หน้า 1 จากทั้งหมด 3
22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 13:01
โดย เข็มทิศ
22 ตค.57 เลิกงาน 17.10 น. ขับรถกลับบ้านนนท์ เก็บของใส่เป๋า สูบยางจั๊กยาน อาบน้ำ ปั่นจากบ้านเวลา 18.45 น. ไปสมบัติทัวร์ ถึง 19.15 น.(ครึ่งชม.) ยังไม่มีสมาชิกคนไหนมา เราถามประชาสัมพันธ์ แจ้งว่ารถไปอ.ทุ่งช้างจอดชานชาลา 2 รีบโทรตามพี่โอ๊คให้มาเจอที่ชานชาลาเลย พี่โอ๊ค+เฮ็ง มาทันเวลาพอดี แต่รถทัวร์ออกช้าไป 10 นาที ก็เลยแพ็คจัดจักรยานกันสบายๆ
รถ VIP 712 บาท ออกเวลา 19.40 แวะให้กินข้าวต้มตอน 24.00 น. ที่พิษณุโลก // ถึงทุ่งช้าง 7.10 น. ของวันที่ 23 ตค.57 ปั่นย้อนขึ้นเนินสัก 500 m. ไปปั้ม เปลี่ยนชุด+ล้างหน้า แปรงฟัน แวะกินข้าวเช้าเป็นผัดกระเพราหมูสับ+ไข่เจียว คนละจาน 8.10 น. เริ่ม start จาก
ทุ่งช้าง ผ่าน อบต.เฉลิมพระเกียรติ //
ม.ห้วยทราย // ม.กิ่วจัน // ม.ขุนน่าน // ระหว่างทางเจอหนุ่มปั่นเดี่ยว ซักถามเลยรู้ว่าโปรฯเหมือนกัน เลยชวนร่วมทางซะเลย นามว่า "นพ" คุยไปคุยมาถึงได้รุว่า ชอบเดินป่า backpack ประเทศแนวๆเดียวกันเลย คืนแรกนอนโครงการหลวงแม่ฟ้าหลวง เจ้าหน้าที่ใจดี ให้พักฟรี แถมกินข้าวฟรี 2 มื้อ ทำเอาเราติดใจ "ข้าวเหนียวจิ้มน้ำพริกปลาร้าสับ" ไปซะระ ต้อนรับดีจุง นอนระเบียงไม้ไผ่ ฟังเสียงลำธาร เช้าเห็นทะเลหมอก งามเจงๆ วันแรกปั่นไปเพียง 60 km. (แม้ว) // 24 ตค.57 ปั่นไปทางม.เปียงซ้อ แฉลบขวาอย่างชัน พร้อมฝนตกอย่างหนัก ขึ้นไปพักม.สะเกี้ยง โอบล้อมด้วยทิวเขาซ้อนกัน นาขั้นบันได ไร่ชาอู่หลง รอบๆที่พักมีผลไม่ให้เก็บกิน ลูกหม่อน มะเฟือง ส้มเขียวหวาน พวกเรา ต้มน้ำชงกาแฟดื่มดับหนาว พวกเราสั่งข้าวผัดกระเพรา+ไข่เจียว คนละจานไว้มื้อเย็น (จานใหญ่มว๊ากก..เจ้าหน้าที่เกรงเราจะไม่อิ่ม ) ส่วนมื้อเช้าเป็นผัดผักรวมมิตร, แกงจืดเต้าหู้ไข่ หมูสับ ผักรวม, ไข่เจียวหมูสับ, ข้าวไม่อั้น เช้าคิดค่าอาหาร 2 มื้อ รวม ปักเต้นท์คนละ 100 บาท รวม 1,030 บาท/4 คน ถูกโพดๆ ฝนหยุด ก็เดินเล่นถ่ายรูป อากาศดีมว๊ากก วันนี้ปั่นมาเพียง 18 km (แม้ว) ดึกๆหนาว แต่ได้เสื้อกันหนาว+ถุงนอน ก็หลับสบาย // 25 ตค.57 เป็นวันที่ 3 ปั่นลงจากม.สะเกี้ยง ไปบ่อเกลือ เส้นทางยังคงสวย ธรรมชาติ เหลืองอร่ามไปด้วยผืนนา+ลำธาร แต่ก็มีช่วงชัน ช่วงลง สลับไปมา ถึงบ่อเกลือสัก 15.30 น. วันนี้ ปั่นมารวม 40 km. หาที่ปักเต้นท์ได้ที่ "บ่อเกลือฟ้าใส" สะอาด วิวสวย เห็นทะเลหมอกยามเช้า ใกล้บ่อเกลือ คืนละ 100 บาท/คน แถมขนม+กาแฟ+น้ำดื่ม ให้คนละชุดอีกในตอนเช้า // 26 ตค.57 เป็นวันที่ 4 ปั่นขึ้นดอยภูคา แต่ดอกยังไม่ออก ผ่านอ.ปัว เมืองเก่า สวย ร่มรื่นน่าแวะเที่ยว แต่เวลาไม่พอซ๊ะร๊ะ น้องนพ แยกทางระ ปั่นไปทางม.สันติสุข ซึ่งทางยาวกว่า แต่ไม่ชัน เพราะน้องมีเวลามากกว่าเรา 1 วัน และตั้งใจจะไปเที่ยวเมืองน่าน ก่อนกลับกทม. เรา 3 คน ปั่นยิงยาวไปสถานีขนส่ง เพื่อขึ้นรถสมบัติทัวร์ ถึง 17.00 น. อาบน้ำเสร็จ เตรียมถอดล้อจั๊กยาน รถ VIP ก็มาถึง ขึ้นรถทัวกลับ กทม. ถึงเช้าวันจันทร์ ตี 5.00 น. รวมตั๋วไป-กลับ ราคา 1,382 บาท หมดค่ากินไปเพียง 700 บาท สรุปทริปปั่นน่านเหนือรวม 4 วัน 5 คืน ค่าใช้จ่าย 2,082 บาท ถูกไปไหนเนี่ย รวมระยะทางได้ 205.55 km. สิ่งที่ประทับใจมว๊าก คือ เพิ่งรู้ว่า น่านเหนือช่างมีวิวสวย ธรรมชาติ ผู้คนมีน้ำใจ พวกเราปั่นผ่าน คนพื้นเมืองจะยกมื้อไหว้ สวัสดีค่ะ/คับ จนเรารุสึกเกรงใจ เข้าใจว่า ได้รับคำสอนมาอย่างดี และมีผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ จนยกมือไหว้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติปกติไปซะร๊ะ เราถึงกับบ่นในใจว่า "เราจะต้องกลับมาที่นี่อีก..เมืองน่าน"
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 13:24
โดย karn.su05
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 19:19
โดย น้องหนึ่ง
เข้ามาดูอย่างเดว
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 19:35
โดย โอ๊ก
กำลังจะเข้ามาสรุปเลยดี มีคนเปิดประเด็นก่อน เดียวขอต่อเลยแล้วกันนะ
ทริปนี้วางแผนไปกันสองหมุ่มน้อย มีเวลาสามคืน เลยวางเส้นทางไว้แบบจัดเต็ม ถือว่าคนน้อย ปัญหาน้อย ข้อจำกัดน้อย เลยเลือกน่านเหนือเพราะไม่เคยไป ได้ยินแต่คำล่ำลือว่าเขาที่น่าน สวยแต่โหด แดดก็ร้อนทะเลอายกันไปเลย แต่เส้นทางไปดึงดูดสาวน้อยมาได้อีกคน แล้วก็ยังมีแถมเพื่อนใหม่ระหว่างทางอีกหนึ่ง สนุกสนานแฝงความโหดได้พอดี ถูกใจกันท่วนหน้า ปกติไปไหนไม่ค่อยมารายงานแต่เที่ยวนี้บัดดี้คือ ตาเฮง ขอมา เลยถือโอกาสตอบแทน คุณเอสเมอริด้า คุณปิง คุณซาเล้งสีแดง พี่สมนึก แม่บักข้าวเหนียว คุณวู๊ดดี้ส้มบางมด คุณforesthang คุณเหน่งหนักแน่น โดยเฉพาะ คุณแจ้ว พัทลุง กับหัวข้อกระทู้....อยากเที่ยว น่าน.ให้มันน้านนาน และอีกหลายๆ ท่านที่สละเวลามานั่งเล่าประสบการณ์ นั่งลงรูปสวยๆให้พวกเราได้ดู และใช้เป็นข้อมูลหลายๆ ทริป
โดยวางโปรแกรม บุกตลุยน่านเหนือตามประสาคนประมาทขุนเขาดังนี้
วันที่1 ทุ่งช้าง - เฉลิมพระเกียรติ - บ้านเปียงซ้อ (วันนี้ 110 กิโล ) ทำไม่ได้แน่นอน แต่อยากลอง บ้านเปียงซ้อ สะจุก-สะเกียง เป็นชื่อที่เพิ่งรู้จักและมันช่างท้าทายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ 11 กิโลสุดท้าย จากเส้นทางกูเกิ้ล มันจะขึ้นจากระดับ 600 เมตร ไปสุดที่ 1500 เมตร ขึ้นล้วนๆ กับถนนลูกรัง
วันที่2 รอดูสภาพหลังจบวันแรก ถ้าไปไม่รอดก็จะเข็นกันไปนอนเปียงซ้ออีกวัน ถ้าไปรอดจะนอนแถวบ่อเกลือ
วันที่3 บ่อเกลือขึ้นไปนอนจุดชมวิวดอยภูคา
วันที่4 ดอยภูคา ลงไปเที่ยวในตัวอำเภอปัว และมาขึ้นรถกลับที่ ท่าวังผา (วันนี้คงจะสบายๆ)
สมาชิก 3 คน รับสภาพทุกเส้นทาง ฝนตก แดดออก โบกรถได้ถ้ามีปัญญา นอนข้างทาง กลางป่า บนดอย ต้องพร้อมหมด อาหารสำรอง น้ำดื่ม อุปกรณ์ต่างๆ พร้อม ทุกคนยอมรับได้ ก็พร้อมลุยกันได้เลย
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 20:03
โดย โอ๊ก
ค่อยๆ รายงาน ทำไม่ค่อยเป็น ดึงภาพจาก G+ นี้คุณเฮง บัดดี้ผมปั่นจักรยานมาจากบางปูเจอกันบีทีเอส หกโมงกว่าเกือบตกรถทัวร์กันซะแล้ว
22 ตค. 57 เลิกงาน นัดเฮง 6 โมง บีทีเอส ลาซาล ลงหมอชิต และปั่นไปอีกนิดเพื่อจะไปสมบัติทัวร์ ถึง 19.20 น. รถทัวร์ออก 19.30 ปั่นกันหน้าตั้ง ไปถึงเฉียดฉิว และรถทัวร์ช้าไป 10 นาที ก็เลยแพ็คจัดจักรยานกันสบายๆ ได้ลุ้นกันตั้งแต่กรุงเทพเลย ถ้าพลาด บีทีเอส สักสองเที่ยวงานเข้าแน่ๆ
รถวีไอพี สมบัติทัวร์ ราคา 713 บาท ค่าระวางจักรยาน คันละ 100 เป็นรถลีมูซีนรุ่นใหม่ ชั้นเดียว ที่เก็บของเยอะ แต่ช่วงเทศกาล คนกลับบ้านกันเยอะ แต่ละคนก็มีสัมภาระกันเต็มหมด ทำเอาช่องเก็บของแน่นไปเลย เรื่องจักรยานถลอกไปบ้างคงต้องทำใจถ้ารักจะเที่ยวแบบนี้ วันนี้รถพวกเราสามคันถือว่าแน่นกำลังดี แต่ถ้าเกินกว่านี้คงต้องยัดเยียดแล้ว ถ้าไปกันหลายคันควรไปแต่วันจะได้รีบจัดรถก่อน สมบัติทัวร์เรานั่งไปแม่ฮ่องสอน หรือเชียงใหม่ทุกปี ราคาสูงแต่บริการดี นั่งรถวีไอพี นอนหลับสบาย อีกวันก็มีแรงปั่นกันเต็มที่ กลับบ้านก็ไปทำงานต่อเลย หลับเพลินๆเที่ยงคืน แวะให้กินข้าวต้มที่พิษณุโลก เส้นทางนี้ผมไม่เคยนั่ง แต่สูงข้าวต้มเส้นทางเชียงใหม่ไม่ได้เลย กับข้าวหลากหลายกว่าเยอะมาก
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 20:14
โดย โอ๊ก
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 21:02
โดย โอ๊ก
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 21:20
โดย โอ๊ก
รองเท้าด้านบนนี้ใส่ขี่จักรยานดีมากเลย ลุยน้ำ ลุยฝนสบาย ชอบๆ
อำเภอนี้มีร้านอาหารแค่สองร้าน คือ ร้านก๊วยเตียว เลยโค้งหน้านี้ไปหน่อยเดียว ถ้าร้านอาหารตามสั่งไปอีกประมาณสามกิโล เลยต้องกินก๊วยเตียวกัน
นี้หน้าร้านก๊วยเตียวร้านเดียวของที่นี้ มีส้มตำด้วย เรากินก๊วยเตียวน่องไก่ น่องใหญ่ๆ 30 บาท น้ำเย็นๆ ฟรีอีกละ แม่ค้า ลูกค้าในร้านก็ต้อนรับพวกเราอย่างดี ไต่ถามที่มาที่ไปกัน ช่วงวันหยุดยาวพบว่ามีคนที่นี่มาทำงานกรุงเทพกลับไปบ้านเยอะ อัทธยาศัยดี พูดกลางชัดแจ๋ว แต่งตัวสวยๆ นั่งคุยกันในร้าน นึกดีใจแทนชาวบ้านแถวนั้นจริงๆ ดูมีชีวิตชีวา อยู่อย่างพอเพียง และมีการศึกษา มีแต่รอยยิ้มเต็มไปหมด
พออิ่มท้อง ก็ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่งพอดี เราต้องตัดสินใจจะไปต่อ หรือจะนอนที่นี่ ทุกคนเห็นฟ้องกันว่า เวลาเหลือตั้งเยอะ จะอยู่ไปทำไป ไปได้แค่ไหนก็แค่นั้น อาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์ตั้งแค๊มเราพร้อม มืดตรงไหนก็นอนตรงนั้นเลยแล้วกัน หมู่บ้านสุดท้ายแค่ 5 กิโล ไปนอนในป่ากันดีกว่า
สรุปว่าไปครับ เราขี่กันได้ครึ่งชั่วโมงก็เลยหมู่บ้านสุดท้ายมา เห็นเทือกเขาสูงใหญ่อยู่เบื่องหน้า เตรียมตัวเตรียมใจพร้อม ก็เห็นไอ้นพพุ่งลงมาหาพวกเราอย่างรวดเร็ว... อ้าว นึกว่าไปลาวซะแล้ว เกิดอะไรขึ้นถึงได้ย้อนกลับมา
ดึกแล้วขอตัวไปนอนก่อนครับ
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 28 ต.ค. 2014, 22:43
โดย เข็มทิศ
จัดให้จบ พี่โอ๊ค ช่วยกันทำมาหากิน 555
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 29 ต.ค. 2014, 11:50
โดย krich
ขอติดตามการรายงานทริปแค่เริ่มก็สนุกแล้ว พี่อ้วนที่เจอกันที่ท่ารถสมบัติทัวร์ครับ
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 29 ต.ค. 2014, 12:23
โดย โอ๊ก
ปรากฏว่าคิดเหมือนกัน ไม่รู้จะอยู่ที่อำเภอไปทำไมเลยตัดสินใจขึ้นเขาไป ข้ามไปได้สักสามกิโล เจอรถเครื่องย้อนกลับมา บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานแถวสะจุก ขอเตือนด้วยความหวังดี ให้ย้อนกลับไปที่อำเภอ เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตราย ขนาดรถเครื่องยังวิ่งสามสี่ชั่วโมงกว่าจะถึง แล้วจักรยานข้าวของพะรุงพะรังมาคนเดียวจะไปได้อย่างไร ด้วยความเกรงใจ เจ้าถิ่นมาเตือนเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นเดือดร้อนทั้งตัวเองและคนแถวนั้น เลยต้องจำใจย้อนมาหาที่นอนในเมือง โชคดีมาเจอพวกเราพอดี รวมกันเป็นสี่คน คงไม่น่าอันตรายแล้วนะ ก็หันจักรยานกลับ ร่วมขบวนกันต่อไปเลย
สามโมงกว่าข้ามเข้ามาได้หนึ่งลูกใหญ่ สี่ห้าพับกว่าจะเปลี่ยนเหลี่ยมเขา แล้วก็ลงยาวๆ หนึ่งรอบ เวลาลงยาวๆ หลังๆ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะรู้ว่ามันลงลึก เดียวก็ต้องขึ้นชันมาก ลงกันจนสุดก็เห็นเขาลูกใหม่ ใหญ่กว่าเก่าอีกสี่ห้าพับแต่ไกลรออยู่ตรงหน้า เวลาล่วงไปสี่โมงกว่า คืนนี้ได้นอนในป่าสมใจแน่ ผมอยู่ท้าย สองหมุ่มอยู่หน้าหายไปกันหมดแล้ว เหมือนสวรรค์ประธาน ได้ยินเสียงรถกะบะมาคันแรก และคงเป็นคันเดียวบนเส้นทางสำหรับวันนี้ ไม่ต้องคิดแล้ว ตะโกนบอกหมู โบกเลย แวบเดียวได้ผล กะบะวีโก้จอดทันที คนขับลงมาแต่งชุดข้าราชการเต็มยศ ข้าราชการเป็นที่พึ่งของประชาชนจริงๆ แป๊ปเดียวนพกระโดดขึ้นไปหลังรถเรียบร้อย ถอดของถอดล้อหน้ายกขึ้นรถกันทันที เดียวท่านจะเปลี่ยนใจไม่ให้ไป รถจักรยานสี่คัน ของอีกกองใหญ่ก็ไปอยู่หลังรถแบบเต็มๆ โดยมี นพคอยดูอยู่ด้านหลัง พวกเราสามคนโดดไปนั่งในรถกันสบาย ได้ความว่าท่านที่ช่วยเรา เป็นถึงกำนันที่บ้านขุนน่าน ตอนเช้าเข้าไปต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ทั้ง ลาว พม่่า เวียดนาม มางานพิธีวันปิยะมหาราชในตัวอำเภอ เพิ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ลาวเสร็จ กำลังจะกลับบ้านที่ขุนน่าน พวกเราเลยสบายไป ท่านไปถึงไหน เราลงตรงนั้นแหละ ง่ายๆ ตรงไปตรงมา
ที่แถบนี้สมัยก่อนเป็นพื้นที่สีแดง พวกคอมมูนิสต์ทั้งนั้น มาจากเหตุกรณ์เดือนตุลา อาศัยกัน ท่านเองก็เติบโตมาจากที่นี้ เป็นกำนันตั้งแต่รุ่นปู่สืบทอดตำแหน่งกันมา คนในวงการเมืองดังๆ เป็นสหายเก่ากันทั้งนั้น ยังไปมาหาสู่กัน เมื่อคอมมูนิสล่มสลายไป ชาวบ้าน กระเหรี่ยงก็ถางป่าปลูกพืชไร่เลื่อนลอยกันเยอะมาก เพราะไม่ใช่เขตอุทยาน ทำให้ป่าน่านเหนือเทื่อมโทรมลงอย่างมาก จนทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯลฯ เข้ามาให้ความรู้กับชาวบ้าน จนเดียวนี้ทุกอย่างดีขึ้น ตัวกำนันเราให้เราฟังได้ละเอียด ชัดเจนรู้แจ้ง เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการปิดทองหลังพระ ซึ่งผมก็เพิ่งกระจ่างเมื่อได้ฟังจากท่านวันนี้เอง โดยเริ่มตั้งแต่ให้ความรู้ชาวบ้าน ให้เข้าอยู่ได้ กินอิ่มเสียก่อน ถึงจะให้หยุดถากถาง และหันมาช่วยทางการอนุรักป่า และเริ่มปลูกป่าด้วยใจรัก ใช้เวลาหลายปี ท่านเองก็เป็นผู้นำร่องโครงการ ไปเป็นวิทยากรอบรมมาทั่วประเทศ จนถึงเมืองนอกเมืองนา โดยมีหลักการที่ยึดถือกัน ปิดทองหลังพระคือ ไม่ใช่แค่ปิดทองหลังพระอย่างที่เราๆ พูดกัน มันต้องปิดมันเรื่อยๆ ปิดมันสมั่ำเสมอ ไม่ต้องไปสนใจอะไรปิดมันเข้าไป สักวันทองมันก็จะล้นออกมาด้านหน้าเอง เพราะข้างหลังมันเต็มหมดแล้ว เหมือนการปลูกป่า ปลูกมันไป ตรงไหนก็ปลูก ห่างไกลแค่ไหนก็ปลูก ไม่มีใครรู้ใครเห็นก็ปลูกมันไป เมื่อมันโตมาก็จะเป็นป่าที่สวยงามเอง จริงๆ ท่านให้ความรู้ผมเยอะมาก เรียกว่าเปิดกระลาให้ผมได้เลย แต่คงเอามาลงให้ไม่หมด ฟังกันเพลินๆ อ้าวทำไมข้างหลังเงียบไป สลบไปหมดแล้ว
ระหว่างที่ขึ้นรถนั่งนับยอดเขาใหญ่ๆ ได้ประมาณสี่ห้าลูก ขึ้นสุด ลงสุด ทั้งนั้น เป็นป่าทึบ ไม่มีชาวบ้านปลูกอ้อย ไม่มีอะไรเลย จนถึงสามแยก ซึ่งแยกซ้ายไปบ้านน้ำรี และภูพยัค ซึ่งเคยเป็นฐานที่ตั้งของคอมมูนิส ปัจจุบันเป็นอนุสรณ์สถาน สวยงาม น่าไปเที่ยว พวกเราแยกขวามาทางบ่อเกลือ แล้วก็เจอ บ้านกิ่วจัน หมู่บ้านแรกตามคำบอกเล่า แล้วเผลอหลับไป ได้ยินเสียงกำนันบอก ถึงบ้านแล้ว พวกท่านจะลงไหนกันครับ
อ้าว หมดระยะซะแล้ว ดูนาฬิกา ห้าโมงครึ่งจะหกโมงแล้ว อยากจะนอนที่บ้านท่านซะจริงๆ ท่านแนะนำว่า ให้เราขี่ไปอีกสักสิบกิโล จะเจอศูนย์เพราะต้นกล้า ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สามารถไปขอพักได้ เส้นทางไม่ค่อยมีเขาแล้ว และแนะนำว่า ถ้ามีเวลาอยากขี่ให้สนุก ควรเริ่มจากอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เช้าๆ จะออกจากเขาเย็นพอดี เข้าไปนอนที่ภูพยัคก่อน อีกวันค่อยไปสะจุก จะดีกว่า
บ้านกำนันมงคล ตำบลขุนน่าน แยกไปจากถนนสายหลักนิดเดียว ขี่เลยไปเข้าอีกทางได้เลย แต่ทางลงชันน่ากลัวมาก ชาวบ้านต่างมาดูกันด้วยความสงสัย มาจากไหนกันหว่า ขี่ลงไปกันได้หน่อย ลงจูงดีกว่า ไม่อยากกลิ้งโชว์ชาวบ้าน

Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 29 ต.ค. 2014, 12:25
โดย โอ๊ก
krich เขียน:ขอติดตามการรายงานทริปแค่เริ่มก็สนุกแล้ว พี่อ้วนที่เจอกันที่ท่ารถสมบัติทัวร์ครับ
ซ้อนท้ายมาเลยพี่ ทริปนี้มันมาก ครบรสเลย
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 29 ต.ค. 2014, 13:44
โดย โอ๊ก
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 29 ต.ค. 2014, 14:12
โดย โอ๊ก
Re: 22-27 ตค.2557 "น่านเหนือ" ฉันจะกลับมาหาเธออีกนะ
โพสต์: 29 ต.ค. 2014, 14:27
โดย โอ๊ก