สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
WB
- สมาชิก
- โพสต์: 71
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ย. 2013, 12:01
- Bike: IBIS MOJO SL, Cannondal CAAD 10, ORBEA Alma Carbon, TREK 4300, TREK Fuel ex DCLV 9.5, Alex Moulton APB Fx
สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
ปกติขี่ MTB ล้อ 26 นิ้ว ขนาด 15.5 FS / 16 HT / 17 DH รวมทั้ง รถล้อ 20 (AM) ได้หมดไม่มีปัญหาใด
ผมสูง 173 ซม. ตอนนี้อยากลองหมอบ และได้ Cannondale CAAD 10 ขนาด 50 มาคันหนึ่ง ซึ่งน่าจะเล็กไป (เท่าที่ศึกษาตามแหล่งข้อมูลหลายๆ ที่)
ขอประสบการณ์ท่านที่ (จำเป็น) ใช้รถชนาดเล็ก ว่าจะมีผลต่อการขี่อย่างไรบ้างครับ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุง
ป.ล. ไม่เคยขี่หมอบ ซึ่งดูแล้วน่าจะก้มมาก จนอาจมีผลต่อร่างกายได้ เช่น เจ็บหลัง ปวด นู้น นี่ นั่น
หรือมันไม่ต่างกันเท่าไหร่ครับ เพราะเดี๋ยวก็ชินไปเอง
ขอบคุณครับ
ผมสูง 173 ซม. ตอนนี้อยากลองหมอบ และได้ Cannondale CAAD 10 ขนาด 50 มาคันหนึ่ง ซึ่งน่าจะเล็กไป (เท่าที่ศึกษาตามแหล่งข้อมูลหลายๆ ที่)
ขอประสบการณ์ท่านที่ (จำเป็น) ใช้รถชนาดเล็ก ว่าจะมีผลต่อการขี่อย่างไรบ้างครับ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุง
ป.ล. ไม่เคยขี่หมอบ ซึ่งดูแล้วน่าจะก้มมาก จนอาจมีผลต่อร่างกายได้ เช่น เจ็บหลัง ปวด นู้น นี่ นั่น
หรือมันไม่ต่างกันเท่าไหร่ครับ เพราะเดี๋ยวก็ชินไปเอง
ขอบคุณครับ
-
bigmdragon
- ขาประจำ
- โพสต์: 150
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ธ.ค. 2013, 11:14
- Tel: 0831916156
- team: line ID : bg.dragon
- Bike: Bianchi Nirone7 , TOZZ THRUST ,
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
จำเป็นนะครับ ความสูงกับไซต์รถอะ จำเป็นมาก ถ้าเราขี่รถที่ไม่ใช่ไซต์มันจะทำให้ร่างกายเราเจ็บ ชำ
เรามาออกกำลังกายเพื่อนสุขภาพที่ดี แต่ได้สุขภาพที่ไม่ดีไป มันจะทำให้เราเลิกปั่นไป
"เดี๋ยวก็ชินไป" คือเราไม่ได้ปั่นแค่ ครึ่งชั่วโมงนะครับ ปกติเขาปั่นกันประมาณ 2-3 ชั่วโมงนะครับ ระยะทางก็ 80-100 กม.
ลองคิดดูครับ

เรามาออกกำลังกายเพื่อนสุขภาพที่ดี แต่ได้สุขภาพที่ไม่ดีไป มันจะทำให้เราเลิกปั่นไป
"เดี๋ยวก็ชินไป" คือเราไม่ได้ปั่นแค่ ครึ่งชั่วโมงนะครับ ปกติเขาปั่นกันประมาณ 2-3 ชั่วโมงนะครับ ระยะทางก็ 80-100 กม.
ลองคิดดูครับ
-
Mahasanook
- ขาประจำ
- โพสต์: 172
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2013, 09:31
- Bike: AV25
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
หากเป็นผมๆจะถ่ายรูปตอนขึ้นขี่เอามาให้เพื่อนๆในนี้ช่วยดูครับ...ผมเห็นโปรฝรั่งในทัวร์ต่างๆที่ในสื่อต่างๆ ขี่ size เล็กกว่าตัวเยอะแยะไปครับ
... แต่สาระสำคัญผมว่าขี่แล้วต้องไม่ทำให้ร่างกายบาดเจ็บครับ
... แต่สาระสำคัญผมว่าขี่แล้วต้องไม่ทำให้ร่างกายบาดเจ็บครับ
-
lotus
- ขาประจำ
- โพสต์: 4611
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 03:57
- team: รวมมิตร
- Bike: Wheeler Ti, CSK หมอบ
- ติดต่อ:
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
จขกท เข้าใจผิด ไม่เล็กหรอกครับ พอดีตัวเลย
คนสูง 175-176 ปั่น 52 พอดีตัว
คนสูง 178-179 ปั่น 54 พอดีตัว
คนสูง 175-176 ปั่น 52 พอดีตัว
คนสูง 178-179 ปั่น 54 พอดีตัว
- โบ้เอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1038
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:08
- Tel: 0818414635
- team: STADIUM BIKE
- ติดต่อ:
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
ยืนยันตามนี้เลยครับlotus เขียน:จขกท เข้าใจผิด ไม่เล็กหรอกครับ พอดีตัวเลย
คนสูง 175-176 ปั่น 52 พอดีตัว
คนสูง 178-179 ปั่น 54 พอดีตัว
จขกท. ความสูงเท่าผมเลย ก่อนหน้าCAAD10 ผมใช้เฟรมTREK size52
แต่เปลี่ยนเฟรมCAAD10 size52 มันใหญ่ ขี่แล้วอึดอัด
มาเปลี่ยนเป็นsize 50 ขี่สนุก สบายขึ้นเยอะครับ
Stadium Bike Club======>www.stadiumbike.com
แนวTOURINGน้องใหม่====>มิตรภาพเพื่อนเก่าบนหลังอาน Old Friends Bike Trip
แนวTOURINGน้องใหม่====>มิตรภาพเพื่อนเก่าบนหลังอาน Old Friends Bike Trip
-
TJA
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
- team: ลูกเจี๊ยบส์
- Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
- ติดต่อ:
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
สูง173/Caad10 size50 ถูกไซส์แล้วครับบบบบ
.-_-.
.-_-.
-
nuno007
- ขาประจำ
- โพสต์: 272
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2012, 23:02
- Tel: 0840127009
- team: Pantera
- Bike: ,merida scultura903 , an.design
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
ถูกไซด์แล้วครับ
ผม 173 ขี่ 52 รู้สึกเอื้อมและเพลียครับ
ถ้ามีตัง แนะนำให้ไป fitting ครับ
ผม 173 ขี่ 52 รู้สึกเอื้อมและเพลียครับ
ถ้ามีตัง แนะนำให้ไป fitting ครับ
-
sexton
- ขาประจำ
- โพสต์: 824
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มิ.ย. 2013, 11:21
- Tel: 0875576081
- Bike: orbea oiz , cannondale super six , Giant TCR advanced , Giant TCR Composite , swift RS-1 , swift Ti Drapac , Sarto Lampo
- ติดต่อ:
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
มายืนยันตามพี่ๆด้านบนว่าท่านมาถูกทางแล้วครับ ไซ้ส์รถกับความสูงดีแล้วครับ ลองเซทรถดูก่อนมีวิธีชดเชยในส่วนที่เรารู้สึกว่ามันไม่พอดีกับเราอีกเช่น ความยาวสเตม ความกว้างของแฮนด์ หลักอานเยื้องหลัง ขาจาน ความสูง ต่ำ ของซาง
มีเซทรถอีกแนวคือลดลงมาอีกไซ้ส์ (คร่อมไซ้ส์) แล้วใช้พวกสเตมจู๋ม้า เซทแฮนด์ดรอปต่ำๆ หลังอานเยื้องหลังแถมถอยเบาะไปหลังๆอีก ตัดซางกุดๆ มันจะได้ลุคแบบโปรครับ รถสวย ขี่ได้ครับแบบนี้แต่สังขารขี่ไหวไหมเสี่ยงเอาเองน่ะครับ
ส่วนเฟรมใหญ่ไปขายทิ้งอย่างเดียวเซทยากครับ
ผมก็มาจากภูเขาพอมาหมอบแล้วไม่กลับไปอีกเลย เรื่องร่างกายปรับสภาพไม่นานและไม่ยากเท่าไหร่หรอกครับแต่รถมันต้องเหมาะกับตัวเราอันนี้สำคัญที่สุด
มีเซทรถอีกแนวคือลดลงมาอีกไซ้ส์ (คร่อมไซ้ส์) แล้วใช้พวกสเตมจู๋ม้า เซทแฮนด์ดรอปต่ำๆ หลังอานเยื้องหลังแถมถอยเบาะไปหลังๆอีก ตัดซางกุดๆ มันจะได้ลุคแบบโปรครับ รถสวย ขี่ได้ครับแบบนี้แต่สังขารขี่ไหวไหมเสี่ยงเอาเองน่ะครับ
ส่วนเฟรมใหญ่ไปขายทิ้งอย่างเดียวเซทยากครับ
ผมก็มาจากภูเขาพอมาหมอบแล้วไม่กลับไปอีกเลย เรื่องร่างกายปรับสภาพไม่นานและไม่ยากเท่าไหร่หรอกครับแต่รถมันต้องเหมาะกับตัวเราอันนี้สำคัญที่สุด
-
WB
- สมาชิก
- โพสต์: 71
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ย. 2013, 12:01
- Bike: IBIS MOJO SL, Cannondal CAAD 10, ORBEA Alma Carbon, TREK 4300, TREK Fuel ex DCLV 9.5, Alex Moulton APB Fx
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
ขอบคุณทุกคำตอบครับ รู้สึกสบายใจขึ้น
รอรถมาพรุ่งนี้ ค่อยปรับรถให้เข้ากับคน แล้วหลังจากนั้น ปรับคนให้เข้ากับรถอีกที
รอรถมาพรุ่งนี้ ค่อยปรับรถให้เข้ากับคน แล้วหลังจากนั้น ปรับคนให้เข้ากับรถอีกที
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
ไม่ได้จะมาทำให้เขว แต่จะเอาข้อเท็จจริงมาเล่าสู่กันฟัง
ถ้าจะเอาตามความเห็นของเพื่อนๆสมาชิกในนี้ ผมเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ก็เชียร์ให้คุณใช้รถขนาด 50 ทั้งๆที่ผู้ผลิตเองจะบอกเลยว่าคุณควรจะใช้รถขนาด 52 ด้วยซ้ำไป
เรื่องหนึ่งที่ควรจะทราบก็คือ วิธีการ fitting รถให้ลงตัวกับสัดส่วนผู้ขี่นั้น มันมีมากกว่า 1 ตำรา ซึ่งนั่นแปลว่า จะมีอย่างน้อยก็ 2 ขนาดที่เราสามารถเลือกได้
สัดส่วนที่เป็นมาตรฐานตามที่ผู้ผลิตแนะนำจะเป็นขนาดที่พวกเราส่วนใหญ่"รู้สึก"ว่ามันใหญ่ไป 1 ขนาด ( ถ้าจำไม่ผิด มันเป็นสูตรของ Greg Lemond ) ซึ่งจริงๆแล้ว มันเป็นขนาดที่ขี่สบาย เครียดน้อย บังคับควบคุมรถได้เป็นกลาง ทำไม? ก็เพราะมันเป็นลักษณะที่เขาออกแบบมาสำหรับ"คนทั่วไป" รถที่เขาแนะนำจะใช้ stem ยาวราวๆ 90mm ซึ่งหลายคนอาจจะดูว่ามันสั้นไปหรือเปล่า ท่อบนมันยาวไปนะ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว รถลักษณะนี้จะขี่ง่าย เพราะน้ำหนักที่ตกลงไปที่ล้อหลังที่มากขึ้น ทำให้รถมีเสถียรภาพในทางตรงได้ดีขึ้น ลงเขาได้อย่างปลอดภัยขึ้น แน่นอนครับ รถมันอาจจะเลี้ยวไม่กระฉับกระเฉงนัก แต่ต้องเข้าใจนิยามของคำว่า"คนทั่วไป"ให้ดีก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นทางผู้ผลิตเขาคงจะไม่แนะนำอะไรที่คล้ายๆกันไปทุกๆบริษัท
แล้วทำไมเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่จึงแนะนำให้คุณใช้รถขนาด 50 ก็เพราะว่ามันเป็นการเลือกขนาดรถในลักษณะ competition ซึ่งนั่นหมายถึงการเลือกรถในแบบนักแข่งหรือ Pro นั่นเอง การเลือกขนาดรถในลักษณะ competition จะได้รถที่หน้าตาหล่อครับ ยิ่งดูรายการแข่งมากๆ เห็นรถ เห็นท่าปั่นของโปรเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอาการ"อิน" ขึ้นมาแบบยากต่อการถอนตัว
การเลือกรถแบบโปรนั้น จะได้รถที่มีขนาดเล็กกว่าคนทั่วไปอยู่ 1 ขนาด สิ่งที่ตามมาคือ รถคันนั้นจะเป็นรถที่ว่องไว ปราดเปรียว และพร้อมจะรับใช้ในทุกๆลีลา แต่ผลข้างเคียงก็คือ รถพวกนี้จะมีเสถียรภาพที่ลดลง ถ้ามือไม่แข็ง ทักษะไม่ดีเหมือนโปร , ปล่อยมือไม่เป็น , ยังไม่สามารถที่จะหยิบกระติกน้ำมากินพร้อมๆกับปั่นไปด้วยได้ , สะบัดรถหลบสิ่งกีดขวางที่ความเร็วสูงๆไม่เป็น ผู้ปั่นก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะลงไป"วัดพื้น"ได้ง่ายๆเช่นกัน แน่นอนครับ รถในลักษณะนี้ คุณจะได้ใช้ stem ที่ยาวขึ้นอีกอย่างน้อยก็ 10 mm หละ หลักอานก็จะยืดยาวชักออกไปได้สูงขึ้นอีก เป็นไงครับ หลับตาดูแล้วมันหล่อมากเลยใช่ไหมครับ
รถที่เล็กลงมา 1 ขนาด คุณจะพบกับอะไรบ้าง
1. ท่อคอเตี้ยลง พูดง่ายๆว่า ระยะ stack จะเตี้ยลง สิ่งที่เจอก็คือ จะสามารถก้มลงมาได้มากขึ้น แล้วถ้าก้มไม่ไหวหละ ก็ต้องรองแหวนให้กลายเป็นกระเหรี่ยงคอยาว ( สวยตายแหละ ) แล้วถ้าหากเป็นซางคาร์บอน ก็ให้นึกถึงกฎความปลอดภัยข้อหนึ่งที่ว่า ความยาวของซางที่งอกพ้นลูกปืนคอตัวบน จนถึงด้านล่างของstem ไม่ควรจะยาวเกิน 40mm ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าหากฝาปิดลูกปืนถ้วยคอตัวบนสูง 15mm ( เป็นขนาดที่พบได้บ่อย ) นั่นแปลว่า คุณจะรองแหวนขึ้นไปอีกไม่ควรจะมากกว่า 25mm ถามว่าระยะที่ยาวเกินกว่า 40mm มีผลเสียอะไรไหม ก็ตอบตามคำแนะนำของผู้ผลิตว่า มันจะทำให้เกิดการโยกซางคาร์บอนไปมาได้มากขึ้น เพิ่มความล้าให้กับเนื้อวัสดุ และอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ง่ายๆ อันนี้เป็นแค่คำเตือนตามประสากม.ที่ต้องระบุเอาไว้ ไม่เช่นนั้นแล้ว ขี่ๆไปซางหัก ทางผู้ผลิตจะโดนฟ้องหมดเนื้อหมดตัวเอาง่ายๆ
2. ท่อบนสั้นลง พูดง่ายๆว่า ระยะ reach จะสั้นลง สิ่งที่เจอก็คือ คุณจะต้องใช้ stem ที่ยาวขึ้น ยิ่งถ้าคบกับพวกแฮนด์compact ที่มีระยะreachสั้นๆด้วยแล้ว อาจจะได้ใช้ stem 110 หรือ 120mm เลยครับ ครับดูสวย แต่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะครับ stemที่ยาวขึ้น หมายถึงน้ำหนักที่จะตกลงไปที่ล้อหน้าจะมีมากขึ้น ก้มต่ำจากข้อ 1. หน้ายื่นจากข้อ 2. นั่นแปลว่า ความเสี่ยงที่จะบินข้ามแฮนด์ก็จะเพิ่มตามไปด้วย คราวนี้ก็มาอยู่กันที่ทักษะหละครับ ( คนทั่วไปเขาจึงไม่แนะนำให้เลือกแบบนี้ ) แล้วถามว่า จะถอยอานไปด้านหลังเพื่อชดเชยได้หรือเปล่า การถอยอานไปด้านหลังจะส่งผลเสียทำให้มุมสะโพกแคบลง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อก้นย้อยจะด้อยลงไป ทำให้ลดแรงกดบันไดลงไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อถอยเบาะไปด้านหลังมากขึ้น มุมลำตัวจะยิ่งแบนราบ ช่องท้องจะปิด ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหายใจแบบรุนแรง
3. ท่อนั่งสั้นลง แน่นอนครับ หลักอานก็ต้องงอกยาวขึ้นไปอีก คราวนี้สำหรับ CAAD10 อาจจะไม่มีปัญหานะครับ เพราะหลักอานคุณต้องสรรหาเอาเอง แต่สำหรับรถบางยี่ห้อที่เป็นหลักอานที่ทำมาคู่กับเฟรม แล้วดันคิดมาก คิดเยอะ คิดเผื่อ ก็เลยทำหลักอานให้มีความยาวเหมาะสมตามขนาดเฟรม นั่นแปลว่า เลือกรถเล็กมาขี่ ชักหลักอานขึ้นมาแล้วหลักอานยาวไม่พอ เคยเจอกันไหมครับ Bianchi Oltre เป็นcaseที่สามารถแนะนำให้ได้เลยครับ เช่น ผมอยากขี่รถขนาด 47 ทั้งๆที่ขนาด 50 ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรไปหนักหนา ขี่สบายด้วยซ้ำไป ก้มได้มากพอแล้ว พอจะไปเอาขนาด 47มาขี่ สิ่งที่เจอก็คือ หลักอานที่มากับรถ ความยาวไม่พอกับ inseem ของผมหนะดิครับ
4. เฟรมเบาลงเพราะเนื้อวัสดุน้อยลง รถstiffขึ้นเพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบเผื่อรถขนาดเล็ก (ผิดกับบางค่ายที่กล้าพูดว่ารถทุกๆsizeของเขาstiff เท่ากัน นุ่มเท่ากัน ) และกระด้างขึ้นเช่นกัน ผมเองเคยขี่ CAAD10 size 50 มาก่อน แล้วบ่นว่าระยะreachมันเยอะไปนิดหนึ่ง รถมันนิ่งดีแต่ขี่ไม่สนุก วันหนึ่งก็ไปหา CAAD10 size 48 มาขี่ โห นี่เลย ถูกใจสุด พริ้วได้ทุกลีลา แต่สะเทือนสาหัสสากรรจ์ save stay ที่คุยว่านุ่ม ที่เคยเจอกันมาตอนใช้ขนาด 50 พอมาเป็น 48ทำไมมันถึงเก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด แม้แต่ด้านหน้าที่ใช้ตะเกียบฟูลคาร์บอน ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด
เจ้าของกระทู้เคยขี่เสือภูเขามาก่อน ผมเชื่อในทักษะครับ การที่คุณเลือกรถขนาด 50 ผมว่าคุณจะสนุกสนานกับมันมากกว่าที่จะเลือกขนาด 52
แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่เริ่มต้นจริงๆ ไม่มีประสพการณ์การปั่นในเส้นทางคดเคี้ยวมาก่อน ปล่อยมือไม่เป็น ยกล้อไม่ได้ เข้าทางคดเคี้ยวแล้วแหกชนข้างทางหรือล้มตอนออกโค้ง แบบนี้เลือกขนาด52จะปลอดภัยกว่า
ถ้าจะเอาตามความเห็นของเพื่อนๆสมาชิกในนี้ ผมเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ก็เชียร์ให้คุณใช้รถขนาด 50 ทั้งๆที่ผู้ผลิตเองจะบอกเลยว่าคุณควรจะใช้รถขนาด 52 ด้วยซ้ำไป
เรื่องหนึ่งที่ควรจะทราบก็คือ วิธีการ fitting รถให้ลงตัวกับสัดส่วนผู้ขี่นั้น มันมีมากกว่า 1 ตำรา ซึ่งนั่นแปลว่า จะมีอย่างน้อยก็ 2 ขนาดที่เราสามารถเลือกได้
สัดส่วนที่เป็นมาตรฐานตามที่ผู้ผลิตแนะนำจะเป็นขนาดที่พวกเราส่วนใหญ่"รู้สึก"ว่ามันใหญ่ไป 1 ขนาด ( ถ้าจำไม่ผิด มันเป็นสูตรของ Greg Lemond ) ซึ่งจริงๆแล้ว มันเป็นขนาดที่ขี่สบาย เครียดน้อย บังคับควบคุมรถได้เป็นกลาง ทำไม? ก็เพราะมันเป็นลักษณะที่เขาออกแบบมาสำหรับ"คนทั่วไป" รถที่เขาแนะนำจะใช้ stem ยาวราวๆ 90mm ซึ่งหลายคนอาจจะดูว่ามันสั้นไปหรือเปล่า ท่อบนมันยาวไปนะ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว รถลักษณะนี้จะขี่ง่าย เพราะน้ำหนักที่ตกลงไปที่ล้อหลังที่มากขึ้น ทำให้รถมีเสถียรภาพในทางตรงได้ดีขึ้น ลงเขาได้อย่างปลอดภัยขึ้น แน่นอนครับ รถมันอาจจะเลี้ยวไม่กระฉับกระเฉงนัก แต่ต้องเข้าใจนิยามของคำว่า"คนทั่วไป"ให้ดีก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นทางผู้ผลิตเขาคงจะไม่แนะนำอะไรที่คล้ายๆกันไปทุกๆบริษัท
แล้วทำไมเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่จึงแนะนำให้คุณใช้รถขนาด 50 ก็เพราะว่ามันเป็นการเลือกขนาดรถในลักษณะ competition ซึ่งนั่นหมายถึงการเลือกรถในแบบนักแข่งหรือ Pro นั่นเอง การเลือกขนาดรถในลักษณะ competition จะได้รถที่หน้าตาหล่อครับ ยิ่งดูรายการแข่งมากๆ เห็นรถ เห็นท่าปั่นของโปรเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอาการ"อิน" ขึ้นมาแบบยากต่อการถอนตัว
การเลือกรถแบบโปรนั้น จะได้รถที่มีขนาดเล็กกว่าคนทั่วไปอยู่ 1 ขนาด สิ่งที่ตามมาคือ รถคันนั้นจะเป็นรถที่ว่องไว ปราดเปรียว และพร้อมจะรับใช้ในทุกๆลีลา แต่ผลข้างเคียงก็คือ รถพวกนี้จะมีเสถียรภาพที่ลดลง ถ้ามือไม่แข็ง ทักษะไม่ดีเหมือนโปร , ปล่อยมือไม่เป็น , ยังไม่สามารถที่จะหยิบกระติกน้ำมากินพร้อมๆกับปั่นไปด้วยได้ , สะบัดรถหลบสิ่งกีดขวางที่ความเร็วสูงๆไม่เป็น ผู้ปั่นก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะลงไป"วัดพื้น"ได้ง่ายๆเช่นกัน แน่นอนครับ รถในลักษณะนี้ คุณจะได้ใช้ stem ที่ยาวขึ้นอีกอย่างน้อยก็ 10 mm หละ หลักอานก็จะยืดยาวชักออกไปได้สูงขึ้นอีก เป็นไงครับ หลับตาดูแล้วมันหล่อมากเลยใช่ไหมครับ
รถที่เล็กลงมา 1 ขนาด คุณจะพบกับอะไรบ้าง
1. ท่อคอเตี้ยลง พูดง่ายๆว่า ระยะ stack จะเตี้ยลง สิ่งที่เจอก็คือ จะสามารถก้มลงมาได้มากขึ้น แล้วถ้าก้มไม่ไหวหละ ก็ต้องรองแหวนให้กลายเป็นกระเหรี่ยงคอยาว ( สวยตายแหละ ) แล้วถ้าหากเป็นซางคาร์บอน ก็ให้นึกถึงกฎความปลอดภัยข้อหนึ่งที่ว่า ความยาวของซางที่งอกพ้นลูกปืนคอตัวบน จนถึงด้านล่างของstem ไม่ควรจะยาวเกิน 40mm ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าหากฝาปิดลูกปืนถ้วยคอตัวบนสูง 15mm ( เป็นขนาดที่พบได้บ่อย ) นั่นแปลว่า คุณจะรองแหวนขึ้นไปอีกไม่ควรจะมากกว่า 25mm ถามว่าระยะที่ยาวเกินกว่า 40mm มีผลเสียอะไรไหม ก็ตอบตามคำแนะนำของผู้ผลิตว่า มันจะทำให้เกิดการโยกซางคาร์บอนไปมาได้มากขึ้น เพิ่มความล้าให้กับเนื้อวัสดุ และอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ง่ายๆ อันนี้เป็นแค่คำเตือนตามประสากม.ที่ต้องระบุเอาไว้ ไม่เช่นนั้นแล้ว ขี่ๆไปซางหัก ทางผู้ผลิตจะโดนฟ้องหมดเนื้อหมดตัวเอาง่ายๆ
2. ท่อบนสั้นลง พูดง่ายๆว่า ระยะ reach จะสั้นลง สิ่งที่เจอก็คือ คุณจะต้องใช้ stem ที่ยาวขึ้น ยิ่งถ้าคบกับพวกแฮนด์compact ที่มีระยะreachสั้นๆด้วยแล้ว อาจจะได้ใช้ stem 110 หรือ 120mm เลยครับ ครับดูสวย แต่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะครับ stemที่ยาวขึ้น หมายถึงน้ำหนักที่จะตกลงไปที่ล้อหน้าจะมีมากขึ้น ก้มต่ำจากข้อ 1. หน้ายื่นจากข้อ 2. นั่นแปลว่า ความเสี่ยงที่จะบินข้ามแฮนด์ก็จะเพิ่มตามไปด้วย คราวนี้ก็มาอยู่กันที่ทักษะหละครับ ( คนทั่วไปเขาจึงไม่แนะนำให้เลือกแบบนี้ ) แล้วถามว่า จะถอยอานไปด้านหลังเพื่อชดเชยได้หรือเปล่า การถอยอานไปด้านหลังจะส่งผลเสียทำให้มุมสะโพกแคบลง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อก้นย้อยจะด้อยลงไป ทำให้ลดแรงกดบันไดลงไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อถอยเบาะไปด้านหลังมากขึ้น มุมลำตัวจะยิ่งแบนราบ ช่องท้องจะปิด ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหายใจแบบรุนแรง
3. ท่อนั่งสั้นลง แน่นอนครับ หลักอานก็ต้องงอกยาวขึ้นไปอีก คราวนี้สำหรับ CAAD10 อาจจะไม่มีปัญหานะครับ เพราะหลักอานคุณต้องสรรหาเอาเอง แต่สำหรับรถบางยี่ห้อที่เป็นหลักอานที่ทำมาคู่กับเฟรม แล้วดันคิดมาก คิดเยอะ คิดเผื่อ ก็เลยทำหลักอานให้มีความยาวเหมาะสมตามขนาดเฟรม นั่นแปลว่า เลือกรถเล็กมาขี่ ชักหลักอานขึ้นมาแล้วหลักอานยาวไม่พอ เคยเจอกันไหมครับ Bianchi Oltre เป็นcaseที่สามารถแนะนำให้ได้เลยครับ เช่น ผมอยากขี่รถขนาด 47 ทั้งๆที่ขนาด 50 ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรไปหนักหนา ขี่สบายด้วยซ้ำไป ก้มได้มากพอแล้ว พอจะไปเอาขนาด 47มาขี่ สิ่งที่เจอก็คือ หลักอานที่มากับรถ ความยาวไม่พอกับ inseem ของผมหนะดิครับ
4. เฟรมเบาลงเพราะเนื้อวัสดุน้อยลง รถstiffขึ้นเพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบเผื่อรถขนาดเล็ก (ผิดกับบางค่ายที่กล้าพูดว่ารถทุกๆsizeของเขาstiff เท่ากัน นุ่มเท่ากัน ) และกระด้างขึ้นเช่นกัน ผมเองเคยขี่ CAAD10 size 50 มาก่อน แล้วบ่นว่าระยะreachมันเยอะไปนิดหนึ่ง รถมันนิ่งดีแต่ขี่ไม่สนุก วันหนึ่งก็ไปหา CAAD10 size 48 มาขี่ โห นี่เลย ถูกใจสุด พริ้วได้ทุกลีลา แต่สะเทือนสาหัสสากรรจ์ save stay ที่คุยว่านุ่ม ที่เคยเจอกันมาตอนใช้ขนาด 50 พอมาเป็น 48ทำไมมันถึงเก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด แม้แต่ด้านหน้าที่ใช้ตะเกียบฟูลคาร์บอน ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด
เจ้าของกระทู้เคยขี่เสือภูเขามาก่อน ผมเชื่อในทักษะครับ การที่คุณเลือกรถขนาด 50 ผมว่าคุณจะสนุกสนานกับมันมากกว่าที่จะเลือกขนาด 52
แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่เริ่มต้นจริงๆ ไม่มีประสพการณ์การปั่นในเส้นทางคดเคี้ยวมาก่อน ปล่อยมือไม่เป็น ยกล้อไม่ได้ เข้าทางคดเคี้ยวแล้วแหกชนข้างทางหรือล้มตอนออกโค้ง แบบนี้เลือกขนาด52จะปลอดภัยกว่า
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
sexton
- ขาประจำ
- โพสต์: 824
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มิ.ย. 2013, 11:21
- Tel: 0875576081
- Bike: orbea oiz , cannondale super six , Giant TCR advanced , Giant TCR Composite , swift RS-1 , swift Ti Drapac , Sarto Lampo
- ติดต่อ:
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
เจออาจารย์ลูมาเม้นท์ต่อนี่รอยหยักเพิ่มอีก ขอบคุณคร้าบบบบจารย์ 
-
WB
- สมาชิก
- โพสต์: 71
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ย. 2013, 12:01
- Bike: IBIS MOJO SL, Cannondal CAAD 10, ORBEA Alma Carbon, TREK 4300, TREK Fuel ex DCLV 9.5, Alex Moulton APB Fx
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
ขอบคุณ "อ. lucifer" มากครับที่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ ผมจะใช้เป็นแนวทางในการปรับแต่งรถให้เข้ากับตัว ตามคำแนะนำครับ
-
miu
- ขาประจำ
- โพสต์: 201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ต.ค. 2010, 12:40
- ติดต่อ:
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
อ่านแล้วกระจ่างแจ้ง ยิ่งได้อ่านลายเซ็นของอาจารย์ลู( ขออนุญาตเรียกนะครับ)ยิ่งแจ่มแจ้งไปใหญ่lucifer เขียน:ไม่ได้จะมาทำให้เขว แต่จะเอาข้อเท็จจริงมาเล่าสู่กันฟัง
ถ้าจะเอาตามความเห็นของเพื่อนๆสมาชิกในนี้ ผมเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ก็เชียร์ให้คุณใช้รถขนาด 50 ทั้งๆที่ผู้ผลิตเองจะบอกเลยว่าคุณควรจะใช้รถขนาด 52 ด้วยซ้ำไป
เรื่องหนึ่งที่ควรจะทราบก็คือ วิธีการ fitting รถให้ลงตัวกับสัดส่วนผู้ขี่นั้น มันมีมากกว่า 1 ตำรา ซึ่งนั่นแปลว่า จะมีอย่างน้อยก็ 2 ขนาดที่เราสามารถเลือกได้
สัดส่วนที่เป็นมาตรฐานตามที่ผู้ผลิตแนะนำจะเป็นขนาดที่พวกเราส่วนใหญ่"รู้สึก"ว่ามันใหญ่ไป 1 ขนาด ( ถ้าจำไม่ผิด มันเป็นสูตรของ Greg Lemond ) ซึ่งจริงๆแล้ว มันเป็นขนาดที่ขี่สบาย เครียดน้อย บังคับควบคุมรถได้เป็นกลาง ทำไม? ก็เพราะมันเป็นลักษณะที่เขาออกแบบมาสำหรับ"คนทั่วไป" รถที่เขาแนะนำจะใช้ stem ยาวราวๆ 90mm ซึ่งหลายคนอาจจะดูว่ามันสั้นไปหรือเปล่า ท่อบนมันยาวไปนะ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว รถลักษณะนี้จะขี่ง่าย เพราะน้ำหนักที่ตกลงไปที่ล้อหลังที่มากขึ้น ทำให้รถมีเสถียรภาพในทางตรงได้ดีขึ้น ลงเขาได้อย่างปลอดภัยขึ้น แน่นอนครับ รถมันอาจจะเลี้ยวไม่กระฉับกระเฉงนัก แต่ต้องเข้าใจนิยามของคำว่า"คนทั่วไป"ให้ดีก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นทางผู้ผลิตเขาคงจะไม่แนะนำอะไรที่คล้ายๆกันไปทุกๆบริษัท
แล้วทำไมเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่จึงแนะนำให้คุณใช้รถขนาด 50 ก็เพราะว่ามันเป็นการเลือกขนาดรถในลักษณะ competition ซึ่งนั่นหมายถึงการเลือกรถในแบบนักแข่งหรือ Pro นั่นเอง การเลือกขนาดรถในลักษณะ competition จะได้รถที่หน้าตาหล่อครับ ยิ่งดูรายการแข่งมากๆ เห็นรถ เห็นท่าปั่นของโปรเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอาการ"อิน" ขึ้นมาแบบยากต่อการถอนตัว
การเลือกรถแบบโปรนั้น จะได้รถที่มีขนาดเล็กกว่าคนทั่วไปอยู่ 1 ขนาด สิ่งที่ตามมาคือ รถคันนั้นจะเป็นรถที่ว่องไว ปราดเปรียว และพร้อมจะรับใช้ในทุกๆลีลา แต่ผลข้างเคียงก็คือ รถพวกนี้จะมีเสถียรภาพที่ลดลง ถ้ามือไม่แข็ง ทักษะไม่ดีเหมือนโปร , ปล่อยมือไม่เป็น , ยังไม่สามารถที่จะหยิบกระติกน้ำมากินพร้อมๆกับปั่นไปด้วยได้ , สะบัดรถหลบสิ่งกีดขวางที่ความเร็วสูงๆไม่เป็น ผู้ปั่นก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะลงไป"วัดพื้น"ได้ง่ายๆเช่นกัน แน่นอนครับ รถในลักษณะนี้ คุณจะได้ใช้ stem ที่ยาวขึ้นอีกอย่างน้อยก็ 10 mm หละ หลักอานก็จะยืดยาวชักออกไปได้สูงขึ้นอีก เป็นไงครับ หลับตาดูแล้วมันหล่อมากเลยใช่ไหมครับ
รถที่เล็กลงมา 1 ขนาด คุณจะพบกับอะไรบ้าง
1. ท่อคอเตี้ยลง พูดง่ายๆว่า ระยะ stack จะเตี้ยลง สิ่งที่เจอก็คือ จะสามารถก้มลงมาได้มากขึ้น แล้วถ้าก้มไม่ไหวหละ ก็ต้องรองแหวนให้กลายเป็นกระเหรี่ยงคอยาว ( สวยตายแหละ ) แล้วถ้าหากเป็นซางคาร์บอน ก็ให้นึกถึงกฎความปลอดภัยข้อหนึ่งที่ว่า ความยาวของซางที่งอกพ้นลูกปืนคอตัวบน จนถึงด้านล่างของstem ไม่ควรจะยาวเกิน 40mm ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าหากฝาปิดลูกปืนถ้วยคอตัวบนสูง 15mm ( เป็นขนาดที่พบได้บ่อย ) นั่นแปลว่า คุณจะรองแหวนขึ้นไปอีกไม่ควรจะมากกว่า 25mm ถามว่าระยะที่ยาวเกินกว่า 40mm มีผลเสียอะไรไหม ก็ตอบตามคำแนะนำของผู้ผลิตว่า มันจะทำให้เกิดการโยกซางคาร์บอนไปมาได้มากขึ้น เพิ่มความล้าให้กับเนื้อวัสดุ และอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ง่ายๆ อันนี้เป็นแค่คำเตือนตามประสากม.ที่ต้องระบุเอาไว้ ไม่เช่นนั้นแล้ว ขี่ๆไปซางหัก ทางผู้ผลิตจะโดนฟ้องหมดเนื้อหมดตัวเอาง่ายๆ
2. ท่อบนสั้นลง พูดง่ายๆว่า ระยะ reach จะสั้นลง สิ่งที่เจอก็คือ คุณจะต้องใช้ stem ที่ยาวขึ้น ยิ่งถ้าคบกับพวกแฮนด์compact ที่มีระยะreachสั้นๆด้วยแล้ว อาจจะได้ใช้ stem 110 หรือ 120mm เลยครับ ครับดูสวย แต่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะครับ stemที่ยาวขึ้น หมายถึงน้ำหนักที่จะตกลงไปที่ล้อหน้าจะมีมากขึ้น ก้มต่ำจากข้อ 1. หน้ายื่นจากข้อ 2. นั่นแปลว่า ความเสี่ยงที่จะบินข้ามแฮนด์ก็จะเพิ่มตามไปด้วย คราวนี้ก็มาอยู่กันที่ทักษะหละครับ ( คนทั่วไปเขาจึงไม่แนะนำให้เลือกแบบนี้ ) แล้วถามว่า จะถอยอานไปด้านหลังเพื่อชดเชยได้หรือเปล่า การถอยอานไปด้านหลังจะส่งผลเสียทำให้มุมสะโพกแคบลง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อก้นย้อยจะด้อยลงไป ทำให้ลดแรงกดบันไดลงไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อถอยเบาะไปด้านหลังมากขึ้น มุมลำตัวจะยิ่งแบนราบ ช่องท้องจะปิด ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหายใจแบบรุนแรง
3. ท่อนั่งสั้นลง แน่นอนครับ หลักอานก็ต้องงอกยาวขึ้นไปอีก คราวนี้สำหรับ CAAD10 อาจจะไม่มีปัญหานะครับ เพราะหลักอานคุณต้องสรรหาเอาเอง แต่สำหรับรถบางยี่ห้อที่เป็นหลักอานที่ทำมาคู่กับเฟรม แล้วดันคิดมาก คิดเยอะ คิดเผื่อ ก็เลยทำหลักอานให้มีความยาวเหมาะสมตามขนาดเฟรม นั่นแปลว่า เลือกรถเล็กมาขี่ ชักหลักอานขึ้นมาแล้วหลักอานยาวไม่พอ เคยเจอกันไหมครับ Bianchi Oltre เป็นcaseที่สามารถแนะนำให้ได้เลยครับ เช่น ผมอยากขี่รถขนาด 47 ทั้งๆที่ขนาด 50 ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรไปหนักหนา ขี่สบายด้วยซ้ำไป ก้มได้มากพอแล้ว พอจะไปเอาขนาด 47มาขี่ สิ่งที่เจอก็คือ หลักอานที่มากับรถ ความยาวไม่พอกับ inseem ของผมหนะดิครับ
4. เฟรมเบาลงเพราะเนื้อวัสดุน้อยลง รถstiffขึ้นเพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบเผื่อรถขนาดเล็ก (ผิดกับบางค่ายที่กล้าพูดว่ารถทุกๆsizeของเขาstiff เท่ากัน นุ่มเท่ากัน ) และกระด้างขึ้นเช่นกัน ผมเองเคยขี่ CAAD10 size 50 มาก่อน แล้วบ่นว่าระยะreachมันเยอะไปนิดหนึ่ง รถมันนิ่งดีแต่ขี่ไม่สนุก วันหนึ่งก็ไปหา CAAD10 size 48 มาขี่ โห นี่เลย ถูกใจสุด พริ้วได้ทุกลีลา แต่สะเทือนสาหัสสากรรจ์ save stay ที่คุยว่านุ่ม ที่เคยเจอกันมาตอนใช้ขนาด 50 พอมาเป็น 48ทำไมมันถึงเก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด แม้แต่ด้านหน้าที่ใช้ตะเกียบฟูลคาร์บอน ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด
เจ้าของกระทู้เคยขี่เสือภูเขามาก่อน ผมเชื่อในทักษะครับ การที่คุณเลือกรถขนาด 50 ผมว่าคุณจะสนุกสนานกับมันมากกว่าที่จะเลือกขนาด 52
แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่เริ่มต้นจริงๆ ไม่มีประสพการณ์การปั่นในเส้นทางคดเคี้ยวมาก่อน ปล่อยมือไม่เป็น ยกล้อไม่ได้ เข้าทางคดเคี้ยวแล้วแหกชนข้างทางหรือล้มตอนออกโค้ง แบบนี้เลือกขนาด52จะปลอดภัยกว่า
-
luciana
- ขาประจำ
- โพสต์: 262
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2014, 15:04
- Bike: รถเขียว 903
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
อ่านของอจ.หมอแล้วหลับตาเห็นภาพเลยครับ 
- Gemini
- ขาประจำ
- โพสต์: 300
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2010, 10:31
- Tel: 087-784-9069
- team: ไร้สังกัด
- Bike: TREK 4500 / K2ZEED TEAM
Re: สูง 173 ซม. จำเป็นต้องใช้เฟรม ขนาด 50
เข้ามาเก็บข้อมูล ยอด...........