ลองปั่นสร้าง endurance ก่อนครับ มากแค่ไหนมันบอกไม่ได้ครับเพราะขึ้นอยู่กับ
1.ระยะทำการปกติ
2.เป้าหมายระยะทำการที่ต้องการ
เช่นถ้าปกติท่านปั่น 1 ชั่วโมง แล้วไปลากยาว 3 ชั่วโมงได้ตายแน่ครับ
มีวิธีง่ายๆดังนี้ครับ .... ปกติเราจะมีระยะทำการของตัวเราเองอยู่ครับให้ปั่นแล้วสังเกตุร่างกายตัวเองครับ เมื่อถึงระยะทำการที่เคยชินแล้วลองลากต่อไปอีก 30 นาที ถ้าบวกไปแล้วรู้สึกเหนื่อยเป็นบ้า ล้าเป็นที่สุด แรงมีนะแต่ขามันไม่หมุนแล้ว นั่นแหละครับคือขีดสุดของระยะทำการ ให้ซ้อมที่ระยะนั้นไปเรื่อยๆจนร่างกายปรับได้ค่อยเพิ่มขึ้นไปอีกครับ
อาศัยความหนักการปั่นไม่ต้องหนักครับ เรียกว่าปั่นไปร้องเพลงไปได้ น่าเบื่อมากๆแต่สำคัญครับ รอบขาดีๆ 90+ ถ้าซอย 100 ไปได้ตลอดนี่ยิ่งดีครับจะได้ไม่มีอาการล้าสะสมในกล้ามเนื้อ อาศัยแค่ระบบหัวใจและปอดอย่างเดียว
มันอาศัยแรงใจมากกว่าแรงกายครับ หลายๆท่านยอมแพ้เพราะร้อน ล้า เมื่อย เบื่อ แล้วกลับไปอัดโครมๆเหมือนเดิม
แต่ร้อยละร้อยถ้าผ่านพ้นมันไปได้ จู่ๆท่านก็จะมีแรงขึ้นมาทันใด เพราะระบบแอโรบิคท่านพัฒนาขึ้น ความทนทานพื้นฐานมันมาแล้วส กล้ามเนื้อและระบบเส้นเลือดผอยในกล้ามเนื้อค่อยๆพัฒนาตัวเอง ทุกอย่างมันพร้อมเป็นฐานในก้าวต่อไป
ก็ต้องตั้งเป้าหมายครับว่าต้องการระยะทำการเท่าไหร่ หากท่านต้องการออกทริปหรือแข่งร้อยโล ท่านต้องยิงระยะทำการท่านให้ถึง 3 ชั่วโมงให้ได้ก่อนแบบชิวๆ ปั่นกินลมชมสวนนี่แหละครับ 3 ชั่วโมงขึ้นไป ไม่ต้องห่วงเรือ่งความเร็ว คว่ำไมล์ทิ้งไปเลยครับ ดูแต่ชีพจรกับเวลาพอแล้ว คุมโซนเอาไว้ที่ราวๆ 60-70 % ของชีพจรสูงสุด หรือพลังวัตต์โซน 2 หรือราวๆ 65% ของ THR (treshold heart rate)
บอกไปก็ปวดหัวครับ ปั่นฟังเพลงร้องเพลงตามได้นั่นแหละครับ
แหล่งพลังงานมาจากไกลโคเจน และที่สำคัญมีบางช่วงที่เบาลง จะด้วยลงเนิน ลงสะพาน ลงทางซึมๆหรือลมส่ง ท่านมีโอกาสได้เผาผลาญไขมันด้วยเพราะระดับชีพจรต่ำๆร่างกายจะใช้พลังงานจากไขมันค่อยๆส่งออกมาครับ นอกจากสร้างฐานแล้วยังได้เผามันทิ้ง ลดพุง กระชับกล้ามเนื้อ เพิ่มแรงปอดและหัวใจ น้ำหนักลงไปในตัว
สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกันซัก 8-12 สัปดาห์ครับ
ระหว่างนั้นวันอื่นๆให้ไปฝึกส่วนของเทคนิคเช่น การควงขาให้กลม ออกแรงให้เรียบ
ท่าปั่นที่เหมาะสม ระเบียบร่างกาย ปั่นสั้นๆสบายๆ 30-60 นาที
หรือจะเล่นเวท เสริมขาบางส่วนและร่างกายท่อนบน เพราะแม้จะไม่ต้องการกล้ามล่ำบึ๊กแต่ก็ต้องการกล้ามเนื้อทนทานพอที่จะปั่นได้นานๆครับ ส่วนมากก็หลัง หลังท่อนล่าง ไหล่ ต้นแชน กล้ามท้องด้านข้าง
เพียงเท่านี้ 12 สัปดาห์ไม่ดีขึ้นให้เอาตูดหมามาลูบหน้าเลยครับ
ไม่ต้องห่วงเร็ว ห่วงแรง เดี๋ยวสัปดาห์ที่ 9 - 12 เพิ่มการปั่นแบบ tempo เข้าไปอีก สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ปั่นราวๆ 1.5-2 ชั่วโมง ลากหนักกว่าเดิมอีกนิดหน่อย ร้องเพลงลำบากแต่พูดคุยได้ หายใจสม่ำเสมอไม่มีอาการหอบใดๆ ชีพจรก็ไปราวๆ 70-75 % ไม่ต้องสูงมากมาย แต่มีข้อแม้ว่าต้องลากเท่านี้ยาวๆเกิน 30-40 นาที หรือถ้าใจถึง ลากเท่านี้แหละครับทั้งการปั่น
ถ้าเบื่อผมแนะนำให้ลอง tempo low cadence คือปั่นความหนักนี้แหละแต่ลดรอบขาลงมาที่ 60 รอบต่อนาทีหรือง่ายๆก็วินาทีละหนึ่งรอบ ปั่นให้กลมๆสบายๆ หนักๆหนืดๆหน่อยแต่หัวใจหรือความรู้สึกในช่วงเดิม ยาวๆ 20-30 นาทีแล้วกลับมาปั่นปกติ
ครบ 12 สัปดาห์ทั้งพื้นฐานและเสริม tempo 4 สัปดาห์ท้าย
ปั่นร้อยโลได้สบายๆ ท่านจะงงว่า เอ๊ะไม่เคยซ้อมปั่นเร็วๆ 30-35 เลยนี่นา แต่ทำไมพอเข้ามาปั่นกับเพื่อนลากัน 35 ทำไมข้าไม่หลุดหว่า??
.....ทว่าเพียงเท่านี้ท่านอย่าได้เปรี้ยวไปยิง ไปลาก ไปเล่นอะไรกับชาวบ้านนะครับ เพราะร่างกายท่านมีแต่"แอโรบิค"ล้วนๆ หากท่านเผลอเล่นเกินขีดแบบนี้มากเกินไป จะเกิดอาการโอเวอร์ฮีท ไม่ถึงกับตายครับแต่หอบแฮ่กๆ อยากหายใจทางผิวหนังให้ได้ หรือขาล้ากดไม่ลงหมดเอาดื้อๆ หรือถ้าเจอกลุ่มเก๋าๆหน่อยท่านอาจเผลอพ้นโซนแดงขึ้นไปนิดๆแล้วกลับมาให้ได้ย่ามใจว่าไปได้ หารู็ไม่ว่าร่างกายค่อยๆล้าทีละนิดๆ พอกลุ่มเร่งจุดๆเท่านั้น ตะคริวมาหาทันที
ถ้าจะเอาแรงกว่านี้ ต้องขึ้นไปซ้อมลากพิกัดหนัก 30 นาทีกันต่อรับ แต่ซ้อมไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหากฐานยังไม่พร้อม ซ้อมพวกนั้นหนึ่งวันต้องพักอีกสองวัน ไม่ต่อเนื่องก็ช่วยพัฒนาไม่ได้มาก ฐานพร้อมร่างกายพักได้เร็ว ซ้อมพวกระดับความหนักสูงขึ้นก็สามารถทำต่อนเื่องได้ไม่ต้องง่อย