ชีพจรลงตีน - - จากทะเลสู่ภูเขา
โพสต์: 13 ก.พ. 2015, 13:45
ชีพจรลงตีน - - จากทะเลสู่ภูเขา
บันทึกการเดินทาง
..จากทะเล
พัทยา - - สัตหีบ * ทัพเรือ(เรือหลวงจักรี-สิมิลัน) * หาดนางรำ-ระยอง * หาดแม่รำพึง * สวนสน-บ้านเพ * แหลมแม่พิมพ์ * อ่าวไข่ * ปากน้ำประแส * คุ้งวิมาน * หาดเจ้าหลาว * ปากน้ำแขมหนู * ปากน้ำจันทบูรณ์ * แหลมสิงห์ *เมืองจันท์
..สู่ภูเขา
สระแก้ว – กบิฑบุรี – วังน้ำเขียว – เขาใหญ่ – ปากช่อง – จันทึก - สอยดาว – สายชนวน - - -
14 วัน 900 กิโล
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม - - รู้สึกอยู่ไม่สุข, ต้องการไปที่ไหนให้ไกลไกล ไปปลดปล่อยอะไรสักอย่าง หาเรื่องออกไปตะลอนนอนกลางดินกินกลางทราย หลังจากคุณไม่ได้สัมผัสกลิ่นอายทะเลมานานหลายปี ความกระหายครั้งก่อนที่ระลึกถึงคือการลงเต็นลงข้างลานทรายริมหาด มองฝ่าไปในผืนทะเล เส้นขอบฟ้า แสงแดดและสายลม ละเลียดความรู้สึกดื่มกินความงดงามของเมืองชายทะเล ให้ธรรมชาติปลอบประโลมชะล้างหัวใจที่ติดสารพิษมาจากแห่งหนไหนต่อไหน อีกทั้งคุณก็ไม่ได้ไต่ขึ้นไปนอนบนภูเขามาหลายนานพอดู คุณอยากจะเป่าลมออกมาให้เป็นไออีกครั้ง และความหนาวเยือกจนจับนิ้วขาจนชาแข็งเป็ง ได้นอนมองโคมฟ้าที่ระยิบระยับไปด้วยดวงดาวอันพล่านพลิ้ง โคมฟ้าโค้งอันตระการตาบรรเจิดเกินจินตนา คุณจะได้ใช้เวลานี้ไต่ถามความรู้สึกของตัวเอง วันก่อน, วันที่ผ่านมา, และเวลาที่กำลังมาถึง รัตติกาลแห่งแสงจันทร์และดาราราย
คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม - - ช่วงเวลาที่จัดเตรียมการเดินทาง เช็คจักรยาน หาซื้อของ จัดกระเป๋า ศึกษาแผนที่ เตรียมข้อมูลถนนที่เชื่อมต่อกัน เป็นความรู้สึกที่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก แต่สิ่งที่จัดเตรียมไว้นั้นทั้งหมดล้วนเป็นเพียงการคาดคะเน หากความจริงคุณไม่สามารถกำหนดกฎเกณ์อะไรได้เลย อาหารการกิน ที่นอน กระทั่งห้องน้ำห้องส้วม คนที่จะไปพบก็เป็นใครก็ไม่รู้ คนที่คุณจะพบได้เพียงครั้งเดียวของชีวิต พบแล้วพรากจากกันตลอดกาล บางทีการได้คุยได้ไถ่ถามทางกันเพียงนิดเดียว คุณถึงได้พบทางใหม่ที่เป็นของชาวหมู่บ้านเท่านั้น ถนนหนทางที่ลื่นไหลไปตามบ้านเรือนชนบท และจากสายถนนนี้เองที่พาคุณไปยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่กลางงานวัด งานประจำปีของชาวเลริมปากแม่น้ำ งานเห่ ตับประทัดดังกึกก้องยาวนาน..
คุณประสบเหตุแบบนี้ไหม - - ของขยันเสีย หาย ลืม และหมา
กล้องที่แสนดีของคุณ ไม่เคยอิดออดงอแง ทั้งแบตก็อึดทน ช่วงแรกมันก็ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ แต่กลางทางมันก็ทำท่าไม่อยากไปต่อ ช่องมองภาพรวมถึงจอมืดดับ แต่ชัตเตอร์ยังทำงาน คุณจะทำยังไง - -
พัง - - แว่นกันแดดหลุดจากคอเสื้อระหว่างก้ม รถมาจากไหนไม่รู้ทับ แกลบ - -
ช้อน - - เหน็บไว้ช่องกระเป๋า หล่นหาย กลางคืนซื้อเกาเหลาเนื้อ ข้าวเปล่ามา เหลือมือเปล่า คุณจึงหักกาบจากต้นอะไรก็ไม่รู้มาทำช้อนแทน ได้ผล เกาเหลาหาย ข้าวเปล่าหมด
ลืม - - สมุดบันทึกเหน็บไว้กับแผนที่ คุณนั่งอยู่ริมทะเลจดบันทึก แล้วเอนหลังนอนเอาแรง พอตื่นคุณออกรถไปสี่สิบกิโล ควานหาในกระเป๋า - - ลืม
ลืม - - กระเป๋าคาดเอว มีเงินช่องหน้า บัตรประชาชน คุณนอนตื่นขึ้นมาอย่างสบายใจ ทิ้งกระเป๋าไว้ สามนาทีนึกขึ้นได้คุณใจหาบวูบ รีบกลับไป ม้านอนเหลือแต่ความว่างเปล่า คุณหมดเงินไปต่อแล้ว ท่ามกลางความหมดหวังคุณชะโงกไปหลังม้าที่คุณนอน กระเป๋าคาดเอวถูกซุกอยู่ ช่องหน้าเงินหายเกลี้ยงหมด คุณรีบรูดซิบช่องลับด้านใน เงินซ่อนที่แยกไว้ยังอยู่ - - ดีที่คุณไม่ลืมซ่อนเงิน
หมา - - หมาไล่หมาเห่า และหมาทั้งฝูงทำคุณต้องเก็บเต็นท์หนีกลางดึกกลางดื่นอย่างน่าเจ็บใจ
ใช่ไหมครับนี่คือเสน่ห์ของการเดินทาง แรงรียกร้องให้คุณต้องออกไป ออกไป ออกไปตามชีพจรที่ลงตีน..
บันทึกการเดินทาง
..จากทะเล
พัทยา - - สัตหีบ * ทัพเรือ(เรือหลวงจักรี-สิมิลัน) * หาดนางรำ-ระยอง * หาดแม่รำพึง * สวนสน-บ้านเพ * แหลมแม่พิมพ์ * อ่าวไข่ * ปากน้ำประแส * คุ้งวิมาน * หาดเจ้าหลาว * ปากน้ำแขมหนู * ปากน้ำจันทบูรณ์ * แหลมสิงห์ *เมืองจันท์
..สู่ภูเขา
สระแก้ว – กบิฑบุรี – วังน้ำเขียว – เขาใหญ่ – ปากช่อง – จันทึก - สอยดาว – สายชนวน - - -
14 วัน 900 กิโล
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม - - รู้สึกอยู่ไม่สุข, ต้องการไปที่ไหนให้ไกลไกล ไปปลดปล่อยอะไรสักอย่าง หาเรื่องออกไปตะลอนนอนกลางดินกินกลางทราย หลังจากคุณไม่ได้สัมผัสกลิ่นอายทะเลมานานหลายปี ความกระหายครั้งก่อนที่ระลึกถึงคือการลงเต็นลงข้างลานทรายริมหาด มองฝ่าไปในผืนทะเล เส้นขอบฟ้า แสงแดดและสายลม ละเลียดความรู้สึกดื่มกินความงดงามของเมืองชายทะเล ให้ธรรมชาติปลอบประโลมชะล้างหัวใจที่ติดสารพิษมาจากแห่งหนไหนต่อไหน อีกทั้งคุณก็ไม่ได้ไต่ขึ้นไปนอนบนภูเขามาหลายนานพอดู คุณอยากจะเป่าลมออกมาให้เป็นไออีกครั้ง และความหนาวเยือกจนจับนิ้วขาจนชาแข็งเป็ง ได้นอนมองโคมฟ้าที่ระยิบระยับไปด้วยดวงดาวอันพล่านพลิ้ง โคมฟ้าโค้งอันตระการตาบรรเจิดเกินจินตนา คุณจะได้ใช้เวลานี้ไต่ถามความรู้สึกของตัวเอง วันก่อน, วันที่ผ่านมา, และเวลาที่กำลังมาถึง รัตติกาลแห่งแสงจันทร์และดาราราย
คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม - - ช่วงเวลาที่จัดเตรียมการเดินทาง เช็คจักรยาน หาซื้อของ จัดกระเป๋า ศึกษาแผนที่ เตรียมข้อมูลถนนที่เชื่อมต่อกัน เป็นความรู้สึกที่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก แต่สิ่งที่จัดเตรียมไว้นั้นทั้งหมดล้วนเป็นเพียงการคาดคะเน หากความจริงคุณไม่สามารถกำหนดกฎเกณ์อะไรได้เลย อาหารการกิน ที่นอน กระทั่งห้องน้ำห้องส้วม คนที่จะไปพบก็เป็นใครก็ไม่รู้ คนที่คุณจะพบได้เพียงครั้งเดียวของชีวิต พบแล้วพรากจากกันตลอดกาล บางทีการได้คุยได้ไถ่ถามทางกันเพียงนิดเดียว คุณถึงได้พบทางใหม่ที่เป็นของชาวหมู่บ้านเท่านั้น ถนนหนทางที่ลื่นไหลไปตามบ้านเรือนชนบท และจากสายถนนนี้เองที่พาคุณไปยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่กลางงานวัด งานประจำปีของชาวเลริมปากแม่น้ำ งานเห่ ตับประทัดดังกึกก้องยาวนาน..
คุณประสบเหตุแบบนี้ไหม - - ของขยันเสีย หาย ลืม และหมา
กล้องที่แสนดีของคุณ ไม่เคยอิดออดงอแง ทั้งแบตก็อึดทน ช่วงแรกมันก็ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ แต่กลางทางมันก็ทำท่าไม่อยากไปต่อ ช่องมองภาพรวมถึงจอมืดดับ แต่ชัตเตอร์ยังทำงาน คุณจะทำยังไง - -
พัง - - แว่นกันแดดหลุดจากคอเสื้อระหว่างก้ม รถมาจากไหนไม่รู้ทับ แกลบ - -
ช้อน - - เหน็บไว้ช่องกระเป๋า หล่นหาย กลางคืนซื้อเกาเหลาเนื้อ ข้าวเปล่ามา เหลือมือเปล่า คุณจึงหักกาบจากต้นอะไรก็ไม่รู้มาทำช้อนแทน ได้ผล เกาเหลาหาย ข้าวเปล่าหมด
ลืม - - สมุดบันทึกเหน็บไว้กับแผนที่ คุณนั่งอยู่ริมทะเลจดบันทึก แล้วเอนหลังนอนเอาแรง พอตื่นคุณออกรถไปสี่สิบกิโล ควานหาในกระเป๋า - - ลืม
ลืม - - กระเป๋าคาดเอว มีเงินช่องหน้า บัตรประชาชน คุณนอนตื่นขึ้นมาอย่างสบายใจ ทิ้งกระเป๋าไว้ สามนาทีนึกขึ้นได้คุณใจหาบวูบ รีบกลับไป ม้านอนเหลือแต่ความว่างเปล่า คุณหมดเงินไปต่อแล้ว ท่ามกลางความหมดหวังคุณชะโงกไปหลังม้าที่คุณนอน กระเป๋าคาดเอวถูกซุกอยู่ ช่องหน้าเงินหายเกลี้ยงหมด คุณรีบรูดซิบช่องลับด้านใน เงินซ่อนที่แยกไว้ยังอยู่ - - ดีที่คุณไม่ลืมซ่อนเงิน
หมา - - หมาไล่หมาเห่า และหมาทั้งฝูงทำคุณต้องเก็บเต็นท์หนีกลางดึกกลางดื่นอย่างน่าเจ็บใจ
ใช่ไหมครับนี่คือเสน่ห์ของการเดินทาง แรงรียกร้องให้คุณต้องออกไป ออกไป ออกไปตามชีพจรที่ลงตีน..