ทักทายกันเสร็จ ก็ขนจักรยานขึ้นรถ เตรียมเดินทางครับ ออกมา ก็แวะเข้าปั๊ม เพื่อเติมน้ำมันเต็มถัง ช่วงเติมน้ำมันขอแวะเข้าห้องน้ำสักหน่อย
เจอน้องๆ กำลังใส่ยางเช็ครถกันอยู่ ประมาณ 4-5 คัน ผมก็เลยถามจะไปไหนกันเหรอ น้องเค้าตอบผมจะปั่นไปเขื่อนขุนด่านและน้ำตกสาริกา
ผมก็ตอบ อาจจะได้เจอกันที่โน้น ผมก็ไปปั่นแถวโน้นเหมือนกัน ออกทริปเหมือนกัน จะปั่นให้ได้ร้อยโล น้องเค้าถามมาปั่นกับพวกผมไหม
ผมก็น่าจะร้อยโลเหมือนกัน ปั่นมาตั้งแต่รังสิตแล้ว ผมคิดในใจ (ไอ้น้องไม่รู้อะไรสักแล้ว ชวนผิดคนซะแล้ว เดี่ยวน้องได้เจอวิชาเชือกผูกจักรยาน ชวนใครไม่ชวน )
ผมตอบมากับพี่เค้า รถอยู่บนกระบะเติมน้ำมันอยู่ ว่าจะไปจอดแถวโน้นแล้วปั่น แล้วก็กล่าวลา พี่ไปก่อนนะ อาจจะได้เจอกันที่โน้น
ระหว่างนั่งบนรถก็คุยกับพี่พลตามอัธยาศัย คุณเป็นใคร เกิดที่ไหน คนที่ไหน บ้านอยู่ไหน ออกทริปบ่อยไหม ทำงานอะไร คุยกันไปสักพัก
อาทิตย์หน้าจะไปออกทริปไหนกันต่อ ผมคิดในใจ ทริปนี้ยังไม่ได้ปั่นเลย จะไปทริปหน้าซะแล้ว ผมเลยบอกว่าเกรงใจน้าฉุ้ย มาหาผมสองครั้งแล้ว
ไว้ทริปหน้าไปปั่นฝั่งบ้านน้าฉุ้ยบ้าง (นนทบุรี) เดี่ยวผมเดินทางไปหาเอง น้าฉุ้ยว่ามา จะไปปั่นที่ไหน แต่ต้องยึดคอนเซ๊ป 100 โลนะ
เดี่ยวว่างจะแวะไปทางโน้นบ้าง ในใจตัวเองคิด จบทริปนี้ ไม่รู้จะไปปั่นต่อที่ไหนเหมือนกัน โยนภาระให้น้าฉุ้ยไปคิดละกัน เอาตัวรอดก่อน)
พี่พลถาม ทานข้าวกันก่อน จะกินกันที่ไหน ผมนึกกันไม่ออกและไม่ชำนาญเรื่องกิน บอกกินที่วัดเลยก็ได้ น่าจะมีร้านอาหาร
มาถึงวัดพราหมณี เวลา 7.30 น. พึ่งรู้ว่านี้คือวัดหลวงพ่อปากแดง เกจิอาจารย์ชื่อดัง เอาจักรยานลงแล้วก็ปั่นตามทางที่วางแผนไว้
พอปั่นไปสักเล็กน้อย ยังไม่ได้กินข้าวนี้หว่า เส้นทางข้างหน้าเป็นป่าเป็นเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี่ยววนกลับไปหาของกินแถววัดก่อน
ค่อยเดินทางดีกว่า แล้วก็วนกลับไปที่วัดเหมือนเดิม แล้วก็หาข้าวเช้ากิน ส่วนผมไม่ทาน เพราะไม่มีเครื่องในสดๆ
(ปกติไม่ค่อยทานข้าวเช้าอยู่แล้ว แค่กาแฟอย่างเดียว พี่พลบอกพกกล้วยตากมาด้วย กินหรือเปล่า ไม่เป็นไรครับพี่
หลังจากทานเสร็จก็เดินทาง ก่อนไปขอถ่ายรูปแม่ค้าสาวสักหน่อย หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการออกทริป
