หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 10:20
โดย boatvarut
Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 10:48
โดย Gigabank
สามตัวเลือกด้านบน เคยใช้ Conti กับ Veloflex
ส่วนตัวชอบ Veloflex มากกว่า Conti ตรงที่ลื่นและนุ่มกว่าครับ
Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 12:00
โดย GOBBS
คอนติแก้มยางโคตรบาง มดกัดทีเดียวทะลุถึงยางใน อิอิ
แต่ยางทนจริงครับ กันแทงจากหน้าสัมผัสได้ดีมากครับ

Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 13:52
โดย neen8124
ลาขาดจากคอนติ เพราะโดนบาดที่แก้มยาง 3 ครั้ง ยางใหม่ๆทั้ง 3 เส้น
เลยเลิกใช้ แล้วมาคบ Veloflex แทน ปั่นมา 4000 กว่าโลรั่วไปครั้งเดียวตอนแข่งเขาค้อ Extra
ปั่นเส้นทางเดิมยังไม่เคยรั่ว ส่วนตัวผมว่าไหลพอๆกับคนติ แต่เกาะถนนดีกว่ามาก ปั่นลุยน้ำก็ดีกว่า
และกันหนามก็ดีกว่าคอนติ
มิชิลินไม่เคยใช้ครับ

Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 14:33
โดย GOBBS
neen8124 เขียน:ลาขาดจากคอนติ เพราะโดนบาดที่แก้มยาง 3 ครั้ง ยางใหม่ๆทั้ง 3 เส้น
เลยเลิกใช้ แล้วมาคบ Veloflex แทน ปั่นมา 4000 กว่าโลรั่วไปครั้งเดียวตอนแข่งเขาค้อ Extra
ปั่นเส้นทางเดิมยังไม่เคยรั่ว ส่วนตัวผมว่าไหลพอๆกับคนติ แต่เกาะถนนดีกว่ามาก ปั่นลุยน้ำก็ดีกว่า
และกันหนามก็ดีกว่าคอนติ
มิชิลินไม่เคยใช้ครับ

แสดงว่าลาขาดเหมือนผม 555
Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 16:08
โดย virus_bc
เคยใช้แค่ Conti กับ Veloflex
วัดจากความรู้สึกส่วนตัวนะครับ
ความลื่น ให้คอนติลื่นกว่าVeloflex นิดหน่อย
ความนุ่มนวล คอนติชนะVeloflex ( Veloflexจะนุ่มได้ไง อัดลมไป 120 กว่าแข็งม๊วก)
ความทนทาน Veloflex กินขาดครับ
สรุป เลือก Veloflex

Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 16 ก.พ. 2015, 23:39
โดย irat
Veloflex เป็นยางที่ถูกจริตผมมาก
Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 17 ก.พ. 2015, 22:16
โดย kookies
เคยจะใช้veloflexเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ข้างกล่องมันเขียนบอกว่าห้ามใช้กับล้อขอบคาร์บอน เลยอดไป
Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 01:34
โดย the_nat
kookies เขียน:เคยจะใช้veloflexเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ข้างกล่องมันเขียนบอกว่าห้ามใช้กับล้อขอบคาร์บอน เลยอดไป
เขียนเตือนจริง แต่.....ใช้ได้ครับ ใช้อยู่ ทางโรงงานเขียนเตือนปกป้องตัวเอง สูบไม่เกิน120ครับตามmaxล้อ (แต่ยางได้ max145psi)
หากไม่มั้นใจเรื่องใช้ยางงัด veloflex กับล้อลองติดต่อบริษัทที่นำเข้าโดยตรงเลยครับ

Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 08:32
โดย lucifer
kookies เขียน:เคยจะใช้veloflexเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ข้างกล่องมันเขียนบอกว่าห้ามใช้กับล้อขอบคาร์บอน เลยอดไป
ปัญหาจริงๆของยางแต่ละยี่ห้อที่ผู้ใช้เองก็อาจจะมองข้ามไป ก็คือ
ช่วงของแรงดันลมยางที่เหมาะสมที่สุด ข้อห้ามที่สำคัญที่บอกว่าห้ามใช้กับขอบล้อคาร์บอนก็คือ แรงดันลมต่ำสุดที่เหมาะสำหรับการใช้งานของยางรุ่นนี้ก็คือ มันมีค่ามากกว่า 125PSI ซึ่งก็ดันมาเป็นแรงดันลมยางสูงสุดที่ขอบล้อคาร์บอนยางงัดส่วนใหญ่กำหนดไว้ เพราะแรงดันลมยางที่มากกว่านี้จะดันขอบล้อโดยเฉพาะช่วงที่เป็นตะขอเกี่ยวยางในให้เกิดความเสียหายได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องเบรคติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
ดังนั้นถ้าหากใช้ขอบล้ออลูมิเนียมก็ยังมีตัวเลือกอีกมาก แต่สำหรับขอบล้อคาร์บอนก็คงต้องพิจารณาอะไรแบบรอบคอบสักหน่อย
หลายๆคนชอบบ่นเรื่องแก้มยางบาง โดนโน่นนี่นั่นบาดได้ง่าย ผมว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตา ดวง แต่ที่เหนืออื่นใดคือความระมัดระวังส่วนตัวมากกว่า
ยางจักรยานยี่ห้อไหนก็ตาม โดนแก้วบาดแก้มยาง ก็ขาดทั้งนั้นแหละครับ ไม่มียี่ห้อไหนที่เหนือกว่ากันหรอก เพราะไม่มีใครออกแบบแก้มยางให้ทนต่อการถูกทิ่มตำหรือบาดด้วยของมีคม เพราะมันเป็นส่วนที่ต้องมีการขยายตัว ให้ตัว และรับน้ำหนัก
สรุปว่า ซวย เท่านั้นแหละ
ส่วนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความซวย แต่เกี่ยวกับการขาดความระมัดระวังก็มีไม่น้อย
สำหรับคนที่ปั่นในถนนเส้นใหญ่ แล้วโดนแก้วบาดยาง แก้วตำยาง ก็จะบอกว่าบางครั้งมันก็เลี่ยงไม่ให้เกิดได้ เพราะบนถนนใหญ่จะมีอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ เศษแก้ว เศษกระจกของมีคมทั้งหลาย จะถูกลมที่เกิดจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านมา ซัดให้กระเด็นไปอยู่ตามขอบทาง และถ้าสังเกตดีๆก็มักจะอยู่เลยเส้นขอบขาวเข้าไปอยู่ขอบทางด้านซ้ายสุดเสมอๆ สังเกตดีๆจะเห็นความแวววาวของเศษแก้วได้บ่อยๆไป
ถ้ารถไม่มากนัก หรือ ไม่ได้ไปปั่นบนถนนพระรามสองขาเข้าในช่วงบ่าย-เย็น วันอาทิตย์แล้ว หากเราวิ่งติดกับเส้นขาว ให้ห่างจากขอบทางซ้ายสุดสักนิดก็พอจะเสี่ยงต่อการถูกของมีคมดังกล่าวทิ่มตำได้
ณ เวลานี้ ผมไม่เคยสนใจเลยว่า ยางนอกตัวไหนทนของมีคมได้มากน้อยกว่ากัน เพราะยางที่โฆษณาว่าทนที่สุด ก็ยังแพ้เศษแก้วบ้านเรา
แผ่นกันหนามจึงเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ผมไว้ใจที่สุด เพราะเคยเจอเศษลวดจากล้อรถสิบล้อ แทงติดกลางหน้ายาง เอาเหล็กแหลมบ่งออกมาเหมือนบ่งเสี้ยน ก็ได้เศษเหล็กที่หน้าตาเหมือนหัวธนูปักฝังอยู่ในหน้ายางแบบเต็มๆ ขอให้มันไม่ยาวเท่ากับตะปู ยังไงๆมันฝ่าเข้าไปไม่ได้อย่างแน่นอน
หากันหนามดีๆ มาใช้ดีกว่าครับ

Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 11:35
โดย Yoe
มาเชียร์ มิชิลินตระกูล pro4 ครับ

Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 13:38
โดย name_joker
เคยใช้ทุกตัวที่จขกท.ถามมา ไล่เป็นตัวๆไปนะครับ
Continental 4000S
ยางยอดนิยม จิ้มรถมาสิบคันต้องใส่ยางตัวนี้กันซะเกินครึ่ง

ด้วยเหตุที่ว่ามันทนมือนเท้าทนถนนบ้านเราซะเหลือเกินครับ เพราะมันเป็นยางที่อยู่ในระดับโอเคในด้านสมรรถนะทุกๆด้าน ทั้ง grip แห้ง grip เปียก ขึ้นขอบล้อง่าย นน.อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน(23C @ 215-220 g) ที่พิเศษสุดๆกว่ายี่ห้ออื่นคงจะไม่พ้นการทนหนามครับ
ข้อเสียหลักสำหรับผมเองนะ ผมคิดว่าหน้ายางมันจะแข็งเร็วมาก ช่วง 1000 กิโลเมตรจะให้ feedback ที่นิ่มนวลเหมือนยางอื่นๆ นิ่มกว่าด้วย grip ดี แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงพันแรกไปหน้ายางจะเริ่มแข็งขึ้น grip จะลดลงเล็กน้อย และแข็งมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุและระยะกิโลเมตร (แต่ grip จะไม่ลดจากตอนแรกมากนัก)
Michelin Pro4
อันนี้มันมีหลายตัวนะครับ มี4 รุ่นย่อย บ้านเราเอามาขายสองรุ่น คือ Pro กับ SC ตัว SC จะสูงกว่า ทุกสิ่งแทบจะเหมือนกับ 4000S ทุกประการ ทั้ง feeling การขับขี่ นน. การขึ้นยาง แตกต่างกันตรงที่ Pro4 1.ดูจะเล็กกว่า4000Sซักหน่อย ณ ขนาดเดียวกัน 2.ให้ความรู้สึกลื่นไหลกว่า 4000S ซักเล็กน้อย 3.ให้ grip ได้มากกว่าเมื่ออายุยางเพิ่มมากขึ้น เข้าโค้งลงเขาได้ลึกกว่าเดิม และอีกข้อคือรู้สึกเหมือนยางในจะแตกง่ายกว่าซักหน่อย ไม่รู้เพราะดวงหรืออย่างไร แต่ช่วงที่ใส่ยางแตกบ่อยกว่าตอนใส่ 4000S ครับ
Veloflex Corsa
ที่ไล่มาชอบตัวนี้มากที่สุดครับ น.หนักกว่าเพื่อนนะ 220-230 gr ต่อคู่ที่ขนาด 23C ขึ้นขอบยาก-ยากมาก เพราะเส้นรอบวงมันเล็ก พองัดขึ้นขอบแล้วจะฟิตพอดีขอบล้อแบบสุดๆไปเลย (ตอนนั้นซื้อมาใส่เองที่บ้าน งัดยางในแตกไปสองเส้น ที่งัดยางหักที่สองแท่ง และมือแหกทั้งสองข้าง) อย่างไรก็ตาม มันเป็นยางที่ให้ความมั่นใจและ grip ที่เหลือหลายทั้งางเปียกและทางแห้ง รู้สึกลื่นไหลมากที่สุดในยางทั้งสามตัว (ผมใช้ powermeter บนรถ TT ใช้ watt เท่ากันยางตัวนี้ทำเวลาได้ดีที่สุดครับ) ตั้งแต่ใช้มาประมาณ 3000 กิโลเมตรยังไม่เคยแตก แต่คิดว่าถ้าแตกคงเรียกแท็กซี่เลยเพราะน่าจะงัดเองไม่ไหวครับ
*** ความเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม ***
Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 14:05
โดย boatvarut
Gigabank เขียน:สามตัวเลือกด้านบน เคยใช้ Conti กับ Veloflex
ส่วนตัวชอบ Veloflex มากกว่า Conti ตรงที่ลื่นและนุ่มกว่าครับ
GOBBS เขียน:คอนติแก้มยางโคตรบาง มดกัดทีเดียวทะลุถึงยางใน อิอิ
แต่ยางทนจริงครับ กันแทงจากหน้าสัมผัสได้ดีมากครับ

neen8124 เขียน:ลาขาดจากคอนติ เพราะโดนบาดที่แก้มยาง 3 ครั้ง ยางใหม่ๆทั้ง 3 เส้น
เลยเลิกใช้ แล้วมาคบ Veloflex แทน ปั่นมา 4000 กว่าโลรั่วไปครั้งเดียวตอนแข่งเขาค้อ Extra
ปั่นเส้นทางเดิมยังไม่เคยรั่ว ส่วนตัวผมว่าไหลพอๆกับคนติ แต่เกาะถนนดีกว่ามาก ปั่นลุยน้ำก็ดีกว่า
และกันหนามก็ดีกว่าคอนติ
มิชิลินไม่เคยใช้ครับ

virus_bc เขียน:เคยใช้แค่ Conti กับ Veloflex
วัดจากความรู้สึกส่วนตัวนะครับ
ความลื่น ให้คอนติลื่นกว่าVeloflex นิดหน่อย
ความนุ่มนวล คอนติชนะVeloflex ( Veloflexจะนุ่มได้ไง อัดลมไป 120 กว่าแข็งม๊วก)
ความทนทาน Veloflex กินขาดครับ
สรุป เลือก Veloflex

irat เขียน:Veloflex เป็นยางที่ถูกจริตผมมาก
kookies เขียน:เคยจะใช้veloflexเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ข้างกล่องมันเขียนบอกว่าห้ามใช้กับล้อขอบคาร์บอน เลยอดไป
lucifer เขียน:kookies เขียน:เคยจะใช้veloflexเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ข้างกล่องมันเขียนบอกว่าห้ามใช้กับล้อขอบคาร์บอน เลยอดไป
ปัญหาจริงๆของยางแต่ละยี่ห้อที่ผู้ใช้เองก็อาจจะมองข้ามไป ก็คือ
ช่วงของแรงดันลมยางที่เหมาะสมที่สุด ข้อห้ามที่สำคัญที่บอกว่าห้ามใช้กับขอบล้อคาร์บอนก็คือ แรงดันลมต่ำสุดที่เหมาะสำหรับการใช้งานของยางรุ่นนี้ก็คือ มันมีค่ามากกว่า 125PSI ซึ่งก็ดันมาเป็นแรงดันลมยางสูงสุดที่ขอบล้อคาร์บอนยางงัดส่วนใหญ่กำหนดไว้ เพราะแรงดันลมยางที่มากกว่านี้จะดันขอบล้อโดยเฉพาะช่วงที่เป็นตะขอเกี่ยวยางในให้เกิดความเสียหายได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องเบรคติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
ดังนั้นถ้าหากใช้ขอบล้ออลูมิเนียมก็ยังมีตัวเลือกอีกมาก แต่สำหรับขอบล้อคาร์บอนก็คงต้องพิจารณาอะไรแบบรอบคอบสักหน่อย
หลายๆคนชอบบ่นเรื่องแก้มยางบาง โดนโน่นนี่นั่นบาดได้ง่าย ผมว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตา ดวง แต่ที่เหนืออื่นใดคือความระมัดระวังส่วนตัวมากกว่า
ยางจักรยานยี่ห้อไหนก็ตาม โดนแก้วบาดแก้มยาง ก็ขาดทั้งนั้นแหละครับ ไม่มียี่ห้อไหนที่เหนือกว่ากันหรอก เพราะไม่มีใครออกแบบแก้มยางให้ทนต่อการถูกทิ่มตำหรือบาดด้วยของมีคม เพราะมันเป็นส่วนที่ต้องมีการขยายตัว ให้ตัว และรับน้ำหนัก
สรุปว่า ซวย เท่านั้นแหละ
ส่วนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความซวย แต่เกี่ยวกับการขาดความระมัดระวังก็มีไม่น้อย
สำหรับคนที่ปั่นในถนนเส้นใหญ่ แล้วโดนแก้วบาดยาง แก้วตำยาง ก็จะบอกว่าบางครั้งมันก็เลี่ยงไม่ให้เกิดได้ เพราะบนถนนใหญ่จะมีอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ เศษแก้ว เศษกระจกของมีคมทั้งหลาย จะถูกลมที่เกิดจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านมา ซัดให้กระเด็นไปอยู่ตามขอบทาง และถ้าสังเกตดีๆก็มักจะอยู่เลยเส้นขอบขาวเข้าไปอยู่ขอบทางด้านซ้ายสุดเสมอๆ สังเกตดีๆจะเห็นความแวววาวของเศษแก้วได้บ่อยๆไป
ถ้ารถไม่มากนัก หรือ ไม่ได้ไปปั่นบนถนนพระรามสองขาเข้าในช่วงบ่าย-เย็น วันอาทิตย์แล้ว หากเราวิ่งติดกับเส้นขาว ให้ห่างจากขอบทางซ้ายสุดสักนิดก็พอจะเสี่ยงต่อการถูกของมีคมดังกล่าวทิ่มตำได้
ณ เวลานี้ ผมไม่เคยสนใจเลยว่า ยางนอกตัวไหนทนของมีคมได้มากน้อยกว่ากัน เพราะยางที่โฆษณาว่าทนที่สุด ก็ยังแพ้เศษแก้วบ้านเรา
แผ่นกันหนามจึงเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ผมไว้ใจที่สุด เพราะเคยเจอเศษลวดจากล้อรถสิบล้อ แทงติดกลางหน้ายาง เอาเหล็กแหลมบ่งออกมาเหมือนบ่งเสี้ยน ก็ได้เศษเหล็กที่หน้าตาเหมือนหัวธนูปักฝังอยู่ในหน้ายางแบบเต็มๆ ขอให้มันไม่ยาวเท่ากับตะปู ยังไงๆมันฝ่าเข้าไปไม่ได้อย่างแน่นอน
หากันหนามดีๆ มาใช้ดีกว่าครับ

Yoe เขียน:มาเชียร์ มิชิลินตระกูล pro4 ครับ

name_joker เขียน:เคยใช้ทุกตัวที่จขกท.ถามมา ไล่เป็นตัวๆไปนะครับ
Continental 4000S
ยางยอดนิยม จิ้มรถมาสิบคันต้องใส่ยางตัวนี้กันซะเกินครึ่ง

ด้วยเหตุที่ว่ามันทนมือนเท้าทนถนนบ้านเราซะเหลือเกินครับ เพราะมันเป็นยางที่อยู่ในระดับโอเคในด้านสมรรถนะทุกๆด้าน ทั้ง grip แห้ง grip เปียก ขึ้นขอบล้อง่าย นน.อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน(23C @ 215-220 g) ที่พิเศษสุดๆกว่ายี่ห้ออื่นคงจะไม่พ้นการทนหนามครับ
ข้อเสียหลักสำหรับผมเองนะ ผมคิดว่าหน้ายางมันจะแข็งเร็วมาก ช่วง 1000 กิโลเมตรจะให้ feedback ที่นิ่มนวลเหมือนยางอื่นๆ นิ่มกว่าด้วย grip ดี แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงพันแรกไปหน้ายางจะเริ่มแข็งขึ้น grip จะลดลงเล็กน้อย และแข็งมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุและระยะกิโลเมตร (แต่ grip จะไม่ลดจากตอนแรกมากนัก)
Michelin Pro4
อันนี้มันมีหลายตัวนะครับ มี4 รุ่นย่อย บ้านเราเอามาขายสองรุ่น คือ Pro กับ SC ตัว SC จะสูงกว่า ทุกสิ่งแทบจะเหมือนกับ 4000S ทุกประการ ทั้ง feeling การขับขี่ นน. การขึ้นยาง แตกต่างกันตรงที่ Pro4 1.ดูจะเล็กกว่า4000Sซักหน่อย ณ ขนาดเดียวกัน 2.ให้ความรู้สึกลื่นไหลกว่า 4000S ซักเล็กน้อย 3.ให้ grip ได้มากกว่าเมื่ออายุยางเพิ่มมากขึ้น เข้าโค้งลงเขาได้ลึกกว่าเดิม และอีกข้อคือรู้สึกเหมือนยางในจะแตกง่ายกว่าซักหน่อย ไม่รู้เพราะดวงหรืออย่างไร แต่ช่วงที่ใส่ยางแตกบ่อยกว่าตอนใส่ 4000S ครับ
Veloflex Corsa
ที่ไล่มาชอบตัวนี้มากที่สุดครับ น.หนักกว่าเพื่อนนะ 220-230 gr ต่อคู่ที่ขนาด 23C ขึ้นขอบยาก-ยากมาก เพราะเส้นรอบวงมันเล็ก พองัดขึ้นขอบแล้วจะฟิตพอดีขอบล้อแบบสุดๆไปเลย (ตอนนั้นซื้อมาใส่เองที่บ้าน งัดยางในแตกไปสองเส้น ที่งัดยางหักที่สองแท่ง และมือแหกทั้งสองข้าง) อย่างไรก็ตาม มันเป็นยางที่ให้ความมั่นใจและ grip ที่เหลือหลายทั้งางเปียกและทางแห้ง รู้สึกลื่นไหลมากที่สุดในยางทั้งสามตัว (ผมใช้ powermeter บนรถ TT ใช้ watt เท่ากันยางตัวนี้ทำเวลาได้ดีที่สุดครับ) ตั้งแต่ใช้มาประมาณ 3000 กิโลเมตรยังไม่เคยแตก แต่คิดว่าถ้าแตกคงเรียกแท็กซี่เลยเพราะน่าจะงัดเองไม่ไหวครับ
*** ความเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม ***
ขอบคุณทุกความเห็นมากครับ

Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 18 ก.พ. 2015, 14:15
โดย irat
name_joker เขียน:เคยใช้ทุกตัวที่จขกท.ถามมา ไล่เป็นตัวๆไปนะครับ
Continental 4000S
ยางยอดนิยม จิ้มรถมาสิบคันต้องใส่ยางตัวนี้กันซะเกินครึ่ง

ด้วยเหตุที่ว่ามันทนมือนเท้าทนถนนบ้านเราซะเหลือเกินครับ เพราะมันเป็นยางที่อยู่ในระดับโอเคในด้านสมรรถนะทุกๆด้าน ทั้ง grip แห้ง grip เปียก ขึ้นขอบล้อง่าย นน.อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน(23C @ 215-220 g) ที่พิเศษสุดๆกว่ายี่ห้ออื่นคงจะไม่พ้นการทนหนามครับ
ข้อเสียหลักสำหรับผมเองนะ ผมคิดว่าหน้ายางมันจะแข็งเร็วมาก ช่วง 1000 กิโลเมตรจะให้ feedback ที่นิ่มนวลเหมือนยางอื่นๆ นิ่มกว่าด้วย grip ดี แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงพันแรกไปหน้ายางจะเริ่มแข็งขึ้น grip จะลดลงเล็กน้อย และแข็งมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุและระยะกิโลเมตร (แต่ grip จะไม่ลดจากตอนแรกมากนัก)
Michelin Pro4
อันนี้มันมีหลายตัวนะครับ มี4 รุ่นย่อย บ้านเราเอามาขายสองรุ่น คือ Pro กับ SC ตัว SC จะสูงกว่า ทุกสิ่งแทบจะเหมือนกับ 4000S ทุกประการ ทั้ง feeling การขับขี่ นน. การขึ้นยาง แตกต่างกันตรงที่ Pro4 1.ดูจะเล็กกว่า4000Sซักหน่อย ณ ขนาดเดียวกัน 2.ให้ความรู้สึกลื่นไหลกว่า 4000S ซักเล็กน้อย 3.ให้ grip ได้มากกว่าเมื่ออายุยางเพิ่มมากขึ้น เข้าโค้งลงเขาได้ลึกกว่าเดิม และอีกข้อคือรู้สึกเหมือนยางในจะแตกง่ายกว่าซักหน่อย ไม่รู้เพราะดวงหรืออย่างไร แต่ช่วงที่ใส่ยางแตกบ่อยกว่าตอนใส่ 4000S ครับ
Veloflex Corsa
ที่ไล่มาชอบตัวนี้มากที่สุดครับ น.หนักกว่าเพื่อนนะ 220-230 gr ต่อคู่ที่ขนาด 23C ขึ้นขอบยาก-ยากมาก เพราะเส้นรอบวงมันเล็ก พองัดขึ้นขอบแล้วจะฟิตพอดีขอบล้อแบบสุดๆไปเลย (ตอนนั้นซื้อมาใส่เองที่บ้าน งัดยางในแตกไปสองเส้น ที่งัดยางหักที่สองแท่ง และมือแหกทั้งสองข้าง) อย่างไรก็ตาม มันเป็นยางที่ให้ความมั่นใจและ grip ที่เหลือหลายทั้งางเปียกและทางแห้ง รู้สึกลื่นไหลมากที่สุดในยางทั้งสามตัว (ผมใช้ powermeter บนรถ TT ใช้ watt เท่ากันยางตัวนี้ทำเวลาได้ดีที่สุดครับ) ตั้งแต่ใช้มาประมาณ 3000 กิโลเมตรยังไม่เคยแตก แต่คิดว่าถ้าแตกคงเรียกแท็กซี่เลยเพราะน่าจะงัดเองไม่ไหวครับ
*** ความเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม ***
ใช้ veloflex เคยยางรั่วจากวันก่อนหน้า ตอนเช้าอีกวันมาดูยางแบน ทำใจอยู่นานเลยครับว่าจะออกไปขี่ดีไหม ถ้างัดยางก็เสียพลังไปเยอะเลย 555 ขึ้นขอบยากจริงๆ
Re: ยางงัด : Michelin vs Continental vs Veloflex
โพสต์: 25 ก.พ. 2015, 22:19
โดย infer007
เคยใช้มาหมด3ตัวที่กล่าว ผมชอบveloflex ที่สุด conti ข้างบางหน้ายางสึก แตกไว pro4 ผมว่าสึกไวเหมือนกันหน้ายางแตกไว แต่ข้อเสียคือยางใหม่ veloflex ผมว่ามันใส่ยากไปหน่อย

(ยางมันมาแบนๆไม่เป็นทรงกลมๆมาแบบยี้ห้ออื่น)