โพสต์
โดย นพพล »
. นั่นแค่เริ่มต้นสองชั่วโมงแรกของการปั่น ยังมีเวลาอีกค่อนวันที่ผมจะเผชิญหน้ากับความเมื่อยล้านี้
และมันคงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยตามจำนวนหลักกิโลที่ผ่านพ้น ช่วงเที่ยงเราแวะพักกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านข้าวเหนียวไก่ย่างข้างทาง
ถือเป็นการพักผ่อนคลายกล้ามเนื้อไปในตัว หลังจากนั้นก็เริ่มปั่นต่อ สภาพสองข้างทางในช่วงนี้เป็นพื้นที่ราบเรียบโล่งมีไร่นาอยู่ประปราย
เราพบชุมชนเป็นระยะ หนองน้ำที่แห้งผาก ข้าวในนาเหลือแต่ตอ หลังมื้อเที่ยงไม่นานผมก็รู้สึกหมดแรง(อีก)
คราวนี้รู้สึกว่าอาการเมื่อยล้ามันจะลามไปทั่วทั้งตัว บางขณะรู้สึกเมื่อยก้นต้องลุกขึ้นยืนบ่อยครั้ง
อาหารที่กินไปตอนเที่ยงมันยังไม่เผาผลาญดูดซึมเข้าสู่ระบบของร่างกาย อาหารในตอนเช้าที่กินมาไม่มากก็คงจะหมดเผาผลาญไปหมดแล้ว
โชคดีที่เส้นทางช่วงนี้ราบเรียบมองไปสุดตาหาเนินสักเนินก็ไม่เจอ ผมจึงต้องปั่นประคองแรงไปเรื่อยๆ
ช่วงบ่ายอากาศร้อนขึ้น เราจึงแวะพักร้อนใต้ร่มไม้ข้างทาง และไม่ใช่มีเฉพาะเราที่แวะพักใต้ร่มไม้
ฝั่งตรงข้าม นักปั่นฝรั่งสองคนที่ปั่นสวนกับเราเพื่อไปชายแดนไทยก็หาร่มเงาคลายร้อนด้วยเช่นกัน
ระหว่างพักผมหยิบขนมสารพัดที่ซื้อจากร้านค้ามากินสำรองไว้ก่อน นอนพักอยู่ราวสิบห้านาทีจึงเริ่มเดินทางต่อ
หลังได้พักเรี่ยวแรงและพลังกำลังก็ดูเหมือนจะฟื้นตัว ความเมื่อยล้าผ่อนคลายไป แต่ความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน
ความอ่อนซ้อมมันกลับมาทวงหนี้ที่ผมต้องชดใช้ เพราะที่แล้วดูเหมือนจะยังไม่สาสม ความปวดเมื่อยเข้ามารุกคืบอีกครั้ง
ผมปั่นไปต้องเอื้อมมือมาบีบนวดบ่าและไหล่สลับกันไปมา บุญเก่าที่สั่งสมมาจากการปั้นจักรยานมาสิบกว่าปีช่วยอะไรผมไม่ได้
มันคงหมดไปตั้งแต่สองชั่วโมงแรกของการปั่นนั่นแหละ
ราวบ่ายสามโมงเราปั่นข้ามสะพานที่ทอดผ่านแม่น้ำโขงของเมืองปากเซ เรากำลังเข้าสู่หัวเมืองใหญ่ริมชายแดนของลาว
แต่ก่อนที่จะตรงไปสู่เมืองปากเซ เราเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางอันจะนำไปสู่เมืองจำปาสัก
-
ไฟล์แนบ
-

- DSC_0010 - Copy.JPG (328.15 KiB) เข้าดูแล้ว 9681 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย
นพพล เมื่อ 08 ม.ค. 2015, 15:44, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง