หน้า 1 จากทั้งหมด 2

หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 22:12
โดย Ball0340
หนัก 138 กก
frame หมอบ คาร์บอน ตัวไหน พอรับไหวครับ

หรือ ผมต้องวิ่ง ลด น้ำหนัก ก่อนครับ

ขอบคุณทุกความเห็น

จะผอมเเล้ว งานนี้

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 22:17
โดย lotus
Ball0340 เขียน:หนัก 138 กก
frame หมอบ คาร์บอน ตัวไหน พอรับไหวครับ

หรือ ผมต้องวิ่ง ลด น้ำหนัก ก่อนครับ

ขอบคุณทุกความเห็น

จะผอมเเล้ว งานนี้

ไหวแน่นอนครับ รวมทั้งล้อที่มากับรถด้วยครับ ตัวที่คุ้มคือ

Merida Scultura 4000 ราคา 43000 baht 11 speed

รูปภาพ

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 02:52
โดย haihui
ไหวครับ bmc ยังประกันแบบ nolimit rider weight เลยครับ คาร์บอนแข็งแรงมากนะครับ

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 05:38
โดย นายไวไวครับ
พุงขนาดน้าไม่ลองmtb ก่อนล่ะครับ ผมว่ามันสบายกว่าหมอบเยอะเลยนะ ตอนผม105กก.ลองมาหมดแล้วครับ ลองวิ่งดูรองเท้าคู่ละ4000 ยังจอดใหม่กริ๊บใส่ได้ทีเดียว(ปวดหลังกับหัวเข่า)ขาข้างในโดนกางเกงวอร์มลมพิษขึ้นอีก(แพ้ง่าย) ลองขี่mtbดู เข้าท่าแฮะ ไม่ค่อยเจ็บเข่า ลมพิษไม่ขึ้น แต่คันยิบๆที่ข้อพับ ทุกวันนี้ เข้าป่า เข้าดงไปเก็บพุทรา มะขามเทศในแทรค นั่นบนหญ้า บนทราย ไม่เห็นทำอะไรผมได้ น้ำหนักลดเหลือ80ละ คงที่ เดือนที่แล้วไอนิดหน่อย น้ำหนักลง78 เลยจัดหมูจุ่มซะ3วันติด แก้ไอมา80เท่าเก่า อิอิ

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 10:00
โดย OSK 97
ผมก็ว่าหาเสือภูเขามาขี่ซ้อมก่อน ลดนํ้าหนักไปในตัว ขี่หมอบนะขี่ได้ แต่ผมว่าท่านั่งมันจะทําให้ไม่สนุกเวลาขี่ไกลๆ แต่ของแบบนี้ถ้าชอบจัดเลยครับ :cry:

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 10:11
โดย irat
เฟรมไหวครับ แต่ล้อคาร์บอน เบาะคาร์บอน บันไดแกนไทเทเนียมไม่ไหว

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 10:18
โดย khunpepe
หลายๆคนเคยบอกให้ผมไปลดน้ำหนักก่อนด้วยการวิ่งบ้าง ว่ายน้ำบ้าง แล้วค่อยมาปั่นจักรยาน
ตอนนี้ผมปั่นมา 4,066 km น้ำหนักก็ไม่ลดครับ ตอนนี้ชั่งก็ ประมาณ 116-118 ขึ้นๆลงๆ
ผมปั่นความเร็วเฉลี่ย 25 ครับ ความเร็วเดินทางก็ราวๆ 30-32 ก็จับจักรยานคาร์บอนตั้งแต่เริ่มต้น
รถที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็ cervelo r3 กับ bmc tmr01 ครับ ผมเลือกรถที่ไม่มี rider weight limit ครับ
ล้อตอนนี้ใช้ zipp 303 กับ 404 ล้อมีลิมิตอยู่ที่ประมาณ 115 kg ครับ
ผมแนะนำว่า รถทุกคันมีการการันตีน้ำหนักของผู้ขี่ครับ บางยี่ห้อรับประกันไม่เกินร้อยกิโลครับ
เลยอยากให้ดูตรงนี้ด้วย อย่าง specialized นี่ ในคู่มือเค้าจะบอกเลยว่าห้ามเกินเท่านี้เท่านั้น
เลือกยี่ห้อที่ไม่มี rider weight limit ดีกว่าครับ
แต่ถ้า 138 นี่ ผมแนะนำว่าเริ่มต้นกับ เสือภูเขาก่อนก็ดีนะครับ เสือภูเขาส่วนใหญ่ รับประกันที่ 130-140 กิโลอยู่แล้ว

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 11:31
โดย ohmmmho
ถ้าประเด็นเรื่องเฟรม ผมว่าบางแบรนด์รับไหวครับ

แต่สิ่งที่น่าห่างคือ ร่างกาย จะรับไหวไหม เพราะท่าปั่นค่อนข้างจะต้องใช้หลังเยอะ อาจจะเจ็บขึ้นมาได้ครับ

ีทางที่ดีลด นน ก่อนดีกว่าครับ ผมว่าระยะแรก 10kg ลงได้เร็วแน่ๆ ครับ

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 12:56
โดย บรรศักดิ์
138 โล น้ำหนักมากเลยนะครับ เทียบกับผมได้ 2 คนกับอีกครึ่งตัว ถ้าสูงใหญ่สมตัวก็ว่าไปอย่าง ถ้าอ้วนเตี้ยนี่ผมว่าท่าขี่คงทำให้อึดอัด และอีกอย่างรถล้อหน้าแคบๆคนน้ำหนักตัวเยอะขี่มีโอกาสแฉลบสูง อันตรายอีกต่างหาก ลองไปเสือภูเขาหรือฟูซัสพวกหน้ายางกว้างๆน่าจะเหมาะกว่า ขี่แล้วเท่ห์ปลอดภัยกว่า ถ้าให้ชัวร์ก็จัดซาเล้งมาเลยสบายใจหายห่วงทั้งคนขี่คนเชียร์ครับ :mrgreen:

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 13:21
โดย nongnoey
เฟรมไหวหรือเปล่าไม่รู้ เผื่อตกหลุมด้วยนะครับ ถ้าเป็นผมไม่เสี่ยงดีกว่า จะเลือกใช้อะไรเพื่อความปลอดภัย ควรเลือกที่เหมาะสมกับประเภท ไปเสือภูเขาเถอะครับหรือจะเอาแบบโช็คหน้าหลัง fat bike ก็ดี 138 ขี่หมอบไปทรมานร่างกายเปล่าๆ

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 17:34
โดย giro
เฟรมไม่เป็นไรหรอก ล้อส่วนมากก็ไม่เป็นไรครับ
ขอแนะนำอย่างแรกคือ "เซ็ทรถให้ดี" ปรับระยะให้เหมาะกับร่างกายนะครับ
แล้วขี่ซะให้สนุก ซักพักก็น้ำหนักลง ร่างกายค่อยๆปรับสภาพได้ ค่อยๆปรับรถไปด้วยเรื่อยๆครับ
อย่าท้อ อย่าหาข้อแม้ อย่ากลัว

ข้ามช็อต ถ้าอยากอัพรถ ผมแนะนำให้เลือกหาเบาะที่รองรับกับก้นได้ดีครับ
ใครบอกว่ารถเซ็ทไม่สวยทนไปก่อนครับ ขี่ให้ได้อย่างที่ตั้งใจ ให้ผอมลงเดี๋ยวได้เองครับ ท่าขี่ก็อย่าเพิ่งซิ่งมากๆครับ สิ่งสำคัญมันคือ

การออกกำลังกายที่ราบเรียบและสม่ำเสมอนานพอที่ร่างกายจะใช้ระบบการเผาผลาญพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจักรยานทำได้เหมาะสมมากๆครับ มีกีฬาไม่กี่ชนิดที่ออกแรงได้คงที่ยาวๆ 1-2 ชม. โดยไม่มีแรงกระแทกมาที่ตัวเราครับ ให้ว่ายน้ 2 ชม. มีตายคาสระ วิ่งนี่ไม่ต้องคิดครับ บอล แบด พวกนี้ออกแรงไม่ได้คงที่ครับ
ไม่ต้องขี่เร็วด้วยครับขอให้ทนได้นาน นานพอที่จะดึงพลังงานจากไขมันออกมาได้เรื่อยๆ เริ่มต้นวันละ 45 นาที วันเว้นวัน เบาๆ
จากนั้นวันเว้นวัน 1 ชั่วโมงครึ่ง
และเพิ่ม เสาร์ หรืออาทิตย์ 2 ชม.
ควบคุมอาหารให้ดี กินให้ฉลาด
รับรอง 4 เดือน ผมว่าหายไปเกิน 25 กก. แบบไม่โยโย่

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 19:35
โดย lotus
+1

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 21:08
โดย green_t
giro เขียน:เฟรมไม่เป็นไรหรอก ล้อส่วนมากก็ไม่เป็นไรครับ
ขอแนะนำอย่างแรกคือ "เซ็ทรถให้ดี" ปรับระยะให้เหมาะกับร่างกายนะครับ
แล้วขี่ซะให้สนุก ซักพักก็น้ำหนักลง ร่างกายค่อยๆปรับสภาพได้ ค่อยๆปรับรถไปด้วยเรื่อยๆครับ
อย่าท้อ อย่าหาข้อแม้ อย่ากลัว

ข้ามช็อต ถ้าอยากอัพรถ ผมแนะนำให้เลือกหาเบาะที่รองรับกับก้นได้ดีครับ
ใครบอกว่ารถเซ็ทไม่สวยทนไปก่อนครับ ขี่ให้ได้อย่างที่ตั้งใจ ให้ผอมลงเดี๋ยวได้เองครับ ท่าขี่ก็อย่าเพิ่งซิ่งมากๆครับ สิ่งสำคัญมันคือ

การออกกำลังกายที่ราบเรียบและสม่ำเสมอนานพอที่ร่างกายจะใช้ระบบการเผาผลาญพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจักรยานทำได้เหมาะสมมากๆครับ มีกีฬาไม่กี่ชนิดที่ออกแรงได้คงที่ยาวๆ 1-2 ชม. โดยไม่มีแรงกระแทกมาที่ตัวเราครับ ให้ว่ายน้ 2 ชม. มีตายคาสระ วิ่งนี่ไม่ต้องคิดครับ บอล แบด พวกนี้ออกแรงไม่ได้คงที่ครับ
ไม่ต้องขี่เร็วด้วยครับขอให้ทนได้นาน นานพอที่จะดึงพลังงานจากไขมันออกมาได้เรื่อยๆ เริ่มต้นวันละ 45 นาที วันเว้นวัน เบาๆ
จากนั้นวันเว้นวัน 1 ชั่วโมงครึ่ง
และเพิ่ม เสาร์ หรืออาทิตย์ 2 ชม.
ควบคุมอาหารให้ดี กินให้ฉลาด
รับรอง 4 เดือน ผมว่าหายไปเกิน 25 กก. แบบไม่โยโย่

รูปภาพ

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 08:45
โดย lucifer
รูปภาพ
ขาตั้งกล้องในรูป ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ กำหนดน้ำหนักอุปกรณ์สูงสุดที่แบกได้เท่ากับ 8 กก. แต่ในรูปก็แสดงให้เห็นได้ว่ามัน over limit ไปแค่ไหน แต่ดูดีๆขามันโก่งซะ แล้วก็ไม่ได้โหนกันเป็นปี แต่แค่ไม่กี่วินาทีที่จัดถ่าย ก็แค่แป๊บเดียวมันก็ไม่ถึงกับทรุดตัวเลยเท่านั้นแหละ

ถามว่าเวลาใช้งานจริงทำไมเขาถึงกำหนดน้ำหนักสูงสุดเอาไว้หละ ในเมื่อมันรับน้ำหนักสูงสุดจริงๆได้เท่ากับในรูปถ่ายด้านบน

ทุกอย่างในโลกนี้ มีข้อจำกัดที่หลายคนมองข้ามไป การมองเฉพาะตัวเลขเพียงอย่างเดียว หรือมองว่าคนนั้นก็ใช้ได้ คนนี้ก็ใช้ได้นั้น มันก็เป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยงกันเอง



ผมเห็นด้วยเพียงบางส่วนว่า เฟรมส่วนมากไม่เป็นอะไร ล้อส่วนมากก็ไม่เป็นอะไร
แต่ผมเห็นด้วยเฉพาะเวลาที่ใช้งานในสภาพที่เป็นทางที่ราบเรียบเหมือนกระจก ไม่มีหลุมบ่อ ไม่มีอะไรให้ล้อไปชน ไปกระแทก ไปกระเทือน
ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงกำหนดน้ำหนักผู้ปั่นส่วนใหญ่ไว้ที่ไม่เกิน 125 กก. แต่คนที่หนักกว่านี้ เกินกว่านี้ ก็ยังใช้งานได้ เฟรมไม่ได้แตกหักในทันทีที่ขึ้นไปขี่ ล้อก็ไม่ได้แตกหัก คดงอในทันที่ที่ขึ้นไปปั่นเช่นกัน

แต่ถามว่า ถ้าลองเอาไปปั่นลงเขายาวๆ แล้วกระแทกหลุมสักหลุมหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องลึกอะไรมากหรอก คำเตือนของผู้ผลิตก็จะกลายเป็น"สิ่งศักดิ์สิทธิ์"ขึ้นมาทันที

เพราะภายใต้ข้อกำหนดนั้น จะยังเผื่อ margin ไว้อีกจำนวนหนึ่ง เผื่อไว้สำหรับรับแรงกระแทก การตกหลุม การชน การล้าตัวจากการใช้งานติดต่อกันนานๆ

ส่วนที่รับแรงเค้นสูงสุดของจักรยานก็คือ รอยต่อระหว่างท่อคอกับท่อนั่งและท่อนอน ถ้าเคยเห็นเฟรมคาร์บอนที่แตกหักเวลาเกิดอุบัติเหตุ ก็มักจะพบอาการคอขาด ( ขาดตรงรอยต่อของท่อบนและท่อล่างที่เชื่อมกับท่อคอ ) ในขณะที่เฟรมกระโหลกจะเป็นตัวสร้างความstiffโดยรวมๆให้กับเฟรม และมักจะไม่ค่อยได้รับความเสียหายนัก

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 08:51
โดย lucifer
ขึ้นpost ใหม่ เพราะของเดิมเกิน 7 บรรทัด

เรื่องการลดน้ำหนักด้วยการปั่นจักรยานนั้น ขอพูดแบบตรงไปตรงมา ไม่เอาใจใครนะ

การมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักโดยเฉพาะไขมันส่วนเกินด้วยการปั่นจักรยานนั้น เป็นเรื่องที่เสียเวลา ประโยชน์ที่ได้จากการปั่นจักรยานที่เห็นผลชัดเจนที่สุดก็คือ Endurance , Cardiovascular performance , Muscular performance

ถ้าความมุ่งมั่นหลักของการออกกำลังกายคือการต้องการลดไขมันส่วนเกินจริงๆแล้ว แนะนำว่าให้ไปเล่น เวทเทรนนิ่งดีกว่า เพราะเวทเทรนนิ่งหรือ resistant training เป็นการออกกำลังกายที่เรียกเอาพลังงานสำรองของกล่ามเนื้อมาใช้ แล้วร่างกายจะเผาผลาญแหล่งพลังงานภายนอกมาชดเชยคืนให้ และเพราะว่าความต้องพลังงานมาชดเชยคืนให้นั้นไม่ได้มีความเร่งด่วนเหมือนกับการปั่นจักรยาน ไขมันจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่ร่างกายจะเลือกเอามาใช้

นอกจากนี้ การเล่นเวทเทรนนิ่งจะมีการเผาผลาญพลังงานมาชดเชยต่อเนื่องถึง 3 ชม. หรือ ที่เรียกกันว่า After effect ในขณะที่การออกกำลังกายในลักษณะ aerobic นั้นจะมี after effect สั้นๆ เพียงแค่ 1 ชม.

เกิน 7 บรรทัด ขึ้นโพสท์ใหม่ เพราะอยากให้อ่านกัน