มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
พาวเวอร์มิเตอร์
ยุคใหม่ของการปฏิวัติการซ้อมจักรยาน
...พาวเวอร์มิเตอร์คือเครื่องมือสำหรับวัเคราะห์และแสดงกำลังส่งของนักปั่นที่กระทำต่อจักรยาน อาจพูดง่ายๆว่าหากชีพจรเป็นตัวประเมินแรงกระทำที่ส่งเข้า(input) กำลังที่ได้รับก็คือผลลัพธ์ที่กระทำกับจักรยานได้(output) นั่นเอง การทำงานพื้นฐานของพาวเวอร์มิเตอร์โดยมากทำโดยการวิเคราะห์ความเค้นของระบบขับเคลื่อนประมวลออกมาหน่วยเป็น วัตต์
ช่วงทศวรรษที่ 80s เป็นยุคแห่งการกำเนิดของการฝึกซ้อมระบบชีพจรหรือ Heart Rate Based Training ที่พวกเราคุ้นเคยดี จนมาบูมที่สุดในช่วงทศวรรษที่ 90s ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบอินเตอร์เนท ระบบการฝึกซ้อมด้วยการจำกัดชีพจรเปิดโลกใหม่ให้กับวงการวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างยิ่งใหญ่ แต่สำหรับกีฬาจักรยาน ระบบนี้ยังคงมีจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดอยู่
กลางทศวรรษที่ 90s นักวิทยาศาสตร์การกีฬาหลายคนถกเถียงกันเรื่องความแม่นยำของการฝึกซ้อมระบบชีพจร มีตัวแปรมากมายที่สามารถทำให้การซ้อมผิดเพี้ยนไปได้ ตัวอย่างง่ายๆก็คือความตื่นเต้น หากจะมองลึกลงไปแม้แต่การซ้อมความทนทานที่ระยะเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง แม้ว่านักกีฬาจะคงความหนักเท่าเดิมแต่ชีพจรที่ได้ก็จะสูงกว่าปกติขึ้นไปกว่า 10% จากความล้าของร่างกาย ยังไม่นับการตอบสนองของชีพจรที่ช้ากว่าทั้งในระยะพุ่งทะยานขึ้นและการลดระดับความเข้มลง หลายคนคงเคยสังเกตเวลาเราซ้อมสปรินท์ กว่าชีพจรจะขึ้นถึงโซนที่ต้องการก็ปาเข้าไป 2-3 วินาทีเสียแล้ว ที่เวลานั้นร่างกายก็แทบจะหมดสภาพการคงกำลังสูงสุดเอาใว้ได้ สำหรับอินเทอร์วัลสั้นๆเพียง 10 วินาที การที่ชีพจรขึ้นช้ากว่าเพียง 2 วินาทีหมายถึงความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งนี่เองคือปัญหาในการหาความเข้มข้นที่เหมาะสมและความแนยำสูงสุดสำหรับการฝึกซ้อม
และแล้วทางออกก็ได้มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีของรถฟอร์มูล่าวัน ที่เป็นแนวคิดการออกแบบสำหรับจักรยานตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 80s นักวิทยาศาสตร์การกีฬาร่วมมือกับนักออกแบบ สร้างพาวเวอร์มิเตอร์ต้นแบบตัวแรกได้สำเร็จสำหรับนักแข่งทีมสตรอวเบอรี่ใช้ทดสอบ คือตัวพาวเอวร์แท็ปต้นแบบ และเกร็ก เลอมองด์ ทดสอบเอสอาร์เอ็มตัวต้นแบบในเวลาไล่เลี่ยกัน แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นานพาวเวอร์มิเตอร์ก็ถูกผลิตวางตลาดอย่างกว้างขวางแต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับระบบชีพจรที่ราคาถูกกว่า เข้าถึงได้ง่ายกว่า ที่กำลังมาแรงในยุค 90s จวบจนทุกวันนี้ อุปกรณ์เหล่านี้ราคาถูกลงเรื่อยๆจนใกล้ความเป็นจริงที่นักปั่นที่รักการฝึกซ้อมจริงจังสามารถจับต้องได้ถ้วนหน้าเข้าทุกที ด้วยจุดเด่นที่ไม่มีทางหาได้จากอุปกรณ์อื่นใด
การประเมินกำลังวัตต์ สามารถเจาะจงช่วงความหนักของการฝึกซ้อมได้แม่นยำที่สุด เช่นเมื่อคุณต้องการออกแบบอินเทอร์วัล 10 วินาที ที่ต้องสปรินท์ด้วยกำลังมหาศาลหลายๆยก แน่นอนว่าหากเป็นระบบชีพจร คุณจะโดนความคลาดเคลื่อนจากปัจจัยระบบชีพจรเข้ามาแทรกแซงทำให้ความเข้มของการซ้อมไม่เป็นไปตามเป้า แต่ด้วยระบบวัดวัตต์นี้ อย่างไรเสียนักกีฬาต้องสามารถอัดกำลัง 1700 วัตต์ให้ได้ทุกเซ็ทไม่มีตกหล่น และในทางกลับกัน คุณสามารถระบุกำลังวัตต์สม่ำเสมอที่เหมาะสมสำหรับการซ้อมความทนทานยาวๆ 3-4 ชั่วโมงได้ไม่ยาก โดยที่ค่านั้นไม่โดนปัจจัยเรื่องความล้าและความคลาดเคลื่อนของชีพจรเข้ามาเกี่ยวข้อง
และระบบการซ้อมที่รวมเอาทั้งชีพจรรวมเข้ากับระบบวัตต์ก็ดูเหมือนจะเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบที่สุดท่าที่มีในตอนนี้ที่สามารถควบคุมทั้งภาคส่งกำลังและภาคผลลัพธ์ที่ได้ของนักกีฬา
ทำความรู้จักกับระบบเพื้นฐานของพาวเวอร์มิเตอร์
....แรกเริ่มเดิมทีนั้น พาวเวอร์มิเตอร์ทำงานด้วยระบบสายต่อเป็นหลัก ต่อมากระแสของคอมพิวเตอร์ไร้สายเข้ามาแทนที่ ประกอบกับความคล่องตัว ทำให้ผู้ผลิตพาวเวอร์มิเตอร์มาตรฐานการส่งข้อมูลแบบ ANT+ มาใช้ทั้งพาวเวอร์แท็ปและควาร์ค ร่วมกับการ์มิน ทำให้แนวคิดในการพัฒนาพาวเวอร์มิเตอร์พัฒนาไปอีกขั้น กล่าวคือ ทุกวันนี้ ผู้ผลิตพาวเวอร์มิเตอร์ไม่จำเป็นต้องผลิตตัวไมล์จักรยานอีกก็ได้ และ/หรือ ตัวไมล์ของผู้ผลิตสามารถรองรับการทำงานได้หลากหลาย(แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องรายละเอียดสัญญาณเชื่อมต่อ) ดังนั้นทั้งพาวเวอร์แท็ป, ไอไบค์, การ์มิน ล้วนสามารถรองรับการทำงานกับระบบวัดกำลงของควาร์คได้ และในอนาคตสปีดเพลย์ก็จะก้าวมาในตลาดนี้โดยที่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์รับสัญญาณแบบ ANT+ ได้ทันทีเช่นกัน คงเหลือแต่ค่ายโพลาร์ที่ใช้ระบบสัญญาณ W.I.N.D. ของตัวเองไม่เกี่ยวกับค่ายใด
ระบบการวัดที่จานหน้า
ระบบนี้วัดกำลังจากแรงเค้นในขาจานทั้งสองข้างผ่านตัวยึดขาจานกับจาน ระบบนี้พัฒนาโดยควาร์คเป็นผู้นำแนวคิด สามารถรองรับกับจานหน้าของ FSA และ S-Works เท่านั้น(กำลังเจรจากับทาง campy และ shimano อยู่) ระบบนี้มีความแม่นยำจัดว่าสูงมากเนื่องจากกำลังที่วัดได้มาจากแรงส่งที่กระทำโดยตรงที่สุดไม่โดนดฟรมและระบบขับเคลื่อนลดทอนลง(จะเป็นรองก็ของสปีดเพลย์ ที่วัดกันตั้งแต่บันไดเลย) จนเป็นเทคโนโลยีประจำทีมแซ็กโซ่ในการแข่งและฝึกซ้อม แม้ระบบนี้จะวิเคราะห์ข้อมูลได้ไม่เร็วเท่าระบบการวัดที่กระโหลกเพราะต้องประมวลข้อมูลประกอบกับรอบขาด้วย แต่ความคล่องตัวในการใช้งานมีสูงกว่ามาก ทำให้สามารถรองรับผุ้ใช้งานได้หลากหลายกว่า
ระบบวัดที่กระโหลก
ระบบนี้วัดกำลังจากแรงเฉือนทีเกิดขึ้นในท่อกระโหลก การจับข้อมูลทำอย่างละเอียดด้วยตัวรับสัญญาณความไวสูงมากเมื่อเกิดแรงบิดขึ้นระบบนี้จะสามารถส่งข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องประเมินร่วมกับการเคลื่อนที่อื่นใดเลย ตัวอย่างอุปกรณ์แบบนี้เช่นเออร์โกโน่ จุดเด่นอยู๋ที่ความแม่นยำและความเร็วในการประเมินค่ากำลังที่ได้
ระบบวัดที่ดุมหลัง
แนวคิดนี้ใช้ระบบการทำงานแบบเดียวกับที่วัดจากจานหน้า แต่ย้ายมาวัดที่ดุมหลังแทน จุดเด่นทั้งหมดจึงเหมือนกับระบบวัดที่จานหน้า ทว่ามีข้อเสียตรงที่ค่ากำลังที่ได้ถูกลดทอนออกไปด้วยความ flex ของเฟรมและระบบขับเคลื่อนทำให้ค่าที่ได้หากเทียบกันแล้วจะคาดเคลื่อนไปจากค่ากำลังส่งจริงที่กระทำต่อระบบขับเคลื่อนนิดหน่อย(แต่พาวเวอร์แท็ป ได้ชดเชยค่านี้มาให้แล้ว) อย่างไรก็ดี ระบบพาวเวอร์มิเตอร์นั้นไม่ได้มุ่งเน้นการนำค่าที่ได้ไปใช้งานด้านสมรรถนะของรถเหมือนค่าความเร็ว แต่นำค่าที่ได้มาเน้นเรื่องการซ้อม ดังนั้นไม่ว่าจะวัดจากจุดใด หากค่าที่ได้เป็นค่ากำลังส่งที่แม่นยำสม่ำเสมอ ก็ย่อมสามารถใช้งานได้เช่นกัน จุดอ่อนที่สุดของระบบนี้ก็คือ นักแข่งจำนวนมากมีล้อหลายชุด แปลว่า ต้องติดตั้งอุปกรณ์วัดวัตต์นี้กับล้อหลังทุกชุดที่มีจึงจะครอบคลุมการใช้งานทั้งหมด
ระบบการวัดที่โซ่
แนวคิดนี้พัฒนาโดยผู้ผลิตอย่างโพลาร์ ด้วยแนวคิดการประเมินความเครียดที่เกิดขึ้นในโซ่ที่เป็นหัวใจของระบบขับเคลื่อน การทำงานอาศัยการจับแรงตึงของโซ่คำนวนจากความเร็วของโซ่ที่วิ่งผ่านไปร่วมกับแรงสั่นสะเทือน คล้ายๆกับเราสามารถประเมินความตึงของซี่ล้อได้ด้วยการดีดซี่ล้อฟังว่ามันสั่นมากน้อยเพียงใด หากตึงมากก็จะสั่นถี่(เสียงสูง) จากสองค่านี้เองทำให้ตัวรับสัญญาณคำนวนได้ว่าขณะนั้นโซ่มีความตึงเท่าใหร่ เมื่อได้ความตึงของโซ่ก็สามารถประเมินออกมาเป็นแรงบิดที่เกิดขึ้นได้นั่นเอง ระบบนี้มีความแม่นยำและความเร็วในการวิเคราะห์ข้อมูลใกล้เคียงระบบทั้งสามด้านบน หากแต่มีข้อจำกัดที่สำคัญคือ อายุการใช้งานของโซ่ โซ่ที่สึกจะทำให้ความสั่นของโซ่เพี้ยนไปจากเดิม สามารถแก้ไขได้โดยการถอดโซ่ออกมาชั่งน้ำหนักและวัดข้อโซ่ใหม่ หรือทางออกที่ดีกว่าสำหรับการซ้อมและการดูแลรักษาชุดขับเคลื่อนก็คือ เปลี่ยนโซ่เมื่อโซ่เริ่มสึก ระบบนี้เคยเป็นระบบที่ทีมแซกโซ่ใช้ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ระบบวัดที่จานหน้า
วัดจากแรงกระทำต่อมวล
จากกฏฟิสิกส์ข้อที่ 3 ของนิวตันว่าด้วย แรงกระทำใดๆจะมีค่าเท่ากับแรงตอบสนอง ดังนั้นแรงกระทำจากบันได จานหน้า กระโหลก ดุมหลัง หรือ ที่ชุดโซ่ จะเท่าใหร่ก็ตาม แรงนี้จะเท่ากับแรงตอบสนองทีเกิดขึ้นจากมวลของผู้ปั่นและจักรยานประเมินร่วมกับแรงลมและสภาพเส้นทางนั้น ความชันของเส้นทางคือตัวแทนค่าแรงดึงดูด, แรงลมคือค่าความต้านทานที่หนึง, สภาพผิวถนนคือความต้านทานที่สอง, ความเร่งและความเฉื่อยของรถคือผลของแรงกระทำที่เกิดขึ้น ประเมินด้วยน้ำหนักรถและคนรวมกัน ก็จะได้กำลังวัตต์ที่กระทำต่อระบบขับเคลื่อนนั่นเอง ระบบนี้มีจุดเด่นที่ราคาย่อมเยาและใช้งานได้ง่ายหลากหลาย เหมาะสำหรับผุ้ที่มีจักรยานหลายคัน อย่างไรเสียก็ยังมีข้อด้อยที่ยากจะปฏิเสธก็คือค่าที่ได้นั้นมาจากการ"คำนวน"ที่บ้างก็เรียกว่า"เดา" ดังนั้นไม่ว่าในด้านความแม่นยำและความเร็วในการตอบสนองค่าที่ปรากฏก็ล้วนแต่เป้นรองทุกระบบที่กล่าวมา แม้แต่ปัจจัยง่ายๆเช่นท่าปั่นหรือการรูดซิปเสื้อก็สามารถทำให้ค่าที่ได้คลาดเคลื่อนได้แล้ว เพราะระบบนี้วัดแรงต้านของอากาศจากตัวเครื่องที่ติดอยู่บนแฮนด์เท่านั้น
การวัดจากแรงส่ง
ระบบนี้กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาแต่กล่าวว่าแม่นยำและแน่นอนที่สุดด้วยการวัดจากบันไดหรือแม้แต่จากรองเท้าปั่นเองเลย การทำงานคล้ายกับการวัดที่จานหน้าและดุมหลัง แต่ย้ายมาวัดที่จุดแรกสุดของการส่งกำลังเพื่อลดความคลาดเคลื่อน จุดเด่นอ่ย่างที่สุดอีกอย่างของระบบนี้คือ ความสามารถในการบอกคุณภาพของการควงรอบขาที่สมบูรณ์แบบได้ด้วย รวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างขาซ้ายและขวา(ระบบวัดโซ่เองก็สามารถแสดงข้อมูลนี้ได้) ทว่าระบบนี้ยังไม่สามารถพัฒนาให้นำมาผลิตต้นแบบทดลองได้จริงนอกห้องทดลอง
ผู้ผลิตพาวเวอร์มิเตอร์ชั้นนำ
SRM วัดจากจานหน้าเป็นหลัก เป็นตัวที่โปรนิยมที่สุด ราคาสูง การใช้งานมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่นิดหน่อย
PowerTap บ้านเราคุ้นเคยดี มีระบบการวัดที่แม่นยำ ข้อด้อยคือต้องมีหลายตัวหากมีหลายล้อ และ น้ำหนักมาก
Polar ระบบวัดจากความตึงของโซ่ แม้ว่าราคาจะถูกและใช้งานคล่องตัวแต่หลายคนก็ยังไม่วางใจค่าที่ได้จากการคำนวนน้ำหนัก,การสั่น และ ความเร็วโซ่ออกมาเป็นความตึง
iBike สุดยอดคอมพิวเตอร์จักรยานที่ประมวลข้อมูลทั้งหมดเพื่อหากำลังวัตต์จากปัจจัยแวดล้อมรอบตัว ข้อเสียคือความแม่นยำที่เชื่อถือได้ยาก และการคาลิเบรทที่ซับซ้อมมาก
Quarq วัดจากจานหน้าโดยมุ่งเน้นไปที่แขนของขาจานที่ยุดกับใบจานเป็นหลัก ทุกอย่างดีหมดยกเว้นการทำการตลาดที่เข้าถึงได้ยากมาก
Brim Brothers ระบบนี้วัดจากคลีทที่รองเท้าของนักปั่น
MetriGear ระบบนี้วัดจากแกนของบันไดเพื่อประเมินกำลังวัตต์ คาดว่าสปีดเพลย์และแคทอายกำลังจ้องจะจับมือคว้ามาเป็นอาวุธสำหรับกระโดดเข้าสู่โลกของพาวเวอร์มิเตอร์
บทความนี้ไม่มีภาพครับ เน้นเนื้อๆ เป็นเรื่องที่หลายท่านคงทราบกันแล้ว แต่อีกหลายท่านคงยังไม่รู้ และผมเชื่อว่าอีกไม่กี่ปี พาวเวอร์มิเตอร์จะจับต้องได้ง่ายกว่านี้ ทำให้ระบบการซ้อมเปลี่ยนแปลงไปแน่นอนครับ ปัจจุบันนี้นักแข่งสมัครเล่นชื่อดังก็อาศัยระบบนี้เป็นแนวทางการซ้อมกันไม่น้อยแล้ว
ยุคใหม่ของการปฏิวัติการซ้อมจักรยาน
...พาวเวอร์มิเตอร์คือเครื่องมือสำหรับวัเคราะห์และแสดงกำลังส่งของนักปั่นที่กระทำต่อจักรยาน อาจพูดง่ายๆว่าหากชีพจรเป็นตัวประเมินแรงกระทำที่ส่งเข้า(input) กำลังที่ได้รับก็คือผลลัพธ์ที่กระทำกับจักรยานได้(output) นั่นเอง การทำงานพื้นฐานของพาวเวอร์มิเตอร์โดยมากทำโดยการวิเคราะห์ความเค้นของระบบขับเคลื่อนประมวลออกมาหน่วยเป็น วัตต์
ช่วงทศวรรษที่ 80s เป็นยุคแห่งการกำเนิดของการฝึกซ้อมระบบชีพจรหรือ Heart Rate Based Training ที่พวกเราคุ้นเคยดี จนมาบูมที่สุดในช่วงทศวรรษที่ 90s ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบอินเตอร์เนท ระบบการฝึกซ้อมด้วยการจำกัดชีพจรเปิดโลกใหม่ให้กับวงการวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างยิ่งใหญ่ แต่สำหรับกีฬาจักรยาน ระบบนี้ยังคงมีจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดอยู่
กลางทศวรรษที่ 90s นักวิทยาศาสตร์การกีฬาหลายคนถกเถียงกันเรื่องความแม่นยำของการฝึกซ้อมระบบชีพจร มีตัวแปรมากมายที่สามารถทำให้การซ้อมผิดเพี้ยนไปได้ ตัวอย่างง่ายๆก็คือความตื่นเต้น หากจะมองลึกลงไปแม้แต่การซ้อมความทนทานที่ระยะเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง แม้ว่านักกีฬาจะคงความหนักเท่าเดิมแต่ชีพจรที่ได้ก็จะสูงกว่าปกติขึ้นไปกว่า 10% จากความล้าของร่างกาย ยังไม่นับการตอบสนองของชีพจรที่ช้ากว่าทั้งในระยะพุ่งทะยานขึ้นและการลดระดับความเข้มลง หลายคนคงเคยสังเกตเวลาเราซ้อมสปรินท์ กว่าชีพจรจะขึ้นถึงโซนที่ต้องการก็ปาเข้าไป 2-3 วินาทีเสียแล้ว ที่เวลานั้นร่างกายก็แทบจะหมดสภาพการคงกำลังสูงสุดเอาใว้ได้ สำหรับอินเทอร์วัลสั้นๆเพียง 10 วินาที การที่ชีพจรขึ้นช้ากว่าเพียง 2 วินาทีหมายถึงความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งนี่เองคือปัญหาในการหาความเข้มข้นที่เหมาะสมและความแนยำสูงสุดสำหรับการฝึกซ้อม
และแล้วทางออกก็ได้มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีของรถฟอร์มูล่าวัน ที่เป็นแนวคิดการออกแบบสำหรับจักรยานตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 80s นักวิทยาศาสตร์การกีฬาร่วมมือกับนักออกแบบ สร้างพาวเวอร์มิเตอร์ต้นแบบตัวแรกได้สำเร็จสำหรับนักแข่งทีมสตรอวเบอรี่ใช้ทดสอบ คือตัวพาวเอวร์แท็ปต้นแบบ และเกร็ก เลอมองด์ ทดสอบเอสอาร์เอ็มตัวต้นแบบในเวลาไล่เลี่ยกัน แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นานพาวเวอร์มิเตอร์ก็ถูกผลิตวางตลาดอย่างกว้างขวางแต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับระบบชีพจรที่ราคาถูกกว่า เข้าถึงได้ง่ายกว่า ที่กำลังมาแรงในยุค 90s จวบจนทุกวันนี้ อุปกรณ์เหล่านี้ราคาถูกลงเรื่อยๆจนใกล้ความเป็นจริงที่นักปั่นที่รักการฝึกซ้อมจริงจังสามารถจับต้องได้ถ้วนหน้าเข้าทุกที ด้วยจุดเด่นที่ไม่มีทางหาได้จากอุปกรณ์อื่นใด
การประเมินกำลังวัตต์ สามารถเจาะจงช่วงความหนักของการฝึกซ้อมได้แม่นยำที่สุด เช่นเมื่อคุณต้องการออกแบบอินเทอร์วัล 10 วินาที ที่ต้องสปรินท์ด้วยกำลังมหาศาลหลายๆยก แน่นอนว่าหากเป็นระบบชีพจร คุณจะโดนความคลาดเคลื่อนจากปัจจัยระบบชีพจรเข้ามาแทรกแซงทำให้ความเข้มของการซ้อมไม่เป็นไปตามเป้า แต่ด้วยระบบวัดวัตต์นี้ อย่างไรเสียนักกีฬาต้องสามารถอัดกำลัง 1700 วัตต์ให้ได้ทุกเซ็ทไม่มีตกหล่น และในทางกลับกัน คุณสามารถระบุกำลังวัตต์สม่ำเสมอที่เหมาะสมสำหรับการซ้อมความทนทานยาวๆ 3-4 ชั่วโมงได้ไม่ยาก โดยที่ค่านั้นไม่โดนปัจจัยเรื่องความล้าและความคลาดเคลื่อนของชีพจรเข้ามาเกี่ยวข้อง
และระบบการซ้อมที่รวมเอาทั้งชีพจรรวมเข้ากับระบบวัตต์ก็ดูเหมือนจะเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบที่สุดท่าที่มีในตอนนี้ที่สามารถควบคุมทั้งภาคส่งกำลังและภาคผลลัพธ์ที่ได้ของนักกีฬา
ทำความรู้จักกับระบบเพื้นฐานของพาวเวอร์มิเตอร์
....แรกเริ่มเดิมทีนั้น พาวเวอร์มิเตอร์ทำงานด้วยระบบสายต่อเป็นหลัก ต่อมากระแสของคอมพิวเตอร์ไร้สายเข้ามาแทนที่ ประกอบกับความคล่องตัว ทำให้ผู้ผลิตพาวเวอร์มิเตอร์มาตรฐานการส่งข้อมูลแบบ ANT+ มาใช้ทั้งพาวเวอร์แท็ปและควาร์ค ร่วมกับการ์มิน ทำให้แนวคิดในการพัฒนาพาวเวอร์มิเตอร์พัฒนาไปอีกขั้น กล่าวคือ ทุกวันนี้ ผู้ผลิตพาวเวอร์มิเตอร์ไม่จำเป็นต้องผลิตตัวไมล์จักรยานอีกก็ได้ และ/หรือ ตัวไมล์ของผู้ผลิตสามารถรองรับการทำงานได้หลากหลาย(แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องรายละเอียดสัญญาณเชื่อมต่อ) ดังนั้นทั้งพาวเวอร์แท็ป, ไอไบค์, การ์มิน ล้วนสามารถรองรับการทำงานกับระบบวัดกำลงของควาร์คได้ และในอนาคตสปีดเพลย์ก็จะก้าวมาในตลาดนี้โดยที่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์รับสัญญาณแบบ ANT+ ได้ทันทีเช่นกัน คงเหลือแต่ค่ายโพลาร์ที่ใช้ระบบสัญญาณ W.I.N.D. ของตัวเองไม่เกี่ยวกับค่ายใด
ระบบการวัดที่จานหน้า
ระบบนี้วัดกำลังจากแรงเค้นในขาจานทั้งสองข้างผ่านตัวยึดขาจานกับจาน ระบบนี้พัฒนาโดยควาร์คเป็นผู้นำแนวคิด สามารถรองรับกับจานหน้าของ FSA และ S-Works เท่านั้น(กำลังเจรจากับทาง campy และ shimano อยู่) ระบบนี้มีความแม่นยำจัดว่าสูงมากเนื่องจากกำลังที่วัดได้มาจากแรงส่งที่กระทำโดยตรงที่สุดไม่โดนดฟรมและระบบขับเคลื่อนลดทอนลง(จะเป็นรองก็ของสปีดเพลย์ ที่วัดกันตั้งแต่บันไดเลย) จนเป็นเทคโนโลยีประจำทีมแซ็กโซ่ในการแข่งและฝึกซ้อม แม้ระบบนี้จะวิเคราะห์ข้อมูลได้ไม่เร็วเท่าระบบการวัดที่กระโหลกเพราะต้องประมวลข้อมูลประกอบกับรอบขาด้วย แต่ความคล่องตัวในการใช้งานมีสูงกว่ามาก ทำให้สามารถรองรับผุ้ใช้งานได้หลากหลายกว่า
ระบบวัดที่กระโหลก
ระบบนี้วัดกำลังจากแรงเฉือนทีเกิดขึ้นในท่อกระโหลก การจับข้อมูลทำอย่างละเอียดด้วยตัวรับสัญญาณความไวสูงมากเมื่อเกิดแรงบิดขึ้นระบบนี้จะสามารถส่งข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องประเมินร่วมกับการเคลื่อนที่อื่นใดเลย ตัวอย่างอุปกรณ์แบบนี้เช่นเออร์โกโน่ จุดเด่นอยู๋ที่ความแม่นยำและความเร็วในการประเมินค่ากำลังที่ได้
ระบบวัดที่ดุมหลัง
แนวคิดนี้ใช้ระบบการทำงานแบบเดียวกับที่วัดจากจานหน้า แต่ย้ายมาวัดที่ดุมหลังแทน จุดเด่นทั้งหมดจึงเหมือนกับระบบวัดที่จานหน้า ทว่ามีข้อเสียตรงที่ค่ากำลังที่ได้ถูกลดทอนออกไปด้วยความ flex ของเฟรมและระบบขับเคลื่อนทำให้ค่าที่ได้หากเทียบกันแล้วจะคาดเคลื่อนไปจากค่ากำลังส่งจริงที่กระทำต่อระบบขับเคลื่อนนิดหน่อย(แต่พาวเวอร์แท็ป ได้ชดเชยค่านี้มาให้แล้ว) อย่างไรก็ดี ระบบพาวเวอร์มิเตอร์นั้นไม่ได้มุ่งเน้นการนำค่าที่ได้ไปใช้งานด้านสมรรถนะของรถเหมือนค่าความเร็ว แต่นำค่าที่ได้มาเน้นเรื่องการซ้อม ดังนั้นไม่ว่าจะวัดจากจุดใด หากค่าที่ได้เป็นค่ากำลังส่งที่แม่นยำสม่ำเสมอ ก็ย่อมสามารถใช้งานได้เช่นกัน จุดอ่อนที่สุดของระบบนี้ก็คือ นักแข่งจำนวนมากมีล้อหลายชุด แปลว่า ต้องติดตั้งอุปกรณ์วัดวัตต์นี้กับล้อหลังทุกชุดที่มีจึงจะครอบคลุมการใช้งานทั้งหมด
ระบบการวัดที่โซ่
แนวคิดนี้พัฒนาโดยผู้ผลิตอย่างโพลาร์ ด้วยแนวคิดการประเมินความเครียดที่เกิดขึ้นในโซ่ที่เป็นหัวใจของระบบขับเคลื่อน การทำงานอาศัยการจับแรงตึงของโซ่คำนวนจากความเร็วของโซ่ที่วิ่งผ่านไปร่วมกับแรงสั่นสะเทือน คล้ายๆกับเราสามารถประเมินความตึงของซี่ล้อได้ด้วยการดีดซี่ล้อฟังว่ามันสั่นมากน้อยเพียงใด หากตึงมากก็จะสั่นถี่(เสียงสูง) จากสองค่านี้เองทำให้ตัวรับสัญญาณคำนวนได้ว่าขณะนั้นโซ่มีความตึงเท่าใหร่ เมื่อได้ความตึงของโซ่ก็สามารถประเมินออกมาเป็นแรงบิดที่เกิดขึ้นได้นั่นเอง ระบบนี้มีความแม่นยำและความเร็วในการวิเคราะห์ข้อมูลใกล้เคียงระบบทั้งสามด้านบน หากแต่มีข้อจำกัดที่สำคัญคือ อายุการใช้งานของโซ่ โซ่ที่สึกจะทำให้ความสั่นของโซ่เพี้ยนไปจากเดิม สามารถแก้ไขได้โดยการถอดโซ่ออกมาชั่งน้ำหนักและวัดข้อโซ่ใหม่ หรือทางออกที่ดีกว่าสำหรับการซ้อมและการดูแลรักษาชุดขับเคลื่อนก็คือ เปลี่ยนโซ่เมื่อโซ่เริ่มสึก ระบบนี้เคยเป็นระบบที่ทีมแซกโซ่ใช้ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ระบบวัดที่จานหน้า
วัดจากแรงกระทำต่อมวล
จากกฏฟิสิกส์ข้อที่ 3 ของนิวตันว่าด้วย แรงกระทำใดๆจะมีค่าเท่ากับแรงตอบสนอง ดังนั้นแรงกระทำจากบันได จานหน้า กระโหลก ดุมหลัง หรือ ที่ชุดโซ่ จะเท่าใหร่ก็ตาม แรงนี้จะเท่ากับแรงตอบสนองทีเกิดขึ้นจากมวลของผู้ปั่นและจักรยานประเมินร่วมกับแรงลมและสภาพเส้นทางนั้น ความชันของเส้นทางคือตัวแทนค่าแรงดึงดูด, แรงลมคือค่าความต้านทานที่หนึง, สภาพผิวถนนคือความต้านทานที่สอง, ความเร่งและความเฉื่อยของรถคือผลของแรงกระทำที่เกิดขึ้น ประเมินด้วยน้ำหนักรถและคนรวมกัน ก็จะได้กำลังวัตต์ที่กระทำต่อระบบขับเคลื่อนนั่นเอง ระบบนี้มีจุดเด่นที่ราคาย่อมเยาและใช้งานได้ง่ายหลากหลาย เหมาะสำหรับผุ้ที่มีจักรยานหลายคัน อย่างไรเสียก็ยังมีข้อด้อยที่ยากจะปฏิเสธก็คือค่าที่ได้นั้นมาจากการ"คำนวน"ที่บ้างก็เรียกว่า"เดา" ดังนั้นไม่ว่าในด้านความแม่นยำและความเร็วในการตอบสนองค่าที่ปรากฏก็ล้วนแต่เป้นรองทุกระบบที่กล่าวมา แม้แต่ปัจจัยง่ายๆเช่นท่าปั่นหรือการรูดซิปเสื้อก็สามารถทำให้ค่าที่ได้คลาดเคลื่อนได้แล้ว เพราะระบบนี้วัดแรงต้านของอากาศจากตัวเครื่องที่ติดอยู่บนแฮนด์เท่านั้น
การวัดจากแรงส่ง
ระบบนี้กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาแต่กล่าวว่าแม่นยำและแน่นอนที่สุดด้วยการวัดจากบันไดหรือแม้แต่จากรองเท้าปั่นเองเลย การทำงานคล้ายกับการวัดที่จานหน้าและดุมหลัง แต่ย้ายมาวัดที่จุดแรกสุดของการส่งกำลังเพื่อลดความคลาดเคลื่อน จุดเด่นอ่ย่างที่สุดอีกอย่างของระบบนี้คือ ความสามารถในการบอกคุณภาพของการควงรอบขาที่สมบูรณ์แบบได้ด้วย รวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างขาซ้ายและขวา(ระบบวัดโซ่เองก็สามารถแสดงข้อมูลนี้ได้) ทว่าระบบนี้ยังไม่สามารถพัฒนาให้นำมาผลิตต้นแบบทดลองได้จริงนอกห้องทดลอง
ผู้ผลิตพาวเวอร์มิเตอร์ชั้นนำ
SRM วัดจากจานหน้าเป็นหลัก เป็นตัวที่โปรนิยมที่สุด ราคาสูง การใช้งานมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่นิดหน่อย
PowerTap บ้านเราคุ้นเคยดี มีระบบการวัดที่แม่นยำ ข้อด้อยคือต้องมีหลายตัวหากมีหลายล้อ และ น้ำหนักมาก
Polar ระบบวัดจากความตึงของโซ่ แม้ว่าราคาจะถูกและใช้งานคล่องตัวแต่หลายคนก็ยังไม่วางใจค่าที่ได้จากการคำนวนน้ำหนัก,การสั่น และ ความเร็วโซ่ออกมาเป็นความตึง
iBike สุดยอดคอมพิวเตอร์จักรยานที่ประมวลข้อมูลทั้งหมดเพื่อหากำลังวัตต์จากปัจจัยแวดล้อมรอบตัว ข้อเสียคือความแม่นยำที่เชื่อถือได้ยาก และการคาลิเบรทที่ซับซ้อมมาก
Quarq วัดจากจานหน้าโดยมุ่งเน้นไปที่แขนของขาจานที่ยุดกับใบจานเป็นหลัก ทุกอย่างดีหมดยกเว้นการทำการตลาดที่เข้าถึงได้ยากมาก
Brim Brothers ระบบนี้วัดจากคลีทที่รองเท้าของนักปั่น
MetriGear ระบบนี้วัดจากแกนของบันไดเพื่อประเมินกำลังวัตต์ คาดว่าสปีดเพลย์และแคทอายกำลังจ้องจะจับมือคว้ามาเป็นอาวุธสำหรับกระโดดเข้าสู่โลกของพาวเวอร์มิเตอร์
บทความนี้ไม่มีภาพครับ เน้นเนื้อๆ เป็นเรื่องที่หลายท่านคงทราบกันแล้ว แต่อีกหลายท่านคงยังไม่รู้ และผมเชื่อว่าอีกไม่กี่ปี พาวเวอร์มิเตอร์จะจับต้องได้ง่ายกว่านี้ ทำให้ระบบการซ้อมเปลี่ยนแปลงไปแน่นอนครับ ปัจจุบันนี้นักแข่งสมัครเล่นชื่อดังก็อาศัยระบบนี้เป็นแนวทางการซ้อมกันไม่น้อยแล้ว
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- DHI
- ขาประจำ
- โพสต์: 3169
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2008, 01:53
- Tel: 081-123-9114
- team: GT DHI 2000
- Bike: GT ZASAR SPORT 2014
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
ขอบคุณหลายๆครับ สำหรับการทำให้ออกนอกกะลา
รับอัพเกรดลูกปืนล้อ Campagnolo รุ่น Khamsin/Scirocco/Vento/Zonda/Eurus/Bora-1/Bora Ultra fulcrum รุ่น racing 7/Racing 5/Racing Sport ด้วยลูกปืนเซรามิค
สนใจติดต่อ https://www.facebook.com/pages/Diamond- ... 9844571691
สนใจติดต่อ https://www.facebook.com/pages/Diamond- ... 9844571691
- DHI
- ขาประจำ
- โพสต์: 3169
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2008, 01:53
- Tel: 081-123-9114
- team: GT DHI 2000
- Bike: GT ZASAR SPORT 2014
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
วันหลังขอเรื่อง VOX บ้างสิครับ เห็นนักแข่งเมืองนอกเค้ามีการวัดค่า VOX กัน แต่บ้านเราไม่รู้ว่ามีการทำบ้างหรือเปล่า
ขอบคุณล่วงหน้าน่ะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าน่ะครับ
รับอัพเกรดลูกปืนล้อ Campagnolo รุ่น Khamsin/Scirocco/Vento/Zonda/Eurus/Bora-1/Bora Ultra fulcrum รุ่น racing 7/Racing 5/Racing Sport ด้วยลูกปืนเซรามิค
สนใจติดต่อ https://www.facebook.com/pages/Diamond- ... 9844571691
สนใจติดต่อ https://www.facebook.com/pages/Diamond- ... 9844571691
-
beeggs
- ขาประจำ
- โพสต์: 3180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
- Tel: 0947963336
- team: kNightBIKE
- Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
- ติดต่อ:
-
เป้(MAHACHAI)
- ขาประจำ
- โพสต์: 2290
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 13:07
- Tel: 0898378338
- ตำแหน่ง: 53/95 ม.4 ต.นาดีอ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
ขอบคุณคุณ giro ครับ บ้านเรามีรุ่นไหนขายบ้างครับ
รับฝึกสอนและออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมจักรยาน :https://www.facebook.com/100rpmclassroombypemahachai
กลุ่ม 100 rpm ...https://www.facebook.com/groups/615371001857266/
กลุ่ม 100 rpm ...https://www.facebook.com/groups/615371001857266/
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
PowerTap แม้จะไม่มีการนำเข้าเป้นจริงเป้นจังแต่ก็มีแบบมากับล้อ Zipp ที่ทาง sports bicycle นำเข้ามาครับ
SRM คงต้องหาทางสั่งกันเอาเอง คาดว่าน้อยคนจะสั่งครับด้วยปัญหาทางเทคนิคและราคาที่สูงมาก แม้จะจัดว่าแม่นยำและรวดเร็วที่สุดก็ตาม
Quarq ก็ลำบากตรงไม่มีร้านขายครับต้องติดต่อซื้อกับทางผู้ผลิต มีร้านรับไปทางออนไลน์บ้างก็ไม่มีการส่งออกนอกสหรัฐฯครับ
iBike สามารถสั่งได้ไม่ยากครับ ทาง eBay ก็หาได้ ร้านขายหลายร้านก็ส่งทั่วโลก
Polar เองก็หาได้ไม่ยากครับ บน eBay มีให้เลือกทั้งมือหนึ่งและมือสอง ร้านค้าอืนๆก็ไม่น้อยครับ แม้แต่ amazon ก็ยังมี จัดโปรขายพร้อมหนังสือการซ้อมด้วยวัตต์เลย แต่ทว่า amazon ไม่ส่งเจ้า polar นอกสหรัฐฯครับ
ถ้านับ VDO เป็นพาวเวอร์มิเตอร์ก็เป็นอีกตัวที่มีการนำเข้าครับ
ตัวที่คนนิยมที่สุดทั่วโลกคือ PowerTap ส่วนที่โปรนิยมสูงสุดคือ SRM และ Quarq ทาง Polar เข้าใจว่าโปรใช้แต่เป็นการทดสอบเฉยๆครับ ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง ตลาดไม่ค่อยยอมรับเนื่องจากการติดตั้งและเซ็ทให้แม่นค่อนข้างยุ่งยากมาก(ถึงมากที่สุด) แต่มีคนไทยใช้แน่นอนครับ มองหาฉลามเอาใว้เดี๋ยวก็เจอครับ
iBike ออกแนวของเล่นมากที่สุดในทุกยี่ห้อ เพี้ยนง่าย ไม่แม่นยำ ตัวแปรเยอะ แต่ราคาถูกแถมหน้าจอแสดงผลชัดอ่านง่าย
ผมเพิ่งสั่ง Polar ไป เอาใว้ของมาถึงเมื่อใหร่ จะทดสอบเทียบกับ PowerTap แล้วจะเอามาเล่าสู่กันฟังครับ
SRM คงต้องหาทางสั่งกันเอาเอง คาดว่าน้อยคนจะสั่งครับด้วยปัญหาทางเทคนิคและราคาที่สูงมาก แม้จะจัดว่าแม่นยำและรวดเร็วที่สุดก็ตาม
Quarq ก็ลำบากตรงไม่มีร้านขายครับต้องติดต่อซื้อกับทางผู้ผลิต มีร้านรับไปทางออนไลน์บ้างก็ไม่มีการส่งออกนอกสหรัฐฯครับ
iBike สามารถสั่งได้ไม่ยากครับ ทาง eBay ก็หาได้ ร้านขายหลายร้านก็ส่งทั่วโลก
Polar เองก็หาได้ไม่ยากครับ บน eBay มีให้เลือกทั้งมือหนึ่งและมือสอง ร้านค้าอืนๆก็ไม่น้อยครับ แม้แต่ amazon ก็ยังมี จัดโปรขายพร้อมหนังสือการซ้อมด้วยวัตต์เลย แต่ทว่า amazon ไม่ส่งเจ้า polar นอกสหรัฐฯครับ
ถ้านับ VDO เป็นพาวเวอร์มิเตอร์ก็เป็นอีกตัวที่มีการนำเข้าครับ
ตัวที่คนนิยมที่สุดทั่วโลกคือ PowerTap ส่วนที่โปรนิยมสูงสุดคือ SRM และ Quarq ทาง Polar เข้าใจว่าโปรใช้แต่เป็นการทดสอบเฉยๆครับ ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง ตลาดไม่ค่อยยอมรับเนื่องจากการติดตั้งและเซ็ทให้แม่นค่อนข้างยุ่งยากมาก(ถึงมากที่สุด) แต่มีคนไทยใช้แน่นอนครับ มองหาฉลามเอาใว้เดี๋ยวก็เจอครับ
ผมเพิ่งสั่ง Polar ไป เอาใว้ของมาถึงเมื่อใหร่ จะทดสอบเทียบกับ PowerTap แล้วจะเอามาเล่าสู่กันฟังครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
beeggs
- ขาประจำ
- โพสต์: 3180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
- Tel: 0947963336
- team: kNightBIKE
- Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
นี่แสดงว่าพี่giroได้โปรแกรมซ้อมแล้วแน่เลย 
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา
- ปูเป้
- ขาประจำ
- โพสต์: 1068
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:29
- Tel: -----------
- team: -----------
- Bike: -----------
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
beeggs เขียน:นี่แสดงว่าพี่giroได้โปรแกรมซ้อมแล้วแน่เลย
ผมลองถามเพื่อน(Google)ดู ไปเจอ Link นี้น่าสนใจดีครับ
http://www.twowheelblogs.com/training-w ... r-levels-0
ว่างๆ ช่วยแปลให้ฟังหน่อยนะครับ ผมไม่ค่อยแข็งแรงคร้าบ
ตื่นเช้าได้ปั่นหลาย ตื่นสายได้ปั่นน้อย
https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/
https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/
-
beeggs
- ขาประจำ
- โพสต์: 3180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
- Tel: 0947963336
- team: kNightBIKE
- Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
ขอตั้งข้อสังเกตุหน่อยครับ
การฝึกแบบดั้งเดิม เราใช้HR(Heart Rate)เป็นพื้นฐาน
ต่อมาเราใช้ Powerเป็นพื้นฐาน แสดงว่าถ้าเราฝึกห้กล้ามเนื้อแข็งแกร่งมากขึ้นได้ แม้ว่าหัวใจทำงานเท่าเดิม แต่ผลิต Powerได้มากขึ้น แล้วเราจะมีวิธีฝึกให้หัวใจ และปอดแข็งแรงมากขึ้นได้ไหมครับ
การฝึกแบบดั้งเดิม เราใช้HR(Heart Rate)เป็นพื้นฐาน
ต่อมาเราใช้ Powerเป็นพื้นฐาน แสดงว่าถ้าเราฝึกห้กล้ามเนื้อแข็งแกร่งมากขึ้นได้ แม้ว่าหัวใจทำงานเท่าเดิม แต่ผลิต Powerได้มากขึ้น แล้วเราจะมีวิธีฝึกให้หัวใจ และปอดแข็งแรงมากขึ้นได้ไหมครับ
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
เนื่องจากคำสั่งค้นหากระทู้เก่าที่เคยโพสท์หายไป...ผมเลยคุ้ยกระทู้ที่คุยคางๆกันไม่เจอ กว่าจะคุ้ยเจอก็นั่งไล่กันยาว
วิธีฝึกแบบ power based (เท่าที่กำลังพยายามศึกษา) ไอเดียคล้ายแบบ ็HR based ครับ หลายๆคอร์สก็ยังใช้คู่ ควบไปหมดทั้งหัวใจ กำลัง และรอบขา ไอเดียมันง่ายๆแบบนี้ครับ
สมมุติว่าคุณได้ค่ากำลังที่เหมาะสมสำหรับระยะเวลา A มา (บางสำนักก็ให้ทดสอบหาหนึ่งชั่วโมง บางสำนักก็ให้ทดสอบหาที่ค่าอื่น) เรียกว่าค่า FTP เอาค่านั้นมาเป็นมาตรฐาน อิงคล้ายค่า HRmax แต่ต่างกันตรงเราไม่ได้ใช้มันเป็นค่าสูงสุดครับ กล่าวคือ เมื่อนำมาแล้วใช้กับคอร์สแบบความทนทาน สำนักหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้ครับต้องคุ้ยดู) ให้ปั่นที่ 65% ของ FTP คงที่ 3 ชั่วโมง รอบขา 90 สมมุติว่าทดสอบได้ FTP มาเป็น 200 วัตต์คงที่ 60 นาที ก็แปลว่าคอร์สนี้ นั่งซอยไปสบายๆ 130 วัตต์ควงไปเลย 3 ชั่วโมง
ข้อดีของมันคือ ที่ระยะเวลา 3 ชั่วโมง ชั่วโมงท้ายชีพจรเราจะเพี้ยนด้วยความล้า, ความร้อน และต่างๆมากมาย แต่ด้วยวัตต์นั้นไม่มีทางเพี้ยน ทำให้สามารถคงความเข้มข้นของคอร์สใว้ได้ครับ (ถ้าแบบ HR แปลว่าชั่วโมงท้ายจะลดความเข้มลงเพราะชีพจรที่ได้จะสูงเกินจริง เหมือนว่าเหนื่อยแต่จริงๆไม่ได้ทำงานหนักขนาดนั้น
หรืออยากว้อมที่ระดับแลคเตทเทรโชลด์ ก็มีสำนักคำนวนมาแล้วว่าร่างกายทำงานที่ระดับนี้เต็มที่เมื่อปล่อยพลังทั้งหมดออกมาภายใน 6 นาที ก็เอามาทดสอบจริงหรือเข้าสูตรคำนวนจาก FTP ว่า 6 นาทีของเราแบบหมดหน้าตักเป็นกี่วัตต์ สมมุติว่า 290 วัตต์ ก็เอามาเข้าคอร์สแบบนี้เช่น 3 นาที CP6 พัก 3 นาที ก็คือ 3 นาทีซัดไป 290 วัตต์แล้วลงไปพักที่ 50-55 % ของ FTP อีก 3 นาที
ก็จะเห็นว่าการใช้วัตต์ไม่ได้แปลว่าเอามาเพื่อเพิ่มความแกร่งเท่านั้นครับ แต่เอามาเป็นการจำกัดโซนแบบเดียวกับ HR นั่นเองครับ และจะยิ่งได้ผลดีเยี่ยมเมื่อเราเอาไปเข้าคอร์สสปรินท์ เช่นจากเดิมด้วยชีพจรเราอาจคุมด้วยข้อมูลที่ว่า 10 วินาที ความหนัก 98% HRmax แต่ใครได้ลองทำจริงจะพบว่า ชีพจรเราพุ่งขึ้นไปประมาณวินาทีที่ 2-3ถึงจะเข้าโซน แถมวินาทีที่ 8-9-10 มันทะลุร้อยไปเสียแล้ว!! เพราะชีพจรจะตอบสนองช้ากว่าร่างกายที่ออกแรงไป ไม่นับว่า บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ มีสาว ขาขาว หุ่นบึ้ม นุ่งสั้นนั่ง'มอไซค์ ผ่านไประยะประชิด หัวใจเจ้ากรรมก็จะเต้นสูงกว่าจริง
แต่ถ้าเราเอาวัตต์มาเป็นที่ตั้ง เช่น 1400 วัตต์ 10 วินาที แบบนี้ยังไงก็เข้มเท่าเดิมตลอดครับ จะเล่นกี่เซ็ทก็ไม่มีตก จะโดนผีหลอกกลางวันแสกๆชีพจรก็ไม่แกว่ง
และสุดยอดของสุดยอดก็คือเราสามารถเอา HR เทียบกับ Pwer หาจุดสมดุลย์และความฟิตที่แท้จริงได้ครับ เมื่อนำกราฟทั้งสองมาซ้อนกัน จุดใดที่ชีพจรต่ำ แต่ได้กำลังสูง นั่นคือช่วงที่เรามีสมรรถนะยอดเยี่ยม และในทางกลับกัน ช่วงใหนที่ชีพจรสูงปรี๊ดแต่ขาไร้แรงกด นั่นคือช่วงที่เรากำลังแป้กหม้อน้ำระเบิด หรือจะเอามาวิเคราะห์พัฒนาทักษะการขี่ หางานต่อแรงเสียดทานจัดท่านั่ง หรือสำรวจการหมกว่าทำได้เนีนยนแค่ใหนก็ทได้โดยเอาความเร็วมาเทียบกับวัตต์ที่ออกไป เทียบกับโปรไฟล์เส้นทาง
ผมมองว่ามัน"น่าสนุก"ครับ
วิธีฝึกแบบ power based (เท่าที่กำลังพยายามศึกษา) ไอเดียคล้ายแบบ ็HR based ครับ หลายๆคอร์สก็ยังใช้คู่ ควบไปหมดทั้งหัวใจ กำลัง และรอบขา ไอเดียมันง่ายๆแบบนี้ครับ
สมมุติว่าคุณได้ค่ากำลังที่เหมาะสมสำหรับระยะเวลา A มา (บางสำนักก็ให้ทดสอบหาหนึ่งชั่วโมง บางสำนักก็ให้ทดสอบหาที่ค่าอื่น) เรียกว่าค่า FTP เอาค่านั้นมาเป็นมาตรฐาน อิงคล้ายค่า HRmax แต่ต่างกันตรงเราไม่ได้ใช้มันเป็นค่าสูงสุดครับ กล่าวคือ เมื่อนำมาแล้วใช้กับคอร์สแบบความทนทาน สำนักหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้ครับต้องคุ้ยดู) ให้ปั่นที่ 65% ของ FTP คงที่ 3 ชั่วโมง รอบขา 90 สมมุติว่าทดสอบได้ FTP มาเป็น 200 วัตต์คงที่ 60 นาที ก็แปลว่าคอร์สนี้ นั่งซอยไปสบายๆ 130 วัตต์ควงไปเลย 3 ชั่วโมง
ข้อดีของมันคือ ที่ระยะเวลา 3 ชั่วโมง ชั่วโมงท้ายชีพจรเราจะเพี้ยนด้วยความล้า, ความร้อน และต่างๆมากมาย แต่ด้วยวัตต์นั้นไม่มีทางเพี้ยน ทำให้สามารถคงความเข้มข้นของคอร์สใว้ได้ครับ (ถ้าแบบ HR แปลว่าชั่วโมงท้ายจะลดความเข้มลงเพราะชีพจรที่ได้จะสูงเกินจริง เหมือนว่าเหนื่อยแต่จริงๆไม่ได้ทำงานหนักขนาดนั้น
หรืออยากว้อมที่ระดับแลคเตทเทรโชลด์ ก็มีสำนักคำนวนมาแล้วว่าร่างกายทำงานที่ระดับนี้เต็มที่เมื่อปล่อยพลังทั้งหมดออกมาภายใน 6 นาที ก็เอามาทดสอบจริงหรือเข้าสูตรคำนวนจาก FTP ว่า 6 นาทีของเราแบบหมดหน้าตักเป็นกี่วัตต์ สมมุติว่า 290 วัตต์ ก็เอามาเข้าคอร์สแบบนี้เช่น 3 นาที CP6 พัก 3 นาที ก็คือ 3 นาทีซัดไป 290 วัตต์แล้วลงไปพักที่ 50-55 % ของ FTP อีก 3 นาที
ก็จะเห็นว่าการใช้วัตต์ไม่ได้แปลว่าเอามาเพื่อเพิ่มความแกร่งเท่านั้นครับ แต่เอามาเป็นการจำกัดโซนแบบเดียวกับ HR นั่นเองครับ และจะยิ่งได้ผลดีเยี่ยมเมื่อเราเอาไปเข้าคอร์สสปรินท์ เช่นจากเดิมด้วยชีพจรเราอาจคุมด้วยข้อมูลที่ว่า 10 วินาที ความหนัก 98% HRmax แต่ใครได้ลองทำจริงจะพบว่า ชีพจรเราพุ่งขึ้นไปประมาณวินาทีที่ 2-3ถึงจะเข้าโซน แถมวินาทีที่ 8-9-10 มันทะลุร้อยไปเสียแล้ว!! เพราะชีพจรจะตอบสนองช้ากว่าร่างกายที่ออกแรงไป ไม่นับว่า บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ มีสาว ขาขาว หุ่นบึ้ม นุ่งสั้นนั่ง'มอไซค์ ผ่านไประยะประชิด หัวใจเจ้ากรรมก็จะเต้นสูงกว่าจริง
และสุดยอดของสุดยอดก็คือเราสามารถเอา HR เทียบกับ Pwer หาจุดสมดุลย์และความฟิตที่แท้จริงได้ครับ เมื่อนำกราฟทั้งสองมาซ้อนกัน จุดใดที่ชีพจรต่ำ แต่ได้กำลังสูง นั่นคือช่วงที่เรามีสมรรถนะยอดเยี่ยม และในทางกลับกัน ช่วงใหนที่ชีพจรสูงปรี๊ดแต่ขาไร้แรงกด นั่นคือช่วงที่เรากำลังแป้กหม้อน้ำระเบิด หรือจะเอามาวิเคราะห์พัฒนาทักษะการขี่ หางานต่อแรงเสียดทานจัดท่านั่ง หรือสำรวจการหมกว่าทำได้เนีนยนแค่ใหนก็ทได้โดยเอาความเร็วมาเทียบกับวัตต์ที่ออกไป เทียบกับโปรไฟล์เส้นทาง
ผมมองว่ามัน"น่าสนุก"ครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- ปูเป้
- ขาประจำ
- โพสต์: 1068
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:29
- Tel: -----------
- team: -----------
- Bike: -----------
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
เพิ่งเคยเห็นระบบของ Polar สังเกตุที่ตีนผีให้ดีๆ ครับ ไปอ่านเจอในกระทู้ชาว DEEP


ตื่นเช้าได้ปั่นหลาย ตื่นสายได้ปั่นน้อย
https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/
https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/
-
beeggs
- ขาประจำ
- โพสต์: 3180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
- Tel: 0947963336
- team: kNightBIKE
- Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
- ติดต่อ:
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
และแล้ว....giro เขียน:การวัดจากแรงส่ง
ระบบนี้กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาแต่กล่าวว่าแม่นยำและแน่นอนที่สุดด้วยการวัดจากบันไดหรือแม้แต่จากรองเท้าปั่นเองเลย การทำงานคล้ายกับการวัดที่จานหน้าและดุมหลัง แต่ย้ายมาวัดที่จุดแรกสุดของการส่งกำลังเพื่อลดความคลาดเคลื่อน จุดเด่นอ่ย่างที่สุดอีกอย่างของระบบนี้คือ ความสามารถในการบอกคุณภาพของการควงรอบขาที่สมบูรณ์แบบได้ด้วย รวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างขาซ้ายและขวา(ระบบวัดโซ่เองก็สามารถแสดงข้อมูลนี้ได้) ทว่าระบบนี้ยังไม่สามารถพัฒนาให้นำมาผลิตต้นแบบทดลองได้จริงนอกห้องทดลอง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=123283
เร็วจริงๆ
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา
-
beeggs
- ขาประจำ
- โพสต์: 3180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
- Tel: 0947963336
- team: kNightBIKE
- Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
- ติดต่อ:
- Ton TWS
- ขาประจำ
- โพสต์: 5302
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2010, 13:38
- team: TWS/Korat Bike
- Bike: TREK
- ตำแหน่ง: NAKHONRATCHASIMA
- Frogman_twin
- ขาประจำ
- โพสต์: 5678
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
- team: KCC, DEEP TEAM
- Bike: Klein
Re: มารู้จักพาวเวอร์มิตเอร์กันพอเป็นสังเขป
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
