นานๆ ที... เสือไฟไปขึ้นดอยที่เชียงใหม่มาครับ
โพสต์: 09 พ.ย. 2014, 20:54
หลังจากไม่ได้ออกวิ่งเสียนาน จริงๆ แล้วก็วิ่งในกรุงเทพฯ ไปสนามเขียวสุวรรณภูมิใกล้ๆ บ้านบ้างบางครั้งครับ คราวนี้นึกสนุกอยากลองของที่หนักขึ้นบ้าง
เลยคิดว่าจะพาเสือไฟไปเที่ยวดอยสูงที่เชียงใหม่ดูว่าจะไหวไหม เพราะขึ้นเขาใหญ่มาได้แล้ว (แบบเหนื่อยเลยเหมือนกันครับ) และถ้าเป็นดอยสุเทพละจะไหวไหม อยากรู้ก็ต้องลองครับ อิอิ...
เริ่มต้นจากเอาเสือไฟนั่ง Taxi ออกจากบ้านมาขึ้นรถนครชัยแอร์ที่ถนนกำแพงเพชรสอง ไม่กล้าขี่ในกทม.จริงๆ ครับรถแต่ละคันไม่มีน้ำใจให้จักรยานและคนเดินเท้าเลย ขนาดเดินบนทางเท้ามอเตอร์ไซต์ยังขึ้นมาขี่บนทางเท้าแถมบีบแตรไล่ หลายครั้งเกือบจะโดนมอเตอร์ไซต์ชนทั้งที่เดินบนทางเท้า ไม่รู้ท่านอื่นเจอกันบ้างไหม ไม่ต้องพูดถึงไปขี่จักรยานบนถนนร่วมกับคุณรถยนต์และมอเตอร์ไซต์เลย ซึ่งตรงนี้ต่างกับเชียงใหม่มากๆๆ ครับ เมืองเชียงใหม่น่าปั่นกว่ามาก ถึงไม่มีเลนจักรยานแต่ก็รู้สึกปลอดภัยกว่า ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า
และแล้วรถทัวร์ก็พามาถึงเชียงใหม่ตอนเย็น ผมเอาจักรยานไฟฟ้าลงรถได้ก็ทั้งขี่ ทั้งปั่นกลับบ้านที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่กว่าจะถึงก็สองทุ่มพรุ่งนี้บ่ายๆ เสร็จธุระแล้วค่อยขึ้นดอยสุเทพเป็นดอยแรกครับ

วันต่อมาพอได้ฤกษ์งามยามดีบ่ายสองกว่า ก็ขี่จากบ้านที่สันทรายขึ้นดอยสุเทพเลยครับ ลองดูแรกๆ ความรู้สึกสนุกเหมือนตอนเด็กๆ เลย จนกระทั่งลองขึ้นดอยด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวไปได้สักพัก ช่วงก่อนถึงวัดผาลาด เริ่มรู้สึกถึงความชันที่มากกว่าเขาใหญ่แม้ว่าจะขึ้นได้ที่ความเร็วกว่า 20 กม./ชม. แต่ไม่นานมอเตอร์ร้อนพาระบบร้อนตามครับ เลยได้หยุดให้น้ำมอเตอร์และพักให้ระบบเย็นแถวๆ วัดผาลาดครับ

ก่อนจะไปต่อด้วยการลองปั่นด้วยตัวเองขึ้นดอยสุเทพเป็นครั้งแรกจากวัดผาลาด ตอนเด็กๆ ได้แต่ปั่นแถวบ้านในเมืองเชียงใหม่ ไม่เคยปั่นขึ้นดอยเลยสักครั้ง พอมาปั่น คุณลุง 70 แซงขึ้นไปกันหมด เพิ่งรู้ว่าเราไม่ฟิต อิอิ พยายามปั่นตามคุณลุงจนเหงื่อท่วมก็ไม่ทัน สุดท้าย บอกเจ้าเสือไฟช่วยกันปั่นขึ้นละกันนะ จะได้ไม่เหนื่อยทั้งคู่ พอช่วยกันปั่นถึงได้ตามลุงทัน ยกนิ้วให้คุณลุงเลยครับ แต่ละท่านสุดยอดแข็งแรงจริงๆ จากนี้เป็นรูปยาวเลยครับ เพราะจอดบ่อยมาก เพราะทางชันกว่าเขาใหญ่เยอะมากครับ แม้จะสั้นแค่ 12 กม.



ถุงน้ำที่เห็นห้อยอยู่ที่แฮนเป็นถุงน้ำที่เอามาจากน้ำดอยข้างทาง เพื่อเอามารดมอเตอร์ไว้เป็นระยะไม่ให้ร้อนครับ





ที่จุดชมวิวนี่จริงๆ คนเยอะมากครับส่วนใหญ่เป็นมอเตอร์ไซต์ ถ่ายมาเห็นแค่เสือไฟเหมือนไม่มีใครเลย อิอิ

ตอนก่อนจะมาถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ช่วงโค้งสุดท้าย ฝังใจมาตั้งแต่เด็กว่าขนาดรถยังขึ้นแทบไม่ไหว แล้วคราวนี้
จักรยาน ถึงจะมีไฟฟ้าช่วย แต่ด้วยเรี่ยวแรงคนขี่น้อยมากถึงมากที่สุด ก็เลยมีจอดทำใจก่อน แต่ตั้งใจว่าต้องขี่ชึ้นให้ได้ไม่ยอมเข็น
รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยนิดจากที่ปั่นขึ้นมา แม้จะช่วยปั่นแบบไฟฟ้าแต่ก็ทำให้แรงที่มีน้อยเพราะไม่เคยฝึกปั่น ยิ่งเหลือน้อยลง
พลังใจยังคงสำคัญอยู่ดี พอรวบรวมพลังใจได้ที่แล้วก็ปั่นขึ้นไปเลย สุดแรงทั้งคน สุดแรงทั้งไฟฟ้า เกือบไม่รอดแต่ก็ไปถึงจนได้
ครับ ได้พิสูจน์ทั้งรถ ทั้งคนว่าร่วมกันไปได้ครับ นี่ถ้าฝึกปั่นซักหน่อยคงไม่สุดๆ แบบนี้ อิอิ

หลังจากมาถึงพี่ๆ หลายคนสนใจเข้ามาสอบถาม เรื่องจักรยานไฟฟ้าจำนวนมากเลยครับคุยยาวเลย กว่าจะลงมามืดเลยลืมเปลี่ยนถ่านไฟหน้า
ด้วย ได้ลงมืดเลยครับ กลับลงมาแวะไหว้ครูบาศรีวิชัย ก่อนขี่กลับบ้านด้วยไฟฟ้ายาวเลย หมดแรงปั่นครับ

หลังจากนี้ยังไม่เข็ดครับ ท้าดอยที่สูงชันมากขึ้นอีก นั่นคือดอยม่อนแจ่มครับ ใครเคยไปจะทราบครับว่าทางขึ้นนั้นชันมาก ขนาดกระบะขนผัก ของชาวเขายังขึ้นลำบาก ติดตามต่อเร็วๆ นี้นะครับ ขอไปทำรูปก่อน
เลยคิดว่าจะพาเสือไฟไปเที่ยวดอยสูงที่เชียงใหม่ดูว่าจะไหวไหม เพราะขึ้นเขาใหญ่มาได้แล้ว (แบบเหนื่อยเลยเหมือนกันครับ) และถ้าเป็นดอยสุเทพละจะไหวไหม อยากรู้ก็ต้องลองครับ อิอิ...
เริ่มต้นจากเอาเสือไฟนั่ง Taxi ออกจากบ้านมาขึ้นรถนครชัยแอร์ที่ถนนกำแพงเพชรสอง ไม่กล้าขี่ในกทม.จริงๆ ครับรถแต่ละคันไม่มีน้ำใจให้จักรยานและคนเดินเท้าเลย ขนาดเดินบนทางเท้ามอเตอร์ไซต์ยังขึ้นมาขี่บนทางเท้าแถมบีบแตรไล่ หลายครั้งเกือบจะโดนมอเตอร์ไซต์ชนทั้งที่เดินบนทางเท้า ไม่รู้ท่านอื่นเจอกันบ้างไหม ไม่ต้องพูดถึงไปขี่จักรยานบนถนนร่วมกับคุณรถยนต์และมอเตอร์ไซต์เลย ซึ่งตรงนี้ต่างกับเชียงใหม่มากๆๆ ครับ เมืองเชียงใหม่น่าปั่นกว่ามาก ถึงไม่มีเลนจักรยานแต่ก็รู้สึกปลอดภัยกว่า ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า
และแล้วรถทัวร์ก็พามาถึงเชียงใหม่ตอนเย็น ผมเอาจักรยานไฟฟ้าลงรถได้ก็ทั้งขี่ ทั้งปั่นกลับบ้านที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่กว่าจะถึงก็สองทุ่มพรุ่งนี้บ่ายๆ เสร็จธุระแล้วค่อยขึ้นดอยสุเทพเป็นดอยแรกครับ

วันต่อมาพอได้ฤกษ์งามยามดีบ่ายสองกว่า ก็ขี่จากบ้านที่สันทรายขึ้นดอยสุเทพเลยครับ ลองดูแรกๆ ความรู้สึกสนุกเหมือนตอนเด็กๆ เลย จนกระทั่งลองขึ้นดอยด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวไปได้สักพัก ช่วงก่อนถึงวัดผาลาด เริ่มรู้สึกถึงความชันที่มากกว่าเขาใหญ่แม้ว่าจะขึ้นได้ที่ความเร็วกว่า 20 กม./ชม. แต่ไม่นานมอเตอร์ร้อนพาระบบร้อนตามครับ เลยได้หยุดให้น้ำมอเตอร์และพักให้ระบบเย็นแถวๆ วัดผาลาดครับ

ก่อนจะไปต่อด้วยการลองปั่นด้วยตัวเองขึ้นดอยสุเทพเป็นครั้งแรกจากวัดผาลาด ตอนเด็กๆ ได้แต่ปั่นแถวบ้านในเมืองเชียงใหม่ ไม่เคยปั่นขึ้นดอยเลยสักครั้ง พอมาปั่น คุณลุง 70 แซงขึ้นไปกันหมด เพิ่งรู้ว่าเราไม่ฟิต อิอิ พยายามปั่นตามคุณลุงจนเหงื่อท่วมก็ไม่ทัน สุดท้าย บอกเจ้าเสือไฟช่วยกันปั่นขึ้นละกันนะ จะได้ไม่เหนื่อยทั้งคู่ พอช่วยกันปั่นถึงได้ตามลุงทัน ยกนิ้วให้คุณลุงเลยครับ แต่ละท่านสุดยอดแข็งแรงจริงๆ จากนี้เป็นรูปยาวเลยครับ เพราะจอดบ่อยมาก เพราะทางชันกว่าเขาใหญ่เยอะมากครับ แม้จะสั้นแค่ 12 กม.



ถุงน้ำที่เห็นห้อยอยู่ที่แฮนเป็นถุงน้ำที่เอามาจากน้ำดอยข้างทาง เพื่อเอามารดมอเตอร์ไว้เป็นระยะไม่ให้ร้อนครับ





ที่จุดชมวิวนี่จริงๆ คนเยอะมากครับส่วนใหญ่เป็นมอเตอร์ไซต์ ถ่ายมาเห็นแค่เสือไฟเหมือนไม่มีใครเลย อิอิ

ตอนก่อนจะมาถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ช่วงโค้งสุดท้าย ฝังใจมาตั้งแต่เด็กว่าขนาดรถยังขึ้นแทบไม่ไหว แล้วคราวนี้
จักรยาน ถึงจะมีไฟฟ้าช่วย แต่ด้วยเรี่ยวแรงคนขี่น้อยมากถึงมากที่สุด ก็เลยมีจอดทำใจก่อน แต่ตั้งใจว่าต้องขี่ชึ้นให้ได้ไม่ยอมเข็น
รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยนิดจากที่ปั่นขึ้นมา แม้จะช่วยปั่นแบบไฟฟ้าแต่ก็ทำให้แรงที่มีน้อยเพราะไม่เคยฝึกปั่น ยิ่งเหลือน้อยลง
พลังใจยังคงสำคัญอยู่ดี พอรวบรวมพลังใจได้ที่แล้วก็ปั่นขึ้นไปเลย สุดแรงทั้งคน สุดแรงทั้งไฟฟ้า เกือบไม่รอดแต่ก็ไปถึงจนได้
ครับ ได้พิสูจน์ทั้งรถ ทั้งคนว่าร่วมกันไปได้ครับ นี่ถ้าฝึกปั่นซักหน่อยคงไม่สุดๆ แบบนี้ อิอิ

หลังจากมาถึงพี่ๆ หลายคนสนใจเข้ามาสอบถาม เรื่องจักรยานไฟฟ้าจำนวนมากเลยครับคุยยาวเลย กว่าจะลงมามืดเลยลืมเปลี่ยนถ่านไฟหน้า
ด้วย ได้ลงมืดเลยครับ กลับลงมาแวะไหว้ครูบาศรีวิชัย ก่อนขี่กลับบ้านด้วยไฟฟ้ายาวเลย หมดแรงปั่นครับ

หลังจากนี้ยังไม่เข็ดครับ ท้าดอยที่สูงชันมากขึ้นอีก นั่นคือดอยม่อนแจ่มครับ ใครเคยไปจะทราบครับว่าทางขึ้นนั้นชันมาก ขนาดกระบะขนผัก ของชาวเขายังขึ้นลำบาก ติดตามต่อเร็วๆ นี้นะครับ ขอไปทำรูปก่อน