ปั่นกับชมรมมาปีเศษแล้วคะ เพิ่งจะไปเขียนสรุปทริปกับเขาครั้งแรก รู้สึกภูมิใจนิดๆ ว่าจะมีคนได้อ่านข้อความที่เขียนด้วย ตั้งใจไปทริปกฐินนี้และรอมานานมากแล้วคะได้ยินคุณอาทั้งหลายเล่าถึงความประทับใจระหว่างทาง และที่ตั้งใจไปด้วยหนึ่งในนั้นคือเหมือนเป็นการทำบุญวันเกิดด้วยคะ ประกาศให้ชาวโลกเขารับรู้ล่วงหน้ามา 1 อาทิตย์ว่าจะไปทริปกฐินผ่านทาง twitter พวกอาๆ คงยังไม่คุ้นชินกับคำนี้นะคะ ต่อไปก็จะชินคะ คล้ายๆกับ SMS แบบไม่ต้องเสียค่าส่ง ลองไปสมัครดูคะที่ twitter.com เผื่อว่าจะได้มาตามข่าวกันว่าตอนนี้ยู่ที่ไหนแล้ว แต่กว่าจะขอนุมัติจากบริษัทได้ก็วางแผนล่วงหน้าไว้ 1 เดือนเลยคะ ดูฤกษ์งามยามดีแล้วก็เอาใบลาสอดใส่เอกสารรายได้ประจำเดือนผสมในกองเดียวกันจัดให้นายเซ็นต์ ก็ใช้ลากิจ 2 วันสุดท้าย ลาล่วงหน้านานๆ ปลอดภัยคะ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น งานจะเข้า จะเร่งก็จะมาได้เพราะลาไปแล้ว แต่ก่อนวันมาสิคะ นายตามเรื่องแผนงานปีหน้าให้นำเสนอวันศุกร์ก็บอกนายไปว่าลาคะไปธุระต่างจังหวัด ถ้าบอกว่ามาปั่นอีกเดี๋ยวจะโดนว่า ก็เลยบอกนายว่าวันจันทร์หน้าค่อยมานำเสนอนะคะ ลาไปแล้ว ใจไม่อยู่กับงานเลยคะอยากจะกลับบ้านมาเตรียมตัวแล้ว แต่ก็ต้องรอจน 6 โมงเย็น กลับมาก็เตรียมตัวจัดกระเป๋า โทรตามพี่ไนล์ให้เอาเต้นท์มาให้ ตามพี่ตรีให้มาเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่ แต่ดันลืมเอาหกเหลี่ยนมาด้วย เต้นท์ตั้งใจฝากซื้อไปเพื่องานนี้เลยคะ แล้วก็รีบเข้านอนไม่สนใจว่าใครที่บ้านจะยุ่งขนาดไหนลูกค้าจะเข้าร้านเยอะขนาดไหนพอดีว่ากินเจที่บ้านขายหมี่หวานคะ ยังไงก็จะนอนต้องนอนให้พอพรุ่งนี้ต้องไปปั่นระยะทางยาวไกล ถ้าง่วงขึ้นมาอาจเกิดอุบัติเหตุได้ นอนไม่พออาจเกิดอุบัติเหตุได้
วันที่ 1 ตื่นเช้ามาตอน 6 โมงรีบอาบน้ำแต่งตัวไปเอาจักรยานที่ฝากไว้บ้านอี้ แวะซื้อกะหล่ำปลีและโปรตีนเกษตรมาทานเป็นอาหารเช้า ว่าจะซื้อโปรตีนเกษตรไปเผื่อแต่เจ้าของร้านไม่ขายเพราะไม่แน่ใจว่าเก็บไว้มันจะเสียไหม ทานเสร็จเรียบร้อยก็มาเติมลมจักรยาน แล้วก็ปั่นไปที่ชมรมฝากกระเป๋าไว้กลัวว่าที่ฝากจะเต็มคะ จากนั้นก็ปั่นไปสนามศุภ โอ้โหคนเยอะแยะเลย แถมใส่เสื้อสวยด้วย อยากได้บ้างแล้ว ก็ไปลงทะเบียนได้รับเสื้อมากางดู อะโอ ผิดไซด์ป่าวเนี่ยสั่ง M ไปทำไมได้ L ว้าๆ เอาไปเปลี่ยนก็ไม่ได้ จะไปแลกกับพี่ตรี ก็ไม่ได้อีก ขนาด M พี่เขายังหลวม อดๆ ก็ต้องใส่ตัวนั้นแหละ สนุกสนานกับการเข้ากล้องจน 8 โมงร้องเพลงชาติจบคาดว่าน่าจะออกเดินทางแล้ว ก็รีบใหญ่ปรากฏว่ามีพิธีเล็กๆน้อยๆ ก่อนออก และทีมงานประกาศว่ามีรถน้ำบริการตลอดทาง โหย....สุดยอด พอขบวนเริ่มจะออกก็ร้อง โห่..........หิ้ววววว................ปั่นด้วยแล้วรู้สึกสนุก จนเอเพื่อนซี้เสียใจเลยว่ารู้งี้ไม่น่าสมัครทริปเชียงรุ้งเลยเนี่ย อาสุธิชัยนำขบวนไปก่อน ไกลเลย ปั่นตามไปเรื่อยๆ ติดไฟแดงบ้าง แต่ไม่รู้สึกอะไรเพราะรู้สึกสนุกตลอดทาง ไม่มานี่เสียใจแน่ๆ เลย ระหว่านั้นก็รายงานทุกตัวอักษรของการคลื่นไหนด้วยมือถือผ่าน twitter ใครที่ตาม follow อยู่ตอนนั้นก็จะได้บรรยากาศแบบถ่ายทอดสดผ่านตัวหนังสือไปด้วย ปั่นไปจนถึงปั้มแถววิภาวดีรังสิต เลย สวนจัตตุจักรมาหน่อยเราก็หยุดพัก 10 นาที เข้าห้องน้ำ เติมน้ำกัน ตอนแรกคิดว่ารถน้ำจะมีแต่น้ำเปล่า อะโหหห มีน้ำเกลือแร่สปอนเซอร์ด้วย บริการดีสุดๆเลย ที่จริงแล้วมีสไปร์ทด้วยแต่กินเจเลยอด เหมือนว่ามีการติดต่อแจ้งล่วงหน้า มีคุณตำรวจคอยกั้นรถให้พวกเราด้วย ระหว่างทางก็มีผู้ร่วมทำบุญบ้าง พอปั่นมาถึงหลักสี่ก็มีพี่น้องของ TCC มาสมทบเพิ่ม อากาศดีแฮะ ฟ้าคงเต็มใจให้พวกเรามาทำบุญ ไม่มีแดดเลยปั่นกันไม่รู้สึกเหนื่อยสักนิด ว่าแต่ใครต่อรถกระถิ่นเนี่ยหลุดเลย! อาๆ ทั้งหลายมาช่วยกันซ่อม แล้วก็ไปต่อสักประมาณสิบโมงสิบห้าได้คะฟ้าเริ่มพรมน้ำมนต์ให้พวกเราแล้ว ปั่นไปจนถึงรังสิตพื้นแฉะมากๆ เพ้นท์ลายให้เสื้อจักรยานตัวเก่งของพวกเราซะ....ซักเหนื่อยแน่ๆคืนนี้ แวะปั้มแถวรังสิตอีกรอบ เติมลมสักหน่อยเริ่มจะปั่นเร็วกันแล้วเดี๋ยวตามไม่ทัน พี่ตรีเห็นว่าท่าจะไม่ไหวแน่เลยหากาบต้นไม้มาทำเป็นบังโคนกันน้ำกระเด็นให้ ชอบมากๆ เลย ดูเป็นธรรมชาติดี พอปั่นเลยฟิวเจอร์รังสิตเท่านั้นล่ะ ฟ้าท่านก็กลัวว่าเราจะซักเสื้อเหนื่อยจัดฝนมาให้ชุดใหญ่ตอนแรกก็หลบกันคะ แต่เห็นอาบอกว่าจะไมทันเวลาถ้ามัวหลบจะไปถึงค่ำแน่ๆ ก็เลยปั่นลุยฝนเลยคะทำเอาเสื้อที่เลอะสะอาดทันตาเห็น ระหว่าที่รายงานผ่านทางมือถือ พี่สาวก็ตามการรายงานข่าวน้องอยู่ก็เลยขอสมทบทำบุญผ่านทาง twitter มา 1000 บาทด้วยคะ เปียกปอนอิ่มบุญกันทั่วหน้า พอเลยประตูน้ำพระอินทร์มาจากจักรยานที่มอมแมมสะอาดเหมือนใหม่แต่คนนี้สิดูไม่ได้เลย แวะปั้มอีกแล้วคะ หิวมากๆ คิดว่าจะได้แวะกินข้าว ที่ไหนได้ป้ายหน้า Big C ค่อยกินนะ ตอนนี้กินลูกเกดไปก่อนมันให้พลังงานเร็ว กินไป 6 เม็ดคะ ตอนแรกคิดว่าอีกเดี๋ยวก็ถึง Big C แล้วก็ปั่นตามทางไปเรื่อย เอ๊หรือว่าอาจำผิดเป็นโลตัสป่าว แต่โลตัสก็ผ่านแล้วก็ไม่เขา หิวนะเนี่ยเมื่อไรจะถึง Big C สักที ปั่นจากฝนตกจนฝนหยุดและตกอีกก็ยังไม่ถึงที่แวะกินสักที แต่ลืมหิวเลยคะพอเห็นชาวบ้านตะโกนเรียก ขอทำบุญด้วยทั้งๆที่เราปั่นกันเฉยๆ ว้าว! เหมือนอย่างที่อาเลยเล่าให้ฟังเลยแฮะ ได้สัมผัสความรู้สึกนั้นจริงๆ แล้วทันทีที่เข้าเขตอยุธยา รถที่ขับอยู่จอดอยู่ไกลๆ เปิดไฟกระพริบ คนลงมาจากรถบอกว่าขอร่วมทำบุญด้วยครับ ด้วยคะ มีตั้งแต่ 20 บาท – 1,000 บาทเลย คนต่างจังหวัดนี่ใจบุญจริงๆ Big C ที่อาบอกนั่นคือ..Big C อยุธยา หิ้วท้องมาทานอาหารเจที่นี่ ยังดีที่มีอาหารเจขาย ตัวเปียกๆเดินเข้าห้างหนาวมากๆ เลยคะ กินเสร็จพี่ตรีก็แนะนำว่าควรจะมีเสื้อกันฝนนะน้องไม่งั้นจะเป็นหวัดเอาได้ ก็เลยไปเดินหาเสื้อกันฝน พอซื้อเสร็จลงมาข้างล่างหน้าห้าง อาๆ ต้มกาแฟ ไม่ใช่แค่กา แต่เป็นหม้อใหญ่ๆ กินแก้หนาวกัน แล้วก็มีแจกถุงตัดเป็นเสื้อให้พวกเราใส่กันฝนด้วย แต่ซื้อมาแล้วเลยใส่ตัวที่ตัวเองซื้อมา ตอนนี้พวกเราเป็นมนุษย์ถุงพลาสติกกันหมดแล้วคะ บ่ายสามแล้วคะผ่านมาน้ำป่าสักและลพบุรีมาแล้ว อาบอกจอดๆ ตระคริวกิน ปั่นไปจนถึงอ่างทองสักพักอาบอกว่าเจ็บก้นแล้ว อาเพิ่งเปลี่ยนเบาะมาใหม่ใช้ครั้งแรก คนนั้นคนนี้อาสาแลกเบาะกับอากันใหญ่ แต่ฮีโร่เป็นแนนเพราะเบาะเจลที่ใช้แค่เบาะสวม เลยยกให้อาใช้เพราะอาต้องปั่นให้ถึง แต่เราน่าจะทนไหวแหละเจ็บก้นแค่นี้ ก็จัดการอดเบาะยกให้อาใช้ ในใจตอนปั่นไปก็คิดว่าอะนะ พรุ่งนี้ถ้าไม่ไหวจริงค่อยแบ่งกันใช้คนล่ะครึ่งวันก็ได้ ปั่นกันไป มีทีมอ่างทองมาตอนรับพวกเราด้วยนะคะ ปั่นไปไม่มีพักอีกแล้ว อีก 30 กิโลจะถึงที่พักทานข้าวเย็น ระหว่างปั่นเข้าสิงค์บุรีไปได้พักใหญ่พวกเราก็มองหากันแต่ป้ายวัดตาชู เพราะที่นั่นเป็นที่ทานอาหารเย็นของพวกเรา รู้สึกว่าน้ำจะขังอยู่ในรองเท้ามากเหลือเกินแถมใส่ถุงเท้าแบบหน้าพิเศษและสีขาวอีกด้วย จะเหลือหรอเนี่ย แฉะมาก แต่ไม่เหนื่อยเลยแฮะ สงสัยเพราะฝนตก ปั่นไปถึงวัดก็นั่งรอน้าหมี เพราะเรามาด้วยกันก็ต้องรอมากันครบแล้วค่อยทานอาหาร หน้าที่อันทรงเกียรติของวันนี้ปั่นบังลมให้อาด้านซ้าย ที่จริงๆแล้วไม่ได้มีอะไรแค่รู้สึกว่าปั่นด้านหน้ามีคนบังลมเยอะดี แถมรอบขาก็คงที่ พอน้าหมีมาเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ลุกไปต่อแถวตักอาหารกันเลย ใครนะมาเอาถั่วเขียวชามที่ทานไปครึ่งนึงไปทานต่อนะ แบบว่ารอผัดผักนานเลยขอของหวานก่อน พอผักผัดเสร็จแค่นั้นแหละก็วางชามของหวานไปตักของคาว หักมาอีกทีถั่วเขียวที่กินไว้ครึ่งชามก็หายไปแล้ว ก็ถามพี่แม่ครัวว่าเห็นไหมคะ เขาบอกว่ามีคนเอาไปแล้วคนไหนจำไม่ได้นั่นๆ มีชามเต็มๆตั้งหลายสิบชามไม่หยิบมาหยิบชามที่เหลือครึ่งเดียว จะไดเอ็ดหรือคะคนที่ยกไป ทานอาหารเสร็จเราก็ปั่นไปที่พักที่วัดกุฏีทองที่พักของพวกเราคืนนี้ พอถึงวัดก็รีบจับจองที่กางเต้นท์เลือกซะดีใต้พัดลม เอาจักรยานมาจองที่ก่อนรีบเปิดกระเป๋าเอาเต้นท์ออกมากาง แต่พยามยามอยู่นาน จนคนอื่นๆกางกันอยู่ในเต้นท์เรียบร้อย คุณยุงทั้งหลายก็เริ่มมารุมกัดก็แล้วยังกางไม่ได้สักที หาทำไมมีพลาสติกแค่ 2 อันหว่า ดูคู่มือถึงบ้างอ๋อเลยว่า มันเป็นเต้นท์ที่ต้องลงสมอ จะไปนอนกางดินคนเดียวก็กะไร อาเลยบอกให้ไปนอนข้างบน พอขึ้นไปเริ่มสับสนว่านอนโรงแรมหรือวัดแน่ ตกแต่งซะสวยเลย จากนั้นก็ต่อแถวอาบน้ำ อะโหสีไฟห้องน้ำช่างโรแมนติกจัง ว้าแต่ทำไมห้องแรกไม่มีไฟนะ อาคะ จุดเทียนให้หน่อยสิคะห้องนี้ไม่มีไฟคะ ที่ไหนคะแสงสวยๆที่เห็นเป็นแสงเทียนทั้งหมด เข้าไปอาบน้ำนานเลยเป็นชั่วโมงได้ เพราะเสื้อที่ใส่เป็นสีขาวแต่ตอนนี้มอมแมมมากๆ แบบว่าใส่น้ำยาซักผ้าแช่ไว้ก็ยังไม่สะอาด หมดความพยายามแล้วมองก็ไม่เห็นถ้าอยู่นานกว่านี้เทียนดับแน่ๆ กลัวว่าตอนเช้าใส่เสื้อไม่สะอาดจะโดนคนแซวว่าซักผ้าไม่สะอาด ก็เลยพยามซักอีก 2 รอบ ไม่ไหวแล้วยังไงลายดอกไม้ที่ได้มาตามทางก็ออกไม่หมด ช่างมันล่ะ เริ่มง่วงรีบตากผ้าแล้วเข้านอนดีกว่า เอาตากที่หน้าต่างข้างนอกนะแนน จะได้ไม่ข้ามหัว เสื้อตากข้างในได้ ส่วนนักปั่นที่จะไปเชียงรุ้งก็แยกตัวไปขึ้นรถทัวร์เดินทางต่อ จบวันแรกคะ
วันที่ 2 หลับๆ ตื่นๆ กว่าจะหลับสนิทก็ใกล้เวลาตื่น รหัส 567 นิน่า นี่มันตี 4 เองทำไมตื่นกันแล้วเนี่ย นอนต่ออีกนิดนะ เริ่มเปิดไฟแล้วตื่นก็ตื่น เก็บที่นอน เก็บผ้าที่ตาก ต่อแถวอาบน้ำ กางเกงไม่แห้ง ก็ใส่ ไม่ได้ใส่ใจอะไร ทำไมมันเริ่มคันสงสัยยุงกันเกาๆ คันไปทั้งขาเลยแฮะ เกาๆ ลืมๆ เดี๋ยวแห้งคงหายคันเอง เก็บของลงมาข้างล่าง อาเปิดสภากาแฟ ไปนั่งเล่นฟังอาๆ เล่าประสบการณืปั่นในที่ต่างๆ ได้เวลาทานอาหารเช้า มีเจไหมคะ มีจ้าทางนี้ โอะโอ อะไรคะ ยอดมะพร้าวผัดซี้อิ๊ว กินได้ไหมคะ จะพยายามคะ มีอย่างเดียวหรอคะ ในใจคิดออกเจแน่เลยเรา ชิมก่อนสิอร่อยไหมก็พอไหว แต่จะมีแรงปั่นไหมเนี่ย อาๆใจดีก็แบ่งถั่วให้ แบ่งเห็ดให้ ค่อยมีกับข้าวหน่อย แต่พี่จุ้ยออกเจเลยเจออาหารเช้าวันนี้ พี่แก่เรี่ยรางเงินเป็นค่าน้ำค่าไฟให้วัด พวกเราออกเดินทางต่อจุดหมายปลายทางวันนี้นคสวรรค์ วันนี้มีนักปั่นจากฉะเฉิงเทรามาร่วมปั่นด้วย ถึงไหนแล้วเนี่ย ทำไมเส้นทางวันนี้ไม่มีผู้ร่วมบุญเลย เลี่ยงเมืองจริงๆ 30 กิโลแล้วเพิ่งมีเพิ่ม 50 เอง เอ้าๆ แวะปั้มข้างหน้าหาผู้ใจบุญก่อน และพักด้วยพระอาทิตย์เข้าเวรแล้ว ตอนนี้พวกเราก็ข้ามมา จ. ชัยนาทแล้ว ดีใจที่สุดมี 7/11 ด้วย เจ็บคอเหลือเกินจะได้แวะซื้อยาอมเพื่อนนักตกปลาซะหน่อย แดดออกเอาถุงเท้ามาตากที่ตะแกรงดีกว่าน่าจะแห้งได้ ขอลองปั่นรถกฐินหน่อยนะพี่แก่ หนักแฮะแต่พอได้รอบก็คล่องตัวดี ออกเดินทางปั่นต่อไปชัยนาทแล้วพี่ชดตะโกนบอก อะโอ มีนักปั่นจากพระราม 9 มาสบทบด้วยปั่นตามมาหรอเนี่ย เก่งจริงๆ สมกับใส่ชุดนักปั่นพระราม 9 เพิ่งจะ 11 โมงเองวันนี้เราถึงร้านทานอาหารกลางวันแล้ว ร้านนี้ผัดไทยคงจะเป็นเมนูหลักเสริฟทุกโต๊ะเลย ว่าแต่ทำเจได้ลาดหน้าแทนล่ะ ของผัดไทยด้วยนะคะ มีจัดให้คะ อร่อยแฮะ แต่ลาดหน้าอร่อยกว่า ข้าวผัดมาก็เสริฟ อยากกินกล้วยแล้วเผื่อท้องไว้ใส่กลัวยปิ้งดีกว่าเมื่อกี๊เห็นไม่ไกลปั่นย้อนไปหน่อยซื้อกล้วยปิ้ง อาทางไหมคะ พี่ทานไหมคะ ไม่จ้า ว้าอุสาห์ซื้อเผื่อทำไมไม่มีคนกินเลย แขวนไว้ที่แฮนด์ก่อน จากนั้นพวกเราก็ปั่นต่อไปผ่านเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุด ทายสิเขื่อนชื่อว่าอะไร ติ๊กตอกๆ หมดเวลา เขื่อนเจ้าพระยานั่นเอง วันนี้น้ำแม่น้ำขึ้นสูงมากสูงเกือบเท่าน้ำในเขื่อนเลย อ้าวๆ พวกนักปั่นอ่างทองโบกมืออำลาพวกเราแล้ว อ๋อมาส่งแค่นี้ ปั่นต่อไปจนถึงประมาณบ่ายโมงนิดๆ เราก็มาถึงทางลงแพ มโนรมณ์ ค่อยเริ่มมีคนมาร่วมทำบุญหน่อย ไม่น่าเชื่อแค่ข้ามแพไปก็เปลี่ยนเป็นอีกจังหวัดอุทัยธานีแล้ว พวกเราก็เข็นจักรยานลงเท้ง พอล้อเตะพื้นจังหวัดอุทัยเท่านั้นแหละ ร้านกล้วยปิ้งของโปรดเพียบเลย แถมด้วยนักปั่นจากอุทัยมาต้องรับ พร้อมบริการน้ำมะตูม น้ำอัญชัญ และน้ำตะไคร้ เย็นชื่นใจจริงๆ ปั่นไปฝนตก เอ้าฝนตกเม็ดโตเลยหยุดใส่เสื้อฝนกันใหญ่ ขาดอีกแค่ 1 กิโลก็ถึงวัด พวกเราก็ไปจอดแวะพักและเที่ยววัดท่าซุง ตะลึง! ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวัดอลังการขนาดนี้ในอุทัย ป่าป๊านะไม่เห็นเคยพามาเที่ยวและไม่เคยบอกลูกเลยบ้านเกิดแท้ๆ มีของดีขนาดนี้ มีทั้งนักท่องเที่ยวฝรั่งและคนไทยคนเที่ยวเยอะไม่แพ้วัดพระแก้วเลย ตะลึง! ตะลึง! เป็นสองเท่าเมื่อเข้าไปเห็นวิหารแก้ว สวยมากๆ ยังสงสัยทำไมได้อลังกาลงานสร้างขนาดนี้ ถึงบ้างอ๋ออีกแล้วชื่อนี้คุ้นๆแฮะ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ว่าแต่ท่านเป็นใครล่ะเนี่ย พี่ไนล์บอกว่าท่านเก่งเรื่องคาฑาอาคมมาก แบบนี้นี่เอง ออกจากวิหารมาฝนเริ่มปลอยๆ อีกแล้ว ใส่เสื้อกันฝนก่อน ปั่นไปเรื่อยๆ 1 ชั่วโมงผ่านไปฝนก็ไม่ตก อะนะเริ่มร้อนแล้ว แต่หยุดไม่ได้ถ้าหยุดนี่ตามขบวนไม่ทันแน่ๆ อดทนไว้นะ อีกนิดก็จะถึงที่พักแล้ว ถึงช่วงโกรกพระฝนก็เทลงมา ดีใจเป็นที่สุดเพราะใส่เสื้อกันฝนทนร้อนมานาน ส่วนพวกอาๆ ก็เปียกนิดหน่อยเพราะถึงชมรมจักรยานที่นครสรรค์พอดี มีน้ำอัญชัญ และข้าวต้มมัดไว้บริการพวกเรา จากนั้นก็นั่งหลบฝนกันสักพักตกหนักมากๆเลย รอไปก่อนแต่รอนานเกินแล้วเดี๋ยวจะไปถึงวัดค่ำ พวกเราก็เลยตัดสินใจปั่นลุยฝนอีกวัน ปั่นไปได้ประมาณ 30 นาทีเส้นทางนั้นก็แห้งสนิท เหมือนคนล่ะเมืองกันเลย ไม่มีฝนสักนิด ปั่นกันไปแบบนอนสต๊อปแล้วคะ ก็มาถึงตัวเมือง ว้าวๆ ของกินเยอะแยะเลย ตลาดก็ใหญ่มากด้วย วัดสุคตวราราม ที่พักก็ใกล้ตลาดเลย ดีแฮะ แต่เจ็บก้นมากๆเลยอะ ใส่กางเกงชื้นตุ่มมันขึ้นแถมยังนั่งอีก เจ็บเกินบรรยาย และตัวก็เหมือนกระดาษทรายเลย มีทรายเกาะเต็มไปหมด พอดีว่าเพื่อนซี้อยู่จังหวัดนี้โทรหาให้มารับดีกว่า คืนนี้ก็เลยไปต้องนอนตากยุงที่วัดไปนอนค้างบ้านเพื่อนสบายสุดๆ พวกอาๆก็จับจองพื้นที่กางเต้นท์กันตามระเบียบ เพื่อนมารับแล้วพาไปเดินซื้อกับข้าวที่ตลาดศรีนคร อะโหอาหารเจเพียบเลย อร่อยๆ ทั้งนั้น ซื้อกับข้าวไปเป็นสิบอย่างเลยแต่กินแค่ 2 อย่าง จำไว้อย่างซื้ออาหารเวลาหิว ปล.ได้ข่าวว้าพี่จุ้ยหนีเที่ยวกลางคืนคนเดียวด้วย ไปเที่ยวงานวัดอีกฝั่งแถมขนตุ๊กตากลับมาแจกตั้ง 13 ตัวแหนะ ยิงปืนแม่นจริงๆ
วันที่ 3 อรุณเบิกฟ้านกกาโบยบิน ตื่นเช้าพี่ชดโทรมาบอกว่าให้มาที่วัดมีอาหารเช้าให้ ก็จัดการีบอาบน้ำ พอจะขึ้นระฝนก็ตกเพื่อนก็ให้กำลังใจตลอดบอกว่าตกก่อนแล้วตอนปั่นก็ไม่ตกแล้ว แม่เพื่อนซิ่งรถมาส่งที่วัด ปรากฏว่าไม่มีอาหารเจ หมดไปแล้วแน่ๆเลย ก็เลยต้องผูกท้องกับ 7/11 เพื่อนจัดแจ้งซื้อข้าวและซาลาเปาไว้ให้เป็นสเบียง น่ารักจริงๆ เพื่อนเรา และแล้วฝนก็ตกลงมาอีกวันนี้ต้องปั่นลุยฝนตั้งแต่ออกจากวัดเลย รองเท้าเพิ่งจะแห้งเองนะเนี่ย แล้วจะอาบน้ำทำไมเนี่ยถ้าต้องปั่นลุยฝนแต่เช้า อยากได้รองเท้าแบบมีรูระบายน้ำจังเลยแช่น้ำทุกวันแบบนี้กลับไปเป็น ฮ่องกงฟูท แหงงๆ สื้อขาวเละไม่เหลือสีขาวแล้วพวกอาๆ ที่ไม่ยอมใส่เสื้อกันฝน ปั่นไปได้ 20 กิโล แวะปั้ม แต่ดันเป็นปั้มร้าง ฝนหยุดตกล่ะ ได้โอกาสถอดเสื้อฝนออกพอดี เช้านี้มีพี่ป้าน้าอาจาก TCC มาปั่นด้วยเพิ่มเติม เมื่นคืนนั่งรถถทัวร์ตามมาสมทบ ปั่นไปตามทางมีรถจอดทำบุญบ้าง อาบอกว่าเดี๋ยวแวะตลาดเก้าเลี้ยวดีกว่าคนน่าจะเยอะนะที่ตลาด ปรากฏว่าตลาดก็ปิดไปแล้ว อาไม่ลดล่ะความพยายามปั่นไปตามเส้นทางต่ออีก 2 เลี้ยว แล้วต้องปั่นย้อนกลับ ผู้คนไปไหนหมดเนี่ย ยังไม่ตื่นนอนกันหรอ ก็ยังดีนะแดดไม่แรง ฝนไม่ตก ตอนนี้เริ่มเข้าจ . พิจิตรแล้ว มีจระเข้ ตัวโตๆใส่ชุดชาวนามายืนต้อนรับที่สี่แยก น่ารักดีแฮะ ไม่รู้มีใครถ่ายรูปมาป่าว หลังจากทานอาหารกลางวัน ยังไม่ทันได้เวลาออกอาก็ออกไปก่อน ปั่นตามตั้งนานกว่าจะไล่อาทัน อีกตั้ง 60 แหนะ ตอนนี้ถึงแค่โพธิ์ประทับช้างเอง และแล้ว 60 ที่ว่าไกลก็เริ่มใก้ลขึ้นอย่างรวดเร็ว อาเริ่มสนุกกับเส้นทางเร่งสปีดแก้ง่วงกันสนุกไปเลย ไมล์พี่ข้างๆ บอกว่า 30++ แล้วนะอา เข้าเขตพิษณุโลกแล้ว ลมแรงมากๆ ใบไม้หล่นเต็มเลย ความเร็วของอาก็ยังไม่ลดลง ยิ่งเร็วขึ้นกว่าเดินเพราะมีลมส่ง ยิ่งกว่าบริการ กฐิน เอ็กซ์เพลสอีก คิดว่าอาไม่เหนื่อยที่ไหนได้พอแวะปั่มตัวอาลงไปกลืนกับธรรมชาติบนหญ้าหน้าปั้มเลย อาบอกเหนื่อยจะตาย นักปั่นพิจิกรก็มาต้อนรับพวกเราที่ปั้มร่วมถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ออกเดินทางต่อโดยมีนักปั่นพิจิตรนำทาง ปั่นไปสักพักฝนก็ตกหนัก พวกนักปั่นพิจิตรก็หลบในกัน แต่อาสั่งลุย พวกเรานักปั่นจากกรุงเทพ ลุยฝนกันทุกคน ทำเอานักปั่นพิจิตรที่นั่งหลบฝนอายไปเลย ต้องตัดสินใจลุยฝนตาม อาบอกว่าเอาให้พวกนักปั่นพิษณุโลกเจ้าถิ่นที่มาต้นรับตะลึงไปเลย ปรากฏว่าจุดนัดหมายหน้า ม.นเรศวร ไม่มีใครสักคน สงสัยรอที่ปั้ม เอ้าเลี้ยวรถกลับไปรอที่ปั้ม ระหว่านั้นกลัวว่ามือถือจะเปียกเลยจะหยิบมาใส่ถุง ดันหลุดมือหล่นลงกระแทกพื้นซะ ได้รอยเลย ยังดีที่ไม่พัง มีพี่บางคนไปตามนักปั่นพิษณุโลก คาดว่าน่าจะหลบฝนอยู่ใน ม. ไม่แน่จริงเลยพวกนี้ รอแล้วก็รอไม่มาสักที มีคนแจ้งว่าเรารอผิดปั้ม พวกเราก็เลยต้องย้อนศรเลนนิดหน่อยปั่นไปอีกปั้มฝั่งตรงข้าม ระหว่าทางเหมือนมีเศษหินปูนทรายเยอะเลย ชิดซ้านนะแนน รถมันเยอะ ปั่นลันลาไปเรื่อยๆ ตามขบวนเพราะตามอาไม่ทันแล้ว ถึงปั้มแล้ว รอรอรอ นักปั่นพิษณุโลกอีกครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ พี่โต้งตะโกนว่าแนนยางแบน สงสัยจะจอดนานเกิน เอ้าตะปูตัวเบ่อเร่อเลยยังปักคาอยู่ที่ยาง จ่าชดบอกยกขึ้นรถเลย พี่ๆ อาๆ บอกว่าได้ยังไงอีกแค่ 10 โลขึ้นรถเสียใจแย่เลยอุสาห์ปั่นมาถึงขนาดนี้ พี่ๆ อาๆ ก็เลยช่วยกันเปลี่ยนยางให้ อาท่านนี้ไปหยิบสูบ พี่ท่านนี้ไปหยิบที่งัดยาง พี่อีกคนตะโกนหายางใน แต่ยังดีมีสำรองมาด้วย ไม่เกิน 5 นาทีเสร็จเรียบร้อย ขอบคุณพี่ๆ อาๆ ทุกๆ ท่านที่ช่วยเหลือนะคะ มาแล้วๆ พวกนักปั่นพิษณุโลก อะโฮ ตัวโตมากๆ ขอบอก ไซด์ XXXXL เลยคะ ออกเดินทางกันต่อปั่นที่จนถึงวัดใหญ่ ได้เห็นพระพุทธชินราชแล้ว ดีใจที่สุดอยากมาตั้งนานแล้วเนี่ย คิดว่าจะประดิษฐานอยู่บนโบสถ์สูงๆ ต้องขึ้นบันไดไม่ต่ำกว่า 20 ขั้นสะอีก ติดพื้นเลยหรอเนี่ย งามจริงๆ สีทองอร่าม ที่พักพวกเราก็อยู่ใก้ลๆ แต่ต้องขึ้นบันได้ไปชั้น 4 แต่แล้วนักปั่นพิษณุโลกบอกว่า เราจะไปรวมตัวกับพวกบิ๊กไบท์ที่สนามกีฬา ที่นั่นมีบุปเฟ่ให้ทางฟรีด้วย พวกเราไม่มีใครอยากจะไปเลย เพราะอยากอาบน้ำและพักผ่อน แต่ก็ต้องไปเพราะเกรงใจเจ้าถิ่น ปั่นกันไปบ่นกันไปจะมาทำไมเนี่ย ข้าวพวกเราซื้อกินเองได้นะ และแล้วพวกเราก็ถูกทิ้งอยู่กลางสนามกีฬาอยู่นานครึ่งชั่วโมงแบบไม่มีใครใยดีแม้แต่จะมาร่วมทำบุญ ปั่นวนรอบสนามกีฬาก็แล้ว น้าหมีเลยมาเจรจากับนักปั่นเจ้าถิ่นว่าพวกเราต้องการอาบน้ำและพักผ่อน รู้สึกแย่กับเจ้าถิ่นไปตามๆกัน จะให้มาทำไมเนี่ย พวกเราก็หาทางปั่นกลับที่พักกันเอง โดนไม่เห็นนักปั่นเจ้าถิ่นสักคนตามมา ได้พักแล้วค่อยสบายหน่อย ว้าแต่ต้องเดินบันได้ขึ้นไปชั้น 4 นะ ถอดรองเท้าด้วย พื้นบันไดมอมแมมมากๆ พวกเราเลยกันจนสะอาดเหมือนถูเสร็จใหม่ๆ เลย เลือกที่นอนกันไป ดีแฮะมีแอร์ด้วย แต่เปิดไม่ติด ต่อคิวอาบน้ำ วันนี้แยกย้ายกันทานข้าวตามอัธยาศัย เดินตามหาร้านอาหารเจกับพวกอาๆ เลี้ยวซ้ายก็แล้วเลี้ยวขวาก็แล้วยังไม่เจอเลย ถามร้านขายหนังสือพิมพ์ดีกว่า ไม่มีครับปิดหมดแล้วต้องไปหน้า ร.พ. ถึงมีนะครับ มีร้านอาหารเจตลอดปี พวกเรานั่งรถไปกัน 4 คน สั่งอาหารเจมากนทานร่วมกัน อร่อยมากๆ มีกับข้าวเยอะเลย เป็นที่ได้ทานอาหารเจแบบไม่ต้องทานผักผัดกับซี่อิ๊ว มีความสุขกับการกินที่สุดดดด แล้วก็ให้ตุ๊กๆ คันเดิมมารับพวกเรากลับไปส่งหน้าวัด มื้อนี้ทางฟรีเลย อาๆ เลี้ยงทั้งค่าอาหารและค่ารถ ขอบคุณอีกครั้งคะ แวะซื้อน้ำขวดใหญ่ 1 โหลที่ 7/11 หน้าวัดเอาไว้เปิดสภากาแฟก่อนนอนและตอนเช้า เพราะตอนออกมาหารถน้ำไม่เจอ คิดว่าไปพักโรงแรมแล้ว และแล้วรถน้ำก็มา อาเปิดสภากาแฟก่อนนอน ง่วงมาไม่ขอร่วมขอตัวนอนก่อน
วันที่ 4 ตี 4 ก็ตื่นกันหมดแล้ว แต่ว่านัดร้านข้าวไว้ 7 โมง ก็นั่งเล่นกันไป รอๆ บางคนก็คงไปเดินเที่ยววัด แต่วันนี้ใจจดจ่อว่าต้องไปซื้อกล้วยตาม ตั้งใจมากินกล้วยตากที่นี่โดยเฉพาะ มองหน้าอาว่าจำสัญญาได้ไหมว่าจะพาไปซื้อเจ้าที่มี อ.ย. อะหย่อย อาก็เปิดสภากาแฟ แบบชิวๆ ไม่ต้องรีบเหลือเวลาอีกเยอะ เพียงแค่ 6 โมงเช้าพวกเราก็พร้อมรวมตัวกันอยู่ข้างล่างเตรียมออกเดินทางแล้ว แต่แนนปั่นไปดูร้านกล้วยก่อนว่าเปิดยัง ใก้ล 7 โมงแล้วอาไปซื้อกล้วยตากกัน ร้านก็ไม่เปิดกว่าจะเปิดตั้ง 7 โมงกว่า ซื้อกลับมาไม่เหลือพวกเราอยู่แล้วก็ปั่นตามทางไป เพราะรู้แล้วว่าเรานัดกันทานข้าวเช้าที่ไหน เสร็จเรียนร้อยก็ออกเดินทาง จัดแถวปั่นซะเป็นขวบนสวยเลย เรียงหน้ากระดานเรียง 3 ปฏิบัติ จัดแถว ร้องโห่....หิ้ว ออกเดินทางโดยมีรถตำรวจนำ เท่ห์จริงๆชุดคุณตำรวจสุภาพมากๆ เป็นเสื้อจักรยานลาสูททักซิโด้ แต่หน้าตากวนสุดๆ เหมือน ปั่นตามรถมาเรื่อยๆ จนมาพักบอกบุญที่วัดโบสถ์ แจกไม้กันไปบอกบุญชาวบ้านที่ตลาด ประมาณครึ่งชั่วโมงได้มาพอสมควร ก็ออกเดินทาปั่นต่อ ขึ้นเขาแล้วคะพี่น้อง ความเร็วเริ่มลดลง วันนี้พี่จุ้ยลากรถ ตาลาปัด ซิ่งสุดๆ ปั่นกันมาเรื่อยๆ เนินนวด เนินส่งบ้าง ยังไม่เท่าไร แวะพักทางน้ำสักหน่อย อาสั่งเป๊ปซี่ใส่เกลือมา 1 เหยือก หลอดเยอะๆ มาร่วมดื่มน้ำสามัคคีกัน กับกล้วยตากของอา ตอนแรกคิดว่าแวะกินข้าวซะอีก เริ่มหิวข้าวแล้ว ดูนาฬิกายังไม่เที่ยงนิ สงสัยใช้พลังงานกับเนินเยอะไปหน่อย ปั่นไปอีก 20 โล แงะพักทานอาหารกลางวัน แล้วเราก็ออกเดินทาง คราวนี้แหละเนินของจริงมาแล้ว ปั่นขึ้นเนินเกือกม้า ลดเกียร์เหลือ 1 : 1 อย่างรวดเร็วๆ ไม่งั้นมีเข็นแน่ๆ อาแข็งแรงสุดๆ พิชิตได้อย่างง่ายดาย แต่มากระแทกหินตอนจุดพักทำเอากฐินเอียงไปด้านซ้ายกระแทกกับพื้น แต่ไม่เป็นอะไร พักสักพัก แล้วออกเดินทางต่อ ยิงยาวแบบไม่หยุดพักอีกครั้ง ตอนปั่นขึ้นเนินก็ออกแรงเชียร์ ให้กำลังใจอากันใหญ่ ทั้งกดกระดิ่ง เสียงเหมือนออกตัว Tour de France เลยสนุกดี แต่อาคงไม่สนุกกับพวกเราด้วย แต่เราก็ทำให้อาสนุกจนได้ ปั่นกันมาอย่างสนุกสนานจนถึงทางเข้าวัด พักสักพัก อาบอกรอดูนะเดี๋ยวเขาต้อนรับเรา ตั้งแถวสวยๆ เรียงสอง ปั่นไปพวกชาวบ้านถือพวงมาลัยไว้รอต้อนรับ ว้าว อย่างกับเป็นฮีโร่เหรียญทองอย่างนั้นเลย มีคล้องพวกมาลัยให้นักปั่น มีรถดนตรีนำทาง รถฆ้อง ชาวบ้านก็ร่ายรำกันอย่างสนุกสนาน ปั่นกันต่อไปผ่านตลาด และแล้วก็ไม่เหลือใครพวกเราปั่นตามรถตำรวจอย่างเดียว ปั่นกันจนถึงทางเข้าวัด แล้วอานำทางต่อเอง ทางทั้งขลุขละ และดินแดง ความสนุกอยู่ที่ทางเข้าวัด ไม่ใช่ทางแทร็ก แต่เป็นสะพานลิง เสี่ยวมากเลนตอนปั่นบนสะพานเนี่ย บางคนก็เดินจูงจักรยานไป เอียงซ้ายทีขวาที สะพานก็โยกเยกเหมือนเดินทรงตัวเหมือนคนเมา ยังดูไม่ออกว่าเป็นวัดเลย ถ้าไม่เห็นพระ ดูไม่ออกเพราะยังมีแค่ บ่อน้ำใหญ่ๆ อาคารใหญ่ที่ก่อไว้ 1 ชั้นแบบไม่สูงมาก พี่ๆที่วัดตอนรับพวกเราด้วยข้าวหลามที่ทำเอง จัดแจงนำองค์กฐินลงตั้งที่วัด เรียบร้อยก็เดินทางกลับที่พัก วันนี้พวกเราพักที่ ตชด คืนนี้มีปาร์ตี้ด้วย ว้าวๆ ได้ยินแล้วน่าสนุก พวกๆ บอกว่าจะกลับมานอนวัด กางเตนท์สัมผัสธรรมชาติ ส่วนใหญ่นอนบ้านพัก ตชด แยกย้ายบ้านชายหญิง แต่ชายเยอะกว่าเลยมานอนบ้านหญิงด้วย ต่อคิวอาบน้ำ ยังไม่ทันได้อาบน้ำก็ได้ยินเสียงร้องคาราโอเกะกันสนุกแล้ว กว่าจะถึงคิวอาบก็นานอยู่ พอออกไปร่วมวงสังสรรค์ ก็เห็นพี่ๆ อาๆ อิ่มกันหมดแล้ว แต่อาหารยังทำมาไม่หยุด มีเบียร์ด้วย ร้อง เต้นกันอย่างสนุกสนาน ที่สำคัญภาพการปั่นทั้งหมด 4 วันนำขึ้นสไลท์ฉาย ทำเอาพวกเราเห็นภาพไปก็นึกถึงบรรยากาศความสนุกตอนปั่นมากัน ไม่มีใครรูสึกเหนื่อยเลยสักนิด ดึกแล้ว 3 ทุ่มกว่าคนส่วนใหญ่กลับไปนอนแล้วเหลือประมาณเกือบ 30 คน ไฮไลท์ มันอยู่ตรงนี้พวกเราร้องเพลงเก็บตะวัน และ เพลงมีต้นไม้มีสัตว์ป่า จับมือล้อมกันเป็นวงกลม แล้ววนจับมือกันไปเรื่อยๆ ทำเอาพี่แก่น้ำตำซึมได้ เหมือนว่าจะต้องจากกัน อิน กันไปเลยประทับใจจริงๆ กลับมาห้องนอนหลับฝันดีไปเลย
วันที่ 5 ตื่นเช้ามาแย่งห้องน้ำกันอีกแล้ว บ้านนี่มีผู้หญิง 5 ผู้ชาย 3 กว่าจะได้อาบน้ำก็นะเลยเวลานัดออกเดินทางแล้ว ปั่นตามไปที่วัดทีหลัง เกือบไม่ทันยังดีใส่บาตร ข้าวเหนียว 3 องค์สุดท้าย วันนี้วันเกินพอดีเลย ตั้งใจมากฐินก็เพื่อวันนี้แหละ ทำบุญวันเกิด อร่อยมากๆ มันต้มขิง ฝีมืออาหมง ทำเอาไม่อยากกินข้าวไปเลย เพราะว่ามันอร่อย อยากทานอีกคะอา วันไหนทำอีกสิคะ น้องๆ ของโรงเรียนแถวนั้นก็มารำอวยพร พวกเราจากนั่งแบบจะหลับ ก็ตื่นกัน ยืนขึ้นบ้าง ย้ายที่นั่งบ้าง อยากเห็นความน่ารักของเด็กๆ ที่ตั้งใจมาโชว์รำให้พวกเราได้ดู จากนั้นก็เป็นพิธีการถวายผ้าพระกฐิน แล้วก็ถึงคราวนับยอดบริจาก พวกเราทุกคนช่วยกัน แกะแม๊ก แยกแบงค์ นับเป็นกอง ตามแต่ใครจะนับแบบไหน แต่ยอดรวมทำบุญ ได้ยินแล้วพวกเราหายก็ยิ้มกันใหญ่เลยคะ เหนื่อยเลยคะ 1,619,765.88 จากนั้นพวกเราก็ทางอาหารกลางวัน และแล้วฝนก็ตกส่งท้ายอีกครั้ง รอฝนเบาๆ แล้วก็ปั่นกันลุยฝนออกมาขึ้นรถ แยกรถเป็น 2 คัน รถนอนกับรถคุย ที่นั่งแยกตามการจองรถก่อนหลัง แนนได้นั่งคันที่ 2 แต่ก็ไม่รู้แต่แรกคะว่ารถคันไหนเป็นแบบไหน เราแวะทานข้าวกันที่นครวรรค์อีกรอบ แต่จุดที่แวะไม่มีอาหารเจ ว้าไม่อยากกินข้าวหลามอะ อยากกินข้าว เมื่อกี้เห็น 7/11 ด้วยปั้มที่ผ่านมา เดินย้อนไปจะกลับมาทันไหมนะ มองหาชาวบ้านใจดี นั่นไงมาแล้ว น้องผู้ชาย 2 คน และมีที่นั่งพ่วงข้างด้วย ลองไปขอร้องให้น้องเขาพาไปดีกว่า พี่โต้งไปไหน น้องเขาอาสาจะพาไป 7/11 นั่งไปกับพี่โต้งไปเหมาอาหารเจใน 7/11 มาฝาก พี่ๆ อาๆ ที่ทานเจ มือนี้พี่โต้งเลี้ยง ขอบคุณนะคะ น้องที่พาไป 7 พี่โต้งให้เงินก็ไม่รับซะด้วย น้ำใจงามจริงๆ คนต่างจังหวัด ขอบคุณอีกครั้ง ก่อนขึ้นรถก็โบกมือบาย บาย น้องเขา ยิ้มให้กันแล้วก็ ขึ้นรถไป ระหว่างทางคันที่ 2 สายพานขาด คันที่ 1 ถอยกลับมาเอาสายพานสำรองมให้ ซ่อมแล้วก็ออกเดินทางต่อ ใครลงก่อนถึงชมรมให้ย้ายไปนั่งคันที่ 1 แล้วก็ออกเดินทางต่อ คันที่ 2 อยากเร็ว เลยขึ้นโทว์เวย์ ที่ไหนได้ติดอยู่บนฟ้า เพราะต้องต่อแถวตรงด่านเก็บเงิน หลังจากนั้นก็โล่งยาวมาลงดินแดง ต่อทางด่วน คนขับไม่เคยเข้าเมืองหรือว่าอะไรไม่ทราบ ขับเข้าช่องจ่ายเงินกลางเลย ช่องที่ 6 ได้ คุณตำรวจเลยจับ ลงไปเจรจาขอความเห็นใจกันอยู่นานเกือบได้เรื่องแล้ว คนขับบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ให้เจ้านานเคียร์ให้ ขึ้นทางด่วนหรืออ้อมทางด่วนไม่ทราบ วนไปผ่านพระราม 3 ด้วย คิดว่ามาส่งที่ทำงานซะอีก แล้วก็มาลงทางพระราม 4 คงกลัวว่าพวกเราต้องไปรอจักรยานอีกนาน ก็เลยเข้าเลยผิดอีก ต้องไปวนอ้อมสี่พระยา ถ้าไม่ติดเอาจักรยานก็ขอให้เลี้ยวซ้ายแทนเลี้ยวขวามาอ้อมผ่านตลาดน้อยส่งหน้าปากซอยเลย และแล้วคันที่ 1 ก็มาถึงก่อน ที่บอกว่าเป็นรถนอนกับรถคุยเพราะคันที่ 2 คุยมาตั้งแต่ชาติตระการถึงกรุงเพทเลยคะ ไม่มีปิดไฟนอนเลย มาถึงชมรมลงรถก็ต่อคิวห้องน้ำอีกยาวเลย สักพักรถจักรยานก็มาถึง ของแนนอยู่แถว 2 ชั้น 1 นับจากหลังสุด ได้จักรยานตอน 23.30 ลองคิดดูอาที่เอาจักรยานขึ้นคันแรก จะได้กลับบ้านตอนกี่โมง
รวมระยะทางทั้งทริป ประมาณ 500 กิโล +- นิดหน่อยคะ
ปล. ใครพลาดปีนี้ต้องขอบอกว่าเสียใจจริงๆ นะคะ เพราะว่าสนุกมาก ได้ความประทับใจแบบสัมผัสได้ระหว่าทางและ ทั้งมิตรภาพจความน่ารัก มีน้ำใจช่วยเหลือกัน ของพวกเราชาวจักรยาน นี่แหละเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจลางานหรือหาทุกวิธีทางให้ได้มาปั่นทุกครั้งที่เปิดทริป ตัวอยู่ออฟฟิตทำงานแต่ใจอยู่บนอานจักรยานบนถนน และที่ขาดไม่ได้เลยบริษัทสหพีร์ เอ็นจิเนียริ่ง และทีมให้ ให้การช่วยเหลือ บริการ เลี้ยงอาหารและน้ำพวกเราตลอดการเดินทาง ขอบคุณมากๆคะ
อาขาความประทับใจแบบนี้ 2 หน้าเอาไม่อยู่แล้วคะ นี่ย่อแล้วนะคะ เวอร์ชั่นเต็ม 10 หน้าขึ้นได้เลยคะ เที่ยงคืนอีกแล้ว
สนใจตามเรื่องราวการปั่นแบบเต็มๆได้ที่ http://www.twitter.com/nonlany แนนบันทึกไว้แบบละเอียดทุกนาทีที่ได้หยุดพักเลยคะnonlany
ใครมีรูปช่วยเอามาลงด้วยนะคะ
รายงานสรุปทริปกฐิน อิ่มบุญ+ความประทับใจ 21-25 ตุลาคม
- nonlany
- ขาประจำ
- โพสต์: 9601
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2008, 17:24
- team: Bike Xenger, Cham SQ, TCHA, Coffee Bike, etc...ทุกกลุ่มเลย
- Bike: อัศวินสีส้ม, D.N.A., นอนจัง
- ติดต่อ:
รายงานสรุปทริปกฐิน อิ่มบุญ+ความประทับใจ 21-25 ตุลาคม
แก้ไขล่าสุดโดย nonlany เมื่อ 28 ต.ค. 2009, 10:50, แก้ไขแล้ว 10 ครั้ง
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: รายงานสรุปทริปกฐิน อิ่มบุญ+ความประทับใจ 21-25 ตุลาคม
หนูแนน....คร้าบบบบ...เว้นวรรคเยอะๆใส่สีเข้าไปอีก
อ่านแล้วตาลายมากๆนะคร้าบบบ...นะ..นะ..แก้หน่อย
จะได้อ่านกันถ้วนหน้า ตัวไหน เน้น ก็ใส่ใหญ่ไปเลย
.
.
.
ขอบคุณครับ
อ่านแล้วตาลายมากๆนะคร้าบบบ...นะ..นะ..แก้หน่อย
จะได้อ่านกันถ้วนหน้า ตัวไหน เน้น ก็ใส่ใหญ่ไปเลย
.
.
.
ขอบคุณครับ
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- ups
- ขาประจำ
- โพสต์: 973
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ย. 2008, 08:27
- Tel: 084-2255291
- ตำแหน่ง: " PHITSANULOK "
Re: รายงานสรุปทริปกฐิน อิ่มบุญ+ความประทับใจ 21-25 ตุลาคม
nonlany เขียน:ออกเดินทางต่อโดยมีนักปั่นพิจิตรนำทาง ปั่นไปสักพักฝนก็ตกหนัก พวกนักปั่นพิจิตรก็หลบในกัน แต่อาสั่งลุย พวกเรานักปั่นจากกรุงเทพ ลุยฝนกันทุกคน ทำเอานักปั่นพิจิตรที่นั่งหลบฝนอายไปเลย ต้องตัดสินใจลุยฝนตาม อาบอกว่าเอาให้พวกนักปั่นพิษณุโลกเจ้าถิ่นที่มาต้นรับตะลึงไปเลย ปรากฏว่าจุดนัดหมายหน้า ม.นเรศวร ไม่มีใครสักคน คาดว่าน่าจะหลบฝนอยู่ใน ม. ไม่แน่จริงเลยพวกนี้
nonlany เขียน:แต่แล้วนักปั่นพิษณุโลกบอกว่า เราจะไปรวมตัวกับพวกบิ๊กไบท์ที่สนามกีฬา ที่นั่นมีบุปเฟ่ให้ทางฟรีด้วย พวกเราไม่มีใครอยากจะไปเลย เพราะอยากอาบน้ำและพักผ่อน แต่ก็ต้องไปเพราะเกรงใจเจ้าถิ่น ปั่นกันไปบ่นกันไปจะมาทำไมเนี่ย ข้าวพวกเราซื้อกินเองได้นะ และแล้วพวกเราก็ถูกทิ้งอยู่กลางสนามกีฬาอยู่นานครึ่งชั่วโมงแบบไม่มีใครใยดีแม้แต่จะมาร่วมทำบุญ ปั่นวนรอบสนามกีฬาก็แล้ว น้าหมีเลยมาเจรจากับนักปั่นเจ้าถิ่นว่าพวกเราต้องการอาบน้ำและพักผ่อน รู้สึกแย่กับเจ้าถิ่นไปตามๆกัน จะให้มาทำไมเนี่ย พวกเราก็หาทางปั่นกลับที่พักกันเอง โดนไม่เห็นนักปั่นเจ้าถิ่นสักคน
แก้ไขล่าสุดโดย ups เมื่อ 29 ต.ค. 2009, 23:25, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- Nile
- ขาประจำ
- โพสต์: 9867
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ธ.ค. 2008, 18:47
- Tel: 0815675735
- team: ChamSQ (007)
- Bike: คุณจืด
- ตำแหน่ง: พระนคร
- 2die4
- ขาประจำ
- โพสต์: 1211
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2009, 15:49
- Tel: 0834486162
- ตำแหน่ง: Rama III
- ติดต่อ:
Re: รายงานสรุปทริปกฐิน อิ่มบุญ+ความประทับใจ 21-25 ตุลาคม
อ่านกันเพลินเลย
ขอบคุณที่เก็บบรรยากาศมาเล่าให้ฟังครับ
Stay away from me!!
✖✖✖ต๊องแน่ง☆•°°•.•°°•☆ต๊องแน่ง☆•°°•.•°°•☆\m/✖✖✖
✖✖✖ต๊องแน่ง☆•°°•.•°°•☆ต๊องแน่ง☆•°°•.•°°•☆\m/✖✖✖
-
จารุกัญญา TCC
- ขาประจำ
- โพสต์: 800
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
- team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
- ติดต่อ:
Re: รายงานสรุปทริปกฐิน อิ่มบุญ+ความประทับใจ 21-25 ตุลาคม
น้าหมีฝากขอขอบคุณทุกท่านมากค่ะ
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... f=7&t=3378
http://www.thaicycling.com/board/viewto ... f=7&t=3378
Mee เขียน:ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ ชมรมฯต่างจังหวัดตั่งแต่ อ่างทอง พรหมบุรี&ไชโย นครสวรรค์ ลาดยาว พิษณุโลก พิจิตรที่ให้การต้อนรับอย่างดีที่สุด ความตั่งใจของพี่น้องชาวจักรยาน ผมว่าเป็นความร่วมใจที่ไม่มีเงื่อนไขครับ ทุกกิจกรรมจะต้องมี ขาดตกบกพร่องเป็นธรรมดาไม่มีอะไรต้องนำมาใส่ใจ ในที่สุดงานก็เสร็จสิ้นด้วยดี ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ได้บุญ อิ่มใจกันท่วนหน้า ขอขอบคุณทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมในงานกฐิน กรุงเทพฯ-พิษณุโลก(ชาติตระการ) ปีหน้าก็มาร่วมทำบุญกันใหม่นะครับ










