ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- ballbeing
- ขาประจำ
- โพสต์: 550
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2013, 23:29
- Bike: จักรยานตีนถีบ มือจับ สับเกียร์ หนีเมียปั่น
ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ขออนุญาติอีกสักกระทู้ เรียกว่าภาคต่อของ ที่สุดแห่งเฟรมพุ่ง ขีดสุดแห่งล้อเหวี่ยง มาเที่ยวนี้จะขอแลกเปลี่ยนเรื่องจิปาถะ สิ่งละอันพันละน้อยใกล้ตัวนักปั่น นักปั่นไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ มีอันต้องหมกมุ่นกับสิ่งที่เรียกว่า AV หรือไม่ก็ Max speed และก็ยึดมันถือมั่นว่าเป็นเครื่องเชิดหน้าชูตา ขี่กันขี้เยี่ยวเหนียว เพื่อให้ได้เรคคอร์ดไปโชว์บน strava และก็นำมาซึ่งการเลือกเฟ้นเครื่องทุ่นแรง ทุกชนิด ไม่ว่าจะแพงขนาดไหนเพื่อทำให้เราแอโร่ที่สุด เพื่อจะเข้าสู่วงการ av ได้อย่างเชิดหน้าชูตา ฮัดช่าๆ ผมไม่มีเจตนาเรียกแขกแต่อย่างใด ความสุขของใคร ใคร่ดำเนินต่อไปครับ ผมแค่มากระเซ้าเย้าแหย่ในอีกมุม ให้ชวนหัวกัน ไล่กันตั้งแต่เสื้อผ้า หน้าผม หมวก แว่น รองเท้า เอาให้ครบเครื่องกันเลย
นักปั่นอาชีพ ค่าจ้างแสนแพง ผลงานคือตัวทำรายได้ การแข่งขันที่ทุกคนซ้อมเหมือนกัน เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทุกวินาทีคือผลแพ้ชนะ ทุกอุปกรณ์มีคนออกให้ ทุกสินค้าถึงได้ลงทุนเรื่องวิจัยและพัฒนา เมื่อไปเบาที่สุดแล้วมันตัน มันก็มาเรื่องแอโร่ต่อ รถจักรยานหน้าตัดมันกระจิดริด แต่สิ่งที่มันต้านลมคือไอ้คนขี่นี่ต่างหาก ทีนี้ก็มาเลยครับ หมวกแอโร่ แว่นแอโร่ ชุดสกินสูทแอโร่ รองเท้า ถุงหุ้มรองเท้าแอโร่ ทั้งหมดทั้งสิ้นเพื่อคำว่า performance หรือสมรรถภาพที่ผมเกริ่นไป
ทีนี้ก็เอาหละครับ กระแสแอโร่มาหละ เราต้องมีหมวกแอโร่ครับ ใบหนักๆ ทรงโตๆ ดูแปลกๆ รูน้อยๆ มีแว่นแบบ shield ติดมาให้เสร็จสรรพ ผมเห็นคนใส่ทีไรนึกถึงตัวอุลตร้าแมนทุกที แล้วเราก็เอาไปปั่นสนามเขียว สนามใจเกินร้อย ในอุณภูมิ 40 องศา ถอดหมวกออกมานึกว่าไปซาวน่ามา เหมือนเราลืมบริบทที่เราใช้งานไป ว่าเราไม่ได้เอาไปแข่งขันในระดับความได้เปรียบเป็นวินาที่มีค่า บ้านเราไม่ใช่เมืองหนาวแบบเขา เมืองร้อนบ้าเลือดอย่างเราการระบายอากาศบนกบาลเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม จะเอาแต่แอโร่จนลืมเรื่องความสบาย การทดสอบเฟรมและหมวกแอโร่เขาทำในอุโมงลมโดยให้ลมพัดมาในด้านหน้า แต่เรากำลังลืมไปเวลาไปขี่จริงๆ ลมมันมาได้ทุกทิศทาง พอลมส่งหลังหรือพัดข้าง ความได้เปรียบที่ลงทุนไปก็หมดกัน พอลมพัดมาด้านหน้า จัดอุปกรณ์แอโร่เต็มเหนี่ยวแต่ก็แย่งกันหมกเกี่ยงกันลาก ถ้ามันช่วยได้จริงสมเงินที่จ่ายไป เราต้องเหนื่อยน้อยสิครับ
มาเรื่องชุดสกินสูท รักจะเร็วต้องแอโร่ รักจะแอโร่แล้วมันต้องสุด ขี้เยี่ยวไม่ต้องคำนึง ชุดสกินเซฟวัตต์สุดๆ จัดปายยย โชว์ทุกมัดกล้ามและย้อยห้อย สารรูปไม่ใช่อุปสรรค โปรเขาขี่รวดเดียวจบ เราออกทริปด้วยสกินสูท ทริปหนึ่งพัก 3-6 ครั้งถกกันเมื่อย แค่เอี้ยมก็ล้วงลูกกันเอี้ยวแล้วเอี้ยวอีก ยิ่งงานแข่งหรือทริปเกือบทุกงานผมเห็นใส่สกิน ชุดแอโร่ แล้วคุณท่านจะรูดซิบกันทำแม้วอะไรกันหร่า 555 ให้ตายงานแข่งขึ้นเขาผมยังเห็นคนใส่ชุดแอโร่แล้วรูดซิบ คุณพระ ขึ้นเขาท่านยังจะแอโร่ ตรูยอม
แว่นตานี่ผมโคตรแปลกใจ ว่าทุกงานเราจะเห็นสองยี่ห้อนี้ครองใบหน้านักปั่นอย่างกับมันแจกฟรี คือยี่ห้อ โอ๊คเหรอ กับ รู้ดีโปรเจค เจ้าแรกผมนี่โดนกับตัว Limited ยางขาแว่นแม่มเหนียวยืด เลนส์ไม่ถึงหกเดือนแม่มลอก จนเกิดวลีว่า โอ๊คแท้ต้องเลนส์ลอก โอ้วเงินแปดพันของตรู ส่วนรู้ดีเลนส์โฟโต้ปรับแสงออโต้ไฮโซสุดๆ แต่ดีไซน์ผมว่าพอๆ กับ leopard อันละ 800 ผมได้ลองแว่นทางเลือกอย่างพวก SHบวกลบ spider แมน โอ้วคุณพระราคาต่างกัน แต่คุณภาพไหงใกล้เคียง แม่มปรับแสงได้เหมือนกันเลย นี่เรากำลังโดนอุปทานกลุ่ม หรือพลวัตรหมู่หรือเปล่าหว่า
รองเท้านี่ผมขอแชร์ประสบการณ์ตรงสักนิด แหมวิถีโปรพื้นต้องคาร์บอนบางเฉียบ ถ่ายทอดแรงเต็มกำลัง กดเป็นพุ่ง มีค่าความแข็งวัดกันได้อีกต่างหาก ผมนี่ก็โดนครับ กระแสมันแรง ต้องให้รู้ จัดบันไดกลมสปีดเพลินกับรองเท้าคู่เกือบหมื่น ไอ้เจ้าสปีดเพลย์เพลินนี่ใช้อยู่สามเดือนเบื่อต้องมาหยอดน้ำมัน และเกือบจะล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำเพราะคลีทลื่นมันหลายที รองเท้าแสนแพงใส่แล้วเจ็บตีนชิหายยิ่งเวลากด นี่ตรูอยู่บนพื้นกระดานนี่หว่า เอาน่าเขาว่าสติฟ มันเป็นวิถีโปร แต่พอกลับไปใช้พื้นคอมโพสิทธรรมดา ผมไม่เห็นจะขี่เอวีตก ขึ้นเขายิ่งซ้อมยิ่งเวลาดีกว่าเดิม แต่สิ่งที่ได้คือ ถึงที่หมายสบายตีนผิดกัน ยิ่งตอนหลังมาคบบันไดยี่ห้อเวลา โอ้วคลีทแม่มแทบจะวิ่งได้ สำหรับผม รองเท้าที่ใส่สบาย ราคาสมเหตุผล เบาระบายอากาศดีๆ ก็พอสำหรับ ตีน อบต.อย่างผม
ยังมีเรื่องจานโรตีใบรีเป็นโรคระบาดอีกครับ บ้านเราขายดีกว่าประเทศแม่มันอีกครับ ไม่ได้หยาบคายนะครับ ผมหมายถึงยอดขายประเทศเราสูงกว่าประเทศผู้ผลิตคือสเปนครับ อืมๆๆ อย่าได้ pm หรือโทรถามผมเชียวว่ามันดีไม่ดี ขาอ่อนอย่างผมแยกแยะไม่ออก บอกไม่ถูก รู้แต่ว่า ใช้ไม่ใช้ ก็ขี่ได้เท่าเดิม ผมไม่ได้บอกว่าโรตีไม่ดีนะครับ ผมว่ามันก็ดี เพียงแต่จานกลมที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกหมื่น มันก็ไม่เลวนะ โปรหลายคนก็ยังกลมอยู่นิ ผมบอกตรงๆ เวลาไปแข่งผมเห็นรถจักรยานเสื้อผ้าหน้าผมนักปั่นแล้ว ผมโคตรขาสั่นเลย ยังกับอยู่ใน Tour de France ท่านเหล่านี้ต้องอย่างแรงแน่ๆ ออกตัวเจอไปสักสี่ห้าเนิน อ๋อ เข้าใจหละ
การฟิตติ้งนี่ก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะทำด้วยตัวเองหรือทำกับช่าง ท่านต้องดูอายุ สรีระ และวัตถุประสงค์การปั่นด้วยนะครับ ประเภทเอาแหวนรองคอออกหมด หลักอานสูงปี๊ด ตรูเอาดุไว้ก่อน ขี่ไม่ใช่แค่มุดลม แต่หน้าตรูแทบจะมุดดินได้ ทั้งหมดทั้งมวลเราต้องหาสมดุลของเรากันเองครับ ทั้งสรีระและฐานะ อย่าเข้าใจผิดว่าผมต่อต้านท่านที่ครบครันเรื่องอุปกรณ์ ยิ่งถ้าท่านปั่นจริงจังด้วยแล้ว ผมว่าทุกบาทที่ท่านลงไปมันคุ้มค่าครับ เพียงแต่ผมอยากให้หลายท่านคำนึงถึงความพอดี จักรยานเมื่อปั่นแล้วสบายมันทำให้เราปั่นได้นาน ใช้เวลากับมันได้เยอะ เมื่อเราปั่นได้นานเราก็พัฒนาการปั่นของเราได้เร็ว ถ้าเราเน้นแต่ขี่เร็ว แป็บเดียวก็หมดแรง พอหมดแรงมันก็ไปต่อไม่ไหว หรือการเซ็ทรถแอโร่จ๋า ขี่นานแล้วปวดคอ ปวดไหล่ ปวดตัว มันก็ทำให้เราซ้อมได้ไม่นาน และขี่ได้ไม่ไกล เมื่อเราไม่เคยขี่ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง การปั่นของเราก็มีขีดจำกัด หรือเรียกได้ว่าชนเพดาน มันก็กลายเป็นเราหล่อแต่รูปจูบไม่หอม ถ้าท่านหัวจรดเท้ายันอาวุธเยี่ยงโปร แล้วปั่นอย่างเทพ โอ้วท่านคือผู้ประเสริฐเลิศหล้าจ้า ตัวผมเองเลือกจะไม่กดดันตัวเองครับ ผมเน้นสบาย เข้ากับตัวเรา หัวจรดเท้ายันจักรยาน ไม่ใกล้คำว่าโปรเอาซะเลย ก็เพราะผมมันไม่ใช่โปรนะสิ นั่นหละครับเพราะผมรู้ตัวว่าเป็นนักปั่นอบต. แต่เวลาปั่นผมจะเน้นปั่นแบบลำบากให้มากถึงลำบากที่สุด ย้ำอีกครั้งครับ อุปกรณ์ทุกอย่างเขาทำออกมาดี ใช้แล้วก็ย่อมดี ราคาก็แพงดี ใครใช้แล้วดีก็ใช้ต่อไป เพียงแต่สำหรับท่านๆ ที่เบี้ยน้อยหอยน้อย เราต้องรู้ต่อไปว่า มันดีมาก ดีน้อย ดีพอ และพอดีมันอยู่ตรงไหนก็เท่านั้นครับ
ปล. ขณะที่นั่งเขียนเรื่องราวเล่นๆ อยู่นี้ น้องที่ทำงานสปอร์ทไบค์ ไลน์มาอยากจัด Training Trip น้องขาแรงอีกคนบอกให้เขียนเรื่องการซ้อมบ้าง ผมเลยว่าจะจัดทริปที่รวบรวมการซ้อมฉบับย่อ แบบเดินทางไกล และไต่เขา เอาแบบ all in one ในทริปเดียว ไม่เน้นทฤษฏีเพราะไม่มีในหัว แต่เน้นการปฏิบัติและสัมผัสจริงๆ เส้นทางปกติทุกเสาร์ผมกับทีมจะซ้อม กทม นครนายก เขาอีโต้ เขาใหญ่ เขาเขียว ระยะทางประมาณ 200 โล แต่ถ้าจัดเป็นทริป คงจะให้กระชับขึ้น ใครสนใจความลำบากตรากตรำ pm มาคุยกันครับ แล้วไว้ทริปจริงๆ ตกผลึกเมื่อไหร่ จะมาชวนปั่นกันนะจ๊ะ[homeimg=300,200]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... eeb2-0.jpg[/homeimg]
นักปั่นอาชีพ ค่าจ้างแสนแพง ผลงานคือตัวทำรายได้ การแข่งขันที่ทุกคนซ้อมเหมือนกัน เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทุกวินาทีคือผลแพ้ชนะ ทุกอุปกรณ์มีคนออกให้ ทุกสินค้าถึงได้ลงทุนเรื่องวิจัยและพัฒนา เมื่อไปเบาที่สุดแล้วมันตัน มันก็มาเรื่องแอโร่ต่อ รถจักรยานหน้าตัดมันกระจิดริด แต่สิ่งที่มันต้านลมคือไอ้คนขี่นี่ต่างหาก ทีนี้ก็มาเลยครับ หมวกแอโร่ แว่นแอโร่ ชุดสกินสูทแอโร่ รองเท้า ถุงหุ้มรองเท้าแอโร่ ทั้งหมดทั้งสิ้นเพื่อคำว่า performance หรือสมรรถภาพที่ผมเกริ่นไป
ทีนี้ก็เอาหละครับ กระแสแอโร่มาหละ เราต้องมีหมวกแอโร่ครับ ใบหนักๆ ทรงโตๆ ดูแปลกๆ รูน้อยๆ มีแว่นแบบ shield ติดมาให้เสร็จสรรพ ผมเห็นคนใส่ทีไรนึกถึงตัวอุลตร้าแมนทุกที แล้วเราก็เอาไปปั่นสนามเขียว สนามใจเกินร้อย ในอุณภูมิ 40 องศา ถอดหมวกออกมานึกว่าไปซาวน่ามา เหมือนเราลืมบริบทที่เราใช้งานไป ว่าเราไม่ได้เอาไปแข่งขันในระดับความได้เปรียบเป็นวินาที่มีค่า บ้านเราไม่ใช่เมืองหนาวแบบเขา เมืองร้อนบ้าเลือดอย่างเราการระบายอากาศบนกบาลเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม จะเอาแต่แอโร่จนลืมเรื่องความสบาย การทดสอบเฟรมและหมวกแอโร่เขาทำในอุโมงลมโดยให้ลมพัดมาในด้านหน้า แต่เรากำลังลืมไปเวลาไปขี่จริงๆ ลมมันมาได้ทุกทิศทาง พอลมส่งหลังหรือพัดข้าง ความได้เปรียบที่ลงทุนไปก็หมดกัน พอลมพัดมาด้านหน้า จัดอุปกรณ์แอโร่เต็มเหนี่ยวแต่ก็แย่งกันหมกเกี่ยงกันลาก ถ้ามันช่วยได้จริงสมเงินที่จ่ายไป เราต้องเหนื่อยน้อยสิครับ
มาเรื่องชุดสกินสูท รักจะเร็วต้องแอโร่ รักจะแอโร่แล้วมันต้องสุด ขี้เยี่ยวไม่ต้องคำนึง ชุดสกินเซฟวัตต์สุดๆ จัดปายยย โชว์ทุกมัดกล้ามและย้อยห้อย สารรูปไม่ใช่อุปสรรค โปรเขาขี่รวดเดียวจบ เราออกทริปด้วยสกินสูท ทริปหนึ่งพัก 3-6 ครั้งถกกันเมื่อย แค่เอี้ยมก็ล้วงลูกกันเอี้ยวแล้วเอี้ยวอีก ยิ่งงานแข่งหรือทริปเกือบทุกงานผมเห็นใส่สกิน ชุดแอโร่ แล้วคุณท่านจะรูดซิบกันทำแม้วอะไรกันหร่า 555 ให้ตายงานแข่งขึ้นเขาผมยังเห็นคนใส่ชุดแอโร่แล้วรูดซิบ คุณพระ ขึ้นเขาท่านยังจะแอโร่ ตรูยอม
แว่นตานี่ผมโคตรแปลกใจ ว่าทุกงานเราจะเห็นสองยี่ห้อนี้ครองใบหน้านักปั่นอย่างกับมันแจกฟรี คือยี่ห้อ โอ๊คเหรอ กับ รู้ดีโปรเจค เจ้าแรกผมนี่โดนกับตัว Limited ยางขาแว่นแม่มเหนียวยืด เลนส์ไม่ถึงหกเดือนแม่มลอก จนเกิดวลีว่า โอ๊คแท้ต้องเลนส์ลอก โอ้วเงินแปดพันของตรู ส่วนรู้ดีเลนส์โฟโต้ปรับแสงออโต้ไฮโซสุดๆ แต่ดีไซน์ผมว่าพอๆ กับ leopard อันละ 800 ผมได้ลองแว่นทางเลือกอย่างพวก SHบวกลบ spider แมน โอ้วคุณพระราคาต่างกัน แต่คุณภาพไหงใกล้เคียง แม่มปรับแสงได้เหมือนกันเลย นี่เรากำลังโดนอุปทานกลุ่ม หรือพลวัตรหมู่หรือเปล่าหว่า
รองเท้านี่ผมขอแชร์ประสบการณ์ตรงสักนิด แหมวิถีโปรพื้นต้องคาร์บอนบางเฉียบ ถ่ายทอดแรงเต็มกำลัง กดเป็นพุ่ง มีค่าความแข็งวัดกันได้อีกต่างหาก ผมนี่ก็โดนครับ กระแสมันแรง ต้องให้รู้ จัดบันไดกลมสปีดเพลินกับรองเท้าคู่เกือบหมื่น ไอ้เจ้าสปีดเพลย์เพลินนี่ใช้อยู่สามเดือนเบื่อต้องมาหยอดน้ำมัน และเกือบจะล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำเพราะคลีทลื่นมันหลายที รองเท้าแสนแพงใส่แล้วเจ็บตีนชิหายยิ่งเวลากด นี่ตรูอยู่บนพื้นกระดานนี่หว่า เอาน่าเขาว่าสติฟ มันเป็นวิถีโปร แต่พอกลับไปใช้พื้นคอมโพสิทธรรมดา ผมไม่เห็นจะขี่เอวีตก ขึ้นเขายิ่งซ้อมยิ่งเวลาดีกว่าเดิม แต่สิ่งที่ได้คือ ถึงที่หมายสบายตีนผิดกัน ยิ่งตอนหลังมาคบบันไดยี่ห้อเวลา โอ้วคลีทแม่มแทบจะวิ่งได้ สำหรับผม รองเท้าที่ใส่สบาย ราคาสมเหตุผล เบาระบายอากาศดีๆ ก็พอสำหรับ ตีน อบต.อย่างผม
ยังมีเรื่องจานโรตีใบรีเป็นโรคระบาดอีกครับ บ้านเราขายดีกว่าประเทศแม่มันอีกครับ ไม่ได้หยาบคายนะครับ ผมหมายถึงยอดขายประเทศเราสูงกว่าประเทศผู้ผลิตคือสเปนครับ อืมๆๆ อย่าได้ pm หรือโทรถามผมเชียวว่ามันดีไม่ดี ขาอ่อนอย่างผมแยกแยะไม่ออก บอกไม่ถูก รู้แต่ว่า ใช้ไม่ใช้ ก็ขี่ได้เท่าเดิม ผมไม่ได้บอกว่าโรตีไม่ดีนะครับ ผมว่ามันก็ดี เพียงแต่จานกลมที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกหมื่น มันก็ไม่เลวนะ โปรหลายคนก็ยังกลมอยู่นิ ผมบอกตรงๆ เวลาไปแข่งผมเห็นรถจักรยานเสื้อผ้าหน้าผมนักปั่นแล้ว ผมโคตรขาสั่นเลย ยังกับอยู่ใน Tour de France ท่านเหล่านี้ต้องอย่างแรงแน่ๆ ออกตัวเจอไปสักสี่ห้าเนิน อ๋อ เข้าใจหละ
การฟิตติ้งนี่ก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะทำด้วยตัวเองหรือทำกับช่าง ท่านต้องดูอายุ สรีระ และวัตถุประสงค์การปั่นด้วยนะครับ ประเภทเอาแหวนรองคอออกหมด หลักอานสูงปี๊ด ตรูเอาดุไว้ก่อน ขี่ไม่ใช่แค่มุดลม แต่หน้าตรูแทบจะมุดดินได้ ทั้งหมดทั้งมวลเราต้องหาสมดุลของเรากันเองครับ ทั้งสรีระและฐานะ อย่าเข้าใจผิดว่าผมต่อต้านท่านที่ครบครันเรื่องอุปกรณ์ ยิ่งถ้าท่านปั่นจริงจังด้วยแล้ว ผมว่าทุกบาทที่ท่านลงไปมันคุ้มค่าครับ เพียงแต่ผมอยากให้หลายท่านคำนึงถึงความพอดี จักรยานเมื่อปั่นแล้วสบายมันทำให้เราปั่นได้นาน ใช้เวลากับมันได้เยอะ เมื่อเราปั่นได้นานเราก็พัฒนาการปั่นของเราได้เร็ว ถ้าเราเน้นแต่ขี่เร็ว แป็บเดียวก็หมดแรง พอหมดแรงมันก็ไปต่อไม่ไหว หรือการเซ็ทรถแอโร่จ๋า ขี่นานแล้วปวดคอ ปวดไหล่ ปวดตัว มันก็ทำให้เราซ้อมได้ไม่นาน และขี่ได้ไม่ไกล เมื่อเราไม่เคยขี่ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง การปั่นของเราก็มีขีดจำกัด หรือเรียกได้ว่าชนเพดาน มันก็กลายเป็นเราหล่อแต่รูปจูบไม่หอม ถ้าท่านหัวจรดเท้ายันอาวุธเยี่ยงโปร แล้วปั่นอย่างเทพ โอ้วท่านคือผู้ประเสริฐเลิศหล้าจ้า ตัวผมเองเลือกจะไม่กดดันตัวเองครับ ผมเน้นสบาย เข้ากับตัวเรา หัวจรดเท้ายันจักรยาน ไม่ใกล้คำว่าโปรเอาซะเลย ก็เพราะผมมันไม่ใช่โปรนะสิ นั่นหละครับเพราะผมรู้ตัวว่าเป็นนักปั่นอบต. แต่เวลาปั่นผมจะเน้นปั่นแบบลำบากให้มากถึงลำบากที่สุด ย้ำอีกครั้งครับ อุปกรณ์ทุกอย่างเขาทำออกมาดี ใช้แล้วก็ย่อมดี ราคาก็แพงดี ใครใช้แล้วดีก็ใช้ต่อไป เพียงแต่สำหรับท่านๆ ที่เบี้ยน้อยหอยน้อย เราต้องรู้ต่อไปว่า มันดีมาก ดีน้อย ดีพอ และพอดีมันอยู่ตรงไหนก็เท่านั้นครับ
ปล. ขณะที่นั่งเขียนเรื่องราวเล่นๆ อยู่นี้ น้องที่ทำงานสปอร์ทไบค์ ไลน์มาอยากจัด Training Trip น้องขาแรงอีกคนบอกให้เขียนเรื่องการซ้อมบ้าง ผมเลยว่าจะจัดทริปที่รวบรวมการซ้อมฉบับย่อ แบบเดินทางไกล และไต่เขา เอาแบบ all in one ในทริปเดียว ไม่เน้นทฤษฏีเพราะไม่มีในหัว แต่เน้นการปฏิบัติและสัมผัสจริงๆ เส้นทางปกติทุกเสาร์ผมกับทีมจะซ้อม กทม นครนายก เขาอีโต้ เขาใหญ่ เขาเขียว ระยะทางประมาณ 200 โล แต่ถ้าจัดเป็นทริป คงจะให้กระชับขึ้น ใครสนใจความลำบากตรากตรำ pm มาคุยกันครับ แล้วไว้ทริปจริงๆ ตกผลึกเมื่อไหร่ จะมาชวนปั่นกันนะจ๊ะ[homeimg=300,200]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... eeb2-0.jpg[/homeimg]
แก้ไขล่าสุดโดย ballbeing เมื่อ 10 เม.ย. 2015, 21:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
Acyclist
- ขาประจำ
- โพสต์: 363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
โอ้ ต้มมาม่ารอแขก 
เข้าใจว่าเจตนาดีครับ แต่หลายคนที่มาปั่นมีวัตถุประสงค์หลากหลายมากนัก ความสุขแต่ละคนเลยต่างกันไป ส่วนใหญ่ที่มาปั่นเสือหมอบก็คิดว่าชอบความเร็ว ชอบลมแรงๆที่มาปะทะตัว คนที่ชอบปั่นช้าๆไปเรื่อยๆก็มีเช่นกัน ชอบความเร็ว อยากแรง ก็ต้องซ้อมมาก ต้องมีเวลา เวลามีมูลค่าสูงต่ำสำหรับแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมีเวลาปั่นได้ไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ งานรัดตัว ทำธุรกิจส่วนตัว เงินไม่ใช่ปัญหา อยากขี่แช่ 40 โดยไม่ต้องขาแรง 300 วัตต์ ก็ทำได้ซื้ออุปกรณ์ช่วย หรือบางคนมีความสุขกับการได้ลองของใหม่ๆ ซื้อมาขายไป เงินไม่ขาดไม่ได้ทำให้ใครในครอบครัวเดือดร้อนนี่นา หลากหลายกันไป การจะชักชวนให้ทุกคนมามีเป้าหมายในการปั่นจักรยานคล้ายๆกัน ใช้จ่ายใช้สอยกับจักรยานอย่างประหยัด ไม่เปลี่ยนจักรยานกันบ่อยๆ หัดทำล้อขอบสูงล้อดิสใช้เอง หรือทำรถแอโร่ใช้เอง ประหยัดดี มันยากน่ะ บางคนทำแล้วก็ใช่ว่าจะมีความสุขด้วย พอมีเงินมันก็คัน คันก็อยากเกา เป็นธรรมดา
มองในอีกด้าน การซื้อขายจักรยานและอุปกรณ์ก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้วงการจักรยานในบ้านเราพััฒนาเดินหน้าไปได้ด้วย อย่าลืมว่าพวกตัวแทนนำเข้าหรือร้านค้าก็มีส่วนสำคัญในวงการจักรยาน ถ้าคนเล่นจักรยานส่วนใหญ่ประหยัดขึ้นมา ไม่อัพไม่เปลี่ยนอะไรเลย ซ่อมเองหมด ธุรกิจจักรยานก็จะเริ่มซบเซา ร้านค้าหรือตัวแทนรายเล็กๆ ก็จะเริ่มล้มหายตายจาก อาจจะเหลือแบรนด์ใหญ่ๆไม่กี่เจ้า รายใหญ่ๆก็อาจจะตัดงบสปอนเซอร์ทีมกีฬาต่างๆ เบี้ยเลี้ยงนักกีฬาจักรยานโดนตัด รายการแข่งบางตาลงเพราะหาสปอนเซอร์ยากขึ้น จะกระทบกันเป็นทอดๆล้มเป็นโดมิโน่ วงการจักรยานก็อาจจะซึมไม่ค่อยพัฒนาอย่างที่ควรเพราะขาดเงินสูบฉีดในระบบ มันก็เกิดขึ้นได้นะครับ
เข้าใจว่าเจตนาดีครับ แต่หลายคนที่มาปั่นมีวัตถุประสงค์หลากหลายมากนัก ความสุขแต่ละคนเลยต่างกันไป ส่วนใหญ่ที่มาปั่นเสือหมอบก็คิดว่าชอบความเร็ว ชอบลมแรงๆที่มาปะทะตัว คนที่ชอบปั่นช้าๆไปเรื่อยๆก็มีเช่นกัน ชอบความเร็ว อยากแรง ก็ต้องซ้อมมาก ต้องมีเวลา เวลามีมูลค่าสูงต่ำสำหรับแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมีเวลาปั่นได้ไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ งานรัดตัว ทำธุรกิจส่วนตัว เงินไม่ใช่ปัญหา อยากขี่แช่ 40 โดยไม่ต้องขาแรง 300 วัตต์ ก็ทำได้ซื้ออุปกรณ์ช่วย หรือบางคนมีความสุขกับการได้ลองของใหม่ๆ ซื้อมาขายไป เงินไม่ขาดไม่ได้ทำให้ใครในครอบครัวเดือดร้อนนี่นา หลากหลายกันไป การจะชักชวนให้ทุกคนมามีเป้าหมายในการปั่นจักรยานคล้ายๆกัน ใช้จ่ายใช้สอยกับจักรยานอย่างประหยัด ไม่เปลี่ยนจักรยานกันบ่อยๆ หัดทำล้อขอบสูงล้อดิสใช้เอง หรือทำรถแอโร่ใช้เอง ประหยัดดี มันยากน่ะ บางคนทำแล้วก็ใช่ว่าจะมีความสุขด้วย พอมีเงินมันก็คัน คันก็อยากเกา เป็นธรรมดา
มองในอีกด้าน การซื้อขายจักรยานและอุปกรณ์ก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้วงการจักรยานในบ้านเราพััฒนาเดินหน้าไปได้ด้วย อย่าลืมว่าพวกตัวแทนนำเข้าหรือร้านค้าก็มีส่วนสำคัญในวงการจักรยาน ถ้าคนเล่นจักรยานส่วนใหญ่ประหยัดขึ้นมา ไม่อัพไม่เปลี่ยนอะไรเลย ซ่อมเองหมด ธุรกิจจักรยานก็จะเริ่มซบเซา ร้านค้าหรือตัวแทนรายเล็กๆ ก็จะเริ่มล้มหายตายจาก อาจจะเหลือแบรนด์ใหญ่ๆไม่กี่เจ้า รายใหญ่ๆก็อาจจะตัดงบสปอนเซอร์ทีมกีฬาต่างๆ เบี้ยเลี้ยงนักกีฬาจักรยานโดนตัด รายการแข่งบางตาลงเพราะหาสปอนเซอร์ยากขึ้น จะกระทบกันเป็นทอดๆล้มเป็นโดมิโน่ วงการจักรยานก็อาจจะซึมไม่ค่อยพัฒนาอย่างที่ควรเพราะขาดเงินสูบฉีดในระบบ มันก็เกิดขึ้นได้นะครับ
- neoblythe
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2014, 00:07
- team: Canyon Bike Thailand
- Bike: CANYON AEROAD CF SLX 9.0 LTD
- ตำแหน่ง: ลำลูกกา คลอง4
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
โชคดีที่ได้อ่าน -.-
-
deno
- สมาชิก
- โพสต์: 10
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 20:10
- Tel: 0897742618
- team: a team
- Bike: mbt
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
555 good 55
- Poldi
- ขาประจำ
- โพสต์: 224
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2013, 23:42
- Bike: ยักษ์แก่ๆ---->จ๊าบบบบบ---->TREK (6500 , MADONE)----KEM
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เขียนได้ดี อ่านสนุกเลยครับ ชอบจัง ตีนอบต. 55
- ว่าวต้องลม
- ขาประจำ
- โพสต์: 670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2013, 18:27
- Bike: Focus Cayo Evo 4.0
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
งานพิมพ์ด่วน รอรับได้เลยยยยยยยย บริการรับพิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิด http://www.thaiutsaha.com
- apwing1
- ขาประจำ
- โพสต์: 337
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ค. 2013, 13:24
- Tel: 0926724654
- team: WING1
- Bike: KAZE RACE FLASH 29 ER
- ตำแหน่ง: กองบิน 1 โคราช
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เดินทางสายกลางๆๆดีที่สู้ดๆๆ ชื่นชมพี่แกขยันนั่งพิมพ์555555

แก้ไขล่าสุดโดย apwing1 เมื่อ 10 เม.ย. 2015, 09:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
LINE ID : apwing1
บัญชีโอนเลขที่ : 480-2-23503-8 ธนาคารทหารไทย ออมทรัพย์ WONGVIRAT.
เบอร์ติดต่อ : 092-672-4654
บัญชีโอนเลขที่ : 480-2-23503-8 ธนาคารทหารไทย ออมทรัพย์ WONGVIRAT.
เบอร์ติดต่อ : 092-672-4654
-
ลมรำเพย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3382
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 21:18
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เรื่องแว่นนี่ โดยเฉพาะอิโอ้ค แม่ม..แพงก็แพง เลนส์เจือกลอกง่ายมาก ตอนนี้ก็เลยพึ่งบริการ แว่นโลตัส 199
ปล.เดี๋ยวคงมีคอมเมนท์เรื่องแว่นราคาถูก ว่าวัสดุไม่ดีบ้างอะไรบ้าง ก็เอาแต่พอดีนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นดราม่าก็เสียเปล่าๆ
ปั่นให้เป็น เย็นเรื่อยไป อย่าให้ใครแซง....
- Dynamic66
- ขาประจำ
- โพสต์: 385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2013, 15:38
- team: ECT , KiumHuayKK
- Bike: BMC SLR02
- ตำแหน่ง: Khon Kaen. Thailand.
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เรื่องอุปกรณ์ ลักษณะการซ้อม การปั่น ผมว่ามันแล้วแต่ความพอใจแต่ละบุคคล
จะจัดสุดอย่างโปร หรือ พอเพียง เมื่องบประมาณไม่ได้เป็นอุปสรรค ก็จัดไปตามความพึงพอใจ
สำหรับผมของแบบนี้มันแล้วแต่จุดประสงค์ แล้วแต่ความพึงพอใจล้วนๆครับ
ท่าปั่นที่ไม่สบาย แอโรลสุดๆ เพราะ เขาไม่ได้ปั่นกันทีละ 3 4 ชม เขาปั่นเพื่อซ้อม TT แค่ไม่กี่นาที
หรือรถสบายๆ ท่าสบายๆ เพราะ เขาปั่นท่องเที่ยว ปั่นกินลมชมวิว ไม่เน้นความเร็ว
แบบไหนมันคือสิ่งที่เหมาะ หาตัวเองให้เจอ ว่าท่านเป็นนักปั่นแนวไหน แล้วมีความสุขกับการปั่นก็พอครับ
จะจัดสุดอย่างโปร หรือ พอเพียง เมื่องบประมาณไม่ได้เป็นอุปสรรค ก็จัดไปตามความพึงพอใจ
สำหรับผมของแบบนี้มันแล้วแต่จุดประสงค์ แล้วแต่ความพึงพอใจล้วนๆครับ
ท่าปั่นที่ไม่สบาย แอโรลสุดๆ เพราะ เขาไม่ได้ปั่นกันทีละ 3 4 ชม เขาปั่นเพื่อซ้อม TT แค่ไม่กี่นาที
หรือรถสบายๆ ท่าสบายๆ เพราะ เขาปั่นท่องเที่ยว ปั่นกินลมชมวิว ไม่เน้นความเร็ว
แบบไหนมันคือสิ่งที่เหมาะ หาตัวเองให้เจอ ว่าท่านเป็นนักปั่นแนวไหน แล้วมีความสุขกับการปั่นก็พอครับ
-
ton_59
- ขาประจำ
- โพสต์: 1825
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2009, 16:12
- Tel: 0866652400
- team: แก๊ง ขวานซิ่ง
- Bike: GT & RADAC
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ผมชอบอ่านครับ เลยเน้นเจตนารมรมณ์ให้
ballbeing เขียน:ขออนุญาติอีกสักกระทู้ เรียกว่าภาคต่อของ ที่สุดแห่งเฟรมพุ่ง ขีดสุดแห่งล้อเหวี่ยง มาเที่ยวนี้จะขอแลกเปลี่ยนเรื่องจิปาถะ สิ่งละอันพันละน้อยใกล้ตัวนักปั่น นักปั่นไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ มีอันต้องหมกมุ่นกับสิ่งที่เรียกว่า AV หรือไม่ก็ Max speed และก็ยึดมันถือมั่นว่าเป็นเครื่องเชิดหน้าชูตา ขี่กันขี้เยี่ยวเหนียว เพื่อให้ได้เรคคอร์ดไปโชว์บน strava และก็นำมาซึ่งการเลือกเฟ้นเครื่องทุ่นแรง ทุกชนิด ไม่ว่าจะแพงขนาดไหนเพื่อทำให้เราแอโร่ที่สุด เพื่อจะเข้าสู่วงการ av ได้อย่างเชิดหน้าชูตา ฮัดช่าๆ ผมไม่มีเจตนาเรียกแขกแต่อย่างใด ความสุขของใคร ใคร่ดำเนินต่อไปครับ ผมแค่มากระเซ้าเย้าแหย่ในอีกมุม ให้ชวนหัวกัน ไล่กันตั้งแต่เสื้อผ้า หน้าผม หมวก แว่น รองเท้า เอาให้ครบเครื่องกันเลย
นักปั่นอาชีพ ค่าจ้างแสนแพง ผลงานคือตัวทำรายได้ การแข่งขันที่ทุกคนซ้อมเหมือนกัน เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทุกวินาทีคือผลแพ้ชนะ ทุกอุปกรณ์มีคนออกให้ ทุกสินค้าถึงได้ลงทุนเรื่องวิจัยและพัฒนา เมื่อไปเบาที่สุดแล้วมันตัน มันก็มาเรื่องแอโร่ต่อ รถจักรยานหน้าตัดมันกระจิดริด แต่สิ่งที่มันต้านลมคือไอ้คนขี่นี่ต่างหาก ทีนี้ก็มาเลยครับ หมวกแอโร่ แว่นแอโร่ ชุดสกินสูทแอโร่ รองเท้า ถุงหุ้มรองเท้าแอโร่ ทั้งหมดทั้งสิ้นเพื่อคำว่า performance หรือสมรรถภาพที่ผมเกริ่นไป
ทีนี้ก็เอาหละครับ กระแสแอโร่มาหละ เราต้องมีหมวกแอโร่ครับ ใบหนักๆ ทรงโตๆ ดูแปลกๆ รูน้อยๆ มีแว่นแบบ shield ติดมาให้เสร็จสรรพ ผมเห็นคนใส่ทีไรนึกถึงตัวอุลตร้าแมนทุกที แล้วเราก็เอาไปปั่นสนามเขียว สนามใจเกินร้อย ในอุณภูมิ 40 องศา ถอดหมวกออกมานึกว่าไปซาวน่ามา เหมือนเราลืมบริบทที่เราใช้งานไป ว่าเราไม่ได้เอาไปแข่งขันในระดับความได้เปรียบเป็นวินาที่มีค่า บ้านเราไม่ใช่เมืองหนาวแบบเขา เมืองร้อนบ้าเลือดอย่างเราการระบายอากาศบนกบาลเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม จะเอาแต่แอโร่จนลืมเรื่องความสบาย การทดสอบเฟรมและหมวกแอโร่เขาทำในอุโมงลมโดยให้ลมพัดมาในด้านหน้า แต่เรากำลังลืมไปเวลาไปขี่จริงๆ ลมมันมาได้ทุกทิศทาง พอลมส่งหลังหรือพัดข้าง ความได้เปรียบที่ลงทุนไปก็หมดกัน พอลมพัดมาด้านหน้า จัดอุปกรณ์แอโร่เต็มเหนี่ยวแต่ก็แย่งกันหมกเกี่ยงกันลาก ถ้ามันช่วยได้จริงสมเงินที่จ่ายไป เราต้องเหนื่อยน้อยสิครับ
มาเรื่องชุดสกินสูท รักจะเร็วต้องแอโร่ รักจะแอโร่แล้วมันต้องสุด ขี้เยี่ยวไม่ต้องคำนึง ชุดสกินเซฟวัตต์สุดๆ จัดปายยย โชว์ทุกมัดกล้ามและย้อยห้อย สารรูปไม่ใช่อุปสรรค โปรเขาขี่รวดเดียวจบ เราออกทริปด้วยสกินสูท ทริปหนึ่งพัก 3-6 ครั้งถกกันเมื่อย แค่เอี้ยมก็ล้วงลูกกันเอี้ยวแล้วเอี้ยวอีก ยิ่งงานแข่งหรือทริปเกือบทุกงานผมเห็นใส่สกิน ชุดแอโร่ แล้วคุณท่านจะรูดซิบกันทำแม้วอะไรกันหร่า 555 ให้ตายงานแข่งขึ้นเขาผมยังเห็นคนใส่ชุดแอโร่แล้วรูดซิบ คุณพระ ขึ้นเขาท่านยังจะแอโร่ ตรูยอม
แว่นตานี่ผมโคตรแปลกใจ ว่าทุกงานเราจะเห็นสองยี่ห้อนี้ครองใบหน้านักปั่นอย่างกับมันแจกฟรี คือยี่ห้อ โอ๊คเหรอ กับ รู้ดีโปรเจค เจ้าแรกผมนี่โดนกับตัว Limited ยางขาแว่นแม่มเหนียวยืด เลนส์ไม่ถึงหกเดือนแม่มลอก จนเกิดวลีว่า โอ๊คแท้ต้องเลนส์ลอก โอ้วเงินแปดพันของตรู ส่วนรู้ดีเลนส์โฟโต้ปรับแสงออโต้ไฮโซสุดๆ แต่ดีไซน์ผมว่าพอๆ กับ leopard อันละ 800 ผมได้ลองแว่นทางเลือกอย่างพวก SHบวกลบ spider แมน โอ้วคุณพระราคาต่างกัน แต่คุณภาพไหงใกล้เคียง แม่มปรับแสงได้เหมือนกันเลย นี่เรากำลังโดนอุปทานกลุ่ม หรือพลวัตรหมู่หรือเปล่าหว่า
รองเท้านี่ผมขอแชร์ประสบการณ์ตรงสักนิด แหมวิถีโปรพื้นต้องคาร์บอนบางเฉียบ ถ่ายทอดแรงเต็มกำลัง กดเป็นพุ่ง มีค่าความแข็งวัดกันได้อีกต่างหาก ผมนี่ก็โดนครับ กระแสมันแรง ต้องให้รู้ จัดบันไดกลมสปีดเพลินกับรองเท้าคู่เกือบหมื่น ไอ้เจ้าสปีดเพลย์เพลินนี่ใช้อยู่สามเดือนเบื่อต้องมาหยอดน้ำมัน และเกือบจะล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำเพราะคลีทลื่นมันหลายที รองเท้าแสนแพงใส่แล้วเจ็บตีนชิหายยิ่งเวลากด นี่ตรูอยู่บนพื้นกระดานนี่หว่า เอาน่าเขาว่าสติฟ มันเป็นวิถีโปร แต่พอกลับไปใช้พื้นคอมโพสิทธรรมดา ผมไม่เห็นจะขี่เอวีตก ขึ้นเขายิ่งซ้อมยิ่งเวลาดีกว่าเดิม แต่สิ่งที่ได้คือ ถึงที่หมายสบายตีนผิดกัน ยิ่งตอนหลังมาคบบันไดยี่ห้อเวลา โอ้วคลีทแม่มแทบจะวิ่งได้ สำหรับผม รองเท้าที่ใส่สบาย ราคาสมเหตุผล เบาระบายอากาศดีๆ ก็พอสำหรับ ตีน อบต.อย่างผม
ยังมีเรื่องจานโรตีใบรีเป็นโรคระบาดอีกครับ บ้านเราขายดีกว่าประเทศแม่มันอีกครับ ไม่ได้หยาบคายนะครับ ผมหมายถึงยอดขายประเทศเราสูงกว่าประเทศผู้ผลิตคือสเปนครับ อืมๆๆ อย่าได้ pm หรือโทรถามผมเชียวว่ามันดีไม่ดี ขาอ่อนอย่างผมแยกแยะไม่ออก บอกไม่ถูก รู้แต่ว่า ใช้ไม่ใช้ ก็ขี่ได้เท่าเดิม ผมไม่ได้บอกว่าโรตีไม่ดีนะครับ ผมว่ามันก็ดี เพียงแต่จนกลมที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกหมื่น มันก็ไม่เลวนะ โปรหลายคนก็ยังกลมอยู่นิ ผมบอกตรงๆ เวลาไปแข่งผมเห็นรถจักรยานเสื้อผ้าหน้าผมนักปั่นแล้ว ผมโคตรขาสั่นเลย ยังกับอยู่ใน Tour de France ท่านเหล่านี้ต้องอย่างแรงแน่ๆ ออกตัวเจอไปสักสี่ห้าเนิน อ๋อ เข้าใจหละ
การฟิตติ้งนี่ก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะทำด้วยตัวเองหรือทำกับช่าง ท่านต้องดูอายุ สรีระ และวัตถุประสงค์การปั่นด้วยนะครับ ประเภทเอาแหวนรองคอออกหมด หลักอานสูงปี๊ด ตรูเอาดุไว้ก่อน ขี่ไม่ใช่แค่มุดลม แต่หน้าตรูแทบจะมุดดินได้ ทั้งหมดทั้งมวลเราต้องหาสมดุลของเรากันเองครับ ทั้งสรีระและฐานะ อย่าเข้าใจผิดว่าผมต่อต้านท่านที่ครบครันเรื่องอุปกรณ์ ยิ่งถ้าท่านปั่นจริงจังด้วยแล้ว ผมว่าทุกบาทที่ท่านลงไปมันคุ้มค่าครับ เพียงแต่ผมอยากให้หลายท่านคำนึงถึงความพอดี จักรยานเมื่อปั่นแล้วสบายมันทำให้เราปั่นได้นาน ใช้เวลากับมันได้เยอะ เมื่อเราปั่นได้นานเราก็พัฒนาการปั่นของเราได้เร็ว ถ้าเราเน้นแต่ขี่เร็ว แป็บเดียวก็หมดแรง พอหมดแรงมันก็ไปต่อไม่ไหว หรือการเซ็ทรถแอโร่จ๋า ขี่นานแล้วปวดคอ ปวดไหล่ ปวดตัว มันก็ทำให้เราซ้อมได้ไม่นาน และขี่ได้ไม่ไกล เมื่อเราไม่เคยขี่ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง การปั่นของเราก็มีขีดจำกัด หรือเรียกได้ว่าชนเพดาน มันก็กลายเป็นเราหล่อแต่รูปจูบไม่หอม ถ้าท่านหัวจรดเท้ายันอาวุธเยี่ยงโปร แล้วปั่นอย่างเทพ โอ้วท่านคือผู้ประเสริฐเลิศหล้าจ้า ตัวผมเองเลือกจะไม่กดดันตัวเองครับ ผมเน้นสบาย เข้ากับตัวเรา หัวจรดเท้ายันจักรยาน ไม่ใกล้คำว่าโปรเอาซะเลย ก็เพราะผมมันไม่ใช่โปรนะสิ นั่นหละครับเพราะผมรู้ตัวว่าเป็นนักปั่นอบต. แต่เวลาปั่นผมจะเน้นปั่นแบบลำบากให้มากถึงลำบากที่สุด ย้ำอีกครั้งครับ อุปกรณ์ทุกอย่างเขาทำออกมาดี ใช้แล้วก็ย่อมดี ราคาก็แพงดี ใครใช้แล้วดีก็ใช้ต่อไป เพียงแต่สำหรับท่านๆ ที่เบี้ยน้อยหอยน้อย เราต้องรู้ต่อไปว่า มันดีมาก ดีน้อย ดีพอ และพอดีมันอยู่ตรงไหนก็เท่านั้นครับ
ปล. ขณะที่นั่งเขียนเรื่องราวเล่นๆ อยู่นี้ น้องที่ทำงานสปอร์ทไบค์ ไลน์มาอยากจัด Training Trip น้องขาแรงอีกคนบอกให้เขียนเรื่องการซ้อมบ้าง ผมเลยว่าจะจัดทริปที่รวบรวมการซ้อมฉบับย่อ แบบเดินทางไกล และไต่เขา เอาแบบ all in one ในทริปเดียว ไม่เน้นทฤษฏีเพราะไม่มีในหัว แต่เน้นการปฏิบัติและสัมผัสจริงๆ เส้นทางปกติทุกเสาร์ผมกับทีมจะซ้อม กทม นครนายก เขาอีโต้ เขาใหญ่ เขาเขียว ระยะทางประมาณ 200 โล แต่ถ้าจัดเป็นทริป คงจะให้กระชับขึ้น ใครสนใจความลำบากตรากตรำ pm มาคุยกันครับ แล้วไว้ทริปจริงๆ ตกผลึกเมื่อไหร่ จะมาชวนปั่นกันนะจ๊ะ
จักรยานไม้ไผ่ ไทยประดิษฐ์ (ของน้องชายผม)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=1129953&start=45
https://www.facebook.com/khing.bamboobicycle
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=1129953&start=45
https://www.facebook.com/khing.bamboobicycle
- Neng_ftc
- ขาประจำ
- โพสต์: 242
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2015, 13:08
- Bike: Dahon Giant Rit Bianchi Cinelli
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เขียนดี ชอบครับ
- punya467
- ขาประจำ
- โพสต์: 2200
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
- team: Rayong road bike, On/Off cycling
- Bike: NICH LTD
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เขียนได้ดีครับ ขอชื่นชม
ผมเชื่อว่าทุกอย่างต้องมีทางสายกลาง อะไรทำแล้วตัวเองและครอบครัวไม่เดือดร้อนก็ทำไปเถอะ แต่ก่อนทำก็คิดสักนิด อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล จะเปลี่ยนอะไรก็นึกให้ออกว่าเราเปลี่ยนไปเพืออะไร
ผมเชื่อว่าทุกอย่างต้องมีทางสายกลาง อะไรทำแล้วตัวเองและครอบครัวไม่เดือดร้อนก็ทำไปเถอะ แต่ก่อนทำก็คิดสักนิด อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล จะเปลี่ยนอะไรก็นึกให้ออกว่าเราเปลี่ยนไปเพืออะไร
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
- mek777
- ขาประจำ
- โพสต์: 754
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:02
- team: (- -" )
- Bike: Java Decaf TT
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
อิอิ อ่านเพลินๆดีครับ อย่าคิดกันเยอะ ทางสายกลาง ความชอบ แต่ละคนต่างกันครับ
หาจุดสมดุลย์ของตัวเราให้เจอก็พอ มันเทียบกันบ่ได้ดอก

หาจุดสมดุลย์ของตัวเราให้เจอก็พอ มันเทียบกันบ่ได้ดอก
-
lotus
- ขาประจำ
- โพสต์: 4611
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 03:57
- team: รวมมิตร
- Bike: Wheeler Ti, CSK หมอบ
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ถ้าเราเน้นแต่ขี่เร็ว แป็บเดียวก็หมดแรง พอหมดแรงมันก็ไปต่อไม่ไหว หรือการเซ็ทรถแอโร่จ๋า ขี่นานแล้วปวดคอ ปวดไหล่ ปวดตัว มันก็ทำให้เราซ้อมได้ไม่นาน และขี่ได้ไม่ไกล เมื่อเราไม่เคยขี่ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง การปั่นของเราก็มีขีดจำกัด หรือเรียกได้ว่าชนเพดาน มันก็กลายเป็นเราหล่อแต่รูปจูบไม่หอม ......
มันก็จริง เรื่องการฟิตติ้ง มันต้องปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและสภาพร่างกาย เช่นตอนผมปั่นหมอบใหม่ๆ อายุ 54 แอโร่สุดๆ ไม่มีปัญหา ปั่นมา 4 ปี เริ่มแก่เกือบเกษียณแล้ว ก็ปรับเสต็มจาก 110 องศาราบ [รูปรถดั้งเดิมเมื่อ 8 ปีก่อน] เป็น 90 องศา 15 ครับ ช่วยได้แยะดังในรูปรถ/คน ไม่ต้องก้มมาก เพราะอายุ 63 แล้ว ปั่นสบายขึ้น จบ Audax Cha-am 311 km 19.35 น. ไม่ปวดเมื่อยอะไร
ยอมไม่แอโร่สุดๆ แต่ปั่นสบายดีกว่าครับ
มันก็จริง เรื่องการฟิตติ้ง มันต้องปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและสภาพร่างกาย เช่นตอนผมปั่นหมอบใหม่ๆ อายุ 54 แอโร่สุดๆ ไม่มีปัญหา ปั่นมา 4 ปี เริ่มแก่เกือบเกษียณแล้ว ก็ปรับเสต็มจาก 110 องศาราบ [รูปรถดั้งเดิมเมื่อ 8 ปีก่อน] เป็น 90 องศา 15 ครับ ช่วยได้แยะดังในรูปรถ/คน ไม่ต้องก้มมาก เพราะอายุ 63 แล้ว ปั่นสบายขึ้น จบ Audax Cha-am 311 km 19.35 น. ไม่ปวดเมื่อยอะไร
ยอมไม่แอโร่สุดๆ แต่ปั่นสบายดีกว่าครับ
- ไฟล์แนบ
-
- kamol01.jpg (126.71 KiB) เข้าดูแล้ว 16275 ครั้ง
-
- 1.jpg (59.98 KiB) เข้าดูแล้ว 16257 ครั้ง
- DayWalker
- ขาประจำ
- โพสต์: 939
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2012, 09:53
- team: Tiger Hack & Speed Limit AV 25
- Bike: Pinarello Dogma 65.1 Think 2 & Colnago Master X-Light Rabobank team & De Rosa MERAK
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ความสุขแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ไม่งั้นโลกนี้คงน่าเบื่อพิลึก

ไม่งั้นโลกนี้คงน่าเบื่อพิลึก