เจอรูปนี้มาน่าจะแบ่ง segment ของรถออกมาได้ง่ายขึ้นตามลักษณะการใช้งาน

- Screen Shot 2558-04-18 at 10.36.50.png (58.06 KiB) เข้าดูแล้ว 9627 ครั้ง
นิยามของจักรยาน คงไม่ใช่เรืองที่ต้องไปใส่ใจนักหรอกครับ อยู่ที่ค่านิยมมากกว่า
จุดประสงค์ของการออกแบบจักรยานต่างหากครับที่แต่ละแบบออกแบบกันมาเพื่อประโยชน์เช่นไร
เหมือนอย่าง Hybrid ซึ่งแทบจะหานิยามอะไรกับมันได้ยากขึ้นทุกที เพราะมันแปลว่าพันทาง อะไรๆก็เอามาผสมๆกันหมด จะบอกว่าเหมารวม gravel เข้าไปเป็นกลุ่ม Hybridสายพันธุ์ใหม่ก็ยังได้ (แม้จะไม่เต็มปากนัก)
แท้จริงแล้ว การที่ Giant เข็น Anyroad model ออกมา หรือ ค่ายอื่นๆเข็นรถที่ตลาดเริ่มจะให้สมนามว่า Gravel bike ก็ดี ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามทิศทางของตลาดทั้งสิ้น ( Anyroad ของGiant มีท่อบนที่เอียงลาดเหมือนเสือภูเขานั้น ก็เพราะว่า Giant ออกแบบโดยคนเอเชีย รถที่ท่อบนเอียงลาดแบบนี้มันก็จะขึ้นลงง่าย โดยเฉพาะคนเอเชียตัวต่ำๆแบบพวกเรา

, ถ้าเกิดทันเสือหมอบท่อบนขนานโลก รถที่ตรงsizeจะมีหลักอานโผล่พ้นเฟรมมาไม่เกิน 2นิ้ว คงจะเข้าใจกันดีกว่า มันขึ้นแล้วไม่ค่อยอยากจะลงกันเท่าไหร่ ฮ่า ฮ่า )
เป็นที่คาดการกันออกมาแล้วว่า อัตราการเติบโตของตลาดกลุ่ม Road Bike จะเริ่มยุบตัวลง หรือ ดีที่สุดคือ ไม่เปลี่ยนแปลง และจะไม่ขยายตัวขึ้นอีก ตลาดส่วน HiEndจะยุบตัวลง เพราะตลาดกำลังอิ่มตัว ( มีแล้ว เบื่อแล้ว พอแล้ว เมียไม่ให้ซื้ออีกแล้ว

ฯลฯ ) ตลาดรถระดับเริ่มต้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่เติมโตดั่งในอดีต
ทำอย่างไร จะผลิตรถออกมาเจาะกลุ่มตลาดเพิ่มขึ้น?
Hybrid เดิมใช้ในเมือง ---> ดีแล้ว
Road Bike ใช้บนถนน ---> เน้นความเร็วบนถนนเรียบๆ ดีๆ
MTB และ derivative ทั้งหลาย ใช้บนทางกันดารป่าเขา แต่เอามาปั่นในเมืองเปลืองแรง ทำความเร็วไม่สะดวก
Cyclocross ก็เฉพาะทางเกินไป เน้นแข่งขันมากเกินไป
Gravel จึงออกมาเพื่อชดเชยคนที่เน้นความเร็ว แต่เส้นทางที่ใช้ไม่ได้ราบเรียบพอให้เอาRoad Bike มาวิ่งกัน แต่บางทีก็ต้องเอามาวิ่งบนถนนเรียบๆบ้าง รถคันเดียวใช้ได้ทุกถนน ( Anyroad bike concept ) ตรงนี้แหละที่เป็นconceptหลักๆให้ผู้ผลิตแต่ละค่ายคิดรถขึ้นมา ( ว่าไปมันก็เหมือนกับ Cx นั่นแหละ แต่ไม่เห็นจะต้องทำออกมาให้เหมือนกับ Cx , เหมือนCx มันก็เป็น Cx หนะดิ

) พูดง่ายๆว่า X road ในกลุ่ม sportและlife style ยังใหญ่พอให้เจาะหรือเปิดตลาดเพิ่มขึ้น
1. ยางหน้ากว้าง มีดอก สำหรับทางแบบกรวด ลูกรัง ดิน + ขาตะเกียบห่างกันเพียงพอสำหรับหน้ายาง
2. ลักษณะลู่ลม ทำความเร็ว แฮนด์หมอบ อุปกรณ์แบบเสือหมอบได้
3. ทรงตัวได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำลง หรือ บนเส้นทางที่ต้องใช้ทักษะ ซึ่งตรงจุดนี้มีวิธีการออกแบบรถได้หลากหลายวิธีมากครับ ต้องมองเป็นองค์รวม ลำพังแค่เรื่องของมุมท่อคอและfork rake ที่เอามาผสมผสานกันก็สร้างความหลากหลายแล้ว นอกจากนี้วิธีการออกแบบchainstayนั้น จะสั้นหรือยาวก็จะมีผลกันไปคนละอย่าง การที่ chainstay สั้นก็ใช่ว่ารถจะไม่เสถียร ( ยกตัวอย่าง GaryFisher ที่ออกแบบ Genesis Geometry ) แต่ที่แน่ๆ Chainstayยิ่งสั้น ยิ่งstiff แต่ยิ่งสั้นก็ยิ่งกระด้าง ในขณะที่Touring bike ออกแบบให้ chainstayยาวนั้น จุดประสงค์หลักก็คือ เพื่อใส่กระเป๋าด้านข้างและบรรทุกสัมภาระ ผลพวงของchainstayที่ยาวขึ้นคือ รถมีความนุ่มนวลขึ้นอีกนิดหนึ่ง นิดหนึ่งก็หมายถึงความสะเทือนที่ลดลงและความสบายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ล้าตัวน้อยลง เดินทางไปได้ไกลขึ้นโดยไม่ต้องพักบ่อย
( สุดท้าย รูปด้านบนของ post นี้ ก็ยังใช้อธิบายตำแหน่งบน segment ของGravel ได้ว่าควรจะอยู่ตรงไหน ของกลุ่ม X Road นะครับ )
ผมว่าตลาดในsegmentนี้ยังจะต้องดูกันต่อไปครับว่าจะไปได้อีกแค่ไหน ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของธุรกิจที่ต้องดูทิศทางของตลาดเป็นสำคัญ ถ้าตลาดไม่ตอบสนองเท่าที่ควร ยอดขายไม่ดี เราก็จะเห็นเองหละครับว่ามันไปไม่ได้ไม่นาน
เหมือนกับ 29er ที่เข็นมาหลายปีแล้ว สุดท้ายก็ต้องออก 27.5er มาชดเชย เพราะอะไรก็คงจะทราบกัน
