ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 เช้าวันอาทิตย์ที่ 11มกราคม 2558
เป็นเช้าแห่งความสดใส อุณหภูมิที่ลดลงต่ำกว่า 20 องศา ดูจะเป็นการลดอุณหภูมิ เพื่อต้อนรับความร้อนแรงบรรดาสิงห์นักปั่น ที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ
เพื่อรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันคือขี่ระยะทาง 190 กิโลเมตร เพื่อไปถวายพระพร พ่ออยู่หัวของพวกเรา
ปีนี้ เราใช้เส้นทางเดิมเหมือนปีที่แล้ว คือถนนพระราม 2 ถึงวังมะนาว แล้วใช้ถนนเพชรเกษม วิ่งสู่เพชรบุรี ตรงเข้าชะอำ แล้วไปสิ้นสุดที่หัวหิน
ตี 5 ตรง ทีมงานสวนธน และ ทีมงาน มจธ. ต่างพร้อมเพรียงกันที่รอบๆบริเวณสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรีจุดนัดหมาย
ต่างคนต่างกุลีกุจอทำตามหน้าที่ที่ได้รับหมอบหมายกันอย่างเต็มที่และคึกคัก
ไม่มีเวลาเกี่ยงงอน ไม่มีเวลาจับกลุ่มคุย ไม่มีเวลาได้ทักทายกันนาน ๆ กับเพื่อน ๆ นักปั่นทีมอื่น ๆ ที่ได้เจอกันในวันนี้ ทั้ง ๆ ที่อยากจะคุยกันแทบตาย ก็หนึ่งปี บางทีเพิ่งได้มาเจอกัน
อาหารการกิน ก็กินกันแทบไม่ทัน งานที่ต้องรับกับคนมากมายเช่นนี้ แม้ว่าเราจะทำกันทุกปี แต่มันก็เหนื่อยทุกครั้ง
7.45 เมื่อทุกอย่างพร้อมนักปั่นพร้อมเพรียงร้องเพลงสดุดีมหาราชาและเพลงชาติกันอย่างกึกก้องและพร้อมเพรียง
8.00 สิ้นเสียงเพลงชาติไทย เสียงชัยโยโห่ร้องเอาชัย สัญญาณปล่อยดังขึ้น ขบวนก็เริ่มเคลื่อนตัวทันที
เสียงชัตเตอร์จากตากล้องตังระรัว ทั้งมืออาชีพจากสื่อนิตยสารและสื่อมีเดียร์และมือสมัครเล่น
ทีมมาแชลมืออาชีพ40กว่าชีวิต เริ่มทำงานอย่างจริงจังอย่างเป็นทางการในวินาทีแรกที่ขบวนเริ่มเคลื่อนตัวออกจากถนนประชาอุทิศ หลังจากได้ชิมลางไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่เช้ามึด โดยการคอยโบกรถของบรรดาเพื่อนนักปั่นที่มาร่วมงาน
รถนำขบวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดไซเรนเป็นระยะ เพื่อขอทางและดูแลความปลอดภัยให้กับขบวน
รถติดพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมธงเหลืองและธงไตรรงค์ วิ่งเป็นสง่านำขบวนต่อจากรถตำรวจ
ทีมสวนธนเจ้าภาพ ขี่นำขบวน และคุมความเร็วในช่วงนี้ที่ความเร็ว 25-30
ระหว่างทาง ตลอดถนนพระรามสองมีเพื่อนนักปั่นเป็นจำนวนมาก มาดักรอเข้าขบวนกลางทาง นับพันคัน นั่นยิ่งทำให้ปริมาณนักปั่นเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวบนถนนพระรามสอง
ใช้เวลาไม่นานนัก เราถึงจุดพักแรกที่วัดเกตุมดีศรีวราราม มีการเติมน้ำและไอศครีมกันที่นี่ เพื่อที่จะเดินทางต่อ ซึ่งผมมองหน้าทุกท่าน หน้าตาแต่ละคนส่งสายตามาเหมือนจะบอกว่า ฮึๆๆๆ โคตรชิลอ่ะ50โลแรก
อากาศวันนี้เหมือนจะเป็นใจให้บรรดาสิงห์นักปั่น เวลา 10.15 อุณหภูมิยังคงอยู่ที่ 23 องศา และไม่มีแดดให้ระคายผิว
ขบวนนักปั่นก็เริ่มออกเดินทางต่อฝ่ากระแสลมที่สวนและเสียดข้างแต่หัวลากก็ยังทำหน้าที่ต่อไปด้วยความเร็ว 35 กม./ชม.
ใช้เวลาไม่นานนัก พวกเราก็เลี้ยวซ้ายเข้าเพชรเกษมที่แยกวังมะนาว และทันทีที่เข้าถนนเพชรเกษม ลมที่กระโชกสวนเสียดแทงนักปั่นเหมือนเป็นการท้าทายความแข็งแกร่งบนพระรามสองก็ต้องสยบยอมแพ้หัวใจของนักปั่นทุกท่าน
ลมเปลี่ยนทิศมาเอาใจช่วยนักปั่นทุกท่านโดยพัดดันหลังช่วยส่งพวกเราอีกแรงเหมือนพระพายจะบอกเราว่า “สู้สู้นะ”
เพียงไม่กี่อึดใจ 11.45 ตามเวลาที่เรากำหนดพวกเราก็ถึงจุดพักที่สอง โรงเรียนบ้านเขาย้อย
ณ.ที่นี้มีบรรดาอาหารเลิศรสที่เฮียจุ้ยคัดสรรและจัดเตรียมเหมือนเฉกเช่นทุกปี
ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยว หมูสเต๊ะ ทอดมันเมืองเพชร กระเพาะปลา ข้าวคลุกกะปิ ข้าวหมกไก่ ข้าว-ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ ขนมเมืองเพชร น้ำ ไอศกรีม
สำหรับนักปั่นกว่า3000 คน ซึ่งปีนี้เฮียสั่งคำเดียวอาหารต้องเหลือจนคนสุดท้าย เพราะปีนี้เฮียจุ้ยเตรียมมาสำหรับ 3500 คน
12.45น. ขบวนเริ่มเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนบ้านเขาย้อย กลุ่มนำไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มใช้พลังงานของข้าวขาหมู เร่งความเร็วขึ้นไป 40
ขบวนถึงอ.ท่ายาง ปลายทางที่จะสิ้นสุดทริปเหลืออีก 45 กว่ากิโล เสียงจากรถนำขบวนก็ดังขึ้นอย่างเรียบๆ
"พี่น้องครับ เราจะเริ่มปล่อยโอเพ่นแล้วนะครับ "
ยังไม่ทันสิ้นเสียงให้สัญญาณ ผึ้งก็แตกรัง
ความเร็วทะยานขึ้นทันที 40-45-50 ไมล์วัดความเร็วทำงานแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
ฮาร์ทเรทที่นิ่งๆ มากว่า5ชั่วโมง ต่างร้องระงมขานรับกับเสียงหายใจที่ต่างเปล่งออกมาแบบไม่เกรงใจกันและกันในชั่วโมงสุท้าย
แต่ละคน แต่ละทีม ดูเหมือนอัดอั้นตันใจมานาน เลยระเบิดพลังกันอย่างเต็มที่ คนหน้าผ่อน คนหลังสวน เป็นระยะ ๆยิงกันจนถึงอุโมงค์ซึ่งพวกเราเปรียบเสมือนว่าเส้นชัย
ทันทีที่ขบวนเข้าอุโมงค์ เสียงโห่ร้องก้องกังวานกลบเสียงเครื่องยนต์ของรถที่สวนมาเป็นระยะๆ เป็นเสียงของความดีใจเสียงของความปิติเมื่อโผล่พ้นปลายอุโมงค์เจอแสงสว่าง นักปั่นที่อัดกันมาแบบเอาเป็นเอาตายก่อนหน้าก็ลดรอบขาลงอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งหมดปั่นต่อไปจนถึงจุดหมายปลายทาง ด้วยรอยยิ้ม คุยกันฟรุ้งฟริ้งเสมือนราวกับไม่เจอกันมานาน
ไม่นานทั้งหมดก็ถึงจุดหมายหน้าพระราชวังไกลกังวล เพื่อทำตามจุดประสงค์หลักของชาวสวนธนที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องกันมารวมครั้งนี้เป็นปี14คือมาถวายพระพร พ่ออยู่หัว
เฮียจุ้ยประธานชมรมสวนธนได้นำนักปั่นกลุ่มหน้าที่มาถึงพร้อมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกันอย่างกึกก้อง
ส่วนนักปั่นอีกหลายๆท่านที่เดินทางตามกันมา ซึ่งปีนี้มีนักปั่นทั้งมือเก่าขาแรง มือใหม่ เข้าไปรับประกาศนียบัตรกันอย่างเนืองแน่น
พร้อมกับถ่ายรูปคู่กับประกาศนียบัตรที่ยืนยันว่า เราได้ชนะร่างกายและชนะใจตัวเอง ณ.บริเวณริมชายหาดหัวหินกันอย่างมีความสุข
ทีมงานสวนธน GoldCity และทีมงานมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ขอขอบคุณผู้สนับสนุน ดังต่อไปนี้
1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
2. เทศบาลเมืองหัวหิน
3. บริษัท สปอร์ตไบค์ซิเคิล จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายจักรยาน Specialized Colnago
4. บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด สดชื่น สะใจ ตัวจริง ต้องโค้กสิ
5. เครือ เบทาโกร
6. วัดเกตุมดีศรีวราราม จ.สมุทรสาคร
7. โรงเรียนบ้านเขาย้อย จ.เพชรบุรี
8. เครื่องดื่มสปอนเซอร์
9.LA Bicycle
10.Interbike Thailand ( FUJI )
11. อมร ไบซิเคิล
12. Bike Center จักรยาน JAVA
13. จักรยาน WCI
14. บริษัท เอเซียไบค์
15. สาครไบค์ ทีมแกร่งจังหวัดสมุทรสาคร
16. ร้านจักรยาน RS Bicycle
17. ทีมตลาดน้อย โดยเฮียอ๋า
18. บริษัท โปรไบค์ จำกัด จักรยาน TREK
19. บริษัท ราชาจักรยาน จักรยาน OPTIMA
20.Life and Living Bikenet
21. ร้านจักรยาน เค สยาม ไบค์
22. Peaksport Thailandจักรยาน Peak
23. ร้านจักรยาน สมาร์ทไบค์ รังสิต
24.I Bike Shop
25. คุณ ป้อม CeraGlobe Company
26.โรงพยาบาล นครธน
27.ตำรวจทางหลวง
และสุดท้ายต้องขอขอบคุณเพื่อนนักปั่นทุกคนที่มาร่วมงานและให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฏระเบียบของทีมงานกันเป็นอย่างดี
จุดๆนี้ทีมงานขอชมนักปั่นทุกๆท่านอย่างจริงใจครับ
ทีมงานกราบขออภัย หากมีข้อผิดพลาดในทุก ๆ เรื่อง
และกราบขออภัย ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านที่เดินทางในวันดังกล่าว และไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง
ด้วยความเคารพ
ทีมงานสวนธนGoldCity และทีมงานมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี
รูปถ่าย ทีมงานกำลังทำอยู่นะครับ