค้าบอกว่าแก๊สก็ได้ ก็เลยให้ไป 1 หลอดเกือบไว้เผื่อตัวเอง 1 หลอด
ออกจาก CP มาก็มีฝนตกมา ... ก็ปั่นลุยฝนสิครับ มา Audax ทั้งทีจะกลัวฝนได้ไง
แต่ก็ต้องปั่นด้วยความระมัดระวัง ฝนตกแล้วถนนลื่น อันตรายๆ
ช่วงนี้ปั่นแบบโดดเดี่ยวมากมาย ข้างหน้าก็ไม่มีใคร ข้างหลังก็ไม่มีใคร
ปั่นจนหลอนว่ากรูหลงรึเปล่าวะเนี่ย
แต่เอาน่า ... น้อง Garmin คงไม่พาหลงใช่มั้ยครัฟ
และน้อง Garmin ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พาพี่เข้า CP4 แบบงงๆ
CP4: จุดชมวิวแขมหนู (195 กม.)
กลับมายืนที่เดิม ... ที่ที่เรายอมแพ้คราว 200BRM เมื่อปีที่แล้ว
ปีนี้พี่มาแก้มือแล้วนะ มา 300 ด้วยไม่ใช่ 200 แบบครั้งที่แล้ว
จำได้ๆๆ ข้างหน้ามีเนินใช่มั้ย ม่ะเดี๋ยวเราเจอกัน คราวที่แล้วยอมแพ้เพราะเจ้า, คราวนี้ข้าฯจะไม่ยอมแล้ว
เติมพลังด้วยสละลอยแก้วกับไก่ย่าง 1 ชิ้น โดยไม่คิดเลยว่านี่คือจุดเริ่มต้นของวิบากกรรม
รีด, เค้น กำลังที่มีเพื่อข้ามเนินปากน้ำแขมหนู (เรียกเขาเหอะพี่)
.... สรุป ไม่ไหวมีจูงครับงานนี้ อายตัวเองฉิบเป๋ง
พ้นเนินมาได้ ร่างกายก็เริ่มประท้วงแล้ว รู้สึกเลยว่าปั่นแล้วความเร็วตก รอบขาตก บันไดหนักโคตร
ปกติผมจะปั่นจานเล็ก/เฟือง 7-8 แทบตลอดทาง ก็ปรับมาเหลือเฟือง 4-6 เหมือนตอนขึ้นเขา
(ผมไม่รู้ว่าปกติเค้านับกันยังไงนะ ผมเรียกเฟือง 1 = ใหญ่/เบาสุด, 11 = เล็ก/หนักสุด)
แถมเริ่มมีอาการปวดท้องเกร็ง ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเกิดจากการเกร็งหน้าท้องตอนโยกขึ้นเนิน ไม่ได้คิดอะไรมาก
ปวดท้องทีนึง ก็ต้องฟรีขาหรือหยุดพักทีนึง -_______-
แต่เอ๊ะ! คุณต้นเคยบอกว่า เนินนางพญาโหดนะ แล้วมันอยู่ไหนล่ะ ที่ผ่านมามันเนินปากน้ำแขมหนู นี่
.... นั่นไงมันอยู่ข้างหน้านั่นน่ะเอง เนินตรงๆเน้นๆ ไม่มีซิกแซกแบบเนินปากน้ำแขมหนู
แต่เนินตรงๆยาวๆไม่ได้กินผมหรอก ... ปรับไปเฟือง 1 เลยแล้วก้มหน้าก้มตาปั่นครับ 555
บอกแบบไม่โม้เลย เนินปากน้ำแขมหนูโหดสำหรับผมมากกว่านะ
Secret CP: จุดชมวิวนางพญา (215 กม.)
ได้น้ำแดงหวานๆ สดชื่นจัง
ซดไปเยอะเลย เติมใส่กระติกอีกต่างหาก ... และนี่ก็คือวิบากกรรมของการกิน/ดื่มแบบไม่ประมาณตน
ออกจาก CP มาก็เรอมาตลอดทาง เกือบจะอ๊วกก็หลายครั้ง
อาการปวดท้องก็มาถี่ขึ้นๆ แทบจะเรียกได้ว่าหมดล่ะมั้งครับเนี่ย
จบ 3 ทุ่มเหรอ .. เอาให้ทัน 4 ทุ่มก็พอแล้วมั้ง
ปั่นประคองตัวไปเรื่อยๆ ยังไงก็ต้องจบ 300 ให้ได้ ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด
เหลือขึ้นเนินอีกครั้งเดียวคือสะพานประแสสินเท่านั้น สู้ๆ
CP5: จุดชมวิวแหลมสน (253 กม.)
เข็นตัวเองมาถึงที่นี่เวลาประมาณทุ่มครึ่ง
มาถึงนึกว่า CP ร้าง แทบไม่เห็นคนเลย มีแค่น้อง จนท.อยู่
แล้วนักปั่นหายไปไหนหมดล่ะเนี่ย
ประทับตรา Brevet แล้วไปหาข้าวรองท้องกินดีกว่า (แน่ะ ปวดท้องอยู่ยังไม่เจียมตัว ยังกินอีก)
กินข้าวแล้วก็ปั่นต่อ
อาการปวดท้องก็ยังไม่หาย แถมปวดแต่ละครั้งก็ปวดนานขึ้น
ทนปั่นมาจนสุดเส้นทาง ถ.เฉลิมบูรพาชลทิศ ก่อนเข้าวงเวียนสุนทรภู่
เห็นร้านอาหารเปิดไฟอยู คนน้อยดีด้วย น่าจะจอดจักรยานแล้วปลอดภัย ...
... ลองเข้าห้องน้ำดูสักหน่อยดีกว่า เผื่อจะจริงๆแล้วมันเป็นการปวดท้องขรี้
เคยเป็นกันมั้ยครับ อาการท้องผูก อึไม่ออกเบ่งยังไงก็ไม่ออก
แต่ขณะเดียวกันก็ท้องเสียด้วย แต่มันออกไม่ได้เพราะข้างหน้าทางมันปิดไง
มันคืออาการนั้นเลยครับ
นั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเคลียร์ตัวเองได้
แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการหมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว
ที่เหลือก็แรงใจล้วนๆ ประคองตัวเข้าลานหินขาวให้ได้
Finish: ลานหินขาว (303 กม.)
ลงจากเขาแหลมหญ้ามานี่ รู้สึกเลยว่าทำไมกว่าจะถึงลานหินขาวนี่มันไกลจังวะ
มาถึงแล้วที่ CP ร้างยิ่งกว่า CP5 อีก มืดยังกะไม่มีคนอยู่แล้ว เหลือบดูนาฬิกา เกือบ 5 ทุ่มครึ่งแล้วนี่นา
จาก CP5 มา ใช้เวลาไปเกือบ 4 ชม. เลยเหรอเนี่ย
ตั้งใจจะจบ 3 ทุ่ม แต่สุดท้ายก็ช้าไปกว่าที่ตั้งใจไว้ตั้ง 2 ชม.กว่า
สรุป 300BRM ระยอง
ตามหัวข้อเลยครับ ทรมานบันเทิงกับเนินหรรษา
ถนนดีพอๆกับคราวชะอำ แต่รถน้อยกว่าเยอะ
ยกเว้นบางช่วงที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งวันที่ปั่นก็เป็นช่วงวันหยุดยาว
คนเยอะกว่าปกติอยู่แล้ว เวลาปั่นก็ต้องระวังพิเศษ
เล่นกับเนินสนุกมาก ถ้ามีเวลาว่างคงได้มาแอบปั่นซ้ำอีกครับ
และงวดนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ปั่นแบบคนเดียวสมใจ ตั้งแต่ออกตัวจนเข้าเส้น
อาทิตย์หน้าลง Test Run ในถิ่นตัวเองที่คุ้นเคย (บางปู-บางพระ)
ก่อนไป Audax ของจริงกับเส้นทาง 400BRM เจ้าพระยา
ที่คนที่เค้าผ่านแล้วบอกเอาไว้ว่า ความภูมิใจมันคนละเรื่องกับระยะ 300 กม. เลย
ปล. เห็นคนลง 200BRM เค้ามีดราม่ากันเรื่องคนเยอะเต็ม CP จนท. ทำงานไม่ทัน
แต่ผมดราม่าผีหลอก CP ไม่มีคนนะ จนท. เยอะเกิน 555
(แก้ไขชื่อเนินละ ขอบคุณคุณ lotus ที่ช่วยบอกชื่อเนินที่ถูกต้องด้วยครับ)
