ทำไมจึงเรียกว่า ตีนผี
โพสต์: 13 พ.ย. 2014, 08:28
มีประวัติความเป็นมาอย่างไรครับ
โอ้ววว ขอบคุณมากครับPsyChasi เขียน:คำนี้ตาของเพื่อนเป็นคนคิดครับ
จักรยานที่เปลี่ยนเกียร์หลังได้ยุคแรกๆ กลไกมันไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เราใช้กันอยู่ แต่ใช้ตีนคนปั่นนี่แหละยืดไปเขี่ยกลไกให้มันเปลี่ยนเฟือง ต่อมาเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์แบบในปัจจุบันออกมา เวลาปั่นไปก็สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตีนตัวเองไปเขี่ยอีก เหมือนมีตีนของผีมาเขี่ยให้ ไอ้เจ้าตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็เลยได้ชื่อว่า "ตีนผี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เอ่อ อย่าไปเชื่อเลยครับ น้องเค้าเป็น โปรเทพ Bitex แล้วPaxxa เขียน:โอ้ววว ขอบคุณมากครับPsyChasi เขียน:คำนี้ตาของเพื่อนเป็นคนคิดครับ
จักรยานที่เปลี่ยนเกียร์หลังได้ยุคแรกๆ กลไกมันไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เราใช้กันอยู่ แต่ใช้ตีนคนปั่นนี่แหละยืดไปเขี่ยกลไกให้มันเปลี่ยนเฟือง ต่อมาเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์แบบในปัจจุบันออกมา เวลาปั่นไปก็สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตีนตัวเองไปเขี่ยอีก เหมือนมีตีนของผีมาเขี่ยให้ ไอ้เจ้าตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็เลยได้ชื่อว่า "ตีนผี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
PsyChasi เขียน:คำนี้ตาของเพื่อนเป็นคนคิดครับ
จักรยานที่เปลี่ยนเกียร์หลังได้ยุคแรกๆ กลไกมันไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เราใช้กันอยู่ แต่ใช้ตีนคนปั่นนี่แหละยืดไปเขี่ยกลไกให้มันเปลี่ยนเฟือง ต่อมาเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์แบบในปัจจุบันออกมา เวลาปั่นไปก็สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตีนตัวเองไปเขี่ยอีก เหมือนมีตีนของผีมาเขี่ยให้ ไอ้เจ้าตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็เลยได้ชื่อว่า "ตีนผี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
JabaWack เขียน:เอ่อ อย่าไปเชื่อเลยครับ น้องเค้าเป็น โปรเทพ Bitex แล้วPaxxa เขียน:โอ้ววว ขอบคุณมากครับPsyChasi เขียน:คำนี้ตาของเพื่อนเป็นคนคิดครับ
จักรยานที่เปลี่ยนเกียร์หลังได้ยุคแรกๆ กลไกมันไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เราใช้กันอยู่ แต่ใช้ตีนคนปั่นนี่แหละยืดไปเขี่ยกลไกให้มันเปลี่ยนเฟือง ต่อมาเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์แบบในปัจจุบันออกมา เวลาปั่นไปก็สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตีนตัวเองไปเขี่ยอีก เหมือนมีตีนของผีมาเขี่ยให้ ไอ้เจ้าตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็เลยได้ชื่อว่า "ตีนผี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เขียนเอาฮาใช่ไหมครับ อ่านแล้วต้องดูชื่อคนเขียนก่อนPsyChasi เขียน:คำนี้ตาของเพื่อนเป็นคนคิดครับ
จักรยานที่เปลี่ยนเกียร์หลังได้ยุคแรกๆ กลไกมันไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เราใช้กันอยู่ แต่ใช้ตีนคนปั่นนี่แหละยืดไปเขี่ยกลไกให้มันเปลี่ยนเฟือง ต่อมาเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์แบบในปัจจุบันออกมา เวลาปั่นไปก็สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตีนตัวเองไปเขี่ยอีก เหมือนมีตีนของผีมาเขี่ยให้ ไอ้เจ้าตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็เลยได้ชื่อว่า "ตีนผี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบๆๆๆPsyChasi เขียน:คำนี้ตาของเพื่อนเป็นคนคิดครับ
จักรยานที่เปลี่ยนเกียร์หลังได้ยุคแรกๆ กลไกมันไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เราใช้กันอยู่ แต่ใช้ตีนคนปั่นนี่แหละยืดไปเขี่ยกลไกให้มันเปลี่ยนเฟือง ต่อมาเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์แบบในปัจจุบันออกมา เวลาปั่นไปก็สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตีนตัวเองไปเขี่ยอีก เหมือนมีตีนของผีมาเขี่ยให้ ไอ้เจ้าตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็เลยได้ชื่อว่า "ตีนผี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
สุดยอดครับ ขอบคุณครับPsyChasi เขียน:คำนี้ตาของเพื่อนเป็นคนคิดครับ
จักรยานที่เปลี่ยนเกียร์หลังได้ยุคแรกๆ กลไกมันไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เราใช้กันอยู่ แต่ใช้ตีนคนปั่นนี่แหละยืดไปเขี่ยกลไกให้มันเปลี่ยนเฟือง ต่อมาเมื่อมีการผลิตอุปกรณ์แบบในปัจจุบันออกมา เวลาปั่นไปก็สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตีนตัวเองไปเขี่ยอีก เหมือนมีตีนของผีมาเขี่ยให้ ไอ้เจ้าตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็เลยได้ชื่อว่า "ตีนผี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา