มาเข้าเรื่องกันเลยอันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อ 8.00 น.ของวันนี้ผมก็ปั่นเสือหมอบขี่ไปทํางานปกติเป็นอย่างนี้เช่นทุกวันตามปกติ....ใช้เส้นทางนี้มาปีกว่าแล้ว....เราก็ระแวดระวังมาตลอด
แต่ความระวังของไม่เกิดผลเมื่อคนอื่นมักง่ายและประมาท....คือในจังหวะที่ผมลงสะพานไปได้ประมาน 50 เมตร ก็มี taxi ที่วิ่งทางคู่ขนาน....ซึ่งปกติรถที่วิ่งคู่ขนานตรงช่วงทางลงสะพานจะมีป้ายห้ามวิ่งออกขวา....แต่รถ taxi คันนี้ฝ่าฝืนวิ่งออกมาแล้วแซงมอเตอร์คันข้างหน้า....จากนั้นตบเข้าซ้ายมาชนท้ายรถจักรยานผมเต็มๆไม่มีการเบรค....ความแรงตอนนั้นรู้สึกเลยว่าแรงมากก็ประมาณคนกับรถลอยขึ้นฟ้า...และรถ taxi ก็ลากผมไปข้างหน้าอีกหลายเมตรอยู่.....ผมลงไปนอนกับพื้นบาดแผลเต็มตัว.....หลังจากผมตั้งสติขึ้นได้ก็สํารวจร่างกายตัวเอง...มีกระดูกหักที่ไหนบ้าง....ฮืมไม่นี่....แต่รู้สึกชาที่สะโพกมากหันไปมอง...กางเกงขาดสะโพกถลอกเป็นหมูแดง.....ลองมองไปที่แขนรู้สึกแสบๆ....ดึงปลอกแขนออก....แขนก็ถลอกอีก....มองไปที่ขาตาตุ่มก็ถลอก....จากนั้นผมก็ลุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่คนขับ taxi ก็เปิดประตูลงมาจากรถ....คําแรกที่ผมได้ยิน...." ผมมองไม่เห็นผมแซงรถขึั้นมา....มองไม่เห็นเลยเนี่ย " แล้วก็พูดอะไรอีกผมจําไม่ได้.....ไม่มีคําขอโทษสักคําหลุดจากปาก....อันนี้ยังไม่เท่าไหร่แต่จังหวะที่ผมกําลังจับจักรยานเข็นเข้าข้างถนน.....ปรากฎว่าล้อติดทั้งล้อหน้าและหลัง...เอี้ยวไปดูตรงมือตบเบี้ยวเลย....คิดในใจล้อคงจะเบี้ยวแน่นอนและอะไหล่อย่างอื่นอีก....ในใจตอนนั้นผมโกรธมากนะ....ที่ต้องมาเจ็บตัวและจักรยานต้องมาเสียหาย....คําแรกที่พูกกับคนขับ taxi " คุณขับรถประมาทมากเลยนะ " ........คําพูดที่สวนออกมา " ก็ผมไม่เห็นนี่ผมแซงรถขึ้นมา "
......วินาทีนั้นผมปรี๊ดเลย.....ผมสวนไปทันที่ " ก็คุณขับรถประมาทแบบนี้ผมเกือบตายห่าแล้ว " จากนั้นผมก็พูดออกไป " รถคุณมีประกันหรือเปล่า...เขาบอกว่ามีผมบอก ok เดี๋ยวเคลียร์กับประกัน...จบไม่อยากพูดมากไม่อยากโมโหเดี๋ยวเรื่องไม่จบ
จากนั้นไม่กี่อึดใจรถพยาบาลก็มาจะมารับตัวผม....ผมก็บอกผมไม่เป็นไรมากยังมีสติดีแต่ขอให้ขอหลักฐานจาก taxi คู่กรณีผมให้เรียบร้อยก่อนจากนั้นก็คว้าโทรศัพท์ถ่ายรูปหลักฐานต่างที่พึงจะหาได้ในตอนนั้น.....พอหลักฐานเรียบร้อยผมก็ขึ้นรถพยาบาลมาทําแผล....แต่ก่อนไปก็เป็นห่วงจักรยาน....เจ้าหน้าที่พยาบาลก็ดีมาก ว.เรียกรถตู้อีกคันมารับจักรยานผมขนมาไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อความอุ่นใจ....หลังจากทําแผลเสร็จก็ไปลงบันทึกประจําวันไว้เป็นหลักฐาน....ส่วนคู่กรณีก็โดนเปรียบเทียบปรับข้อหาขับรถประมาท....ส่วนค่ารักษาของผมและค่าซ่อมรถก็รอเครมจากประกันคู่กรณี.....จากเหตุการณ์ที่ผ่าน....ทําให้คิดได้ว่านอกจากเราจะปั่นจักรยานด้วยความระมัดระวังแล้ว....ผู้ใช้ถนนร่วมกันก็ควรจะระมัดระวังไม่ประมาท....และที่สําคัญคือต้องเคารพกฎจราจร.....เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน
