หน้า 1 จากทั้งหมด 1

DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 11:59
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
สาวัดดีครับทุกท่าน วันนี้ไข่เจียวจะพาทุกท่านไปเที่ยวจังหวัดนครพนมกัน หากถามว่าที่นั่นมีอะไรเที่ยวบ้าง
คงไม่ต้องบรรยายกันนนาน เอาเป็นว่าไปดูภาพกันดีกว่า งานนี้เหมาะกับคนรักการปั่นแน่นอนครับ
ปล.ดานล่างเป็นคริปขี่DH สนามนครพนม ทางมาราฐานICU ครับ
[youtube]<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Z29WHwjIIR0&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Z29WHwjIIR0&hl=en&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>[/youtube]

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 12:40
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
เดินท่างจาก กทม ไปนครพนมขับรถประมาณเกือบ800กิโล ขับรถสนุกมาก :? :? งานนี้ไปจุดประสงค์จะไป ดูไหลเรือไฟและขี่DOWN HILL
:P :lol: จากนั้นถึงบ้านไข่เจียวก็เตรียมรถจักรยาน ดูแล้วเอาไปหลายคน ตอนที่เตรียมกำลังคิดว่าคันใหนเหมาะกับสนามนี้ ที่เป็นหินสะส่วนใหญ่ก็เลยคิดว่ารถที่ยุบ หน้าสัก 8 นิ้วหลังสัก7 นิ้วยางจุกเลส โดนคมหินก็ต้องไม่รั่ว สรุป x7 ของenbikeลงแล้วกัน :lol: แล้วทานอาหารเช้าเติมพลังกันหน่อย โดยอารบ้านๆที่ชาวนคระพนมกินกัน คือ บันแบ้ว เป็นอาหารยวนครับ ที่นครพนมมีชาวเวียดนามอยู่กันมากเนื่องจากช่วงสงครามเวียดนาม ชาวเวียนนามได้หนีภัยสงครามมาอยู่ที่นครพนมกับแถบอีสานตอนบนกันมาก สิ่งที่เป็นหลักฐานคือ หอนาฬิกา ที่ชาวเวียดนามได้ทร้างไว้เป็นการขอบคุณชาวนครพนมที่ไห้แผ่นดินอยู่หลบภัยส่งครามกัน ที่สองคือบ้านพักของท่างประทานโฮจีมิน ที่นครพนมท่านได้มาอย่ที่นครพนมและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย กับบ้านหลังเล็กๆ เพื่อต่อสู่ให้ได้ประเทศคืนมา แต่วันนี้ไม่ได้กพาไปบ้านนะครับเพราะติด Down hill อยู่ :lol: สามคือวัฒธรรม เช่นอาหารนั่นแหละครับ เป็นที่รู้จักกันดี ทังแหนมเนือง ปอเปียย ปากหมอ และอื่นๆ วันนี้จะพาไปชิมกัน

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 15:14
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
ทานเข้าเสร็จแล้วไปขี่Dh สนาม ด่านสาวคอย อ.นาแก จ.นครพนม สนามเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูภาน สภาพสนามเป็นหิน ยาวประมาณ3-4กิโล สนามดิ่งตลอดไม่มีดันเนิน โดด ดรอบ เป็นระยะ ทางเลียวคดเคี้ยวตามตีนเขา สนามที่สองเป็นสนามที่ถ่ายvdo มาให้ชมสนามเป็นทางสั่น1กิโลสถามคลายกันกับทางยาว สานนี้ไข่เจียวใช้ ขี่วอมหรือซ้อมเป็นหลัก
:P ส่านสนามยาวไม่ได้ถ่าย เพราะช่างกล่องเราเหนื่อยเดินไม่ไหว :lol: ต้องตามใจ เพราะเป็นแฟนผมที่คอยถ่ายให้ :lol: ส่วนที่อญุ่ในภาพคือ โอด เป็นเพื่อนที่อยู่นาแกขี่เช่นกันแต่วันนี้เจ็บเลยไม่ได้ลงแต่ยังเดินเช็คลายให้จนเหนื่อ ขอบคุณนะโอด หลังจากโดดเสร็จก็เดินทางลงเขาไปเรณูนครน แตละหว่างทางลงเขาเจอขนมสอดใส้ที่ชาวบ้านทำกันมาขายหน้าบ้าน แม่ค้ายิ้มแย้มเจ่มใสดีก็เลยแวะชื้อทาน อร่อยมาก :mrgreen: ชื้อ 20บาทได้มาบานกินกันไม่หมดเลยทีเดียวขนมส่อนใส่เป็นขนมที่นิยมทำตอนออกพรรษาเพื่อจะนำไปวัดกันชาวบ้านที่นี่หลังจากทำแล้วนำมาขายหน้าบ้าน เห็นแล้วนึกถึง เศษฐกิจพอเพียงของพระองท่าน
[youtube]<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Z29WHwjIIR0&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Z29WHwjIIR0&hl=en&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>[/youtube]

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 16:14
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
ท่างขึ้นสนามสามารถเอารถส่างได้สบาย แล้ววิวสวยมาก มีห้องน้ำสะอาด ที่นั่งเล่น ไว้พระ ฟังธรรม :lol: ใช่ครับวัดไง สวยมัย
บางรูป ก็มีบ้างที่ บาบกินหัว ต้องขออภัยพระท่านด้วยที่ทำไป เพราะความฮา :lol: แล้วเดินทางมา อ.เรณูนครเพื่อทานขนมจีนน้ำพกะปิ และน้ำปลาล้า :?:
งงละชิ มีที่เดียวก็ที่เรณูนครนี่แหละ เจ้านี้น้ำกะปิอร่อยครับ ใครมาก็โทรถามทางได้ ร้านนี้ไข่เจียวขอให้ป้าย bike ชวนชิมครับ :roll: ขนมจีนน้ำพกะปิเป็นไง :!: :?:
ครับ คือขนมจีนเส้นที่ปีบสดๆ เส้นจะเล็กและเหนียวนุ่มกว่าปกติ นำมาทานน้ำยากะปิหรือปล้าล้าที่ปรุงรสแล้ว ยืนยันครับว่าไม่เหม็นแต่หอมยั่วน้ำลาย ยิ่งกินกับผักลวกยิ่งอร่อย :o ;)
หลังจากนั้นเลี้ยวเข้า อ.ธาตุพนมไว้พระธาตุพระนม ที่บรรจุพระบรมสารีลิขธาตุของพระพุธเจ้าไว้ พระธาตุพระนม ในตำนานพระธาตุพนมกล่าวไว้ว่า องค์พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกในราว พ.ศ. ๘ ในสมัยอาณาจักรศรีโคตบูรกำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ ลักษณะการก่อสร้างในสมัยแรกนั้น ใช้ดินดิบก่อขึ้นเป็นรูปเตาสี่เหลี่ยม แล้วเผาให้สุกทีหลัง กว้างด้านละสองวาของพระมหากัสสปะ สูงสองวา ข้างในเป็นโพรง มีประตูเปิดทั้งสี่ด้าน เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระมหากัสสปะเถระนำมาจากประเทศอิเนเดีย ประดิษฐานไว้ข้างใน แล้วปิดประตูทั้งสี่ด้าน แต่ยังปิดไม่สนิททีเดียว ยังเปิดให้คนเข้าไปสักการะบูชาได้อยู่บางโอกาส ในตำนานพระธาตุพนมบอกว่า "ยังมิได้ฐานปนาให้สมบูรณ์" นี้ก็หมายความวว่า ยังมิได้ปิดประตูพระธาตุให้มิดชิดนั่นเอง พึ่งมาสถาปนาให้สมบูรณ์ในราว พ.ศ. ๕๐๐
เป็นพุทธเจดีย์ที่บรรจุพระอุรังคธาตุ ของพระพุทธเจ้า พระธาตุมีรูปทรงสี่เหลี่ยม ประดับตกแต่งด้วยศิลปลวดลายอันวิจิตรประณีตทั้งองค์ สูงจากระดับพื้นดิน ๕๓ เมตร ฉัตรทองคำสูง ๔ เมตร มีเพชรพลอย ประดับ400เม็ด รวมเป็น ๕๗ เมตร
ไปครังนี้ได้พบเจ้าบาส โลกมันกลมจริง ก็เลยถายรู :shock: ไม่ใช่ :P ถ่านรูปมาฝ่ากกัน

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 18:22
โดย geewass
เยี่ยมเลยครับ คุณไข่เจียว ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี ....

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 18:55
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
กลับมาที่นรครพนมกัน กินข้าวมีแรงแล้วค่อยไปเที่ยวชมสาวๆ ต่อ :o
อาหารที่จะแนะนำคือ ปากหม้อยวน :o งงมัย หลายคนอาจเคยกิน มันคือน้ำแป้งที่นำมานึ่งบนฝ้างบางๆ ใส่ใส้หมู่ผัดกับผัก กินกับนำจิ้มที่เป็นนำเชื้อมใส่ฟริงมะนาว หวยาน ปรี้ว แฝด น้ำลายสอละซิ :shock: :mrgreen: ทานข้าวแล้วไปชมไหลเรือไฟกับสาวๆนครพนมกัน

ที่นครพนมจากที่เล่าตอนแรกจะมีชาวเวียดนาม และชาวภูไท อยู่ ดังนั้นที่นี่ผู้หญิงจะผิวขาวกัน ส่วนรูปร่างก็ดีเพราะอาหารส่วนมากินผักกันเยาะ :lol:

ที่จังหวัดนี้อาครบ้านเรือนจะยังคงเป็นแบบเก่าเพราะถูกอนุรักไว้ เมือ่งจะสอาดมากเพราะมีระบบการกำจัดขยะแบบ การนำไปรีไวเคอร์ โดยจังหวัดมีการสนับสนุน
ผู้คนที่นี่นิยมใช้จักรยานหรือไม่ก็มอเตอร์ไซ อากาศดีครับ ตอนเย็นมีคนมาปั่นเพียบ

ตกดึกก็เดินถนนคนเดินฟังดนตรีข้างขนน เป็นดนตรสดโฟกชอง นักร้องน่ารักดีครับ บรรยากาศอย่างนี้มีแค่ช่วงไหลเรือไฟนั้น

เดินเล่นไปเจอร้านขายเสื้อของฝ่าก ทำมือ เจ้าของรายน่ารักทุกคนก็เลยอุดหนุนกับตัล กับทาซานได้เสื้อแล้วรายงานตัวด้วยครับ :P
:P ที่นี่ท่าทางร้านนมจะเป็นร้านที่มีคนนั่งมากกว่าร้านเหลาเพราะที่นี่ทั้งเมืองเป็นมหาวิทยาลัยครับ มีคณะพยาบาล วิทยาศาสตร์ บริหาร อะไรประมาณนี้ ใครชอบนักศึกษา :? ไม่ใช่ซิ ชอบการนักศึกษา :lol: :lol: ส่วนใครชอบหนุ่มๆก็มีนะคณะวิทวะ เกษรต อย่างนี่อะ ชอบปะ :lol: :lol:

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 19:09
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
ร้านนี้เป็นของลูกพี่ลูกน้องผมแนะนำครับน้ำปั่นอร่อยมาก อยู่ตรงหอนาฬิกาฃ
คนเยอะทุกวัน ;) เจ้าของร้านเป็นกันเองครับคุยกันได้
ส่วนบรรยากาศถนนคนเดินก็ประมาณนี้ครับ

:o อย่างที่บอกที่นี่บ้านทุกหลังมี จกย หมดชอบชี่อย่างคันนี้เท่ดีครับดูเข้ากับที่จอด

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 19:27
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
สุดเท้าพาชมไหลเรือไฟและการแสดงชาวถิ่น

ไหลเรือไฟคืออะไร ครับ :?:
:mrgreen: การเป็นไหลเรือไฟการบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้ ที่ริมฝั่งน้ำนัมทานที ซึ่งตามพุทธประวัติกล่าวว่า ครั้งที่พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปแสดงธรรม ในพิภพของนาคใต้เมืองบาดาล เมื่อพระองค์เสด็จกลับทางฝ่ายพญานาคได้ทูลขอให้พระองค์ประทับรอย พระบาทไว้ ณ ริมฝั่งน้ำนัมทานที พระองค์จึงได้ประทับรอยพระบาทไว้ ณ หาดทรายริมน้ำตามประสงค์ของ พญานาค ซึ่งรอยพระบาทที่ประทับไว้นี้ ไม่เพียงแต่เป็นที่เคารพสักการะของเหล่าพญานาคเท่านั้น ยังเป็นที่เคารพของเหล่าเทวดาและมนุษย์ด้วย จนแสดงออกด้วยการไหลเรือไฟบูชารอยพระพุทธบาทของพระองค์

ความเป็นมาของการจัดประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนม เสฐียรโกเศศ ได้เขียนไว้ ในหนังสือวัฒนธรรมและประเพณีอ้างตามคำบอกเล่าของพระเถระรูปหนึ่งว่า การลอยกระทงที่จังหวัด หนองคาย เมื่อกลางเดือน ๑๑ ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ จะร่วมกันสร้างเรือนบนต้นกล้วย เอาไม้เสียบเรียงขนานกัน เป็นทุ่นใช้ผ้าชุบน้ำมันยางมัดติดปลายไม้ หรือใช้ไต้เรียงเป็นระยะ ๆ แล้วช่วยกันเอาเชือกลากออกไปกลาง กระแสน้ำ จุดไฟปล่อยไปในเวลากลางคืน เรียกว่า "ไหลเรือ" และเมื่อลอยไปแล้วมักจะถูกคนที่อยู่ใต้กระแส น้ำเก็บเอาไต้ที่จุดไปเสียทำให้กระทงที่ดูสว่างไสวสวยงามนั้นลอยอยู่ในน้ำไม่ได้นานหลายครั้งหลายหน เข้าผู้ร่วมมือร่วมแรงกันประดิษฐ์กระทงเรือก็หมดกำลังใจ ทำให้การไหลเฮือไฟซบเซาไป และมาหยุดชะงัก เมื่อปี ๒๕๑๘ เมื่อประเทศลาวมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง อันเป็นผลกระทบทางด้านการเมือง ต่อมาทางจังหวัดนครพนมได้ฟื้นฟูประเพณีนี้ขึ้นมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยเทศบาลเมือง นครพนม ได้ประกาศชักชวนส่วนราชการพ่อค้า สมาคม และชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ประดิษฐ์เรือไฟด้วยต้นกล้วย ไม้ไผ่ หรือวัสดุอย่างหนึ่งอย่างใดที่สามารถลอยน้ำได้ ให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือมีความยาวไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และประดิษฐ์เป็นรูปหงส์ นาค ครุฑ หรือรูปอย่างใดก็ได้ที่คิดว่าสวยงามส่งเข้าประกวดชิงรางวัลเงินสด และปรากฏว่ามีผู้สนใจส่งเรือไฟเข้าประกวดถึง ๕๒ ลำ ในงานประกวดนั้นเฮือไฟที่งดงามจากฝีมืออันประณีตประดับด้วยโคมไฟที่สวยสะดุดตาเรียงรายอยู่กลางลำน้ำโขง เป็นภาพที่ประทับใจของชาวนครพนมและผู้ที่ ไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง
ต่อมาได้มีการทำให้ยิ่งใหญ่ขึ้นด้วยการทำให้เรื่อใหญ บาวลำยาวถึง 100 เมตร สูง20เมตร ใช้ดวงไฟเป็นเรือนหมือนด้วงแต่ยังคงอนุรักไว้ใด้การห้ามใช้เหล็ก เป็นใครงสร้างและต้องใช้ตะเตียงทำเป็นไฟเท่านั้น ดังนั้นคนทำและจดจึงต้องอดทนมากเพื่อให้ได้ภาพที่สวยสดงดงามออกมา

Re: DHกลางป่าแล้วพาไปเทียวใหลเรือไฟนครพนม

โพสต์: 12 ต.ค. 2009, 19:40
โดย ไข่เจียว..ต๊อป
เหนื่อยจัง :| โพสเสร็จแล้วครับ เจอกันทริบหน้า ยังไม่รู้ว่าที่ใน ใครอยากชมอีกก็ขอเสียงหน่อยแล้วกันนะคราบ :lol:

ลืม ขอบคุณ วัดด่านสาวคอยและวัดภ้ำโพทองครับที่ให้ขี่จักรยานDH
ขอบคุณ En-bike รังสิต ครับสนับสนุน ชุดหร่อๆและรถ DH มาขี่กัน
www.en-bike.com
[youtube]<object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Z29WHwjIIR0&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Z29WHwjIIR0&hl=en&fs=1&" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object>[/youtube]