ที่สุดแห่งเฟรมพุ่ง ขีดสุดแห่งล้อเหวี่ยง จะตามหาหรือสร้างเอง
โพสต์: 05 เม.ย. 2015, 21:07
ขอเปิดกระทู้มาแลกเปลี่ยนเชิงกระตุ้นให้ฉุกคิด เนื่องจากในหลายกระทู้ที่ผมรีวิวเรื่องล้อ และสัมผัสเฟรมมาพอสมควรทำให้มีเพื่อนสมาชิกโทรมาปรึกษา หรือ P.M. มาแลกเปลี่ยนกัน ประกอบกับอยู่ในทีมที่สมาชิกได้ใช้อุปกรณ์ Standard ยัน High End เรียกว่า E5 ยัน F8 หรือ R500 ยัน Light weight เนื่องจากมันรู้ มันเห็น มันเริ่มเข้าใจ เลยอยากแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ค่อยรู้ เห็นและเข้าใจ สำหรับท่านที่มากประสบการณ์ อาจต้องขออภัยด้วยที่มาขยายความ
จะเลือกเฟรมทั้งที อะไรสำคัญที่สุด คำตอบคือความต้องการของเราคือที่สุดไงครับ เช่น เราต้องการเฟรมที่พุ่งที่สุดกดแล้วตอบสนองไวที่สุด หรือเฟรมที่เบาที่สุด หรือเฟรมที่สติฟที่สุด หรือเฟรมที่แพงที่สุด หรือเฟรมที่เป็นที่นิยมที่สุด หรือเฟรมที่ได้รางวัลมากที่สุด ฯลฯ เห็นหรือยังครับที่สุดมันมีหลายด้านเสียเหลือเกิน ถ้าเราขึ้นต้นด้วยความต้องการและความรู้สึก ความที่สุดมันจะไม่สิ้นสุดหรอกครับ ยิ่งถ้าเป็นสายกระแสหละ ผมว่าหาเงินกันเหนื่อยเลย ผมเคยเห็นกระแสแต่งเบา super six evo nano, Izalco max มากระแสแอโร่ Tmr01 , venge,s5 กระแสโปรทัวร์ canyon , s work กระแส hi so stork , dogma แล้วเราจะเกาะกระแสอะไรหละครับ ผมเสนอให้ตั้งสติสักนิด ค่อยๆ เอาเหตุผลเข้าไปจับ วิเคราะห์ลักษณะนิสัยใจคอของเราเพื่อหาสไตล์การปั่น อันนี้สำหรับปถุชนคนธรรมดา มนุษย์เงินเดือนนะครับ สำหรับคนมีฐานะร่ำรวยอันนี้ผ่านกระทู้ผมได้เลย เราเริ่มต้นก่อนว่าเราชอบปั่นลักษณะใด เช่น ปั่นระยะทางสั้นๆ หรือทางไกลๆ, ปั่นทางราบหรือปั่นทางเขาเป็นหลัก, ชอบความเร็วสูง เพื่อการแข่งขันหรือเน้นปั่นสบายๆ สายสุขภาพ
หลังจากพบลักษณะการขี่หรือสไตล์การปั่นที่เป็นเรา ก็ตั้งงบประมาณครับ เช่น หลักหมื่น หลักแสน หรือหลักหลายแสน ตัวงบประมาณมันจะเป็นตัวกรองเฟรมมาให้เราเลือกเองครับ ปัจจุบันเฟรมทุกยี่ห้อจะมีรุ่นที่แบ่งแยกไว้ให้เราเสร็จสรรพว่าเรามีสไตล์อย่างไร เช่น สายแข่งทางราบ สายขี่สบายๆ สายเบาขึ้นเขา และในแต่ละสายก็จะมีรุ่นท๊อปและรุ่นรองให้เลือกตามงบประมาน มีบทความเยอะมากมายในเน็ท ยืนยันตรงกันว่า เฟรมในระดับราคาใกล้เคียงกันในแต่ละยี่ห้อ ไม่ได้ดีกว่ากันมากมายกายกองอย่างที่เรารู้สึก และตัวเฟรมเองไม่ได้เป็นตัวตัดสินแพ้ชนะในการแข่งขันให้เราได้ครับ รวมถึงความแอโร่ของเฟรมเองก็ยังมีผลน้อยกว่าชุดแอโร่ หมวกและท่าปั่นด้วยซ้ำ บ้านผมมี S work, dogma, madone 4,felt f2 เฟรมแต่ละตัวให้ความรู้สึกในการปั่นแตกต่างกันครับ แต่ความรู้สึกมาจากความนุ่ม ความแข็ง การดีดกระเด้ง ความยากง่ายในการควบคุมซึ่งอย่างที่บอกมันคือความรู้สึก แต่ทุกตัวผมขี่ได้ av เท่าๆ กัน ซ้อมเหนื่อยเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือความสบายและความชอบในการปั่น ดังนั้นส่วนตัว เฟรมไม่ได้ทำให้คุณมี av ดีขึ้น หรือปั่นได้เร็วขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่เฟรมจะมอบความสบายในการปั่นให้คุณได้แตกต่างกัน ดังนั้นสำหรับผม ปัจจัยเรื่องรูปทรง กับความสบายในการปั่น มาก่อนเรื่องกระแส หรือความพุ่ง เพราะผมมั่นใจว่าถ้าเรามีการฝึกซ้อมที่ดี เราสามารถขี่เฟรมให้พุ่งได้ทุกเฟรม แต่ไม่ทุกเฟรมที่จะทำให้เราเดินทางสบายครับ
มาถึงเรื่องล้อ ผมตามเคยตามหาล้อในฝันมาหลายคู่ครับขอบต่ำ ขอบสูง อลูล้วน คาร์บอนล้วน อลูผสมคาร์บอน ลองเยอะเจ็บเยอะ ผมลองล้อที่เป็นที่รู้จักกว่า 15 คู่ครับ จนวันหนึ่งก็เอาล้อที่ติดบนเทรนเนอร์ออกไปปั่นบนถนน ลองปั่นเทมโป้ ลองยิงทำ max speed อืม ทำไมผมขี่ล้อ 4,000 ได้ดีเท่ากับล้อหกหมื่นกว่าหนอ av ก็เท่าเดิม เหนื่อยเท่าเดิม แล้วตรูจ่ายแพงๆ ไปเพื่ออะไรหว่า อืม ก็เพื่อความรู้สึกนุ่มนวลของล้อเวลาปั่น ความรู้สึกลื่นขึ้นขณะกระชาก ความรู้สึกเบาขาเวลาขึ้นเขา หรือจริงๆ เพื่อสติกเกอร์เทห์ๆ ที่แปะที่ล้อ 55 สุดท้ายผมก็พบจุดสมดุลของตัวเองครับ ผมเลือกล้อที่เบรคดีที่สุด เพราะผมชอบขึ้นเขาและขี่ทุกฤดู ผมเลือกล้อที่ไม่เบาเกินไป เพราะผมว่ามันปั่นไม่ดี และก็ไม่หนักเกินไปจนเป็นภาระ ผมเลือกล้อขอบสูง เพราะรักษาความเร็วได้ดีกว่าขอบเตี้ย ผมเลือกจากประสบการณ์และการลองผิดลองถูกจนเสียเงินไปเยอะ และที่สำคัญ เมื่อผมลงตัวกับรถ ผมก็รู้จักพอ ผมไม่ได้ขี่เฟรมที่แพงที่สุดและล้อที่แพงที่สุดที่ผมมี แต่ผมขี่รถที่สบาย สวย และแตกต่างกับชาวบ้าน
มันไม่สำคัญหรอกครับว่าคุณขี่เฟรมอะไรกับล้ออะไร แต่มันสำคัญที่คุณปั่นอย่างไรมากกว่า รถแพงๆ ทำให้คุณหล่อตอนจอด แต่การปั่นที่ดี แข็งแรง มีมารยาท จะทำให้คุณหล่อตอนปั่น และเมื่อคุณได้รถคู่ใจ คุณต้องไปใส่ใจกับการฝึกซ้อม จักรยานชนะด้วยกำลังคน ไม่ใช่กำลังรถ เมื่อคุณได้สัมผัสรถที่เบาที่สุด คุณจะรู้ว่ามันเป็นรถที่ขี่ได้ไม่ดีที่สุด สู้รถที่น้ำหนักเหมาะกับน้ำหนักตัวผู้ปั่นไม่ได้ บริษัทจักรยานเขาต้องทำมาหากินครับ ทุกสินค้าเพื่อดูดเงินเรา รู้เท่าทันสักนิด ซื้อสิ่งดีๆ ที่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ แต่กับบางท่าน อย่าถึงกับตามกระแส จนเป็นหนี้สิน หรือกระเบียดกระเสียนเลยครับ มันไม่จำเป็นกับการปั่นขนาดนั้น ผมเห็นหลายๆ ท่านเปลี่ยนเฟรมเปลี่ยนล้อ ยังกับเปลี่ยนมือถือ ทั้งที่เฟรมและล้อที่เปลี่ยน ก็ถือเป็นของระดับแนวหน้าแท้ๆ ตกลงของมันไม่ดีหรือเราเองต่างหากที่ยังไม่ได้ มันยากมากครับที่จะหาของที่ดีที่สุด ลองทำเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ค่อยอยากทำกัน คือซ้อมอย่างมีแบบแผนและมีวินัยในตนเอง ทำให้ตัวเองให้กลายเป็นอาวุธที่ดีที่สุดแทนครับ เมื่อท่านเป็นจอมยุทธ ตะเกียบในมือท่านน่ากลัวกว่าดาบมังกรหยกในโจรกระจอกมากครับ
จะเลือกเฟรมทั้งที อะไรสำคัญที่สุด คำตอบคือความต้องการของเราคือที่สุดไงครับ เช่น เราต้องการเฟรมที่พุ่งที่สุดกดแล้วตอบสนองไวที่สุด หรือเฟรมที่เบาที่สุด หรือเฟรมที่สติฟที่สุด หรือเฟรมที่แพงที่สุด หรือเฟรมที่เป็นที่นิยมที่สุด หรือเฟรมที่ได้รางวัลมากที่สุด ฯลฯ เห็นหรือยังครับที่สุดมันมีหลายด้านเสียเหลือเกิน ถ้าเราขึ้นต้นด้วยความต้องการและความรู้สึก ความที่สุดมันจะไม่สิ้นสุดหรอกครับ ยิ่งถ้าเป็นสายกระแสหละ ผมว่าหาเงินกันเหนื่อยเลย ผมเคยเห็นกระแสแต่งเบา super six evo nano, Izalco max มากระแสแอโร่ Tmr01 , venge,s5 กระแสโปรทัวร์ canyon , s work กระแส hi so stork , dogma แล้วเราจะเกาะกระแสอะไรหละครับ ผมเสนอให้ตั้งสติสักนิด ค่อยๆ เอาเหตุผลเข้าไปจับ วิเคราะห์ลักษณะนิสัยใจคอของเราเพื่อหาสไตล์การปั่น อันนี้สำหรับปถุชนคนธรรมดา มนุษย์เงินเดือนนะครับ สำหรับคนมีฐานะร่ำรวยอันนี้ผ่านกระทู้ผมได้เลย เราเริ่มต้นก่อนว่าเราชอบปั่นลักษณะใด เช่น ปั่นระยะทางสั้นๆ หรือทางไกลๆ, ปั่นทางราบหรือปั่นทางเขาเป็นหลัก, ชอบความเร็วสูง เพื่อการแข่งขันหรือเน้นปั่นสบายๆ สายสุขภาพ
หลังจากพบลักษณะการขี่หรือสไตล์การปั่นที่เป็นเรา ก็ตั้งงบประมาณครับ เช่น หลักหมื่น หลักแสน หรือหลักหลายแสน ตัวงบประมาณมันจะเป็นตัวกรองเฟรมมาให้เราเลือกเองครับ ปัจจุบันเฟรมทุกยี่ห้อจะมีรุ่นที่แบ่งแยกไว้ให้เราเสร็จสรรพว่าเรามีสไตล์อย่างไร เช่น สายแข่งทางราบ สายขี่สบายๆ สายเบาขึ้นเขา และในแต่ละสายก็จะมีรุ่นท๊อปและรุ่นรองให้เลือกตามงบประมาน มีบทความเยอะมากมายในเน็ท ยืนยันตรงกันว่า เฟรมในระดับราคาใกล้เคียงกันในแต่ละยี่ห้อ ไม่ได้ดีกว่ากันมากมายกายกองอย่างที่เรารู้สึก และตัวเฟรมเองไม่ได้เป็นตัวตัดสินแพ้ชนะในการแข่งขันให้เราได้ครับ รวมถึงความแอโร่ของเฟรมเองก็ยังมีผลน้อยกว่าชุดแอโร่ หมวกและท่าปั่นด้วยซ้ำ บ้านผมมี S work, dogma, madone 4,felt f2 เฟรมแต่ละตัวให้ความรู้สึกในการปั่นแตกต่างกันครับ แต่ความรู้สึกมาจากความนุ่ม ความแข็ง การดีดกระเด้ง ความยากง่ายในการควบคุมซึ่งอย่างที่บอกมันคือความรู้สึก แต่ทุกตัวผมขี่ได้ av เท่าๆ กัน ซ้อมเหนื่อยเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือความสบายและความชอบในการปั่น ดังนั้นส่วนตัว เฟรมไม่ได้ทำให้คุณมี av ดีขึ้น หรือปั่นได้เร็วขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่เฟรมจะมอบความสบายในการปั่นให้คุณได้แตกต่างกัน ดังนั้นสำหรับผม ปัจจัยเรื่องรูปทรง กับความสบายในการปั่น มาก่อนเรื่องกระแส หรือความพุ่ง เพราะผมมั่นใจว่าถ้าเรามีการฝึกซ้อมที่ดี เราสามารถขี่เฟรมให้พุ่งได้ทุกเฟรม แต่ไม่ทุกเฟรมที่จะทำให้เราเดินทางสบายครับ
มาถึงเรื่องล้อ ผมตามเคยตามหาล้อในฝันมาหลายคู่ครับขอบต่ำ ขอบสูง อลูล้วน คาร์บอนล้วน อลูผสมคาร์บอน ลองเยอะเจ็บเยอะ ผมลองล้อที่เป็นที่รู้จักกว่า 15 คู่ครับ จนวันหนึ่งก็เอาล้อที่ติดบนเทรนเนอร์ออกไปปั่นบนถนน ลองปั่นเทมโป้ ลองยิงทำ max speed อืม ทำไมผมขี่ล้อ 4,000 ได้ดีเท่ากับล้อหกหมื่นกว่าหนอ av ก็เท่าเดิม เหนื่อยเท่าเดิม แล้วตรูจ่ายแพงๆ ไปเพื่ออะไรหว่า อืม ก็เพื่อความรู้สึกนุ่มนวลของล้อเวลาปั่น ความรู้สึกลื่นขึ้นขณะกระชาก ความรู้สึกเบาขาเวลาขึ้นเขา หรือจริงๆ เพื่อสติกเกอร์เทห์ๆ ที่แปะที่ล้อ 55 สุดท้ายผมก็พบจุดสมดุลของตัวเองครับ ผมเลือกล้อที่เบรคดีที่สุด เพราะผมชอบขึ้นเขาและขี่ทุกฤดู ผมเลือกล้อที่ไม่เบาเกินไป เพราะผมว่ามันปั่นไม่ดี และก็ไม่หนักเกินไปจนเป็นภาระ ผมเลือกล้อขอบสูง เพราะรักษาความเร็วได้ดีกว่าขอบเตี้ย ผมเลือกจากประสบการณ์และการลองผิดลองถูกจนเสียเงินไปเยอะ และที่สำคัญ เมื่อผมลงตัวกับรถ ผมก็รู้จักพอ ผมไม่ได้ขี่เฟรมที่แพงที่สุดและล้อที่แพงที่สุดที่ผมมี แต่ผมขี่รถที่สบาย สวย และแตกต่างกับชาวบ้าน
มันไม่สำคัญหรอกครับว่าคุณขี่เฟรมอะไรกับล้ออะไร แต่มันสำคัญที่คุณปั่นอย่างไรมากกว่า รถแพงๆ ทำให้คุณหล่อตอนจอด แต่การปั่นที่ดี แข็งแรง มีมารยาท จะทำให้คุณหล่อตอนปั่น และเมื่อคุณได้รถคู่ใจ คุณต้องไปใส่ใจกับการฝึกซ้อม จักรยานชนะด้วยกำลังคน ไม่ใช่กำลังรถ เมื่อคุณได้สัมผัสรถที่เบาที่สุด คุณจะรู้ว่ามันเป็นรถที่ขี่ได้ไม่ดีที่สุด สู้รถที่น้ำหนักเหมาะกับน้ำหนักตัวผู้ปั่นไม่ได้ บริษัทจักรยานเขาต้องทำมาหากินครับ ทุกสินค้าเพื่อดูดเงินเรา รู้เท่าทันสักนิด ซื้อสิ่งดีๆ ที่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ แต่กับบางท่าน อย่าถึงกับตามกระแส จนเป็นหนี้สิน หรือกระเบียดกระเสียนเลยครับ มันไม่จำเป็นกับการปั่นขนาดนั้น ผมเห็นหลายๆ ท่านเปลี่ยนเฟรมเปลี่ยนล้อ ยังกับเปลี่ยนมือถือ ทั้งที่เฟรมและล้อที่เปลี่ยน ก็ถือเป็นของระดับแนวหน้าแท้ๆ ตกลงของมันไม่ดีหรือเราเองต่างหากที่ยังไม่ได้ มันยากมากครับที่จะหาของที่ดีที่สุด ลองทำเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ค่อยอยากทำกัน คือซ้อมอย่างมีแบบแผนและมีวินัยในตนเอง ทำให้ตัวเองให้กลายเป็นอาวุธที่ดีที่สุดแทนครับ เมื่อท่านเป็นจอมยุทธ ตะเกียบในมือท่านน่ากลัวกว่าดาบมังกรหยกในโจรกระจอกมากครับ