สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
คำค้น : จักรยานลาวใต้
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว
ประเทศลาวเป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อ กับหลายประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยทิศเหนือติดต่อกับประเทศจีน มณฑลยูนานและพม่า ทิศใต้จรดประเทศกัมพูชา ทิศตะวันออก จรดประเทศเวียดนาม และทิศตะวันตก จรดประเทศไทย
เดิมทีนั้น ในอาณาบริเวณที่เป็นประเทศลาวนั้น ประกอบด้วย นครหลวงพระบาง นครเวียงจันทร์ และนครจำปาสัก ซึ่งต่างก็เป็นอิสระแก่กัน ต่อมาเมื่อตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม ในระหว่างปี พ.ศ. 2322 – 2436 สยามได้รวบรวมนครทั้งสามเข้าเป็นหนึ่งเดียว หลังจากนั้นได้ตกเป็นเมืองภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส และได้รับอิสรภาพ ภายหลังสงครามอินโดจีน
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว
ประเทศลาวเป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อ กับหลายประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยทิศเหนือติดต่อกับประเทศจีน มณฑลยูนานและพม่า ทิศใต้จรดประเทศกัมพูชา ทิศตะวันออก จรดประเทศเวียดนาม และทิศตะวันตก จรดประเทศไทย
เดิมทีนั้น ในอาณาบริเวณที่เป็นประเทศลาวนั้น ประกอบด้วย นครหลวงพระบาง นครเวียงจันทร์ และนครจำปาสัก ซึ่งต่างก็เป็นอิสระแก่กัน ต่อมาเมื่อตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม ในระหว่างปี พ.ศ. 2322 – 2436 สยามได้รวบรวมนครทั้งสามเข้าเป็นหนึ่งเดียว หลังจากนั้นได้ตกเป็นเมืองภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส และได้รับอิสรภาพ ภายหลังสงครามอินโดจีน
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_0808_resize.jpg (44.15 KiB) เข้าดูแล้ว 2167 ครั้ง
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
ปัจจุบัน ลาวแบ่งการปกครองท้องถิ่นออกเป็นแขวง ซึ่งมีฐานะเทียบได้กับจังหวัด โดยที่แขวงจำปาสักเป็นแขวงที่อยู่ใต้สุดของประเทศลาว มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี และ สตรึงเตรง (เขมร) แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านแขวงจำปาสักนั้นเป็นแม่น้ำที่มีช่วงความกว้างมากที่สุด จึงเป็นที่ตั้งของเกาะ (ดอน) หลายเกาะซึ่งเป็นที่มาของคำว่า มหานทีสี่พันดอน ทุกท่านลองหลับตาจิตนาการดูว่า เกาะ(ดอน) ที่มีความกว้าง 15 กม. และมีความยาว 22 กม. ตั้งอยู่กลางแม่น้ำ ขนาดของแม่น้ำจะต้องกว้างใหญ่ขนาดไหน เมืองสำคัญของแขวงจำปาสัก คือปากเซ ซึ่งตั้งอยู่ตรงกับด่าน ช่องแม็ก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลฯ เป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจ และการคมนาคมของแขวงจำปาสัก แต่ถ้าหากพูดถึงเมืองสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ แน่นอนย่อมเป็นเมืองจำปาสัก อันเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงเก่าในสมัยที่ภูมิภาคนี้ยังเป็นนครจำปาสัก อันมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรขอม ถึงขนาดที่มีโบราณศาสนสถานสำคัญ อันเป็นศิลปะสมัยเดียวกับ นครวัด นครธม นั่นเทียว
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
ข้อมูลการเดินทาง
การเดินทางครั้งนี้ ได้รับฉันทามติเป็นเอกฉันท์ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน เนื่องจากได้รับข้อมูลมาจากหลายแหล่ง และจากประสบการณ์ของตัวเองที่เคยปั่นจักรยานในลาวมาแล้วหลายครั้ง เห็นว่าการปั่นจักยานในลาวนั้นเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความสุข ควรค่าแก่การยอมลำบาก และยุ่งยากในการนำจักรยานติดตัวเดินทาง จากหาดใหญ่ จนถึงปากเซ ซึ่งต้องใช้บริการ ทั้งเครื่องบิน และรถทัวร์
เริ่มด้วยการจองตั๋วเครื่องบิน ตามความเคยชิน แก่ผู้ที่ไม่อยากจะจ่ายเงินมาก แต่มีรสนิยมสูง เปิด WEB airasia.com ขึ้นมา หวังหาตั๋วราคาประหยัด แต่เอ๊ะ..ช้าก่อน คราวก่อนเคยมีปัญหากับ แอร์เอเชีย เรื่องไม่ยอมให้เอารถจักรยานขึ้นเครื่องนี่นา ฉะนั้นทางเลือกที่เหลือ คือ นกแอร์ เนื่องจากนกแอร์จะเก็บค่าระวาง จักรยานต่างหาก 200 บาท แล้วสามารถเช็คอินจักรยานได้เลยทั้งคัน โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน และไม่ต้องหีบห่อ เพียงแต่ปล่อยลมยางให้หมด เอาละ หาดใหญ่ – กรุงเทพ – หาดใหญ่ ไปกลับได้เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ ก็กรุงเทพ – อุบล หลังจากใช้เวลาค้นหาไม่นาน ก็พบว่า บริษัทนครชัยแอร์ เป็นรถทัวร์ที่วิ่งเส้นทาง กรุงเทพ – อุบล แต่ที่วิเศษสุดมากกว่านั้นก็คือ สามารถโทรไปจองตั๋ว เลือกที่นั่ง แล้วไปชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสของ เซเว่น อีเลฟเว่นได้ นำ สลิป หลักฐานการชำระเงินไปขึ้นรถตามวันเวลา ที่ได้จองเอาไว้แล้วได้เลย ที่นี้ ก็อุบล – ปากเซ อันนี้ค้นข้อมูลก็ไม่ค่อยบังเกิดผล ต้องไปเสี่ยงเอาข้างหน้า แต่ไหนๆ ก็ เสี่ยงมาแล้ว ให้ข้อมูลไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน รถที่วิ่งอุบล – ปากเซ มีวันละ 2 เที่ยว เที่ยวเช้าเวลา 9.30 เป็นรถ ของบริษัท บขส.ไทย เที่ยวบ่าย เวลา 15.30 เป็นรถ บขส.ลาว ไม่ว่าจะเป็น บขส.ไทย หรือลาว ถ้าได้เวลาที่เหมาะสมแล้วก็นั่งไปเถอะ ไม่แตกต่างกันหรอก (วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม.) ค่ารถ 200 บาท ค่าระวางจักรยาน100 บาท ส่วนขากลับจากปากเซ – อุบล มีวันละ 2 เที่ยวเช่นเดียวกัน เที่ยวแรกเวลา 08.30 เป็น บขส.ลาว เที่ยวที่ 2 เวลา 15.30 เป็น บขส.ไทย ค่าโดยสาร คนละ 55,000 kp. ถ้าจะจ่ายด้วยเงินบาท ก็ 200 บาท ขาดตัวต่อไม่ได้ (ถ้าใครคิดว่าเก่งกล้าก็ลองไปต่อค่ารถกับ แม่หญิง บขส.ลาวดู เผื่อจะได้บาทาเป็นของแถม) ค่าระวางจักรยานก็ 100 บาท เท่ากัน
การเดินทางครั้งนี้ ได้รับฉันทามติเป็นเอกฉันท์ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน เนื่องจากได้รับข้อมูลมาจากหลายแหล่ง และจากประสบการณ์ของตัวเองที่เคยปั่นจักรยานในลาวมาแล้วหลายครั้ง เห็นว่าการปั่นจักยานในลาวนั้นเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความสุข ควรค่าแก่การยอมลำบาก และยุ่งยากในการนำจักรยานติดตัวเดินทาง จากหาดใหญ่ จนถึงปากเซ ซึ่งต้องใช้บริการ ทั้งเครื่องบิน และรถทัวร์
เริ่มด้วยการจองตั๋วเครื่องบิน ตามความเคยชิน แก่ผู้ที่ไม่อยากจะจ่ายเงินมาก แต่มีรสนิยมสูง เปิด WEB airasia.com ขึ้นมา หวังหาตั๋วราคาประหยัด แต่เอ๊ะ..ช้าก่อน คราวก่อนเคยมีปัญหากับ แอร์เอเชีย เรื่องไม่ยอมให้เอารถจักรยานขึ้นเครื่องนี่นา ฉะนั้นทางเลือกที่เหลือ คือ นกแอร์ เนื่องจากนกแอร์จะเก็บค่าระวาง จักรยานต่างหาก 200 บาท แล้วสามารถเช็คอินจักรยานได้เลยทั้งคัน โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน และไม่ต้องหีบห่อ เพียงแต่ปล่อยลมยางให้หมด เอาละ หาดใหญ่ – กรุงเทพ – หาดใหญ่ ไปกลับได้เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ ก็กรุงเทพ – อุบล หลังจากใช้เวลาค้นหาไม่นาน ก็พบว่า บริษัทนครชัยแอร์ เป็นรถทัวร์ที่วิ่งเส้นทาง กรุงเทพ – อุบล แต่ที่วิเศษสุดมากกว่านั้นก็คือ สามารถโทรไปจองตั๋ว เลือกที่นั่ง แล้วไปชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสของ เซเว่น อีเลฟเว่นได้ นำ สลิป หลักฐานการชำระเงินไปขึ้นรถตามวันเวลา ที่ได้จองเอาไว้แล้วได้เลย ที่นี้ ก็อุบล – ปากเซ อันนี้ค้นข้อมูลก็ไม่ค่อยบังเกิดผล ต้องไปเสี่ยงเอาข้างหน้า แต่ไหนๆ ก็ เสี่ยงมาแล้ว ให้ข้อมูลไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน รถที่วิ่งอุบล – ปากเซ มีวันละ 2 เที่ยว เที่ยวเช้าเวลา 9.30 เป็นรถ ของบริษัท บขส.ไทย เที่ยวบ่าย เวลา 15.30 เป็นรถ บขส.ลาว ไม่ว่าจะเป็น บขส.ไทย หรือลาว ถ้าได้เวลาที่เหมาะสมแล้วก็นั่งไปเถอะ ไม่แตกต่างกันหรอก (วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม.) ค่ารถ 200 บาท ค่าระวางจักรยาน100 บาท ส่วนขากลับจากปากเซ – อุบล มีวันละ 2 เที่ยวเช่นเดียวกัน เที่ยวแรกเวลา 08.30 เป็น บขส.ลาว เที่ยวที่ 2 เวลา 15.30 เป็น บขส.ไทย ค่าโดยสาร คนละ 55,000 kp. ถ้าจะจ่ายด้วยเงินบาท ก็ 200 บาท ขาดตัวต่อไม่ได้ (ถ้าใครคิดว่าเก่งกล้าก็ลองไปต่อค่ารถกับ แม่หญิง บขส.ลาวดู เผื่อจะได้บาทาเป็นของแถม) ค่าระวางจักรยานก็ 100 บาท เท่ากัน
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_0824_resize.jpg (44.24 KiB) เข้าดูแล้ว 2039 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย เปิ้ล หาดใหญ่ เมื่อ 28 ต.ค. 2009, 22:09, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
การเดินทางวันแรก หาดใหญ่ – กรุงเทพ – อุบล
เหมือนฟ้าจะประทานความชุ่มฉ่ำ มาให้เพื่อเป็นลางบอกเหตุว่า หนทางข้างหน้านั้นจะชุ่มฉ่ำเพียงใด รถจักรยานที่อุตส่าห์ล้างเคลือบน้ำมันหล่อลื่นเป็นอย่างดี รวมทั้งกระเป๋าสัมภาระที่บรรทุกมาในท้ายรถกระบะเพื่อไปสนามบิน ถูกสายฝนซัดสาดจนดูแล้วน่าเจ็บกระดองใจเป็นที่ยิ่ง แต่....ไม่เป็นไร ถือซะว่าพระพิรุณท่านอำนวยพรให้ ถึงสนามบินนำสัมภาระไปเช็คอินทั้งเปียกๆ รวมถึงรถจักรยานโทรมๆ 2 คัน พนักงานสายการบิน จัดการให้ไปชำระเงินค่าระวางจักรยาน พร้อมกับเหล่ตาใส่นิดหน่อย เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องก็พาร่างกายตนเองไปขึ้นเครื่องอย่างสงบเสงี่ยมโดยไม่ลืมพนมมือไหว้สวัสดีแอร์โฮสเตส ที่ยืนอยู่ข้างประตูเครื่องบินอย่างนอบน้อมเป็นการฝากเนื้อฝากตัวอยู่ในที (กลัวเค้าไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน) เนื่องจากฝนตกฟ้าคะนอง ทัศนวิสัยไม่ดี เรื่องต่อจากนั้นที่ว่าเครื่องตกหลุมอากาศไปกี่ครั้ง ขย่อนของเก่าไปกี่หน คงไม่จำเป็นต้องเล่าให้เป็นที่อุจาดแก่สายตาทุกท่าน เอาเป็นว่าเดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพครบอาการสามสิบสอง หลังจากรับสัมภาระรวมถึงเจ้าเสือ ที่นอนไม่หือไม่อือ มาบนสายพานแล้วจัดการจูงออกมาหาแท็กซี่ เพื่อเดินทางไปขึ้นรถทัวร์ ที่ศูนย์บริการนครชัยแอร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับขนส่งหมอชิต ถนนวิภาวดีซอย 19 รถแท็กซี่ ที่เล็งแล้วมีแววว่าจะบรรทุกจักรยาน 2 คันได้ต้องเป็นรถแวนเท่านั้น โดยต้องบรรทุกบนหลังคาที่มีแร็ค ก็ต้องรอ ร๊อ รอ อยู่นานมากว่ารถเท็กซี่เช่นว่านั้นจะผ่านมาซักคัน ภายหลังการรอกว่าชั่วโมง รถที่ต้องการก็วิ่งเขียวมาแต่ไกล จัดการออกไปโบกด้วยความลิงโลด “ จะให้ทิปค่าบรรทุกจักยานเท่าไหร่” เสียงคนขับแท็กซี่แว่วๆเข้ารูหู “ไม่มีทิปไม่ไปนะ” เสียงแว่วมาอีกคำรบเป็นการสำทับหลังจากเห็นอาการทำหูทวนลม “ให้ร้อยนึงก็แล้วกันพี่” ตอบไปด้วยอาการอันอ่อนน้อม ด้วยคิดสารตะด้วยสติสัมปชัญญะอันมึนว่า ที่รอมาแล้วก็เป็นชั่วโมงรถแท็กซี่ที่ต้องการจึงมี ถ้าให้รออีกซักชั่วโมง ก็คงพอจะได้เพราะยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ แต่อย่ากระนั้นเลยเวลาแห่งการอคอยนั้นเป็นเวลาอันไม่พึงประสงค์ใช้เงินซื้อๆให้มันผ่านไปดีกว่า สิริรวมแล้วค่าบริการแท็กซี่สนามบิน 50 ค่าแท็กซี่ตามมิเตอร์ 170 ค่าทิป 100 รวมเป็นเท่าไหร่กันแล้วเนี่ย.....
รถทัวร์ของบริษัทนครชัยแอร์ ที่ให้บริการเส้นทาง กรุงเทพ – อุบล มีหลายเที่ยวทั้งกลางวันกลางคืน ใช้เวลาเดินทาง 8 ชม. 15 นาที ซื้อเที่ยว สามทุ่มครึ่ง ถึงอุบลเช้าพอดี ส่วนการบริการของรถทัวร์ VIP สามสิบสองที่นั่ง นั้นประดุจดังนั่งเครื่องการบินไทยยังไงยังงั้น เริ่มด้วยการเปิด วิดีโอ สปอร์ตโฆษณาบริษัท แล้วแนะนำวิธีการใช้ปุ่มต่างๆเพื่อปรับเก้าอี้ให้ได้รับความสบายสุงสุด ซึ่งมีทั้งเอน ทั้งนวด ทั้งคลึง ทั้งยกขายกแข้ง ด้วยความคันมือคันไม้ก็ทำตามไปทุกกระบวน จนกระบวนสุดท้าย เหลือบตามมองขึ้นไปด้านบน เอ๊ะ….ทำไมตานี่นั่งทำตาขวางใส่อยู่ได้ เลยค่อยๆหันไปรอบๆ ดูสถานการณ์ พบว่าคนอื่นเค้าก็นั่งอยู่ด้วยอาการอันสงบเรียบร้อย (แต่เค้ามองเราแปลกๆนะ) แต่เรา....แฮะแฮะ ปรับเก้าอี้เอนนอนซะจนเบาะไปอยู่บนตักของคนหลังนั่นแล... ต่อจากนั้นก็เป็นมหกรรมแจกของว่าง ทั้งไวตามิลล์ น้ำผลไม้ น้ำดื่ม ฮานามิ แซนด์วิช ดูแล้วเห็นใจบัสโฮสเตสมากๆเลยเพราะต้องหอบถาด หอบถัง บรรจุของที่ว่านั้นเดินไปเดินมาไม่รู้กี่เที่ยวต่อกี่เที่ยว อยากจะกระซิบแนะนำเธอด้วยความหวังดีถึงวิธีแจกโดยไม่เสียเวลาคือใครที่อยู่ใกล้มือก็ให้ส่งให้โดยปกติ คนที่อยู่ไกลออกไปหน่อย ก็ให้ใช้วิธีทอยให้ลงบนตัก ส่วนคนที่อยู่ไกลสุดก็ให้ขว้างไปโดยสุดแรง ก็ได้แต่เพียงเก็บความหวังดีเอาไว้ในใจคนเดียว ไม่กล้าไปแนะนำใครเขา (เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเพี้ยน) เอ้า.....เอาหมอนลมออกมาเป่าแล้วเก็บใส่กระเป๋า เอ้ย...ไม่ช่ายไม่ช่าย เอามาหนุนหัวแล้วหลับดีกว่า ฟุ้งซ่านมากไปแล้ว.....นอนหลับฝันดี....ครอกฟี้.....ครอกฟี้....
เหมือนฟ้าจะประทานความชุ่มฉ่ำ มาให้เพื่อเป็นลางบอกเหตุว่า หนทางข้างหน้านั้นจะชุ่มฉ่ำเพียงใด รถจักรยานที่อุตส่าห์ล้างเคลือบน้ำมันหล่อลื่นเป็นอย่างดี รวมทั้งกระเป๋าสัมภาระที่บรรทุกมาในท้ายรถกระบะเพื่อไปสนามบิน ถูกสายฝนซัดสาดจนดูแล้วน่าเจ็บกระดองใจเป็นที่ยิ่ง แต่....ไม่เป็นไร ถือซะว่าพระพิรุณท่านอำนวยพรให้ ถึงสนามบินนำสัมภาระไปเช็คอินทั้งเปียกๆ รวมถึงรถจักรยานโทรมๆ 2 คัน พนักงานสายการบิน จัดการให้ไปชำระเงินค่าระวางจักรยาน พร้อมกับเหล่ตาใส่นิดหน่อย เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องก็พาร่างกายตนเองไปขึ้นเครื่องอย่างสงบเสงี่ยมโดยไม่ลืมพนมมือไหว้สวัสดีแอร์โฮสเตส ที่ยืนอยู่ข้างประตูเครื่องบินอย่างนอบน้อมเป็นการฝากเนื้อฝากตัวอยู่ในที (กลัวเค้าไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน) เนื่องจากฝนตกฟ้าคะนอง ทัศนวิสัยไม่ดี เรื่องต่อจากนั้นที่ว่าเครื่องตกหลุมอากาศไปกี่ครั้ง ขย่อนของเก่าไปกี่หน คงไม่จำเป็นต้องเล่าให้เป็นที่อุจาดแก่สายตาทุกท่าน เอาเป็นว่าเดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพครบอาการสามสิบสอง หลังจากรับสัมภาระรวมถึงเจ้าเสือ ที่นอนไม่หือไม่อือ มาบนสายพานแล้วจัดการจูงออกมาหาแท็กซี่ เพื่อเดินทางไปขึ้นรถทัวร์ ที่ศูนย์บริการนครชัยแอร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับขนส่งหมอชิต ถนนวิภาวดีซอย 19 รถแท็กซี่ ที่เล็งแล้วมีแววว่าจะบรรทุกจักรยาน 2 คันได้ต้องเป็นรถแวนเท่านั้น โดยต้องบรรทุกบนหลังคาที่มีแร็ค ก็ต้องรอ ร๊อ รอ อยู่นานมากว่ารถเท็กซี่เช่นว่านั้นจะผ่านมาซักคัน ภายหลังการรอกว่าชั่วโมง รถที่ต้องการก็วิ่งเขียวมาแต่ไกล จัดการออกไปโบกด้วยความลิงโลด “ จะให้ทิปค่าบรรทุกจักยานเท่าไหร่” เสียงคนขับแท็กซี่แว่วๆเข้ารูหู “ไม่มีทิปไม่ไปนะ” เสียงแว่วมาอีกคำรบเป็นการสำทับหลังจากเห็นอาการทำหูทวนลม “ให้ร้อยนึงก็แล้วกันพี่” ตอบไปด้วยอาการอันอ่อนน้อม ด้วยคิดสารตะด้วยสติสัมปชัญญะอันมึนว่า ที่รอมาแล้วก็เป็นชั่วโมงรถแท็กซี่ที่ต้องการจึงมี ถ้าให้รออีกซักชั่วโมง ก็คงพอจะได้เพราะยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ แต่อย่ากระนั้นเลยเวลาแห่งการอคอยนั้นเป็นเวลาอันไม่พึงประสงค์ใช้เงินซื้อๆให้มันผ่านไปดีกว่า สิริรวมแล้วค่าบริการแท็กซี่สนามบิน 50 ค่าแท็กซี่ตามมิเตอร์ 170 ค่าทิป 100 รวมเป็นเท่าไหร่กันแล้วเนี่ย.....
รถทัวร์ของบริษัทนครชัยแอร์ ที่ให้บริการเส้นทาง กรุงเทพ – อุบล มีหลายเที่ยวทั้งกลางวันกลางคืน ใช้เวลาเดินทาง 8 ชม. 15 นาที ซื้อเที่ยว สามทุ่มครึ่ง ถึงอุบลเช้าพอดี ส่วนการบริการของรถทัวร์ VIP สามสิบสองที่นั่ง นั้นประดุจดังนั่งเครื่องการบินไทยยังไงยังงั้น เริ่มด้วยการเปิด วิดีโอ สปอร์ตโฆษณาบริษัท แล้วแนะนำวิธีการใช้ปุ่มต่างๆเพื่อปรับเก้าอี้ให้ได้รับความสบายสุงสุด ซึ่งมีทั้งเอน ทั้งนวด ทั้งคลึง ทั้งยกขายกแข้ง ด้วยความคันมือคันไม้ก็ทำตามไปทุกกระบวน จนกระบวนสุดท้าย เหลือบตามมองขึ้นไปด้านบน เอ๊ะ….ทำไมตานี่นั่งทำตาขวางใส่อยู่ได้ เลยค่อยๆหันไปรอบๆ ดูสถานการณ์ พบว่าคนอื่นเค้าก็นั่งอยู่ด้วยอาการอันสงบเรียบร้อย (แต่เค้ามองเราแปลกๆนะ) แต่เรา....แฮะแฮะ ปรับเก้าอี้เอนนอนซะจนเบาะไปอยู่บนตักของคนหลังนั่นแล... ต่อจากนั้นก็เป็นมหกรรมแจกของว่าง ทั้งไวตามิลล์ น้ำผลไม้ น้ำดื่ม ฮานามิ แซนด์วิช ดูแล้วเห็นใจบัสโฮสเตสมากๆเลยเพราะต้องหอบถาด หอบถัง บรรจุของที่ว่านั้นเดินไปเดินมาไม่รู้กี่เที่ยวต่อกี่เที่ยว อยากจะกระซิบแนะนำเธอด้วยความหวังดีถึงวิธีแจกโดยไม่เสียเวลาคือใครที่อยู่ใกล้มือก็ให้ส่งให้โดยปกติ คนที่อยู่ไกลออกไปหน่อย ก็ให้ใช้วิธีทอยให้ลงบนตัก ส่วนคนที่อยู่ไกลสุดก็ให้ขว้างไปโดยสุดแรง ก็ได้แต่เพียงเก็บความหวังดีเอาไว้ในใจคนเดียว ไม่กล้าไปแนะนำใครเขา (เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเพี้ยน) เอ้า.....เอาหมอนลมออกมาเป่าแล้วเก็บใส่กระเป๋า เอ้ย...ไม่ช่ายไม่ช่าย เอามาหนุนหัวแล้วหลับดีกว่า ฟุ้งซ่านมากไปแล้ว.....นอนหลับฝันดี....ครอกฟี้.....ครอกฟี้....
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_0848_resize.jpg (51.39 KiB) เข้าดูแล้ว 2039 ครั้ง
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
07.00 น.ถึงสถานีขนส่งอุบลซะที หลังจากขนสัมภาระและจักรยาน ลงเป็นโกลาหลแล้วเริ่มมองไปรอบๆตัวเพื่อหาทางทำให้ตัวเองพร้อมสัมภาระให้ไปถึงปากเซอันเป็นจุดเริ่มต้นปั่นจักรยานในวันนี้ซะที กลับพบว่าผู้คนที่สถานีขนส่งก็จับตามองจักรยานเราอยู่อย่างประหลาดใจเหมือนกัน คงคิดว่ายายเพี้ยนนี่แกจะขนจักรยานหน้าตาแปลกๆนี่ไปไหนของแก เราจัดการเอาแว่นตาดำขึ้นมาสวมเพื่อปกปิดความจริงบางประการ แล้วลอบมองผ่านเลนส์สีดำอันมืดมิด เอาละซี เริ่มมีคนมาจับๆ ลูบๆ คลำๆ บีบมือเบรก กดเบาะ เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง เราปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปโดยไม่ทักท้วง “รถถีบนี้แพง บ่” ในที่สุดก็มีคนที่ไม่อาจระงับความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป ถามแหวกผ่านเลนส์อันมืดมิดขึ้นมา “บ่ แพง” ตอบกลับไป “คันละเท่าไหร่” ฮั่นแน่.....คำถามแบบนี้คนถามข้อยมาหลายคนแล้ว “โฮ้ย...บ่แพงดอก เจ็ด แปดพันเอง” เพื่อความปลอดภัยแห่งชีวิตและทรัพย์สิน ต้องตอบแบบถล่มราคาให้ถูกไว้ก่อน “ โฮ้ย...รถอะหยังแพงจั๊งซี่ ” อ้าว....ตอบผิดอีกแล้วเรา
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
รถโดยสารวิ่งระหว่างอุบล – ปากเซ มีวันละ 2 เที่ยว เราได้เที่ยวเช้าเวลา 09.30 น. ซึ่งรถออกตรงเวลาเป๊ะ แวะประทับตราพาสปอร์ตที่ด่านช่องแม็ก หรือชื่อเป็นทางการคือ ด่าน ตม.พิบูลมังสาหาร ประมาณ 1 ชั่วโมง ด่านไทย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ด่านลาวโดนค่าทำการนอกเวลาไป 50 บาท หรือ 10,000 กีบ รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ แต่จะทำอย่างไรได้จะเข้าเมืองเค้า ก็ต้องยอมรับกฏเกณฑ์ของประเทศเค้า จะมาทำเป็นคนขวางโลก เหมือนอยู่ที่บ้าน คงไม่อาจเอาชีวิตรอดกลับมาดูแลบุพการีต่อไปได้
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- The Stranger
- ขาประจำ
- โพสต์: 673
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2009, 10:42
- Tel: 0849286127
- team: no team
- Bike: merida
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
สนุกดีครับ ขอเกาะท้ายด้วยคน
สองเฒ่า ระยอง-เชียงราย-ปาย-เชียงใหม่
Click>>>http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=52694
4 เสือบูรพากับ 1 แมวง่องแง่ง ฝ่าฝูงแดดนรกแดนที่ราบสูง ระยอง-สกลนคร 800 กม.
Click>>>http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=316528
Click>>>http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=52694
4 เสือบูรพากับ 1 แมวง่องแง่ง ฝ่าฝูงแดดนรกแดนที่ราบสูง ระยอง-สกลนคร 800 กม.
Click>>>http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=316528
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
ขอบใจหลายที่เข้ามาชม ข้อยจะดำเนินเรื่องไปอย่างช้าๆเพื่อ ต้มกลั่นความทรงจำออกมาดุจดั่งบรั่นดี แห่งแค้วนบอร์โด ฝรั่งเศส นั่นเทียว โปรดอย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนThe Stranger เขียน:สนุกดีครับ ขอเกาะท้ายด้วยคน
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
รถถึงสถานีขนส่งปากเซ หลักสอง เมื่อเวลา ประมาณ บ่ายโมงครึ่ง ขนสัมภาระ และจักรยานลงจากรถ แล้วเริ่มจัดสัมภาระลงกระเป๋าท้ายจักรยานทั้งสองข้าง โดยแบ่งออกเป็นทางซ้ายของใช้ และอะไหล่ กระเป๋าด้านขวาใส่เสื้อผ้า แล้วพยายามจัดระเบียบ เฉลี่ยน้ำหนักทั้งสองข้างให้เท่าๆกัน เวลาปั่นจะได้ไม่เอียงซ้ายไปทางเสื้อแดง และไม่เอียงขวาไปทางเสื้อเหลือง เอ้า....สีเสื้อมันจะมาเกี่ยวอะไรกับงานนี้ด้วย หลังจากนั้นก็จัดการแต่งองค์ทรงเครื่องใหญ่ ทาครีมกันบูด เอ้ย...กันแดด ก่อนเริ่มปั่นก็ต้องเติมพลังงานให้ร่างกาย มองเห็นร้านขายอาหารตามสั่งหน้าสถานีขนส่ง เร่เข้าไปสั่งข้าวราดกระเพราไก่ ไข่ดาว คนละจาน ซึ่งมาพร้อมน้ำปลาพริกหนึ่งถ้วย จัดการซะหมดเกลี้ยงภายในสามนาทีเพราะกำลังหิว สนนราคาก็ สามหมื่นกีบ หรือ หนึ่งร้อยยี่สิบบาท (ร้านแผงลอยธรรมดามิใช่ภัตาคารแต่ประการใด) คิดในใจว่าแพงอย่างนี้สงสัยโดนฟัน แต่ท่านทั้งหลายมันมิใช่เป็นเช่นนั้นเลย ถ้าท่านติดตามอ่านต่อไปเรื่อยๆ จะพบว่าราคาอาหารในลาวนั้นมหาโหดทีเดียว แต่ค่าที่พักกลับถูกอย่างเหลือเชื่อ
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
สำหรับวันนี้แผนการปั่นก็แบบสบาย สบาย เพียง 40 กม. จากปากเซ – จำปาสัก
จำปาสัก เป็นชื่อเมืองที่พ้องกับชื่อแขวง เนื่องจากบริเวณที่ตั้งเมืองจำปาสักนั้น พบโบราณสถาน และโบราณวัตถุหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า ณ ที่แห่งนี้คือ นครจำปาสัก นอกจากนี้แล้วยังพบว่าบริเวณนี้เป็นแอ่งอารยธรรมขอม ซึ่งพาดผ่าน ประเทศกัมพูชา ลาวตอนใต้ และภาคอีสานของประเทศไทย โบราณสถานที่เป็นหลักฐานยืนยันก็ได้แก่ นครวัด นครธม บันทายศรี ในเสียมเรียบ และปราสาทอีกหลายๆแห่ง กัมพูชา ปราสาทเขาพระวิหารในจังหวัดศรีสะเกษ ปราสาทหินพนมรุ้ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ และที่สำคัญจุดหมายของการปั่นจักรยานในช่วงแรกนี้ คือปราสาทวัดภูซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
จำปาสัก เป็นชื่อเมืองที่พ้องกับชื่อแขวง เนื่องจากบริเวณที่ตั้งเมืองจำปาสักนั้น พบโบราณสถาน และโบราณวัตถุหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า ณ ที่แห่งนี้คือ นครจำปาสัก นอกจากนี้แล้วยังพบว่าบริเวณนี้เป็นแอ่งอารยธรรมขอม ซึ่งพาดผ่าน ประเทศกัมพูชา ลาวตอนใต้ และภาคอีสานของประเทศไทย โบราณสถานที่เป็นหลักฐานยืนยันก็ได้แก่ นครวัด นครธม บันทายศรี ในเสียมเรียบ และปราสาทอีกหลายๆแห่ง กัมพูชา ปราสาทเขาพระวิหารในจังหวัดศรีสะเกษ ปราสาทหินพนมรุ้ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ และที่สำคัญจุดหมายของการปั่นจักรยานในช่วงแรกนี้ คือปราสาทวัดภูซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
เริ่มปั่นจากสถานีขนส่งหลักสอง ตามทางหลวงหมายเลขสิบสาม กินลมชมวิวไปเรื่อยๆจนถึงหลักสามสิบสอง (หมายถึงหลักกิโล และชื่อหมู่บ้านด้วย) ไม่รู้เป็นไง ลาวชอบตั้งชื่อหมู่บ้านเป็นชื่อเดียวกับหลักกิโลเมตร เช่น หลักกิโลเมตรที่สามสิบสอง ก็จะมีชื่อหมู่บ้านว่าหลักสามสิบสอง ถึงตรงนี้เลี้ยวขวา ปั่นตรงเข้าไปอีกประมาณ ห้า กม. จะเจอชุมชน และท่าเรือ ท่าเรือนี้สำหรับรถใหญ่ เช่นรถยนต์ สำหรับจักรยานให้ปั่นต่อไปอีกท่าเรือนึง จะเจอเรือจอดรอผู้โดยสารอยู่ เรือข้ามฟากก็คือเรือหางยาวสองลำเอามาเทียบกันแล้วปูไม้กระดานระหว่างลำเรือทั้งสอง ทำราวสองด้านให้ยึดจับ ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์ก็ลงได้ครั้งละสามสี่คัน เรือที่ว่านั้นชาวบ้านเค้าเรียกว่าเรือบั๊ก ดังนั้นถ้าจะถามหาท่าเรือ ก็ให้ถามว่าท่าเรือบั๊กอยู่ที่ไหน สำหรับค่าโดยสาร คนพร้อมจักรยาน ก็คนละ หนึ่งหมื่นกีบ (40 บาท) ใช้เวลาบนเรือไม่เกิน สิบนาที ก็ถึงอีกฝั่งแล้ว ท่าเรือของฝั่งจำปาสักนั้นเป็นท่าเรือวัด ขึ้นจากเรือแล้วก็ปั่นตรงรี่ไปออกประตูหน้าวัด เลี้ยวซ้ายอีกทีปั่นเรื่อยเปื่อยไปตามถนน เจอกล้วยจี่ (กล้วยปิ้ง) ก็เลยนั่งกินพร้อมกับเสวนา หาข้อมูลกับแม่ค้ากล้วยปิ้ง ไปในตัว “แถวนี้มีบ่อนนอน บ่” “ มีหลาย” อะฮ้า...ได้ข้อมูลแล้วคืนนี้มะต้องไปนอนในวัดให้พระลำบากใจที่มีสีกามานอนด้วย เอ้ย...ม่ายช่าย....มีสีกามานอนในวัด ระหว่างนั้นเหลือบตาไปมองเห็นป้าย เขียนว่า ANOUXA “ที่นี่เป็นบ่อนนอน อนุซา แม่น บ่ “ “โนย” เสียงแม่ค้ารับคำ ไม่ต้องเสวนาอีกต่อไปแล้วชำระค่ากล้วยปิ้ง สองพันกีบ แล้วไสรถเข้าไปหาบ่อนนอนทันที “มีห้องว่าง บ่” “ มีเจ้า “ อ๊ะแม่หญิงลาวคนนี้ ไม่ได้ลงท้ายด้วย “โนย” ลงท้ายด้วย” เจ้า” บ่ใช่แม่หญิงจำปาสักแน่นอน “ราคาเท่าไหร่เจ้า” ทำดัดจริตพูดลาวด้วย “ แปดสิบพันเจ้า” “ โฮ้ย....แพงหลาย ลดได้อีก บ่ “ “ หกสิบพัน ก็แล้วกันเจ้า” “ ตกลงข้อยเอา” อิอิ คืนละ 240 บาท เป็นบังกะโล มีเตียงคู่ มีพัดลม ห้องน้ำในตัว ถูกขนาดนี้ ถ้าไม่เอาก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_0798_resize.jpg (64.69 KiB) เข้าดูแล้ว 1885 ครั้ง
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- เปิ้ล หาดใหญ่
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 เม.ย. 2009, 11:41
- team: Z TEAM HADYAI
- Bike: Scott Scale20 , Trek Madone 5.2 , Trek 520 , Bike friday
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
ยินดีหลาย เสือออย ห้าปีให้หลังลาวใต้ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีพอสมควร เช่น ถนน เดี๋ยวนี้เป็นถนนลาดยางoiltrips เขียน:ตามมาอ่านด้วยคิดถึงย้อนทริปลาวใต้ที่ฉันไปมาแล้ว เดี๋ยวนี้มีที่พักในลาวใต้เริ่มปลูกผุดใหม่ขึ้นแล้วห่างห้าปีให้หลัง ฉันตามอ่านของคุณเปิ้ล หาดใหญ่ เผื่อหาข้อมูลที่พักแถวจำปาสักด้วยตนเองค่ะ
แอสฟัลท์อย่างดีไม่ต้องปั่นกินฝุ่นกันอีกแล้ว
สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจัมปาสักhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=116297
- ake-mini
- ขาประจำ
- โพสต์: 677
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2009, 16:10
- team: CSQ 008
- Bike: จักรยาน 2 ล้อ
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
อิจฉาจัง อยากไปมีประสบการณ์ แบบนี้บ้างจัง รอให้ลูกโดกว่านี้หน่อยจะพาลูกไปลำบากด้วย
โพสต่อเลยครับ อยากรู้
โพสต่อเลยครับ อยากรู้
-
เสือเฒ่าเจ้าท่า
- ขาประจำ
- โพสต์: 709
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 22:09
- Tel: 027518335
- team: การท่าเรือแห่งประเทศไทย
- Bike: gt
Re: สองคน สี่น่อง ท่องทั่วจำปาสัก
.....
ไม่มีต่ออีกเหรอ..อยากทราบอีกว่าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง ใช้เวลาอยู่กี่วัน เคยไปเที่ยวก็แต่ทางรถยนต์ ว่าประมาณเดือนธันวา ก็จะเข้าไปเที่ยวสัก 3-4 วัน อยากถามผู้รู้สักหน่อยว่า จะนำจักรยานข้ามไปด้วยจะต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารเพิ่มเติมอะไรหรือเปล่า วานช่วยบอกหน่อย............ 